รับแอปรับแอป

ดินแดงรีเซ็ตเมือง: คัดแยกขยะ ลดค่าธรรมเนียม จัดระเบียบแผงค้า เพิ่มสวน 15 นาที กลางกรุง

วรัญญา แสงทอง01-30

ดินแดงขยับเมือง เปลี่ยน ‘ขยะ’ ให้กลายเป็นโอกาส

พื้นที่เขตดินแดงกำลังถูกยกเครื่องครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องขยะ พื้นที่การค้า ฝุ่น PM2.5 และพื้นที่สีเขียว ทุกชิ้นส่วนถูกผูกโยงเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนเมืองได้ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและค่าธรรมเนียมจัดการขยะที่ถูกลงในอนาคต

หนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญคือการลงพื้นที่ติดตามนโยบายของกรุงเทพมหานครในเขตดินแดง และใช้พื้นที่จริงเป็นห้องทดลองสำหรับเมืองที่จัดการขยะอย่างเป็นระบบ

อาคาร เอ.เอ. แคปปิตอล โมเดลคัดแยกขยะที่ลดค่าใช้จ่ายจริง

อาคาร เอ.เอ. แคปปิตอล ซอยรัชดาภิเษก 3 ถูกใช้เป็นต้นแบบระบบคัดแยกขยะในสำนักงาน มีพนักงานกว่า 500 คนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ปี 2567 โดยออกแบบระบบแยกขยะครบทุกประเภทอย่างเป็นขั้นตอน

แนวทางการจัดการขยะภายในอาคาร แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก

  • 1. ขยะอินทรีย์

    • วางถังรองรับเศษอาหารบริเวณศูนย์อาหาร

    • แม่บ้านรวบรวมส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงปลา ลดทั้งขยะและช่วยภาคการเกษตร

  • 2. ขยะรีไซเคิล

    • วางถังขยะรีไซเคิลทุกชั้นของอาคาร

    • แม่บ้านนำไปพักที่จุดพักขยะ จากนั้นประสานบริษัท Waste Buy Delivery เข้ามารับซื้อเดือนละ 1 ครั้ง

    • มีป้ายรณรงค์คัดแยกขยะตามจุดต่าง ๆ ภายในอาคาร

    • สื่อสารผ่านแอปพลิเคชันและทีวีออนไลน์ของบริษัท

    • ตั้งคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินงานอย่างชัดเจน

  • 3. ขยะทั่วไป

    • วางถังขยะทั่วไปทุกชั้น

    • แม่บ้านรวบรวมไปยังจุดพักขยะ ก่อนเขตเข้ามาจัดเก็บ

  • 4. ขยะอันตราย

    • แยกถังรองรับเฉพาะขยะอันตราย

    • เมื่อมีปริมาณมาก จะประสานให้เขตเข้ามาจัดเก็บและกำจัดอย่างถูกวิธี

ตัวเลขชัด ๆ หลังแยกขยะจริงจัง

เมื่อเริ่มคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ปริมาณขยะก็เปลี่ยนไปแบบเห็นภาพได้ทันที

  • ขยะทั่วไป: จาก 200–300 กก./วัน เหลือ 100–200 กก./วัน หลังคัดแยก

  • ขยะรีไซเคิล: จาก 100 กก./เดือน เพิ่มเป็น 300–400 กก./เดือน

  • ขยะอินทรีย์: หลังคัดแยกอยู่ที่ 10–15 กก./วัน

  • ขยะอันตราย: หลังคัดแยกอยู่ที่ 3–5 กก./เดือน

การลงพื้นที่ยังมีการดูงานบริเวณศูนย์อาหารชั้น 4 เพื่อดูการจัดการเศษอาหารจริงหน้างาน พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดเก็บขยะทุกประเภทมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญคือขยะทั่วไปที่ยังแยกได้อีก หากแยกเพิ่มได้มากขึ้น ไม่ได้ดีแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังสัมพันธ์โดยตรงกับ ค่าธรรมเนียมจัดการมูลฝอยแบบใหม่ ที่กำลังจะมีผลเดือนตุลาคม 2568

แยกขยะวันนี้ จ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลงพรุ่งนี้

ระบบค่าธรรมเนียมจัดการมูลฝอยฉบับใหม่จะคิดตามปริมาณขยะที่จัดการได้จริง โดยแบ่งกลุ่มตามปริมาณขยะ

การลดขยะทั่วไปผ่านการคัดแยกที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้อาคารหรือครัวเรือนขยับจากกลุ่มค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า (กลุ่มที่ 3) ลงมาอยู่ในกลุ่มค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า (กลุ่มที่ 2)

พูดง่าย ๆ คือ แยกขยะดีเท่าไหร่ กระเป๋าสตางค์ก็ยิ่งสบายขึ้นเท่านั้น

เพื่อให้คนทั้งชุมชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน เขตดินแดงได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่ตามชุมชนต่าง ๆ เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ร่วมโครงการ

“บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม”

ลุยจัดการพื้นที่รกร้างและขยะลักลอบทิ้ง

อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกของเมืองคือ พื้นที่รกร้างที่กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะเถื่อน เขตดินแดงจึงเริ่มเก็บข้อมูลและลงพื้นที่จริงอย่างจริงจัง

จากการสำรวจพบจุดเสี่ยง 3 แห่งสำคัญ ได้แก่

  • ซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 4-11-3 (ซอยชานเมือง)

  • ซอยวิภาวดีรังสิต 2 แยก 4-4

  • ซอยจิ๊ปดำริห์ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย

มาตรการที่ดำเนินการแล้ว มีทั้ง

  • ส่งหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินให้ล้อมรั้วโดยรอบ

  • เก็บขยะออกจากพื้นที่ที่ถูกใช้เป็นจุดทิ้งขยะ

  • ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากปล่อยรกร้างโดยไม่ทำประโยชน์ จะถูกจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

  • จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจต่อเนื่อง เพื่อสกัดการลักลอบนำวัสดุก่อสร้างหรือขยะชิ้นใหญ่มาทิ้ง

พื้นที่รกร้างจึงไม่ได้เป็นมุมมืดของเมืองอีกต่อไป แต่ถูกกดดันให้กลับมามีบทบาทหรือรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว

คุมเข้มฝุ่น PM2.5 จากต้นตอจริง

ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้มองไม่เห็นแล้วจบ เขตดินแดงวางแผนตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่นอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่

สถานประกอบการที่เข้าแผนตรวจอย่างสม่ำเสมอ เช่น

  • โรงงานที่ใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) 3 แห่ง

  • อู่พ่นสีรถยนต์ 8 แห่ง

  • สถานที่ก่อสร้าง 5 แห่ง

ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ตรวจจริง ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องฝุ่น PM2.5 กับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อควบคุมไม่ให้มีการปล่อยฝุ่นหรือมลพิษเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

เป้าหมายคือ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนเมืองอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

จัดระเบียบพื้นที่ค้าขาย – จากแผงลอยกระจัดกระจายสู่ระบบ Hawker Center

เขตดินแดงถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีทั้งแผงค้าและตลาดนัดกระจายตัวหนาแน่น การจัดระเบียบจึงต้องทำแบบ ไม่ฆ่าปากท้อง แต่ทำให้เมืองเดินได้

ปัจจุบันในเขตมีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผันทั้งหมด 2 จุด รวมผู้ค้า 115 ราย ได้แก่

  • หน้าบริษัทไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาภิเษก

    • ตั้งแต่หน้าตึก RS Tower ถึงหน้าห้าง Big C รัชดาภิเษก

    • รวมผู้ค้า 85 ราย

    • เวลา 06.00–10.00 น. ผู้ค้า 35 ราย

    • เวลา 16.00–21.00 น. ผู้ค้า 50 ราย

  • หน้าตลาดห้วยขวาง ถนนประชาสงเคราะห์

    • ตั้งแต่สามแยกห้วยขวาง ถึงคลองห้วยขวาง

    • รวมผู้ค้า 30 ราย

    • เวลา 07.00–17.00 น. ผู้ค้า 10 ราย

    • เวลา 17.00–04.00 น. ผู้ค้า 20 ราย

จุดทำการค้าที่ถูกยกเลิก

เพื่อให้การใช้พื้นที่ถนนและทางเท้าเป็นระเบียบมากขึ้น หลายจุดถูกทยอยยกเลิก

ปี 2567 ยกเลิก 2 จุด

  • ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ผู้ค้า 17 ราย (ยกเลิก 2 เมษายน 2567)

  • หน้า TVC แมนชั่น ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 4 ราย (ยกเลิก 31 พฤษภาคม 2567)

ปี 2568 ยกเลิกเพิ่มอีก 4 จุด

  • หน้าธนาคารกรุงไทย ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 48 ราย

  • หน้าตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 10 ราย

  • โค้งพร้อมพรรณ ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 10 ราย

  • โค้งหอนาฬิกาห้วยขวาง ถนนประชาสงเคราะห์ ผู้ค้า 3 ราย (ยกเลิก 20 มกราคม 2568)

จุดที่ดูเหมือนเป็นเพียงการ “ย้าย” แท้จริงแล้วกำลังถูกออกแบบใหม่ในรูปแบบที่เป็นระบบมากขึ้น

8 Hawker Center ใหม่ พื้นที่ค้าขายแบบมีระเบียบ

แทนที่จะปล่อยให้แผงลอยกระจายทั่วถนน เขตดินแดงนำแนวคิด Hawker Center มาใช้ ด้วยการเลือกใช้พื้นที่ว่างหรือตลาดนัดเอกชน ปรับให้กลายเป็นจุดค้าขายที่มีระบบ รองรับทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ

