รับแอปรับแอป

อยากเปิดร้านของมือสองให้ปัง ต้องรู้ทันใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า (คู่มืออ่านจบสมัครได้เลย)

ภาณุพงศ์ พรหมมา01-29

ทำไมคนขายของมือสองต้องมี “ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า”?

ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านขายของมือสอง ทั้งแบบหน้าร้านหรือขายออนไลน์ แล้วในหัวมีคำถามว่า

  • ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าคืออะไร?

  • จำเป็นต้องมีจริงไหม?

  • สมัครยุ่งยากหรือเปล่า?

คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าคุณจะทำธุรกิจเกี่ยวกับของมือสองอย่างจริงจัง คุณจำเป็นต้องมีใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า และขั้นตอนมีหลายอย่างพอสมควร ถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้าอาจทำให้เปิดร้านช้ากว่าที่วางแผนไว้

บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้น ตั้งแต่ความหมายของใบอนุญาต สิ่งที่ต้องเตรียม ไปจนถึงวิธีสมัครและเทคนิคก่อนยื่นที่สถานีตำรวจแบบอ่านจบแล้วลงมือทำตามได้เลย

ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าคืออะไร?

ใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายสินค้ามือสอง คือหลักฐานว่า ธุรกิจของคุณได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัด ให้สามารถ รับซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง ได้อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติธุรกิจสินค้ามือสอง

ระบบนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยตรวจสอบและควบคุมการซื้อขายทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับของโจร หรือของที่ได้มาโดยไม่ชอบ หากได้รับอนุญาตแล้ว คุณจะได้รับสมุดใบอนุญาตลักษณะคล้ายสมุดบันทึกที่ใช้เป็นหลักฐานในการประกอบธุรกิจ

สำหรับ ป้ายใบอนุญาตที่ต้องแสดงในร้าน แนะนำให้จัดทำให้ชัดเจน อ่านง่าย จะทำเองหรือให้บริษัทมืออาชีพช่วยออกแบบก็ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าและเจ้าหน้าที่จะเห็นโดยตรง

ตามมาตรา 2 ของพระราชบัญญัติธุรกิจสินค้ามือสอง สินค้ามือสองหมายรวมถึง

สิ่งของที่เคยใช้งานแล้วแม้เพียงครั้งเดียว (รวมถึงงานศิลปะตกแต่ง บัตรกำนัล ตั๋วรถไฟ แสตมป์ และใบรับรองลักษณะคล้ายกันตามที่กำหนดโดยคำสั่งคณะรัฐมนตรี) เครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เรือ เครื่องบิน เครื่องมือกล และสินค้าอื่นที่ใกล้เคียง หรือแม้กระทั่งของใหม่ที่ถูกโอนเพื่อใช้หรือผ่านการบำรุงรักษาบางอย่าง

แม้ของบางชิ้นจะยังไม่ได้ใช้งานจริง แต่หากถูกโอนให้ผู้บริโภคทั่วไปเพื่อใช้ชั่วคราว ก็อาจถูกมองว่าเป็นสินค้ามือสองในมุมกฎหมาย

ก่อนสมัคร ต้องเข้าใจก่อนว่า “ธุรกิจของคุณต้องใช้ใบอนุญาตไหม?”

มีสองประเด็นสำคัญที่ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อน

  • ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ รูปแบบธุรกรรม ที่คุณทำ

  • ประเภทใบอนุญาตที่ต้องขอจะต่างกัน หากคุณเป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล (บริษัท)

ธุรกรรมแบบไหนที่ต้องใช้ใบอนุญาต?

การจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขึ้นอยู่กับ “คุณทำธุรกรรมแบบไหน” ลองเช็กจากตัวอย่างต่อไปนี้ ถ้าคุณทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ต้องมีใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า

  • รับซื้อและขายของเก่า

  • รับของเก่าแล้วนำไปแลกเปลี่ยนเป็นของอย่างอื่น

  • รับซื้อของเก่า นำไปซ่อม แล้วขายต่อ

  • ซื้อของมือสองแล้วปล่อยเช่า

  • รับซื้อของเก่า แล้วนำชิ้นส่วนที่ใช้ได้มาขายเป็นอะไหล่

  • รับซื้อสินค้ามือสองในประเทศ เพื่อนำไปขายแบบส่งออก

  • รับฝากขายสินค้ามือสอง แล้วรับค่าคอมมิชชันจากการขาย โดยไม่ซื้อขาด

สำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจแบบหน้าร้านหรือออนไลน์ กฎนี้ใช้เหมือนกันทั้งหมด

ในทางกลับกัน ธุรกรรมต่อไปนี้โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต

  • ขายสินค้าที่คุณเป็นผู้ใช้เอง (ของส่วนตัว)

  • ซื้อสินค้าใหม่แล้วนำมาขายต่อ

  • ขายของที่ได้รับมาฟรี

  • ขายของที่ซื้อจากต่างประเทศ

  • ซื้อคืนของที่คุณเคยขายให้ผู้อื่น

  • ลงขายของตัวเองบนเว็บไซต์ประมูล

  • ขายของที่คุณเก็บรักษาไว้ให้ผู้อื่น แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการกู้คืน

ให้ลองเทียบดูว่า รูปแบบที่คุณจะทำ เข้าข่ายแบบไหนก่อนตัดสินใจเริ่มขั้นตอนสมัคร

บุคคลธรรมดา vs บริษัท: ขอใบอนุญาตต่างกันอย่างไร?

อีกจุดที่หลายคนพลาดคือเรื่อง “ชื่อผู้ได้รับอนุญาต”

  • ถ้าคุณเป็น บุคคลธรรมดา ต้องขอใบอนุญาตใน ชื่อตัวเอง

  • ถ้าเป็น บริษัท/นิติบุคคล ต้องขอใน ชื่อนิติบุคคล เท่านั้น

แม้กรรมการหรือพนักงานในบริษัทจะมีใบอนุญาตส่วนตัวอยู่แล้ว ก็ ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตนั้นมาทำธุรกิจในนามบริษัท ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าธุรกิจสินค้ามือสองของบริษัท ต้องใช้ใบอนุญาตที่ออกให้กับนิติบุคคลโดยเฉพาะ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นขอใบอนุญาต

ก่อนเดินไปสถานีตำรวจพร้อมแฟ้มเอกสาร คุณควรจัดการ 4 เรื่องนี้ให้เรียบร้อย

  • เตรียมเอกสารและวางแผนล่วงหน้าก่อนเริ่มธุรกิจอย่างน้อย 2 เดือน

  • เลือกประเภทสินค้าที่จะจัดการให้ชัดเจน

  • เช็กว่าสถานีตำรวจไหนเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ของคุณ

  • ตรวจสอบว่าสถานที่ตั้งเหมาะและได้รับอนุญาตให้เปิดร้านหรือไม่

1. เตรียมเอกสารและแผนเวลาอย่างน้อย 2 เดือนล่วงหน้า

ผู้ที่จะขอเป็นตัวแทนจำหน่ายของเก่า ต้องยื่นเอกสารคำขอพร้อมเอกสารแนบทุกรายการให้ครบ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถดำเนินการได้เลย

ระยะเวลาดำเนินการหลังยื่นคือประมาณ 40 วันทำการ (ไม่นับเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ถ้าเอกสารเตรียมไม่พร้อม ยื่นล่าช้า หรือถูกตีกลับแก้ไข เวลารวมอาจยืดไปเกิน 3 เดือนง่าย ๆ

ดังนั้นจึงควร เริ่มเตรียมเอกสารอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันเริ่มธุรกิจที่ตั้งใจไว้ เพื่อเลี่ยงปัญหาต้องเลื่อนวันเปิดร้านออกไปโดยไม่จำเป็น

2. ตัดสินใจให้ชัดว่าจะจัดการ “ของประเภทไหน”

ก่อนยื่นใบสมัคร คุณต้องเลือกก่อนว่า จะจัดการ ของเก่าประเภทใด เพราะกฎหมายแบ่งหมวดหมู่ของเก่าออกเป็น 13 ประเภทหลัก ดังนี้

