รับแอปรับแอป

ลองฟังแล้วเล่าให้ฟัง: Sony WH-1000XM6 หูฟังเรือธงที่เกิดมาเพื่อคนฟังเพลง–ฟังพอดแคสต์ทั้งวัน

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-29

หูฟังเรือธงที่เกิดมาเพื่อคนรักเสียงจริงๆ

ถ้าคุณเป็นสายฟังเพลง ฟัง Podcast ยาว ๆ ชอบสวมเฮดโฟนติดหัวทั้งวันแต่ไม่อยากยอมประนีประนอมเรื่องคุณภาพเสียง Sony WH-1000XM6 คือหูฟังไร้สายเรือธงที่ตั้งใจทำมาเพื่อตอบโจทย์สาย “จริงจังเรื่องเสียง” โดยเฉพาะ

ตัวไดรเวอร์นีโอไดเมียมให้โทนเสียงแบบสายฟังเพลงคุ้นเคย ทั้งความชัดของเสียงร้อง รายละเอียดเครื่องดนตรี และแรงปะทะของเบสที่ทำให้เพลงยุคนี้ฟังสนุกทุกแนว รองรับเสียงระดับ Hi-Res ทั้งต่อสายและไร้สาย และมี DSEE Extreme ช่วยอัปสเกลไฟล์เสียงด้วย AI ให้เพลงที่บีบอัดมาฟังดีขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งหมดนี้ยังปรับโทนเสียงต่อได้ด้วยแอป Sound Connect อยากเพิ่มเบส ดันเสียงร้อง หรือเล่นโทนใสสว่างก็จัด EQ เองได้แบบละเอียด

ที่เด็ดคือ Sony ยังให้ทีมสายเกมอย่าง INZONE มาช่วยจูน Game EQ ให้ ใช้หูฟังตัวเดียวทั้งฟังเพลง ทำงาน เล่นเกมได้ครบวงจร

ระบบตัดเสียงโหด ฟีเจอร์ท่าทางครบ

จุดขายตลอดกาลของตระกูล XM คือ ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และ XM6 ก็จัดเต็มขึ้นไปอีกระดับด้วยชิป QN3 ทำงานร่วมกับไมโครโฟน 12 ตัวและฟีเจอร์ Adaptive NC Optimizer คอยปรับการตัดเสียงตามสภาพแวดล้อม ให้สุดท้ายเหลือแค่คุณกับเสียงเพลงเท่านั้น

ฟีเจอร์ควบคุมแบบท่าทางก็ยังให้มาครบ ๆ:

  • ถอดหูฟังแล้วเพลงหยุด สวมกลับเพลงเล่นต่ออัตโนมัติ

  • ส่ายหัวเพื่อตัดสายเวลามีโทรเข้า

  • แตะด้านขวาเพื่อเปิด Quick Attention ลดเสียงเพลง เปิดรับเสียงรอบตัว คุยกับคนอื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดหูฟัง

พูดง่าย ๆ คือถ้าคุณเป็นคนชอบใส่หูฟังติดหัวทั้งวัน XM6 ออกแบบมาให้คุณแทบไม่ต้องถอดออกเลย

ประสบการณ์เสียง: ต้องให้เวลามันนิดหนึ่ง

สำหรับสายอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง XM4 มาถึง XM6 จะรู้สึกได้ไม่ยากว่า โทนเสียงยังคงคาแร็กเตอร์ Sony ชัดเจน เน้นเสียงร้องเด่น ใส เคลียร์ เครื่องดนตรีคม และเบสมีน้ำหนัก ฟังเพลงสมัยใหม่ได้หลากหลายแนวแบบสนุก ๆ

แต่ช่วงแรกที่แกะกล่องมาใช้ใหม่ ๆ สเตจเสียงจะยังไม่กว้าง รายละเอียดอาจยังไม่สุด ต้องปล่อยให้ไดรเวอร์ “รันอิน” สักประมาณ 10–20 ชั่วโมง พอฟังไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกว่าเวทีเสียงกว้างขึ้น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โผล่มาชัดขึ้น และจังหวะเบสมีแรงปะทะที่กำลังดี ไม่บวม ไม่บาน