Hawker Center ในเขตดินแดง มีทั้งหมด 8 จุด

  • ตลาดสดห้วยขวาง ชั้น 2

    • พื้นที่ 512 ตารางวา

    • รองรับผู้ค้าได้ประมาณ 300 ราย

  • หน้าห้างเอสพลานาด

    • พื้นที่ 54 ตารางวา

    • รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย

  • หน้าโครงการพร้อมรัชดา

    • พื้นที่ 86 ตารางวา

    • รองรับผู้ค้าได้ 300 ราย

  • ด้านหลังมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    • พื้นที่ 16 ตารางวา

    • รองรับผู้ค้าได้ 10 ราย

  • หน้าห้าง The Street รัชดา

    • พื้นที่ 90 ตารางวา

    • รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย

  • ตลาดนัดจ๊อดแฟร์ รัชดา

    • รองรับผู้ค้าได้ 200 ราย

  • เดอะพร้อมดินแดง ซอยประชาสงเคราะห์ 14

    • รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย

  • ตลาดนัดดิวันรัชดา

    • รองรับผู้ค้าได้ถึง 500 ราย

การจัดทำ Hawker Center เน้นจุดที่

  • มีดีมานด์ของผู้ซื้อจริง

  • อยู่ใกล้พื้นที่ทำการค้าเดิม ไม่ตัดขาดฐานลูกค้าเก่า

  • คิดค่าเช่าตามอัตราที่เจ้าของพื้นที่กำหนด แต่แลกกับความเป็นระเบียบ สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และภาพลักษณ์พื้นที่ที่ดูมืออาชีพกว่าเดิม

นี่คือจุดตัดกันของตลาดนัดมือสอง แผงค้า และเมืองที่จัดระเบียบได้ โดยไม่ทำลายเสน่ห์ของการเดินตลาด

สวน 15 นาที: พื้นที่สีเขียวที่เดินถึงได้

นอกจากเรื่องขยะและการค้า อีกหนึ่งสิ่งที่ดินแดงกำลังเร่งคือ “สวน 15 นาที” หรือสวนสาธารณะที่ประชาชนสามารถเดินถึงภายในเวลาราว 15 นาทีจากบ้าน

ปัจจุบันในเขตดินแดงมีสวน 15 นาทีแล้ว 9 แห่ง ได้แก่

  • สวนหย่อมดับเพลิงสุทธิสาร

    • พื้นที่ 1,200 ตร.ม.

  • สวนหย่อมริมคลองห้วยขวาง

    • พื้นที่ 380 ตร.ม.

  • สวนหย่อมริมคลองสามเสน

    • พื้นที่ 200 ตร.ม.

  • สวนการเคหะสร้างสุข

    • พื้นที่ 100 ตร.ม.

  • สวนหย่อมภายในสำนักงานเขต

    • พื้นที่ 100 ตร.ม.

  • สวนหย่อมในโรงเรียนวิชูทิศ

    • พื้นที่ 468 ตร.ม.

  • สวนหย่อมในโรงเรียนวิชากร

    • พื้นที่ 264 ตร.ม.

  • สวนอโศกร่มรื่น ริมถนนอโศก–ดินแดง

    • พื้นที่ 100 ตร.ม.

  • สวนสัญจรสุขใจ

    • พื้นที่ 371 ตร.ม.

เขตดินแดงยังเดินหน้าสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อให้ครบ 10 แห่ง ตามนโยบาย โดยเน้นออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับความต้องการของคนในชุมชนจริง ไม่ใช่แค่สร้างสวนให้มี “จำนวน” แต่ต้องมี คนใช้จริง

เมืองที่ดีขึ้นต้องใช้ทั้งนโยบาย ระบบ และคนลงมือทำ

การขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำงานแบบลอย ๆ แต่มีทีมในพื้นที่คอยประสานกัน ตั้งแต่ผู้บริหารเขต ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ร่วมกัน ให้ข้อมูล และปรับการทำงานตามสิ่งที่เห็นหน้างานจริง

ดินแดงจึงไม่ได้เปลี่ยนแค่ป้ายหรือแผนงานบนกระดาษ แต่กำลังทดลอง โมเดลเมืองแบบใหม่ ที่ผสมระหว่าง

  • การคัดแยกขยะเพื่อลดค่าธรรมเนียม

  • การจัดระเบียบตลาดและแผงค้าแบบไม่ทิ้งคนตัวเล็ก

  • การควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดจริง

  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เดินถึงได้ใน 15 นาที

หากโมเดลนี้เดินได้ดี ตลาดนัดมือสอง แผงลอย และชีวิตคนเมืองในดินแดง อาจกลายเป็นตัวอย่างให้หลายเขตนำไปต่อยอด และทำให้คำว่า “เมืองน่าอยู่” ไม่ใช่แค่สโลแกนบนป้าย แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ทุกวันในชีวิตจริงของคนพื้นที่.