ภูเก็ตกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของโลก EV ไทย
ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ทะเลอีกต่อไป เพราะตอนนี้กำลังกลายเป็น จุดสตาร์ตสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบสลับแบตเตอรี่ แห่งแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เบื้องหลังโปรเจกต์นี้คือความร่วมมือของ บริษัท ยูเน็กซ์ อีวี จำกัด (UNEX EV) และ บริษัท ยู เพาเวอร์ จำกัด (U Power Limited, Nasdaq: UCAR) ที่จับมือกันเปิดตัว แพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะและสถานีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ อย่างเป็นทางการ
สถานีแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เลขที่ 17/4 หมู่ 5 ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของภูเก็ตทันที
UOTTA™ สถานีสลับแบตฯ ที่ไม่ได้มาเล่น ๆ
ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ สถานีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้การใช้รถไฟฟ้าสะดวกกว่าที่เคย ไม่ต้องรอชาร์จนาน แค่สลับแบตก็พร้อมลุยต่อ
โซลูชันนี้ไม่ได้มาแบบเดี่ยว ๆ แต่เป็นการผสานกันของแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ถูกคิดมาเพื่อรองรับการใช้งานจริงในทุกมิติ
เบื้องหลังความสำเร็จของสถานีแห่งนี้ยังมี บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ต ช่วยกันวางรากฐานให้เกิด ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรจริง ๆ ไม่ใช่แค่การตั้งสถานีแล้วจบ
เป้าหมายคือการยกระดับระบบขนส่งให้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนในระยะยาว
เสียงจาก UNEX EV: ภูเก็ตแค่เริ่ม ต่อยาวถึงกรุงเทพฯ
ผู้บริหาร UNEX EV มองว่าสถานีแห่งนี้ไม่ใช่แค่จุดโชว์เทคโนโลยี แต่คือ ก้าวสำคัญของการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบบสลับแบตเตอรี่ภายใต้ชื่อ UNEX EV-MG ที่พร้อมใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก
หัวใจคือการทำให้ระบบ “สถานีสลับแบตฯ” ไม่ใช่แค่คอนเซ็ปต์บนกระดาษ แต่เชื่อมต่อกับการใช้งานของผู้ขับรถในชีวิตประจำวันได้จริง
จากสถานีแรกที่ฉลอง ภูเก็ต แผนต่อไปคือ
เปิดสถานีที่สองในจังหวัดภูเก็ต บริเวณใกล้สนามบิน
ต่อด้วยสถานีในกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการใช้งานในเมืองใหญ่
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเริ่มถูกปูต่อกันมากขึ้น การใช้รถ EV แบบสลับแบตก็จะยิ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วและความสะดวก
3 เสาหลักที่ทำให้ระบบสลับแบตฯ นี้ไม่ธรรมดา
สถานีที่ภูเก็ตไม่ได้เป็นแค่จุดเติมพลังงาน แต่มันถูกออกแบบให้เป็น ศูนย์กลางของระบบนิเวศ EV แบบครบวงจร ที่ยืนอยู่บน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
เทคโนโลยี UOTTA™ จาก U Power
เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ที่ถูกพัฒนาโดย U Power ซึ่งเป็นบริษัทแรกและรายเดียวในโลกที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq (UCAR) ด้วยเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังในระดับสากลUNEX EV กับการรองรับทุกการเคลื่อนที่
ระบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ถูกออกแบบมาให้รองรับยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถรับจ้างสาธารณะ เช่น แท็กซี่ หรือรถบริการโดยสาร
รถเพื่อการพาณิชย์และโลจิสติกส์
ยานพาหนะทางน้ำ
ไปจนถึงการขนส่งทางอากาศในอนาคต
ห่วงโซ่อุปทานพลังงานที่แข็งแรง
ความสำเร็จของระบบนี้ต้องอาศัยพันธมิตรหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในประเทศไทยและภูมิภาค ทำให้การขยายระบบในอนาคตสามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
มุมมองจาก U Power: สลับแบตฯ ไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่พร้อมให้บริการจริง
ฝั่ง U Power โดยผู้ก่อตั้งอย่าง Johnny Lee มองว่าตอนนี้ สถานีสลับแบตเตอรี่อัจฉริยะ UOTTA™ และยานพาหนะที่รองรับการสลับแบตฯ ไม่ได้อยู่ในขั้นทดลองอีกต่อไป แต่เริ่ม ให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว
กลุ่มที่เริ่มนำไปใช้จริง เช่น
บริษัทให้บริการเช่าขับแท็กซี่
บริษัทขนส่งสินค้า
บริษัทขนส่งผู้โดยสารในรูปแบบต่าง ๆ
ทั้งหมดนี้ทำให้โมเดล “การสลับแบตเตอรี่แทนการชาร์จ” กลายเป็นบริการที่จับต้องได้ ใช้จริง สร้างรายได้จริง และช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร
สรุป: ถ้า EV ไทยจะก้าวกระโดด ภูเก็ตอาจเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่สุด
การเปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ ที่ภูเก็ตคือสัญญาณชัดเจนว่า เกมของยานยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังเปลี่ยนไป
จากเดิมที่ผู้ใช้ต้องกังวลเรื่องเวลาชาร์จ ระยะทาง และโครงสร้างพื้นฐาน ตอนนี้แนวคิดการสลับแบตฯ กำลังเข้ามาเป็นอีกคำตอบหนึ่งที่จริงจังและมีศักยภาพในการขยายตัวทั้งในไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ถ้าแผนขยายสถานีในภูเก็ตและกรุงเทพฯ เดินหน้าไปตามโรดแมป มีโอกาสสูงที่เราจะได้เห็น เครือข่ายสถานีสลับแบตฯ ที่กลายเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการเดินทางยุคใหม่ในไทย

