ทำไมคนขายของมือสองต้องมี “ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า”?
ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านขายของมือสอง ทั้งแบบหน้าร้านหรือขายออนไลน์ แล้วในหัวมีคำถามว่า
ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าคืออะไร?
จำเป็นต้องมีจริงไหม?
สมัครยุ่งยากหรือเปล่า?
คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าคุณจะทำธุรกิจเกี่ยวกับของมือสองอย่างจริงจัง คุณจำเป็นต้องมีใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า และขั้นตอนมีหลายอย่างพอสมควร ถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้าอาจทำให้เปิดร้านช้ากว่าที่วางแผนไว้
บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้น ตั้งแต่ความหมายของใบอนุญาต สิ่งที่ต้องเตรียม ไปจนถึงวิธีสมัครและเทคนิคก่อนยื่นที่สถานีตำรวจแบบอ่านจบแล้วลงมือทำตามได้เลย
ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าคืออะไร?
ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายสินค้ามือสอง คือหลักฐานว่า ธุรกิจของคุณได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัด ให้สามารถ รับซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง ได้อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติธุรกิจสินค้ามือสอง
ระบบนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยตรวจสอบและควบคุมการซื้อขายทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับของโจร หรือของที่ได้มาโดยไม่ชอบ หากได้รับอนุญาตแล้ว คุณจะได้รับสมุดใบอนุญาตลักษณะคล้ายสมุดบันทึกที่ใช้เป็นหลักฐานในการประกอบธุรกิจ
สำหรับ ป้ายใบอนุญาตที่ต้องแสดงในร้าน แนะนำให้จัดทำให้ชัดเจน อ่านง่าย จะทำเองหรือให้บริษัทมืออาชีพช่วยออกแบบก็ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าและเจ้าหน้าที่จะเห็นโดยตรง
ตามมาตรา 2 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสินค้ามือสอง สินค้ามือสองหมายรวมถึง
สิ่งของที่เคยใช้งานแล้วแม้เพียงครั้งเดียว (รวมถึงงานศิลปะตกแต่ง บัตรกำนัล ตั๋วรถไฟ แสตมป์ และใบรับรองลักษณะคล้ายกันตามที่กำหนดโดยคำสั่งคณะรัฐมนตรี) เครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เรือ เครื่องบิน เครื่องมือกล และสินค้าอื่นที่ใกล้เคียง หรือแม้กระทั่งของใหม่ที่ถูกโอนเพื่อใช้หรือผ่านการบำรุงรักษาบางอย่าง
แม้ของบางชิ้นจะยังไม่ได้ใช้งานจริง แต่หากถูกโอนให้ผู้บริโภคทั่วไปเพื่อใช้ชั่วคราว ก็อาจถูกมองว่าเป็นสินค้ามือสองในมุมกฎหมาย
ก่อนสมัคร ต้องเข้าใจก่อนว่า “ธุรกิจของคุณต้องใช้ใบอนุญาตไหม?”
มีสองประเด็นสำคัญที่ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อน
ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ รูปแบบธุรกรรม ที่คุณทำ
ประเภทใบอนุญาตที่ต้องขอจะต่างกัน หากคุณเป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล (บริษัท)
ธุรกรรมแบบไหนที่ต้องใช้ใบอนุญาต?
การจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขึ้นอยู่กับ “คุณทำธุรกรรมแบบไหน” ลองเช็กจากตัวอย่างต่อไปนี้ ถ้าคุณทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ต้องมีใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า
รับซื้อและขายของเก่า
รับของเก่าแล้วนำไปแลกเปลี่ยนเป็นของอย่างอื่น
รับซื้อของเก่า นำไปซ่อม แล้วขายต่อ
ซื้อของมือสองแล้วปล่อยเช่า
รับซื้อของเก่า แล้วนำชิ้นส่วนที่ใช้ได้มาขายเป็นอะไหล่
รับซื้อสินค้ามือสองในประเทศ เพื่อนำไปขายแบบส่งออก
รับฝากขายสินค้ามือสอง แล้วรับค่าคอมมิชชันจากการขาย โดยไม่ซื้อขาด
สำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจแบบหน้าร้านหรือออนไลน์ กฎนี้ใช้เหมือนกันทั้งหมด
ในทางกลับกัน ธุรกรรมต่อไปนี้โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต
ขายสินค้าที่คุณเป็นผู้ใช้เอง (ของส่วนตัว)
ซื้อสินค้าใหม่แล้วนำมาขายต่อ
ขายของที่ได้รับมาฟรี
ขายของที่ซื้อจากต่างประเทศ
ซื้อคืนของที่คุณเคยขายให้ผู้อื่น
ลงขายของตัวเองบนเว็บไซต์ประมูล
ขายของที่คุณเก็บรักษาไว้ให้ผู้อื่น แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการกู้คืน
ให้ลองเทียบดูว่า รูปแบบที่คุณจะทำ เข้าข่ายแบบไหนก่อนตัดสินใจเริ่มขั้นตอนสมัคร
บุคคลธรรมดา vs บริษัท: ขอใบอนุญาตต่างกันอย่างไร?
