ดินแดงขยับเมือง เปลี่ยน ‘ขยะ’ ให้กลายเป็นโอกาส
พื้นที่เขตดินแดงกำลังถูกยกเครื่องครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องขยะ พื้นที่การค้า ฝุ่น PM2.5 และพื้นที่สีเขียว ทุกชิ้นส่วนถูกผูกโยงเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนเมืองได้ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและค่าธรรมเนียมจัดการขยะที่ถูกลงในอนาคต
หนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญคือการลงพื้นที่ติดตามนโยบายของกรุงเทพมหานครในเขตดินแดง และใช้พื้นที่จริงเป็นห้องทดลองสำหรับเมืองที่จัดการขยะอย่างเป็นระบบ
อาคาร เอ.เอ. แคปปิตอล โมเดลคัดแยกขยะที่ลดค่าใช้จ่ายจริง
อาคาร เอ.เอ. แคปปิตอล ซอยรัชดาภิเษก 3 ถูกใช้เป็นต้นแบบระบบคัดแยกขยะในสำนักงาน มีพนักงานกว่า 500 คนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ปี 2567 โดยออกแบบระบบแยกขยะครบทุกประเภทอย่างเป็นขั้นตอน
แนวทางการจัดการขยะภายในอาคาร แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก
1. ขยะอินทรีย์
วางถังรองรับเศษอาหารบริเวณศูนย์อาหาร
แม่บ้านรวบรวมส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงปลา ลดทั้งขยะและช่วยภาคการเกษตร
2. ขยะรีไซเคิล
วางถังขยะรีไซเคิลทุกชั้นของอาคาร
แม่บ้านนำไปพักที่จุดพักขยะ จากนั้นประสานบริษัท Waste Buy Delivery เข้ามารับซื้อเดือนละ 1 ครั้ง
มีป้ายรณรงค์คัดแยกขยะตามจุดต่าง ๆ ภายในอาคาร
สื่อสารผ่านแอปพลิเคชันและทีวีออนไลน์ของบริษัท
ตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินงานอย่างชัดเจน
3. ขยะทั่วไป
วางถังขยะทั่วไปทุกชั้น
แม่บ้านรวบรวมไปยังจุดพักขยะ ก่อนเขตเข้ามาจัดเก็บ
4. ขยะอันตราย
แยกถังรองรับเฉพาะขยะอันตราย
เมื่อมีปริมาณมาก จะประสานให้เขตเข้ามาจัดเก็บและกำจัดอย่างถูกวิธี
ตัวเลขชัด ๆ หลังแยกขยะจริงจัง
เมื่อเริ่มคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ปริมาณขยะก็เปลี่ยนไปแบบเห็นภาพได้ทันที
ขยะทั่วไป: จาก 200–300 กก./วัน เหลือ 100–200 กก./วัน หลังคัดแยก
ขยะรีไซเคิล: จาก 100 กก./เดือน เพิ่มเป็น 300–400 กก./เดือน
ขยะอินทรีย์: หลังคัดแยกอยู่ที่ 10–15 กก./วัน
ขยะอันตราย: หลังคัดแยกอยู่ที่ 3–5 กก./เดือน
การลงพื้นที่ยังมีการดูงานบริเวณศูนย์อาหารชั้น 4 เพื่อดูการจัดการเศษอาหารจริงหน้างาน พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดเก็บขยะทุกประเภทมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญคือขยะทั่วไปที่ยังแยกได้อีก หากแยกเพิ่มได้มากขึ้น ไม่ได้ดีแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังสัมพันธ์โดยตรงกับ ค่าธรรมเนียมจัดการมูลฝอยแบบใหม่ ที่กำลังจะมีผลเดือนตุลาคม 2568
แยกขยะวันนี้ จ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลงพรุ่งนี้
ระบบค่าธรรมเนียมจัดการมูลฝอยฉบับใหม่จะคิดตามปริมาณขยะที่จัดการได้จริง โดยแบ่งกลุ่มตามปริมาณขยะ
การลดขยะทั่วไปผ่านการคัดแยกที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้อาคารหรือครัวเรือนขยับจากกลุ่มค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า (กลุ่มที่ 3) ลงมาอยู่ในกลุ่มค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า (กลุ่มที่ 2)
พูดง่าย ๆ คือ แยกขยะดีเท่าไหร่ กระเป๋าสตางค์ก็ยิ่งสบายขึ้นเท่านั้น
เพื่อให้คนทั้งชุมชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน เขตดินแดงได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตามชุมชนต่าง ๆ เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ร่วมโครงการ
“บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม”