พูดแบบคนฟังจริงจัง: ถ้าให้เวลากับมันหน่อย เสียงจะค่อย ๆ เปิดและกลายเป็นหูฟังที่โทนลงตัวมากสำหรับทั้งเพลงและ Podcast

ฟีเจอร์ใช้งานครบ แก้จุดอ่อนเดิมไปหลายอย่าง

รุ่นก่อน ๆ ของ Sony มักมีเสียงบ่นว่า Bluetooth แอบงอแงบ้างในบางสถานการณ์ คราวนี้ XM6 ปรับปรุงมาชัดเจน การเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 เสถียรกว่าเดิมมาก ไม่ค่อยเจออาการเสียงหายวูบเวลาเดินผ่านโซนที่คลื่นไร้สายเยอะเหมือนสมัยก่อนแล้ว

ฟีเจอร์ใช้งานประจำวันก็ใส่มาเต็ม:

  • Quick Attention แตะข้างหูฟังเพื่อลดเสียงเพลง เปิด Ambient sound และคุยกับคนอื่นได้ทันที

  • Speak-to-Chat แค่เริ่มพูด หูฟังจะลดเสียงเพลงและเปิดรับเสียงรอบข้างให้อัตโนมัติ ทำงานคล้าย Quick Attention แต่ใช้เสียงคุณเป็นตัวสั่ง

  • ท่าทางอื่น ๆ เช่น ส่ายหัวเพื่อตัดสาย เคาะเรียกผู้ช่วยเสียง หรือหยุด/เล่นเพลง

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด ประมาณ 30 ชั่วโมงพร้อมเปิด ANC และรองรับชาร์จเร็ว 3 นาที ใช้ต่อได้ราว 3 ชั่วโมง

ด้านเกมก็ไม่น้อยหน้า เมื่อต่อสาย Audio Jack เข้าคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเกม ตัวหูฟังจะทำงานในโหมดเล่นเกม พร้อมระบบเสียงแบบ Spatial Sound และการจับทิศทางศีรษะ (Head tracking) ให้แยกซ้าย–ขวา–หน้า–หลังของเสียงศัตรูหรือเอฟเฟกต์เกมง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่อยากใช้หูฟังเดียวจบทั้งงาน–เพลง–เกม

จุดแข็งแบบสรุปสั้น ๆ

ข้อดีของ Sony WH-1000XM6 ที่ใช้งานจริงแล้วสัมผัสได้ชัดเจน มีดังนี้

  • โครงหูฟังสวมได้กับศีรษะหลากหลายทรง ปรับก้านให้ยาว–สั้นง่าย

  • Bluetooth 5.3 เสถียรกว่ารุ่นเก่ามาก ไม่ค่อยโดนรบกวนจากอุปกรณ์อื่นเหมือนเมื่อก่อน

  • มีปุ่มสลับโหมดตัดเสียง/รับเสียงภายนอก แยกให้กดใช้งานได้สะดวก

  • เชื่อมต่อกับแอป Sony Sound Connect ปรับ EQ และฟังก์ชันได้ตรง ๆ ในมือถือ

  • การจูนเสียงจากโรงงานทำมาดี และยังเปิดให้ปรับ EQ ได้หลายแนว

  • รองรับเสียง Hi-Res ทั้งแบบใช้สายและไร้สาย พร้อม LDAC, LC3 codec ในตัว

  • รองรับ Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair ต่อคอม–มือถือได้รวดเร็ว

  • มีฟีเจอร์ Multipoint connection เชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ สลับใช้งานง่าย

  • ต่อสาย Audio Jack ได้ พร้อมโหมด Game EQ ที่จูนมาสำหรับเล่นเกม

  • เปิด ANC แล้วฟังได้ยาวสุดราว 30 ชม. และชาร์จเร็ว 3 นาที ฟังต่อได้อีกราว 3 ชม.