  • วัตถุศิลปะ

  • เสื้อผ้า

  • นาฬิกา / เครื่องประดับ

  • รถยนต์

  • รถจักรยานยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก

  • จักรยาน

  • อุปกรณ์ถ่ายภาพ

  • อุปกรณ์สำนักงาน

  • เครื่องมือกล

  • เครื่องมือ

  • ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและยาง

  • หนังสือ

  • บัตรกำนัลเงินสด

ขั้นตอนคือ

  • เลือก 1 หมวดเป็นหมวดหลัก ที่ตรงกับธุรกิจจริงของคุณมากที่สุด เช่น ร้านเน้นขายหนังสือมือสองก็เลือกหมวด “หนังสือ”

  • จากนั้นเลือกหมวดอื่นที่ต้องการจัดการเพิ่มเติมได้ตามจริง

ข่าวดีคือ ไม่ว่าคุณจะเลือกหมวดเพิ่มกี่รายการ ค่าธรรมเนียมก็ ไม่เพิ่ม แม้จะเลือกครบทั้ง 13 หมวดก็ยังจ่ายเท่าเดิม

3. เช็กสถานีตำรวจที่ต้องไปยื่นคำขอ

คุณต้องยื่นคำขอที่ “แผนกป้องกันอาชญากรรม กองความปลอดภัยในชีวิต” ของสถานีตำรวจ ที่มีเขตอำนาจครอบคลุมที่ตั้งสำนักงานธุรกิจของคุณ

  • ถ้าคุณมีหลายสาขาในจังหวัดเดียวกัน สามารถเลือกยื่นที่สถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ใดที่หนึ่งได้

  • หลังได้รับอนุญาตแล้ว สถานีตำรวจที่คุณยื่นสมัครจะกลายเป็น จุดติดต่อหลัก เวลามีเรื่องแจ้งเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

เพื่อความสะดวกในระยะยาว แนะนำให้เลือกสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ สำนักงานใหญ่หรือสำนักงานหลัก มากที่สุด นอกจากนี้ อย่าลืมว่า ทุกจังหวัดที่มีสำนักงานธุรกิจ ต้องขอใบอนุญาตในจังหวัดนั้นด้วย

ถ้าคุณจะขยายสำนักงานไปเปิดในจังหวัดใหม่ ต้องทำเรื่องยื่นขออนุญาต แยกต่างหากในแต่ละจังหวัด

4. ตรวจสอบสถานที่ตั้ง ว่าเปิดร้านได้จริงหรือไม่

ก่อนเช่าพื้นที่หรือใช้บ้าน/อาคารใด ๆ ทำสำนักงานหรือหน้าร้าน ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่า สถานที่นั้นอนุญาตให้ใช้ทำธุรกิจค้าของเก่าหรือไม่

ถ้าเป็นทรัพย์สินให้เช่า ให้ดูจาก

  • ข้อกำหนดในสัญญาเช่า ว่าอนุญาตให้ใช้เพื่อการพาณิชย์หรือไม่

  • ถ้าชื่อผู้เช่าคนละคนกับชื่อผู้สมัคร หรือทรัพย์สินระบุว่าใช้เพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น ต้องมี หนังสือยินยอมจากเจ้าของห้องหรือบริษัทบริหารอาคาร

หากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ คุณจำเป็นต้องมองหาสถานที่อื่นแทน

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า

มาดูขั้นตอนจริงแบบลำดับทีละข้อ

  • ปรึกษากับสถานีตำรวจล่วงหน้า

  • เตรียมเอกสารที่จำเป็น

  • ขึ้นแบบและกรอกฟอร์มใบสมัคร

  • ถ่ายสำเนาเอกสารให้ครบ

  • เดินทางไปยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาสถานีตำรวจล่วงหน้า

แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับว่าต้องไปปรึกษาก่อน แต่ในทางปฏิบัติ ควรติดต่อไปพูดคุยล่วงหน้า เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น