ลุยจัดการพื้นที่รกร้างและขยะลักลอบทิ้ง
อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกของเมืองคือ พื้นที่รกร้างที่กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะเถื่อน เขตดินแดงจึงเริ่มเก็บข้อมูลและลงพื้นที่จริงอย่างจริงจัง
จากการสำรวจพบจุดเสี่ยง 3 แห่งสำคัญ ได้แก่
ซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 4-11-3 (ซอยชานเมือง)
ซอยวิภาวดีรังสิต 2 แยก 4-4
ซอยจิ๊ปดำริห์ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย
มาตรการที่ดำเนินการแล้ว มีทั้ง
ส่งหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินให้ล้อมรั้วโดยรอบ
เก็บขยะออกจากพื้นที่ที่ถูกใช้เป็นจุดทิ้งขยะ
ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากปล่อยรกร้างโดยไม่ทำประโยชน์ จะถูกจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจต่อเนื่อง เพื่อสกัดการลักลอบนำวัสดุก่อสร้างหรือขยะชิ้นใหญ่มาทิ้ง
พื้นที่รกร้างจึงไม่ได้เป็นมุมมืดของเมืองอีกต่อไป แต่ถูกกดดันให้กลับมามีบทบาทหรือรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว
คุมเข้มฝุ่น PM2.5 จากต้นตอจริง
ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้มองไม่เห็นแล้วจบ เขตดินแดงวางแผนตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่
สถานประกอบการที่เข้าแผนตรวจอย่างสม่ำเสมอ เช่น
โรงงานที่ใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) 3 แห่ง
อู่พ่นสีรถยนต์ 8 แห่ง
สถานที่ก่อสร้าง 5 แห่ง
ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ตรวจจริง ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องฝุ่น PM2.5 กับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อควบคุมไม่ให้มีการปล่อยฝุ่นหรือมลพิษเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
เป้าหมายคือ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนเมืองอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
จัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย – จากแผงลอยกระจัดกระจายสู่ระบบ Hawker Center
เขตดินแดงถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีทั้งแผงค้าและตลาดนัดกระจายตัวหนาแน่น การจัดระเบียบจึงต้องทำแบบ ไม่ฆ่าปากท้อง แต่ทำให้เมืองเดินได้
ปัจจุบันในเขตมีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผันทั้งหมด 2 จุด รวมผู้ค้า 115 ราย ได้แก่
หน้าบริษัทไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก
ตั้งแต่หน้าตึก RS Tower ถึงหน้าห้าง Big C รัชดาภิเษก
รวมผู้ค้า 85 ราย
เวลา 06.00–10.00 น. ผู้ค้า 35 ราย
เวลา 16.00–21.00 น. ผู้ค้า 50 ราย
หน้าตลาดห้วยขวาง ถนนประชาสงเคราะห์
ตั้งแต่สามแยกห้วยขวาง ถึงคลองห้วยขวาง
รวมผู้ค้า 30 ราย
เวลา 07.00–17.00 น. ผู้ค้า 10 ราย
เวลา 17.00–04.00 น. ผู้ค้า 20 ราย
จุดทำการค้าที่ถูกยกเลิก
เพื่อให้การใช้พื้นที่ถนนและทางเท้าเป็นระเบียบมากขึ้น หลายจุดถูกทยอยยกเลิก
ปี 2567 ยกเลิก 2 จุด
ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ผู้ค้า 17 ราย (ยกเลิก 2 เมษายน 2567)
หน้า TVC แมนชั่น ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 4 ราย (ยกเลิก 31 พฤษภาคม 2567)
ปี 2568 ยกเลิกเพิ่มอีก 4 จุด
หน้าธนาคารกรุงไทย ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 48 ราย
หน้าตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 10 ราย
โค้งพร้อมพรรณ ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 10 ราย
โค้งหอนาฬิกาห้วยขวาง ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 3 ราย (ยกเลิก 20 มกราคม 2568)