  • สั่งงานด้วย Gesture ได้หลายแบบ ใช้งานจริงสะดวกมาก

  • Quick Attention แตะข้างขวาเพื่อลดเสียงเพลงและคุยกับคนอื่นได้ทันที

  • ไมโครโฟนแบบ Beamforming จับเสียงพูดชัด คุยสายได้สบาย

  • พับก้านเก็บเข้ากล่องได้ พกพาสะดวก ไม่เปลืองที่ในกระเป๋า

จุดสังเกตและข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนซื้อ

XM6 ไม่ได้สมบูรณ์แบบไปทุกด้าน ยังมีจุดที่ต้องชั่งใจอยู่เหมือนกัน:

  • ราคาสูง อยู่ที่ประมาณ 15,990 บาท แม้จะขยับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงราว 1,000 บาท แต่ก็เข้าสู่โซนพรีเมียมที่ทำให้หลายคนเริ่มคิดหนัก

  • ระบบตัดเสียงแม้จะเทพมาก แต่ถ้าเปิด ANC แบบไม่ได้เปิดเพลงไปด้วย ตัวหูฟังจะเหมือนดูดเสียงรอบตัวจนเกือบเงียบสนิท บางคนอาจรู้สึกเวียนหัว แนะนำให้เปิด Ambient Sound แทนถ้าจะไม่ฟังเพลง

  • ฟีเจอร์ Speak-to-Chat ไวเกินไปในค่าเริ่มต้น แค่ฮัมเพลงเบา ๆ ระบบก็คิดว่าคุณกำลังคุยกับคนอื่นแล้วตัดเพลงให้เอง จนอาจน่ารำคาญ ต้องเข้าไปปรับลดความไวหรือปิดไปเลยแล้วใช้ Quick Attention แทน

ดีไซน์ กล่อง และของที่ให้มา

กล่องของ XM6 มาในสไตล์รีไซเคิล เรียบ ๆ ใช้กระดาษลูกฟูกคู่กับสายคาดกระดาษพิมพ์รูปสินค้าและไอคอนฟีเจอร์ ภายในจะมีกระเป๋าหูฟังทรงแข็งหุ้มผ้านุ่ม พร้อมหูหิ้วและโลโก้ Sony

เวลาจะเปิดก็แค่ดึงส่วนที่เป็นกระดุมแม่เหล็กด้านข้างออก ก็จะเจอตัวหูฟังนอนอยู่ด้านใน พอปิดกลับ แม่เหล็กก็จะดูดให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย

ในกระเป๋าจะมีช่องสำหรับวางหูฟังแบบพับเก็บเข้าไปได้พอดี ข้าง ๆ มีช่องเล็ก ๆ ใช้เก็บสาย Audio Jack และสาย USB-C to A อย่างละเส้น ที่ก้นช่องวางหูฟังมีตัวอักษร L / R ปั๊มไว้บอกตำแหน่งให้จัดวางได้ถูกด้านไม่ต้องเดา

การสวมใส่และก้านหูฟังที่พับเก็บได้

วิธีดูว่าด้านไหนซ้าย–ขวาให้มองที่โคนก้านหูฟัง จะมีตัวอักษร L / R สกรีนไว้ จากนั้นดึงก้านให้ยาว–สั้นตามไซส์ศีรษะได้ ถ้าศีรษะเล็กก็ดันเข้า ถ้าใหญ่ก็ยืดออก สะพานโค้งด้านบนบุฟองน้ำมาให้ค่อนข้างนุ่ม ใส่นาน ๆ ไม่กดกลางหัวจนปวด

