วางแพลนบิน EVA Air แบบไม่ต้องกลัวกระเป๋าน้ำหนักเกิน
บินต่างประเทศกับ EVA Air ทั้งที จะช้อปจัดเต็มก็กลัวน้ำหนักกระเป๋าทะลุโควต้า เสียค่าปรับทีหนึ่งนี่มีหนาวกันได้เลย
ทางออกง่ายกว่านั้นคือ ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มล่วงหน้าในแอป Trip.com บริการเสริมจบครบในมือถือ ไม่ต้องไปรอลุ้นหน้าสนามบิน แถมส่วนใหญ่ยัง ถูกกว่าซื้อที่เคาน์เตอร์เยอะมาก ด้วย
มาดูวิธีซื้อน้ำหนักเพิ่ม EVA Air ผ่าน Trip.com แบบทีละขั้นตอน พร้อมสรุปข้อควรรู้เรื่องสัมภาระให้เข้าใจในครั้งเดียว
วิธีซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม EVA Air ผ่าน Trip.com
ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอปแล้วเข้าไปยังทริปที่จองไว้
เปิดแอป Trip.com บนมือถือ
ล็อกอินให้เรียบร้อย จากนั้นเตรียมเข้าไปเช็กข้อมูลการเดินทางของตัวเองในแอปได้เลย
แตะไอคอน “บัญชี” ด้านล่างหน้าจอ
ที่แถบเมนูด้านล่างให้เลือกเมนู “บัญชี” จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจัดการข้อมูลส่วนตัวและการจองทั้งหมดของเรา
เข้าเมนู “เร็ว ๆ นี้”
ในหน้า “บัญชี” จะเห็นส่วน “เร็ว ๆ นี้” รวมทุกทริปที่คุณจองไว้แต่ยังไม่เดินทาง ให้มองหาเที่ยวบิน EVA Air ที่ต้องการซื้อน้ำหนักเพิ่ม แล้วแตะเข้าไปดูรายละเอียด
ขั้นตอนที่ 2: เปิดดูรายละเอียดเที่ยวบิน EVA Air
เลือกเที่ยวบิน EVA Air ที่ต้องการจัดการ
พอเจอเที่ยวบินในรายการ “เร็ว ๆ นี้” แล้วให้แตะเข้าไป จะมีข้อมูลสำคัญครบทั้งเวลาออกเดินทาง สนามบิน และรายละเอียดอื่น ๆ
ตรวจสอบข้อมูลตั๋วและสิทธิ์กระเป๋าฟรี
ในหน้ารายละเอียดทริป คุณจะเห็นประเภทตั๋ว เวลาเดินทางไป–กลับ รวมถึง สิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าฟรี ที่มาพร้อมตั๋วอย่างชัดเจน
กดดู “สถานะเที่ยวบิน” หากอยากเช็กอัปเดตเพิ่มเติม
ถ้าอยากรู้ว่าเที่ยวบินดีเลย์หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ สามารถกดที่ “สถานะเที่ยวบิน” เพื่อดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ทันที

ขั้นตอนที่ 3: เช็กสิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าฟรีของตัวเอง
กดปุ่ม “รายละเอียดสัมภาระ”
ในหน้าข้อมูลเที่ยวบินให้มองหาปุ่ม “รายละเอียดสัมภาระ” แล้วแตะเข้าไป ระบบจะแสดงจำนวนใบและน้ำหนักสัมภาระโหลดฟรีที่มากับตั๋ว
ตรวจสอบให้ชัวร์ว่าตั๋วของคุณได้สิทธิ์อะไรบ้าง
ตั๋วแต่ละคลาสจะมีโควต้าน้ำหนักต่างกัน เช่น ตั๋วชั้นประหยัดทั่วไปมักให้โหลดกระเป๋าได้ประมาณ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กก. ส่วนชั้นประหยัดพรีเมียมหรือชั้นธุรกิจมักได้โควต้าหนักและจำนวนชิ้นมากขึ้น
