รับแอปรับแอป

เสื้อผ้ามือสองที่ไม่ธรรมดา: UNIQLO Clothing Corner โมเดลใหม่เปลี่ยนการบริจาคเป็นการเลือกชีวิต

กรกนก พันธุ์ดี01-29

เสื้อผ้ามือสองที่ “เลือกได้” ไม่ใช่แค่ของเหลือใช้

ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จับมือกับกรุงเทพมหานคร ยกระดับการส่งต่อเสื้อผ้ามือสองจากรูปแบบการ “บริจาคแล้วจบ” ไปสู่โมเดลใหม่ที่ให้เกียรติผู้รับมากขึ้น ผ่านโครงการ UNIQLO Clothing Corner หรือ “มุมแบ่งปันเสื้อผ้า” แห่งแรก ณ BKK Food Bank สำนักงานเขตสวนหลวง

ที่นี่ไม่ใช่คลังของบริจาคธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้กลุ่มเปราะบางในชุมชนสามารถ “เลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีด้วยตัวเอง” เสมือนเข้าไปช้อปปิ้ง เพียงแค่เปลี่ยนจากการใช้เงิน เป็นการใช้สิทธิ์จากการคัดกรองตามเงื่อนไขของโครงการ

RE.UNIQLO: จากลอตใหญ่ถึงมือชุมชน

โครงการ RE.UNIQLO ดำเนินในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี และได้ส่งต่อเสื้อผ้าไปแล้วกว่า 288,000 ชิ้น แต่ครั้งนี้เป็นการพลิกวิธีคิดจากการส่งมอบครั้งใหญ่ให้มูลนิธิหรือองค์กรกลาง มาเป็นการสร้าง “จุดกระจายเสื้อผ้า” ที่อยู่ใกล้ชุมชนมากขึ้น

หัวใจสำคัญคือการใช้โครงข่าย BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอยู่ในทั้ง 50 เขต เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการกระจายเสื้อผ้ามือสองอย่างต่อเนื่อง เข้าถึงคนที่ต้องการได้จริง ไม่ใช่แค่กระจายแบบหว่านแล้วหายไป

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้ให้เห็นมุมที่น่าสนใจว่า การสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่างยูนิโคล่ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเสื้อผ้าในฐานะของใช้จำเป็น แต่ยังช่วยด้าน ศักดิ์ศรีและความมั่นใจของผู้รับ เพราะเสื้อผ้าที่เข้าถึงได้คือของดี มีคุณภาพ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในภาพรวม

ไม่ใช่แค่ CSR แต่คือการสร้าง Ecosystem ในชุมชน

กลยุทธ์ครั้งนี้ของยูนิโคล่ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ “ผู้ให้” แต่ตั้งใจออกแบบ Ecosystem ของการแบ่งปัน ที่ผูกโยงร้านค้า ชุมชน และคนท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

ศูนย์กลางสำคัญของโมเดลนี้คือ ร้านยูนิโคล่ โรดไซด์ พัฒนาการ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่โครงการ และถูกวางบทบาทให้เป็นฮับของกิจกรรม Neighbors Helping Neighbors หรือ “เพื่อนบ้านช่วยเพื่อนบ้าน” ในแบบเป็นรูปธรรม

ร้านนี้ทำหน้าที่เป็นจุดรับเสื้อผ้าที่คนในชุมชนร่วมกันบริจาค ไม่ว่าจะเป็น

  • นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง

  • คนทำงานและครอบครัวในละแวก

  • ประชาชนทั่วไปที่อยากส่งต่อเสื้อผ้าดีๆ ให้คนที่ต้องการ

จากนั้นเสื้อผ้าทั้งหมดจะถูกคัดสภาพ นำมาจัดวาง ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันซึ่งมีความจำเป็น เข้ามาเลือก ผ่าน UNIQLO Clothing Corner แทนการรับแบบเหมา ๆ เท่าที่มี

LifeWear ที่ไปไกลกว่าการแต่งตัว

ผู้บริหารของยูนิโคล่ (ประเทศไทย) สะท้อนว่า การร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างชัดเจนของปรัชญา LifeWear ที่ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าสวย ใส่สบายอย่างเดียว แต่คือการออกแบบเสื้อผ้าที่ มีบทบาทในชีวิตคนจริง ๆ รวมถึงชีวิตของคนที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบางด้วย

พร้อมกันนั้นยังเป็นการตอกย้ำเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาวของแบรนด์ โดยมองว่าโมเดลของ UNIQLO Clothing Corner ยังอยู่แค่ “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น และมีแผนจะขยายให้ครอบคลุม ครบทั้ง 50 สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ เพื่อให้โครงข่ายการแบ่งปันนี้เดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง

ร้านค้าที่เป็นมากกว่าที่ขายของ

เมื่อมองลึกลงไป การขยับตัวของยูนิโคล่ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่คือการวาง กลยุทธ์สร้างความผูกพันกับชุมชนในระยะยาว

ยูนิโคล่กำลังทดลองบทบาทใหม่ของ “ร้านค้า” ให้กลายเป็นมากกว่าแค่จุดขายสินค้าทั่วไป แต่เป็น

  • ฮับของการให้และการรับ ระหว่างคนในพื้นที่

  • พื้นที่ที่คนสามารถนำของที่ยังดีมาส่งต่อ

  • จุดที่คนที่กำลังลำบากเข้ามาเติมเต็มความจำเป็นของตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ผลที่ตามมาคือแบรนด์ไม่ได้อยู่แค่ในห้างหรือบนป้ายโฆษณา แต่เข้าไปฝังรากอยู่ในชีวิตจริงของผู้คน ผ่านการสร้างคุณค่าในระดับชุมชนอย่างแท้จริง

เสื้อผ้ามือสองชิ้นหนึ่งจึงไม่ได้เป็นแค่ของใช้ต่อ แต่กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ให้ ผู้รับ ร้านค้า และเมืองทั้งเมืองในเวลาเดียวกัน