รับแอปรับแอป

ส้มตำ 16 ล้านจาน ชาไทย 11 ล้านแก้ว! เปิดสถิติ Grab ปี 2025 ที่สายกิน–สายมูต้องร้องว้าว

รัตนา แก้วใส01-31

2025 ปีที่สายมู สายกิน และสายชานมครองเมือง

ปี 2025 ไม่ได้มีดีแค่คอนเสิร์ตแน่นปี แต่ยังเป็นปีที่แพลตฟอร์มเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีอย่าง Grab เผยสถิติสุดมัน ว่าคนไทย (รวมถึงนักท่องเที่ยว) ใช้ชีวิตกันยังไงเมื่ออยากไปไหว้พระ ขอพร หรืออยากกินอะไรสักอย่างแบบไม่ต้องออกจากบ้าน

เบื้องหลังตัวเลขพวกนี้ ไม่ได้เป็นแค่สถิติ แต่คือภาพรวมไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมืองที่อยากได้ทั้ง ความสะดวก ความอร่อย และความสบายใจทางใจ ในเวลาเดียวกัน

สายมูฟีเวอร์: เทวาลัยพระพิฆเนศ ห้วยขวาง ยอดเรียกพุ่งเกือบ 700%

ปรากฏการณ์สายมูปีนี้ต้องยกมงให้ “เทวาลัยพระพิฆเนศ ห้วยขวาง” ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตแบบฉุดไม่อยู่

  • ยอดเรียกรถไปเทวาลัยสูงขึ้นถึง 678%

  • รองรับทั้งสายมูชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งใจบินมาขอพรเรื่องงาน เงิน ความสำเร็จ

เทวาลัยแห่งนี้เลยไม่ได้เป็นแค่จุดเช็กอิน แต่คือแลนด์มาร์กความหวังของคนทำงานและคนทำธุรกิจ ที่อยากได้กำลังใจเพิ่มก่อนลุยต่อ

นักท่องเที่ยวต่างชาติ: จีนยังนำ แต่หน้าใหม่คือ “จอร์เจีย” โตพุ่ง 10 เท่า

ฝั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการ Grab ก็มีภาพชัดเจนเหมือนกัน ว่าใครรักเมืองไทยจริงจังถึงขั้นเรียกรถรัวๆ

  • จีน ยังครองแชมป์ชาติที่ใช้บริการมากที่สุด และช่วง Golden Week ยอดใช้บริการโตทะลุ 50%

  • ตามด้วย สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, อังกฤษ, มาเลเซีย ที่ยังบินมาไทยแล้วกดเรียกรถเที่ยวแบบไม่มีกั๊ก

  • แต่น่าจับตาสุดคือ “จอร์เจีย” ที่ยอดใช้บริการโตทะลุ 10 เท่า สะท้อนว่าตลาดนักท่องเที่ยวหน้าใหม่กำลังมาแรงแบบเงียบ ๆ

เขาไปที่ไหนกันบ่อยที่สุด?

ถ้าดูจากจุดหมายปลายทางยอดฮิต ภาพมันฟ้องชัดเจนว่าทั้งคนไทยและต่างชาติใช้ Grab เป็นตัวเชื่อมระหว่าง “การเดินทาง” กับ “การใช้ชีวิตประจำวัน”

จุดหมายหลักที่คนเรียกรถไปบ่อยสุด คือ

  • สนามบิน – จุดเริ่มต้นและจุดจบของทริป

  • สถานีขนส่ง – คนเดินทางต่างจังหวัดยังแน่น

  • ห้างสรรพสินค้า – ศูนย์รวมทุกอย่างในชีวิตคนเมือง

โดยห้างที่มาแรงสุดในปีนี้คือ

  • เซ็นทรัลเวิลด์ รั้งอันดับ 1 แบบสวย ๆ

  • ตามมาด้วย เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK Center), ไอคอนสยาม, และ สยามพารากอน

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่คนแวะไปเช็กอินกันรัว ๆ คือ

  • พระบรมมหาราชวัง

  • ถนนข้าวสาร

  • เยาวราช – ดินแดนสตรีทฟู้ดที่สายกินไม่มีทางพลาด

ฟู้ดเดลิเวอรียืนหนึ่ง: ส้มตำครองบัลลังก์ เมนูไวรัลเกิดเพียบ

พอหันมาดูฝั่งอาหาร ภาพก็ชัดเหมือนกันว่า คนไทยผูกชีวิตกับเดลิเวอรีแค่ไหน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน ฝนจะตก รถจะติด หรือขี้เกียจออกจากบ้านแค่ไหน แอปในมือถือก็ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นทันที