  • สร้างความประทับใจที่ดีแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

  • ได้ตรวจเช็กว่าเอกสารที่คุณเตรียมครบถ้วนหรือยัง

  • ทำให้คุณรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ เวลายื่นจริงจะลดความกังวลลง

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการกรอกเอกสาร รายการสินค้าที่ควรเลือก หรือเงื่อนไขอื่น ๆ นี่คือจังหวะที่ดีในการถามให้เคลียร์

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารที่จำเป็น

ก่อนจะลงมือกรอกแบบฟอร์มคำขอ คุณควรเตรียม เอกสารแนบทั้งหมดให้พร้อมก่อน เพราะมีหลายส่วนของแบบฟอร์มที่ต้อง คัดลอกข้อมูลจากเอกสารแนบลงไปแบบตรงตัว

รายการเอกสารสำคัญ เช่น

  • ทะเบียนบ้านหรือเอกสารยืนยันถิ่นที่อยู่ (ที่อยู่จดทะเบียน)

  • บัตรประจำตัวประชาชน

  • ประวัติย่อ (เรซูเม่)

  • แบบฟอร์มคำสาบาน

ถ้าเป็น นิติบุคคล/บริษัท ต้องมีเอกสารของกรรมการทุกคนเพิ่มเติมด้วย และยังต้องใช้เอกสารสำคัญของบริษัท เช่น

  • ข้อบังคับบริษัทฉบับรับรอง

  • สำเนาใบรับรองจดทะเบียน (ระบุประวัติรายการจดทะเบียนทั้งหมด)

ขั้นตอนที่ 3: จัดทำและกรอกแบบฟอร์มใบสมัคร

แบบฟอร์มคำขอใบอนุญาตสามารถรับได้จาก

  • สถานีตำรวจในพื้นที่

  • หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัด

ถ้าคุณตั้งใจจะดำเนินการเอง แนะนำให้ไปรับเอกสารและยื่นกับสถานีตำรวจท้องที่โดยตรง และหาก โทรนัดหมายล่วงหน้า มักจะสามารถพบเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านธุรกิจของเก่าโดยเฉพาะ เพื่อสอบถามรายละเอียดที่ต้องระวัง

ฟอร์มที่มักต้องเตรียม เช่น

  • แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 1 (ก)

  • แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 2

  • แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 3

  • แบบฟอร์มแนบ 1 ส่วนที่ 1 (ก) (สำหรับการสมัครในนามองค์กร)

เมื่อเตรียมแบบฟอร์มแล้ว ให้กรอกข้อมูลทั้งหมดให้ครบและตรงกับเอกสารแนบ

ขั้นตอนที่ 4: ถ่ายสำเนาเอกสาร

หลังจากกรอกแบบฟอร์มและจัดชุดเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทำสำเนา

โดยทั่วไปมักต้องใช้

  • ต้นฉบับ 1 ชุด

  • สำเนา 1 ชุด สำหรับส่งให้คณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ

ในบางจังหวัดอาจไม่จำเป็นต้องแนบสำเนา ดังนั้นควรสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า อย่างไรก็ดี เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง แนะนำให้ ถ่ายสำเนาเก็บไว้อีก 1 ชุด สำหรับใช้ตรวจสอบภายหลัง

ขั้นตอนที่ 5: ยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ

ขั้นตอนสุดท้ายคือเดินทางไปยื่นคำขอที่สถานีตำรวจ

  • ระยะเวลาพิจารณาใบอนุญาตโดยทั่วไปอยู่ที่ ประมาณ 40 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสาร

  • เอกสารแนบทั้งหมดต้องเป็นเอกสารที่ออกให้ ไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันยื่น

เพื่อลดความเสี่ยงเอกสารหมดอายุระหว่างการพิจารณา ควรนับเวลาและยื่นให้เร็วที่สุดหลังเตรียมเอกสารครบ

ก่อนยื่นที่โรงพัก ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษบ้าง?