จุดที่ดูเหมือนเป็นเพียงการ “ย้าย” แท้จริงแล้วกำลังถูกออกแบบใหม่ในรูปแบบที่เป็นระบบมากขึ้น
8 Hawker Center ใหม่ พื้นที่ค้าขายแบบมีระเบียบ
แทนที่จะปล่อยให้แผงลอยกระจายทั่วถนน เขตดินแดงนำแนวคิด Hawker Center มาใช้ ด้วยการเลือกใช้พื้นที่ว่างหรือตลาดนัดเอกชน ปรับให้กลายเป็นจุดค้าขายที่มีระบบ รองรับทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ
Hawker Center ในเขตดินแดง มีทั้งหมด 8 จุด
ตลาดสดห้วยขวาง ชั้น 2
พื้นที่ 512 ตารางวา
รองรับผู้ค้าได้ประมาณ 300 ราย
หน้าห้างเอสพลานาด
พื้นที่ 54 ตารางวา
รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย
หน้าโครงการพร้อมรัชดา
พื้นที่ 86 ตารางวา
รองรับผู้ค้าได้ 300 ราย
ด้านหลังมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
พื้นที่ 16 ตารางวา
รองรับผู้ค้าได้ 10 ราย
หน้าห้าง The Street รัชดา
พื้นที่ 90 ตารางวา
รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย
ตลาดนัดจ๊อดแฟร์ รัชดา
รองรับผู้ค้าได้ 200 ราย
เดอะพร้อมดินแดง ซอยประชาสงเคราะห์ 14
รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย
ตลาดนัดดิวันรัชดา
รองรับผู้ค้าได้ถึง 500 ราย
การจัดทำ Hawker Center เน้นจุดที่
มีดีมานด์ของผู้ซื้อจริง
อยู่ใกล้พื้นที่ทำการค้าเดิม ไม่ตัดขาดฐานลูกค้าเก่า
คิดค่าเช่าตามอัตราที่เจ้าของพื้นที่กำหนด แต่แลกกับความเป็นระเบียบ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และภาพลักษณ์พื้นที่ที่ดูมืออาชีพกว่าเดิม
นี่คือจุดตัดกันของตลาดนัดมือสอง แผงค้า และเมืองที่จัดระเบียบได้ โดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเดินตลาด
สวน 15 นาที: พื้นที่สีเขียวที่เดินถึงได้
นอกจากเรื่องขยะและการค้า อีกหนึ่งสิ่งที่ดินแดงกำลังเร่งคือ “สวน 15 นาที” หรือสวนสาธารณะที่ประชาชนสามารถเดินถึงภายในเวลาราว 15 นาทีจากบ้าน
ปัจจุบันในเขตดินแดงมีสวน 15 นาทีแล้ว 9 แห่ง ได้แก่
สวนหย่อมดับเพลิงสุทธิสาร
พื้นที่ 1,200 ตร.ม.
สวนหย่อมริมคลองห้วยขวาง
พื้นที่ 380 ตร.ม.
สวนหย่อมริมคลองสามเสน
พื้นที่ 200 ตร.ม.
สวนการเคหะสร้างสุข
พื้นที่ 100 ตร.ม.
สวนหย่อมภายในสำนักงานเขต
พื้นที่ 100 ตร.ม.
สวนหย่อมในโรงเรียนวิชูทิศ
พื้นที่ 468 ตร.ม.
สวนหย่อมในโรงเรียนวิชากร
พื้นที่ 264 ตร.ม.
สวนอโศกร่มรื่น ริมถนนอโศก–ดินแดง
พื้นที่ 100 ตร.ม.
สวนสัญจรสุขใจ
พื้นที่ 371 ตร.ม.
เขตดินแดงยังเดินหน้าสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อให้ครบ 10 แห่ง ตามนโยบาย โดยเน้นออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับความต้องการของคนในชุมชนจริง ไม่ใช่แค่สร้างสวนให้มี “จำนวน” แต่ต้องมี คนใช้จริง
เมืองที่ดีขึ้นต้องใช้ทั้งนโยบาย ระบบ และคนลงมือทำ
การขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำงานแบบลอย ๆ แต่มีทีมในพื้นที่คอยประสานกัน ตั้งแต่ผู้บริหารเขต ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกัน ให้ข้อมูล และปรับการทำงานตามสิ่งที่เห็นหน้างานจริง
ดินแดงจึงไม่ได้เปลี่ยนแค่ป้ายหรือแผนงานบนกระดาษ แต่กำลังทดลอง โมเดลเมืองแบบใหม่ ที่ผสมระหว่าง
การคัดแยกขยะเพื่อลดค่าธรรมเนียม
การจัดระเบียบตลาดและแผงค้าแบบไม่ทิ้งคนตัวเล็ก
การควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดจริง
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เดินถึงได้ใน 15 นาที
หากโมเดลนี้เดินได้ดี ตลาดนัดมือสอง แผงลอย และชีวิตคนเมืองในดินแดง อาจกลายเป็นตัวอย่างให้หลายเขตนำไปต่อยอด และทำให้คำว่า “เมืองน่าอยู่” ไม่ใช่แค่สโลแกนบนป้าย แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ทุกวันในชีวิตจริงของคนพื้นที่.