อีกจุดที่หลายคนพลาดคือเรื่อง “ชื่อผู้ได้รับอนุญาต”
ถ้าคุณเป็น บุคคลธรรมดา ต้องขอใบอนุญาตใน ชื่อตัวเอง
ถ้าเป็น บริษัท/นิติบุคคล ต้องขอใน ชื่อนิติบุคคล เท่านั้น
แม้กรรมการหรือพนักงานในบริษัทจะมีใบอนุญาตส่วนตัวอยู่แล้ว ก็ ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตนั้นมาทำธุรกิจในนามบริษัท ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าธุรกิจสินค้ามือสองของบริษัท ต้องใช้ใบอนุญาตที่ออกให้กับนิติบุคคลโดยเฉพาะ
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นขอใบอนุญาต
ก่อนเดินไปสถานีตำรวจพร้อมแฟ้มเอกสาร คุณควรจัดการ 4 เรื่องนี้ให้เรียบร้อย
เตรียมเอกสารและวางแผนล่วงหน้าก่อนเริ่มธุรกิจอย่างน้อย 2 เดือน
เลือกประเภทสินค้าที่จะจัดการให้ชัดเจน
เช็กว่าสถานีตำรวจไหนเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ของคุณ
ตรวจสอบว่าสถานที่ตั้งเหมาะและได้รับอนุญาตให้เปิดร้านหรือไม่
1. เตรียมเอกสารและแผนเวลาอย่างน้อย 2 เดือนล่วงหน้า
ผู้ที่จะขอเป็นตัวแทนจำหน่ายของเก่า ต้องยื่นเอกสารคำขอพร้อมเอกสารแนบทุกรายการให้ครบ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถดำเนินการได้เลย
ระยะเวลาดำเนินการหลังยื่นคือประมาณ 40 วันทำการ (ไม่นับเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ถ้าเอกสารเตรียมไม่พร้อม ยื่นล่าช้า หรือถูกตีกลับแก้ไข เวลารวมอาจยืดไปเกิน 3 เดือนง่าย ๆ
ดังนั้นจึงควร เริ่มเตรียมเอกสารอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันเริ่มธุรกิจที่ตั้งใจไว้ เพื่อเลี่ยงปัญหาต้องเลื่อนวันเปิดร้านออกไปโดยไม่จำเป็น
2. ตัดสินใจให้ชัดว่าจะจัดการ “ของประเภทไหน”
ก่อนยื่นใบสมัคร คุณต้องเลือกก่อนว่า จะจัดการ ของเก่าประเภทใด เพราะกฎหมายแบ่งหมวดหมู่ของเก่าออกเป็น 13 ประเภทหลัก ดังนี้
วัตถุศิลปะ
เสื้อผ้า
นาฬิกา / เครื่องประดับ
รถยนต์
รถจักรยานยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก
จักรยาน
อุปกรณ์ถ่ายภาพ
อุปกรณ์สำนักงาน
เครื่องมือกล
เครื่องมือ
ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและยาง
หนังสือ
บัตรกำนัลเงินสด
ขั้นตอนคือ
เลือก 1 หมวดเป็นหมวดหลัก ที่ตรงกับธุรกิจจริงของคุณมากที่สุด เช่น ร้านเน้นขายหนังสือมือสองก็เลือกหมวด “หนังสือ”
จากนั้นเลือกหมวดอื่นที่ต้องการจัดการเพิ่มเติมได้ตามจริง
ข่าวดีคือ ไม่ว่าคุณจะเลือกหมวดเพิ่มกี่รายการ ค่าธรรมเนียมก็ ไม่เพิ่ม แม้จะเลือกครบทั้ง 13 หมวดก็ยังจ่ายเท่าเดิม
3. เช็กสถานีตำรวจที่ต้องไปยื่นคำขอ
คุณต้องยื่นคำขอที่ “แผนกป้องกันอาชญากรรม กองความปลอดภัยในชีวิต” ของสถานีตำรวจ ที่มีเขตอำนาจครอบคลุมที่ตั้งสำนักงานธุรกิจของคุณ
ถ้าคุณมีหลายสาขาในจังหวัดเดียวกัน สามารถเลือกยื่นที่สถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ใดที่หนึ่งได้
หลังได้รับอนุญาตแล้ว สถานีตำรวจที่คุณยื่นสมัครจะกลายเป็น จุดติดต่อหลัก เวลามีเรื่องแจ้งเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
เพื่อความสะดวกในระยะยาว แนะนำให้เลือกสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ สำนักงานใหญ่หรือสำนักงานหลัก มากที่สุด นอกจากนี้ อย่าลืมว่า ทุกจังหวัดที่มีสำนักงานธุรกิจ ต้องขอใบอนุญาตในจังหวัดนั้นด้วย
ถ้าคุณจะขยายสำนักงานไปเปิดในจังหวัดใหม่ ต้องทำเรื่องยื่นขออนุญาต แยกต่างหากในแต่ละจังหวัด
4. ตรวจสอบสถานที่ตั้ง ว่าเปิดร้านได้จริงหรือไม่
ก่อนเช่าพื้นที่หรือใช้บ้าน/อาคารใด ๆ ทำสำนักงานหรือหน้าร้าน ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่า สถานที่นั้นอนุญาตให้ใช้ทำธุรกิจค้าของเก่าหรือไม่