รุ่นนี้แก้จุดที่หลายคนบ่นใน XM5 ตรงที่ สามารถพับก้านด้านข้างเข้ามาได้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่หมุนให้จานหูฟังแบนราบ ทำให้เก็บใส่กระเป๋าได้กินที่น้อยลง พับได้สองระดับ คือพับเล็กน้อย และพับ 90 องศาให้ฟองน้ำแนบเข้ากับก้านโค้งด้านบน

ปุ่มควบคุมและแป้นสัมผัส

ด้านกรอบหูฟัง ฝั่งซ้าย จะรวมปุ่มและพอร์ตไว้เป็นหลัก ทั้งปุ่มสลับโหมด ANC / Ambient (NC/AMB), ปุ่ม Power และช่องเสียบสาย Audio Jack ส่วน ฝั่งขวา จะมีพอร์ต USB-C พอร์ตเดียว เพราะพื้นผิวด้านขวาจะเป็นแผงสัมผัสสำหรับควบคุมเพลง

คำสั่งสัมผัสหลัก ๆ ที่ใช้งานได้ เช่น:

  • แตะสองครั้ง: เล่น/หยุดเพลง

  • ปาดขึ้น/ลง: เพิ่ม–ลดเสียง

  • ปาดไปข้างหน้า: ข้ามไปเพลงถัดไป

  • ปาดเข้าหาตัว: ย้อนกลับไปเพลงก่อน หรือเล่นซ้ำอีกครั้ง

การตอบสนองของแผงสัมผัสถือว่าเร็วและเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาการดีเลย์ให้รำคาญมือ

น้ำหนัก เบาแค่ไหนสำหรับสายฟังทั้งวัน

เมื่อใส่หูฟัง สาย และกล่องรวมกัน น้ำหนักจะอยู่ราว 493 กรัม แยกเป็นตัวหูฟังประมาณ 253–254 กรัม (ตรงกับสเปกที่เคลม), กระเป๋า 214.5 กรัม, สาย USB-C 10 กรัม และสาย Audio Jack 13.8 กรัม

น้ำหนักของตัวหูฟังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใส่นาน ๆ ได้สบาย ไม่บีบหูจนปวด เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงหรือ Podcast ยาว ๆ ทั้งวัน และจุดที่ดีมากคือ สามารถฟังไป–ชาร์จไปได้ แต่ถ้าไม่อยากสวมตอนเสียบสายชาร์จ แค่ชาร์จด่วน 3 นาที ก็ได้แบตกลับมาฟังต่ออีกราว 3 ชั่วโมง

แอป Sound Connect: หัวใจของการปรับแต่ง

แอป Sound Connect คือศูนย์กลางการเซ็ตอัปหูฟัง Sony รุ่นนี้ หน้าหลักจะแสดงข้อมูลสำคัญทั้งหมดในที่เดียว เช่น แบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และ codec ที่กำลังใช้งาน (ตัวอย่างเช่น AAC) พร้อมสถานะการทำงานของ DSEE Extreme

เลื่อนลงมาจะเจอเมนูปรับ:

  • Ambient Sound Control และโหมดการฟัง (ฟังเพลง/ดูหนัง ฯลฯ)

  • Equalizer ปรับโทนเสียงได้ละเอียด พร้อม Preset ให้เลือก

  • Adaptive Sound Control เปลี่ยนพฤติกรรมหูฟังตามกิจกรรม เช่น เดิน นั่งรถ นั่งทำงาน

  • การเชื่อมต่อแบบ Multipoint

  • การเปิด–ปิดและตั้งค่า Speak-to-Chat

  • และมี Music Player ในตัวให้ใช้งาน

ในเมนู Device Settings จะย่อยออกอีก เช่น

  • หมวด Sound สำหรับตั้งค่าฟีเจอร์เกี่ยวกับเสียง รวมถึง DSEE Extreme และ Speak-to-Chat

  • หมวด Equalizer ที่สามารถใช้ฟีเจอร์ Find Your Equalizer ให้ระบบสุ่ม EQ มาเทียบทีละชุด ฟังเลือกทีละ 4 แบบสองรอบ แล้วบันทึกเป็น Custom Profile ของตัวเองได้ พร้อมเปรียบเทียบก่อน–หลังการปรับแต่ง