การรู้สิทธิ์ของตัวเองก่อนจะช่วยให้คุณวางแผนซื้อน้ำหนักเพิ่มได้แบบไม่ต้องเดา
ขั้นตอนที่ 4: เริ่มซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม EVA Air
แตะปุ่ม “เพิ่มน้ำหนักสัมภาระ”
ถ้าดูแล้วรู้สึกว่าน้ำหนักฟรีไม่เพียงพอ ให้กดปุ่ม “เพิ่มน้ำหนักสัมภาระ” จากหน้า “รายละเอียดสัมภาระ” ระบบจะพาเข้าสู่หน้าจอสำหรับเลือกซื้อบริการน้ำหนักเพิ่มทันที สะดวกมาก ไม่ต้องโทร ไม่ต้องต่อคิว

ขั้นตอนที่ 5: เลือกแพ็กเกจน้ำหนักที่เหมาะกับสไตล์การแพ็กของคุณ
เลือกปริมาณน้ำหนักที่ต้องการเพิ่ม
ระบบจะแสดงตัวเลือกน้ำหนักหลากหลาย เช่น 15 กก., 20 กก., 25 กก. เป็นต้น พร้อมระบุราคาแต่ละแพ็กเกจอย่างชัดเจน เลือกได้ตามแผนการแพ็กกระเป๋าและสไตล์การช้อปของคุณเอง
ลองดูแพ็กเกจ “Smart Choice” หากยังตัดสินใจไม่ได้
ในบางกรณี Trip.com จะมีตัวเลือกแบบ “Smart Choice” ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่หลายคนเลือกกันเพราะความคุ้มค่า ลงตัวทั้งเรื่องน้ำหนักและราคา ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเพิ่มเท่าไหร่ดี การเลือกแพ็กเกจแนะนำนี้ก็มักจะตอบโจทย์

ราคาซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม EVA Air (ภาพรวมโดยประมาณ)
ค่าธรรมเนียมซื้อน้ำหนักเพิ่มของ EVA Air จะ เปลี่ยนไปตามเส้นทางและโซนการบิน ซึ่งถ้าคุณเลือกซื้อ ล่วงหน้าผ่าน Trip.com โดยทั่วไปจะคุ้มกว่าไปซื้อที่เคาน์เตอร์สนามบินมาก
- ราคามักจะแตกต่างไปตาม:
เส้นทางที่บิน (ปลายทางใกล้–ไกล)
โซนต้นทางและปลายทางของเที่ยวบิน
ปริมาณน้ำหนักที่ต้องการซื้อเพิ่ม
สำคัญ:
🔔 หมายเหตุ: ราคาจริงจะขึ้นอยู่กับเส้นทางและจุดออกเดินทางของคุณ ควรดูราคาแบบเรียลไทม์จากระบบในแอป Trip.com เป็นข้อมูลอ้างอิงหลักเสมอ
ข้อกำหนดสัมภาระของ EVA Air ที่ควรรู้คร่าว ๆ
รายละเอียดกฎสัมภาระแต่ละเส้นทางอาจต่างกัน แต่โดยภาพรวมแล้วควรทำความเข้าใจ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on)
โดยปกติผู้โดยสารจะสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ตามเงื่อนไขของคลาสที่จอง เช่น จำนวนชิ้นและน้ำหนักสูงสุดต่อใบ ทั้งนี้ให้ตรวจสอบกฎล่าสุดของ EVA Air ประกอบด้วยทุกครั้งก่อนเดินทาง
กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง (Checked Baggage)
สิทธิ์น้ำหนักฟรีและจำนวนชิ้นของกระเป๋าโหลดใต้เครื่องจะขึ้นอยู่กับ:
ประเภทตั๋ว (ชั้นประหยัด / พรีเมียม / ธุรกิจ)
เส้นทางบิน
ก่อนเดินทางควรเช็กสิทธิ์ในหน้า “รายละเอียดสัมภาระ” บน Trip.com เพื่อป้องกันการโหลดเกินน้ำหนักโดยไม่รู้ตัว
ทำไมควรซื้อน้ำหนักกระเป๋า EVA Air ผ่าน Trip.com?