ก่อนวันจริงที่คุณจะเดินเข้าไปยื่นเอกสารที่สถานีตำรวจ ลองเช็ก 3 เรื่องนี้ให้เรียบร้อย

  • โทรนัดหมายก่อนยื่นเอกสาร

  • เตรียมคำถาม–คำตอบที่อาจถูกถาม

  • รวมของสำคัญที่ต้องใช้ในวันยื่นเอกสาร

โทรนัดหมายวันและเวลา

หากคุณไปแบบไม่ได้นัดล่วงหน้า มีโอกาสสูงที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะไม่อยู่ หรือไม่สามารถตรวจเอกสารให้คุณได้ทันที ทางที่ดีควร

  • โทรไปที่ “แผนกป้องกันอาชญากรรม กองความปลอดภัยในชีวิต” ของสถานีตำรวจที่คุณต้องไปยื่น

  • แจ้งความประสงค์ว่า จะขอยื่นใบสมัครตัวแทนจำหน่ายของเก่า และต้องการขอจองวัน–เวลา

โดยปกติจะรับยื่นเฉพาะ วันธรรมดาในช่วงกลางวัน เท่านั้น สถานีตำรวจจะช่วยจัดตารางเวลาที่เหมาะสมให้

เตรียมคำถามและคำตอบที่อาจเจอ

ระหว่างการยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่อาจถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น

  • คุณมีวิธีการจัดซื้อสินค้ามือสองอย่างไร?

  • สำนักงานหรือสถานที่ประกอบธุรกิจมีลักษณะอย่างไร?

ถึงแม้จะไม่ใช่การสอบข้อเขียน แต่หากคุณ เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า จะทำให้การพูดคุยราบรื่น และดูมีความพร้อมในสายตาเจ้าหน้าที่

รวบรวมของที่ต้องใช้ในวันยื่นจริง

ถ้าลืมของสำคัญแม้เพียงชิ้นเดียว คุณอาจต้องเดินทางไปสถานีตำรวจอีกรอบ ดังนั้นควรเช็กลิสต์ให้ครบก่อนออกจากบ้าน

สิ่งที่ควรนำไปด้วย เช่น

  • แบบฟอร์มคำขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่า (ต้นฉบับและสำเนา)

  • ค่าธรรมเนียมการสมัคร

  • บัตรประจำตัวประชาชน

  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน)

  • ตราประทับ (HANKO)

ค่าธรรมเนียมพื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 19,000 เยน และในบางจังหวัดอาจต้องซื้อ อากรแสตมป์หรือตราประทับค่าธรรมเนียมของจังหวัด เพิ่มเติม ขึ้นกับข้อกำหนดของคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะประจำจังหวัดนั้น ๆ

สรุป: อยากขายของมือสองแบบมืออาชีพ ต้องเริ่มจากการเตรียมตัวให้ดี

การขอใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าดูเหมือนจะยุ่งยาก มีทั้งเอกสาร รายการแนบ ขั้นตอนยื่นพิจารณา และเขตอำนาจของสถานีตำรวจที่ต้องเข้าใจ แต่ถ้าคุณ วางแผนล่วงหน้าและทำตามขั้นตอนทีละข้อ ทุกอย่างจะราบรื่นกว่าที่คิด

จำไว้ว่า

  • ระยะเวลาพิจารณาโดยเฉลี่ยประมาณ 40 วันทำการ

  • ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 2 เดือนก่อนวันเปิดร้านหรือเริ่มธุรกิจจริง

  • ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ธุรกรรมที่คุณจะทำต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่ และคุณอยู่ในฐานะบุคคลหรือนิติบุคคล

แทนที่จะรอให้ถึงนาทีสุดท้ายแล้วค่อยวิ่งเตรียมเอกสาร แบบนั้นเสี่ยงธุรกิจสะดุดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ทำเช็กลิสต์ให้ครบ วางแผนให้ดี แล้วขั้นตอนการสมัครใบอนุญาตตัวแทนจำหน่ายของเก่าจะกลายเป็นแค่หนึ่งในภารกิจที่คุณจัดการได้อย่างสบาย ๆ ก่อนพาธุรกิจของมือสองของคุณไปต่อยอดให้เติบโตในระยะยาว