การตั้งค่าระบบ–ท่าทาง–บริการเสริม

หมวด System ในแอปจะมีตัวเลือกละเอียดสำหรับคนจริงจัง เช่น:

  • ตั้งค่า NC/AMB setting ว่าจะให้ ANC/รับเสียงภายนอกทำงานยังไง

  • กำหนด Quick Access ว่าแตะด้านขวาแบบไหนให้เรียกคำสั่งอะไร

  • เปิด–ปิดและตั้งค่า Head Gesture ให้หูฟังจับการหันหน้า พยักหน้า ส่ายหัว ฯลฯ

หมวด Services จะไว้เชื่อมกับแอปฟังเพลงอื่น ๆ แล้วดึงมาใช้ร่วมกับระบบ Scene ในแอป เช่น ตั้งให้พอสวมหูฟังขึ้นหัว ให้เปิดเพลย์ลิสต์ที่ชอบอัตโนมัติ หรือปรับ Adaptive Sound Control ให้เปลี่ยนพฤติกรรมหูฟังตามกิจกรรม

แท็บ Discover จะรวบรวมทิปการใช้งานและไอเดียการตั้งค่าต่าง ๆ ให้เจ้าของลองปรับหูฟังให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เรียกได้ว่า UI ของแอปเข้าใจง่าย ไม่รก แต่ก็ไม่ได้ตัดฟีเจอร์สำคัญทิ้ง

ประสบการณ์ใช้งานจริงสำหรับสายฟังทั้งวัน

ถึงราคาจะสูงกว่าหลายแบรนด์ในตลาด แต่เหตุผลที่ Sony กล้าตั้งราคาระดับนี้ก็มาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่วัสดุที่สัมผัสแล้วรู้สึกได้ว่าตั้งใจเลือก ฟองน้ำสวมสบาย น้ำหนักไม่โหดเกินไป และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวมาก ถึงจะเปิด ANC ตลอดวันก็ยังไหว

ถ้าแบ่ง ๆ ดูในมุมคนทำงาน–ฟัง Podcast วันละ 8 ชั่วโมง สบาย ๆ เลยที่ใช้แบตไป 3–4 วันค่อยชาร์จทีหนึ่ง ใครใช้สไตล์ฟังไป–ถอดไป ระหว่างออฟฟิศและเดินทางยิ่งรู้สึกว่าแบตอึด ไม่ได้หมดเร็วจนต้องคอยระแวง

เรื่องเสียงอย่างที่เล่าไป ช่วงแรกโทนยังไม่เปลี่ยนตัวเต็มที่ แต่พอผ่านช่วง 10–20 ชั่วโมงไปแล้ว จะเริ่มได้เนื้อเสียงที่คมกว่าเดิม เสียงร้องชัดเป็นคำ ๆ รายละเอียดเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นนิดหน่อย และเบสมีแรงปะทะมากขึ้นแบบรู้สึกได้

ไฮไลต์คือเมื่อจับคู่กับ Sound Connect แล้วปรับ EQ จะทำให้ XM6 กลายเป็นหูฟังที่เล่นได้แทบทุกแนวจากตัวเดียว ไม่ว่าคุณจะชอบโทนใส เน้นเบส หรือบาลานซ์สบาย ๆ ก็ปรับจนถูกหูตัวเองได้ไม่ยาก

ด้านเกม เมื่อใช้สายเชื่อมต่อและเปิด Game EQ ก็ถือว่าแยกเสียงทิศทางได้ดี เสียงฝีเท้าและเอฟเฟกต์ในฉากแยกข้างซ้าย–ขวาได้ชัด ทำหน้าที่เป็นหูฟังเล่นเกมรองจากหูฟังเกมมิ่งตัวท็อปได้สบาย