การจัดการน้ำหนักกระเป๋าผ่าน Trip.com ช่วยให้การบินกับ EVA Air สบายขึ้นหลายขั้น เพราะคุณสามารถจัดการทุกอย่างได้เองในแอปเดียว
จัดการทุกอย่างได้ในที่เดียว
ทั้งการดูข้อมูลเที่ยวบิน ตรวจสอบสิทธิ์สัมภาระ และซื้อน้ำหนักเพิ่ม สามารถทำผ่านแอปหรือเว็บไซต์ Trip.com ได้ครบ ไม่ต้องสลับไปหลายแพลตฟอร์มให้ยุ่งยาก
ข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์
น้ำหนักที่ซื้อเพิ่มจะไปแสดงในหน้าแผนการเดินทางทันที พร้อมระบบแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของเที่ยวบิน ช่วยให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญก่อนออกเดินทาง
รองรับการชำระเงินหลายแบบ
เลือกจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิตและช่องทางชำระเงินออนไลน์ต่าง ๆ เป็นทางเลือกที่ทั้งรวดเร็วและปลอดภัย
ตามล่าดีลและโปรได้ง่าย
คุณสามารถเช็กราคาปัจจุบันได้ก่อนซื้อ และมักจะมีสัญลักษณ์หรือข้อความแจ้งเตือนเมื่อมีดีลดี ๆ ช่วยให้จังหวะซื้อน้ำหนักเพิ่มของคุณ คุ้มค่ามากที่สุด
คุ้มกว่าซื้อที่สนามบินอย่างเห็นได้ชัด
ราคาที่เคาน์เตอร์สนามบินมักจะแพงกว่าการซื้อล่วงหน้าค่อนข้างเยอะ การจัดการผ่าน Trip.com ตั้งแต่ก่อนบินจึงช่วย เซฟเงินไปใช้ช้อปปิ้งหรือเที่ยวเพิ่มได้อีก
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการซื้อน้ำหนักเพิ่ม EVA Air
1. ค่าซื้อน้ำหนักเพิ่มของ EVA Air ประมาณเท่าไหร่?
ราคาจะขึ้นอยู่กับเส้นทางและปริมาณน้ำหนักที่คุณต้องการซื้อเพิ่ม โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 900–2,400 บาท ต่อการซื้อหนึ่งครั้ง
ถ้าซื้อล่วงหน้าผ่าน Trip.com มักจะได้ราคาที่ ถูกกว่าซื้อที่สนามบินหลายร้อยบาท เลยทีเดียว
2. ถ้าไม่ได้ซื้อล่วงหน้า ไปซื้อที่สนามบินได้ไหม?
สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินที่สนามบิน แต่มีข้อควรรู้คือ:
ราคามักจะ แพงกว่าซื้อออนไลน์ล่วงหน้าราว ๆ 30%
บางสนามบินอาจจำกัดช่องทางชำระเงิน เช่น ต้องจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าอยากได้ทั้งความสะดวกและราคาดี แนะนำให้จัดการซื้อน้ำหนักเพิ่มผ่าน Trip.com ตั้งแต่ก่อนถึงสนามบินจะดีที่สุด
3. กระเป๋าไซซ์ 29 นิ้ว โหลดได้ไหม?
โดยปกติ กระเป๋า 29 นิ้วสามารถโหลดได้ หากเข้าเงื่อนไขต่อไปนี้
ขนาดรวมสามด้าน (กว้าง + ยาว + สูง) ไม่เกิน 158 ซม.
น้ำหนักต่อใบ ไม่เกิน 32 กก.
กระเป๋าขนาด 29 นิ้วส่วนใหญ่จะเข้าเกณฑ์นี้ แต่เพื่อความชัวร์ ควรเช็กขนาดจากสเปกกระเป๋า และ ชั่งน้ำหนักก่อนเดินทาง เพื่อลดโอกาสถูกคิดค่าปรับหน้างาน
สรุปคือ หากคุณวางแพลนบินกับ EVA Air และรู้ตัวว่ามีของเยอะ ช้อปหนัก หรือแบกของฝากกลับเพียบ การ ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มผ่าน Trip.com ล่วงหน้า คือทางเลือกที่ทั้งสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่ากว่าการไปลุ้นหน้าสนามบินหลายเท่า