ปีนี้เป็นปีที่มีทั้งเมนูไวรัลและการสลับบัลลังก์เมนูยอดนิยม โดยเฉพาะในหมวดเครื่องดื่มที่มีการเปลี่ยนแชมป์แบบเป็นประวัติการณ์

ส้มตำ: แชมป์ตลอดกาลของสายสตรีทฟู้ด

เมนูที่ไม่มีใครโค่นได้ในปีนี้คือ “ส้มตำ” ที่ครองตำแหน่งเมนูขายดีที่สุดแบบไม่ต้องลุ้น

  • ยอดสั่งรวมทะลุ 16 ล้านจาน

  • โดยเฉพาะ ส้มตำปูปลาร้า ที่ครองใจสายแซ่บแบบยกมือเทคะแนนให้ทั้งประเทศ

ตามมาติด ๆ ด้วยเมนูหากินง่ายแต่กินได้ไม่มีเบื่ออย่าง

  • ข้าวมันไก่ – ยอดสั่งราว 1.5 ล้านจาน

  • ลาบหมู – ตามมาเกาะขอบด้วยยอดสั่งกว่า 1 ล้านจาน

ถ้าอยากเข้าใจคำว่า “สตรีทฟู้ดคือลมหายใจของคนไทย” แค่ดูตัวเลขส้มตำก็รู้เรื่อง

ชาไทยโค่นอเมริกาโน: เครื่องดื่มที่โลกทั้งใบเริ่มมองมา

ในสงครามเครื่องดื่มปีนี้ มีดราม่าเล็ก ๆ ในวงการกาแฟ เมื่อแชมป์เก่าอย่าง “อเมริกาโนเย็น” ต้องยอมหลีกทางให้พลังความส้มของชาไทย

  • “ชาไทย” รวมถึงชานมไข่มุก มียอดสั่งรวมกว่า 11 ล้านแก้ว

  • แซงหน้า อเมริกาโนเย็น ที่อยู่ที่ราว 8 ล้านแก้ว แบบทิ้งห่าง

ส่วนหนึ่งมาจากกระแสไวรัลเมนูสไตล์ไทยที่ถูกผลักดันสู่สายตาคนทั้งโลก โดยเฉพาะกระแส “Thai up the World by Lisa” ที่ทำให้คนต่างชาติเกิดความอยากลองเมนูชาไทยมากขึ้นไปอีก

พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ไทยดังเรื่องสตรีทฟู้ดอย่างเดียว ตอนนี้ ชาไทยกลายเป็น Soft Power อีกหนึ่งแก้ว ที่ทั้งสายคาเฟ่และสายชานมต้องยอมกดสั่งมาชิม

Soft Power: เมื่อความเชื่อ อาหาร และดนตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ปี 2025 คือปีที่คำว่า Soft Power ไม่ได้อยู่แค่ในข่าว แต่กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากการใช้ชีวิตประจำวัน

ตัวเลขจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรีและเรียกรถสะท้อนชัดเจนว่า

  • กระแส Mutelu สายมู พาคนเดินทางไปไหว้พระ ขอพรเยอะขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • อาหารไทยและชาไทย กลายเป็นพระเอกบนโต๊ะกินข้าวของทั้งคนไทยและต่างชาติ

  • คอนเสิร์ตและดนตรี ก็เป็นอีกฟันเฟืองที่ผลักดันให้คนเดินทาง ออกไปจับจ่าย ใช้บริการ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า แพลตฟอร์มอย่าง Grab ไม่ได้เป็นแค่ตัวกลางส่งคนหรือส่งอาหารเท่านั้น แต่คือ ตัวเชื่อมระหว่างเทรนด์ระดับโลกกับชีวิตประจำวันของเรา

และถ้าดูจากทิศทางปี 2025 แล้ว ปีต่อ ๆ ไป สายกิน สายมู และสายคอนเสิร์ต น่าจะยังได้ใช้แอปกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่มีแผ่วแน่นอน