เรื่องใหญ่ที่แก้ได้ดีคือปัญหา Bluetooth ขาด ๆ หาย ๆ ที่เจอบ่อยในห้างหรือพื้นที่คลื่นเยอะ ๆ รุ่นนี้ต่อให้ตั้งค่าเน้นคุณภาพเสียงก็ยังนิ่งกว่าเดิมเยอะ และฟีเจอร์ Quick Attention ก็ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น แค่แตะข้างขวาค้างก็สั่งอาหาร คุยกับคนแคชเชียร์ หรือทักคนข้าง ๆ ได้ทันที ไม่ต้องถอดหูฟังให้ยุ่งยาก เหมาะมากกับคนที่ชอบใส่หูฟังไว้เป็นอวัยวะเพิ่มอีกชิ้น

ราคา กำแพงสุดท้ายก่อนจะเสียตังค์

ข้อสังเกตหลัก ๆ ของ XM6 หนีไม่พ้นเรื่อง ราคา 15,990 บาท ที่ทำให้หลายคนลังเล โดยเฉพาะถ้าเทียบกับหูฟังไร้สายรุ่นกลาง ๆ หรือหูฟังเกมมิ่งที่ราคาต่ำกว่าพอสมควร แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้ามองว่าหูฟังดี ๆ หนึ่งตัวใช้ได้นานหลายปี ไม่ใช่ของที่เปลี่ยนกันทุกปีเหมือนสมาร์ทโฟน การลงทุนกับเสียงและความสุขเวลาฟังเพลง–ฟัง Podcast ก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดเกินไป

อีกด้านที่คนแพ้ ANC ต้องระวังคือพฤติกรรมของระบบตัดเสียง XM6 ถ้าเปิด ANC ไว้แต่ไม่ได้ฟังเพลง เสียงรอบตัวจะถูกกดจนเงียบจัดจนบางคนรู้สึกมึน ๆ แนะนำว่าถ้าจะหยุดเพลง ให้สลับไปโหมด Ambient Sound ก่อน ส่วน Speak-to-Chat ก็แนะนำให้ลดความไวหรือปิดไปเลยแล้วใช้แตะข้างหูแทน จะควบคุมอารมณ์ฟังเพลงได้ดีกว่า

สรุป: หูฟังที่เหมาะกับคนฟังเยอะจริง ๆ

เมื่อมองภาพรวม Sony WH-1000XM6 คือหูฟังเรือธงที่ยกระดับจากรุ่นก่อนแบบรู้สึกได้ ทั้งระบบ Bluetooth 5.3 ที่นิ่งกว่าเดิม ระบบ DSEE Extreme ที่ช่วยให้เพลงที่คุณฟังทุกวันมีมิติมากขึ้น และความยืดหยุ่นในการปรับโทนเสียงผ่าน EQ

สำหรับคนที่ใช้รุ่นเก่าอย่าง XM4 แล้วขยับมา XM6 จะสังเกตได้ว่า รายละเอียดเสียงดีขึ้น ANC ฉลาดขึ้น และฟีเจอร์รอบตัวครบกว่าเดิม ที่สำคัญคือมันไม่ได้เป็นแค่หูฟังสายฟังเพลง แต่ยังต่อคอมเล่นเกมได้แบบจริงจังด้วย Game EQ ที่ให้มาด้วยในตัว

ราคาที่ดูแรงอาจทำให้หลายคนลังเล แต่ถ้าคุณเป็นคนฟังเพลง–ฟังพอดแคสต์ทุกวัน ใช้หูฟังเป็นเพื่อนคู่ใจเวลาเดินทาง ทำงาน และพักผ่อน XM6 จะกลายเป็นแก็ดเจ็ตชิ้นที่ติดตัวคุณไปคู่กับมือถือโดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัว

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับเสียงและความสบายเวลาฟัง มากกว่าการประหยัดเงินในระยะสั้น หูฟังตัวนี้มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นของชิ้นโปรดที่คุณไม่อยากถอดเลย

Gallery