ถ้าเป็นทรัพย์สินให้เช่า ให้ดูจาก
ข้อกำหนดในสัญญาเช่า ว่าอนุญาตให้ใช้เพื่อการพาณิชย์หรือไม่
ถ้าชื่อผู้เช่าคนละคนกับชื่อผู้สมัคร หรือทรัพย์สินระบุว่าใช้เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น ต้องมี หนังสือยินยอมจากเจ้าของห้องหรือบริษัทบริหารอาคาร
หากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ คุณจำเป็นต้องมองหาสถานที่อื่นแทน
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า
มาดูขั้นตอนจริงแบบลำดับทีละข้อ
ปรึกษากับสถานีตำรวจล่วงหน้า
เตรียมเอกสารที่จำเป็น
ขึ้นแบบและกรอกฟอร์มใบสมัคร
ถ่ายสำเนาเอกสารให้ครบ
เดินทางไปยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ
ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาสถานีตำรวจล่วงหน้า
แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับว่าต้องไปปรึกษาก่อน แต่ในทางปฏิบัติ ควรติดต่อไปพูดคุยล่วงหน้า เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น
สร้างความประทับใจที่ดีแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ได้ตรวจเช็กว่าเอกสารที่คุณเตรียมครบถ้วนหรือยัง
ทำให้คุณรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ เวลายื่นจริงจะลดความกังวลลง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการกรอกเอกสาร รายการสินค้าที่ควรเลือก หรือเงื่อนไขอื่น ๆ นี่คือจังหวะที่ดีในการถามให้เคลียร์
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารที่จำเป็น
ก่อนจะลงมือกรอกแบบฟอร์มคำขอ คุณควรเตรียม เอกสารแนบทั้งหมดให้พร้อมก่อน เพราะมีหลายส่วนของแบบฟอร์มที่ต้อง คัดลอกข้อมูลจากเอกสารแนบลงไปแบบตรงตัว
รายการเอกสารสำคัญ เช่น
ทะเบียนบ้านหรือเอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่ (ที่อยู่จดทะเบียน)
บัตรประจำตัวประชาชน
ประวัติย่อ (เรซูเม่)
แบบฟอร์มคำสาบาน
ถ้าเป็น นิติบุคคล/บริษัท ต้องมีเอกสารของกรรมการทุกคนเพิ่มเติมด้วย และยังต้องใช้เอกสารสำคัญของบริษัท เช่น
ข้อบังคับบริษัทฉบับรับรอง
สำเนาใบรับรองจดทะเบียน (ระบุประวัติรายการจดทะเบียนทั้งหมด)
ขั้นตอนที่ 3: จัดทำและกรอกแบบฟอร์มใบสมัคร
แบบฟอร์มคำขอใบอนุญาตสามารถรับได้จาก
สถานีตำรวจในพื้นที่
หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัด
ถ้าคุณตั้งใจจะดำเนินการเอง แนะนำให้ไปรับเอกสารและยื่นกับสถานีตำรวจท้องที่โดยตรง และหาก โทรนัดหมายล่วงหน้า มักจะสามารถพบเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านธุรกิจของเก่าโดยเฉพาะ เพื่อสอบถามรายละเอียดที่ต้องระวัง
ฟอร์มที่มักต้องเตรียม เช่น
แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 1 (ก)
แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 2
แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 3
แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 1 (ก) (สำหรับการสมัครในนามองค์กร)
เมื่อเตรียมแบบฟอร์มแล้ว ให้กรอกข้อมูลทั้งหมดให้ครบและตรงกับเอกสารแนบ
ขั้นตอนที่ 4: ถ่ายสำเนาเอกสาร
หลังจากกรอกแบบฟอร์มและจัดชุดเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำสำเนา
โดยทั่วไปมักต้องใช้
ต้นฉบับ 1 ชุด
สำเนา 1 ชุด สำหรับส่งให้คณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ
ในบางจังหวัดอาจไม่จำเป็นต้องแนบสำเนา ดังนั้นควรสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า อย่างไรก็ดี เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง แนะนำให้ ถ่ายสำเนาเก็บไว้อีก 1 ชุด สำหรับใช้ตรวจสอบภายหลัง
ขั้นตอนที่ 5: ยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ
ขั้นตอนสุดท้ายคือเดินทางไปยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ
ระยะเวลาพิจารณาใบอนุญาตโดยทั่วไปอยู่ที่ ประมาณ 40 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสาร
เอกสารแนบทั้งหมดต้องเป็นเอกสารที่ออกให้ ไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันยื่น
เพื่อลดความเสี่ยงเอกสารหมดอายุระหว่างการพิจารณา ควรนับเวลาและยื่นให้เร็วที่สุดหลังเตรียมเอกสารครบ
ก่อนยื่นที่โรงพัก ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
ก่อนวันจริงที่คุณจะเดินเข้าไปยื่นเอกสารที่สถานีตำรวจ ลองเช็ก 3 เรื่องนี้ให้เรียบร้อย
โทรนัดหมายก่อนยื่นเอกสาร
เตรียมคำถาม–คำตอบที่อาจถูกถาม
รวมของสำคัญที่ต้องใช้ในวันยื่นเอกสาร
โทรนัดหมายวันและเวลา
หากคุณไปแบบไม่ได้นัดล่วงหน้า มีโอกาสสูงที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะไม่อยู่ หรือไม่สามารถตรวจเอกสารให้คุณได้ทันที ทางที่ดีควร
โทรไปที่ “แผนกป้องกันอาชญากรรม กองความปลอดภัยในชีวิต” ของสถานีตำรวจที่คุณต้องไปยื่น
แจ้งความประสงค์ว่า จะขอยื่นใบสมัครตัวแทนจำหน่ายของเก่า และต้องการขอจองวัน–เวลา
โดยปกติจะรับยื่นเฉพาะ วันธรรมดาในช่วงกลางวัน เท่านั้น สถานีตำรวจจะช่วยจัดตารางเวลาที่เหมาะสมให้
เตรียมคำถามและคำตอบที่อาจเจอ
ระหว่างการยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่อาจถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น
คุณมีวิธีการจัดซื้อสินค้ามือสองอย่างไร?
สำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจมีลักษณะอย่างไร?
ถึงแม้จะไม่ใช่การสอบข้อเขียน แต่หากคุณ เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า จะทำให้การพูดคุยราบรื่น และดูมีความพร้อมในสายตาเจ้าหน้าที่
รวบรวมของที่ต้องใช้ในวันยื่นจริง
ถ้าลืมของสำคัญแม้เพียงชิ้นเดียว คุณอาจต้องเดินทางไปสถานีตำรวจอีกรอบ ดังนั้นควรเช็กลิสต์ให้ครบก่อนออกจากบ้าน
สิ่งที่ควรนำไปด้วย เช่น
แบบฟอร์มคำขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า (ต้นฉบับและสำเนา)
ค่าธรรมเนียมการสมัคร
บัตรประจำตัวประชาชน
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน)
ตราประทับ (HANKO)
ค่าธรรมเนียมพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 19,000 เยน และในบางจังหวัดอาจต้องซื้อ อากรแสตมป์หรือตราประทับค่าธรรมเนียมของจังหวัด เพิ่มเติม ขึ้นกับข้อกำหนดของคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัดนั้น ๆ
สรุป: อยากขายของมือสองแบบมืออาชีพ ต้องเริ่มจากการเตรียมตัวให้ดี
การขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าดูเหมือนจะยุ่งยาก มีทั้งเอกสาร รายการแนบ ขั้นตอนยื่นพิจารณา และเขตอำนาจของสถานีตำรวจที่ต้องเข้าใจ แต่ถ้าคุณ วางแผนล่วงหน้าและทำตามขั้นตอนทีละข้อ ทุกอย่างจะราบรื่นกว่าที่คิด
จำไว้ว่า
ระยะเวลาพิจารณาโดยเฉลี่ยประมาณ 40 วันทำการ
ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันเปิดร้านหรือเริ่มธุรกิจจริง
ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ธุรกรรมที่คุณจะทำต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่ และคุณอยู่ในฐานะบุคคลหรือนิติบุคคล
แทนที่จะรอให้ถึงนาทีสุดท้ายแล้วค่อยวิ่งเตรียมเอกสาร แบบนั้นเสี่ยงธุรกิจสะดุดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ทำเช็กลิสต์ให้ครบ วางแผนให้ดี แล้วขั้นตอนการสมัครใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าจะกลายเป็นแค่หนึ่งในภารกิจที่คุณจัดการได้อย่างสบาย ๆ ก่อนพาธุรกิจของมือสองของคุณไปต่อยอดให้เติบโตในระยะยาว

