รับแอปรับแอป

ผมร่วงไม่หยุด? วิตามินตัวไหนช่วยได้จริง แบบไม่มโน

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-29

ผมร่วงไม่หยุด แบบนี้ต้องพึ่งวิตามินแล้วไหม?

ผมร่วงเยอะจนเริ่มกังวล อยากลองเสริมวิตามินแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ใช้ยี่ห้ออะไรดี กลัวกินไปแล้วไม่ช่วย แถมเปลืองเงินฟรี

ก่อนจะไปถึงขั้นเลือกยี่ห้อ ลองมาดูภาพรวมกันก่อนว่า วิตามินแบบไหนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเส้นผมจริง ๆ และเหมาะกับคนที่มีปัญหาผมร่วงจากการขาดสารอาหารนะ

ผมร่วงอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือปัญหาฮอร์โมน ซึ่งถ้าต้นเหตุเกี่ยวกับเรื่องโภชนาการ การเสริมวิตามินก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วย ฟื้นฟูและชะลออาการผมร่วง ได้พอสมควร

วิตามินและสารอาหารที่เส้นผมเลิฟเป็นพิเศษ

ด้านล่างนี้คือกลุ่มวิตามินและสารอาหารที่มักถูกพูดถึงเวลาเราพูดเรื่องผมร่วงและผมบาง เพราะเกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นผม โครงสร้างผม และสุขภาพหนังศีรษะโดยตรง

1. ไบโอติน (Biotin)

ไบโอตินถือเป็นตัวท็อปที่หลายคนจะนึกถึงเวลาเริ่มสนใจเรื่องผมและเล็บ

  • ช่วยเสริมโครงสร้างของเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง ไม่เปราะบางง่าย

  • เหมาะกับคนที่รู้สึกว่า ผมขาดหลุดร่วงง่าย เส้นผมดูบางลง และเล็บแตกหรือฉีกง่ายบ่อย ๆ

ถ้าในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนใหญ่จะมีไบโอตินเป็นตัวหลัก หรือผสมอยู่ในสูตรสำหรับผิว ผม และเล็บโดยเฉพาะ

2. วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex)

วิตามินบีรวมไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องความเหนื่อยล้า แต่ยังเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของเซลล์

  • มีบทบาทในกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย ทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเซลล์รากผม

  • ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตไปยังหนังศีรษะ ส่งผลให้รากผมได้รับสารอาหารมากขึ้น

  • เวลามองหาวิตามินบีรวม แนะนำให้มีวิตามิน B5 และ B12 อยู่ในสูตรด้วย เพราะสองตัวนี้เกี่ยวกับทั้งระบบประสาท เมตาบอลิซึม และการสร้างเม็ดเลือดแดง

3. ซิงค์ (Zinc)

ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมากสำหรับทั้งผิว ผม และระบบภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยลดอาการผมร่วงจากภาวะขาดแร่ธาตุซิงค์

  • ช่วยให้หนังศีรษะมีสมดุลที่ดี ลดปัญหาหนังศีรษะไม่แข็งแรง ซึ่งอาจส่งผลให้ผมหลุดร่วงง่าย

กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมซิงค์มักมีทั้งแบบเดี่ยว และแบบผสมกับวิตามินหรือแร่ธาตุอื่นที่เน้นเรื่องผิวและผม

4. วิตามินดี (Vitamin D)

วิตามินดีไม่ได้มีดีแค่เรื่องกระดูกเท่านั้น แต่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพเส้นผมด้วย

  • มีงานวิจัยบางส่วนพบว่าการขาดวิตามินดีอาจสัมพันธ์กับภาวะผมร่วงบางประเภท

  • คนที่ไม่ค่อยโดนแดด ทำงานในออฟฟิศ หรืออยู่ในที่ร่มเกือบทั้งวัน มีโอกาสขาดวิตามินดีได้ง่าย

ถ้าเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจขาดวิตามินดีจริง ๆ การตรวจเลือดและปรึกษาแพทย์จะชัดเจนที่สุด

5. คอลลาเจน (Collagen)

คอลลาเจนหลายคนจะนึกถึงเรื่องผิว แต่จริง ๆ ก็เกี่ยวกับโครงสร้างผมด้วยเหมือนกัน

  • ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างเส้นผมในภาพรวม

  • มีส่วนช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของเส้นผมให้ดูหนาและมีน้ำหนักมากขึ้นในระยะยาว

รูปแบบที่นิยมจะเป็นคอลลาเจนแบบผงหรือแบบแคปซูล ซึ่งควรเลือกจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้และมีข้อมูลชัดเจนบนฉลากผลิตภัณฑ์

ก่อนจะซื้อมากินทุกตัว อ่านตรงนี้ก่อน

การจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสักตัว ไม่ใช่แค่ดูว่าใครรีวิวดี หรือดาราคนไหนกิน แต่ควรเช็กพื้นฐานเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อน

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองจาก อย. (องค์การอาหารและยา) เพื่อความปลอดภัยขั้นต้น

  • อ่านฉลาก ตรวจปริมาณวิตามินต่อเม็ด และดูให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่แพ้

  • หลีกเลี่ยงการกินหลายยี่ห้อซ้อนกันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางชนิดเกินความจำเป็น

ถ้ารู้สึกว่าผมร่วงเยอะผิดปกติ เช่น ร่วงเป็นกระจุก เห็นหนังศีรษะชัดขึ้นเร็ว หรือมีผื่น คัน แสบหนังศีรษะร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุอย่างละเอียด เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคหรือความผิดปกติภายในที่วิตามินอย่างเดียวเอาไม่อยู่

วิตามินดีแล้ว แต่การดูแลเส้นผมต้องครบวงจร

การกินวิตามินเป็นแค่หนึ่งส่วนของการดูแลผมเท่านั้น ถ้าอยากให้เห็นผลชัดเจนขึ้น ควรปรับพฤติกรรมเรื่องผมและไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกัน

  • เลือกใช้แชมพูและครีมนวดที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพหนังศีรษะ

  • หลีกเลี่ยงการดึงรั้งผมแน่น ๆ เช่น รวบตึง มัดหางม้าสูง หรือถักผมแน่นตลอดเวลา

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะ ความเครียดและการนอนน้อย มีผลต่อฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของเส้นผมโดยตรง

  • จัดอาหารให้สมดุล เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ และไขมันดี ไม่ฝากความหวังไว้กับวิตามินอย่างเดียว

ถ้าอยากเลือกให้ตรงกับตัวเองมากขึ้น

การเลือกวิตามินให้เหมาะกับอาการของตัวเองจริง ๆ จะต้องดูหลายอย่างร่วมกัน ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต อาหารที่กินเป็นประจำ โรคประจำตัว รวมถึงยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองผมร่วงมากกว่าปกติ หรือลองดูแลมาสักพักแล้วยังไม่ดีขึ้น การเก็บข้อมูลเบื้องต้น เช่น

  • ผมร่วงมานานแค่ไหนแล้ว

  • ช่วงนี้เครียด นอนดึก หรือลดน้ำหนักหนัก ๆ หรือไม่

  • มีประวัติคนในครอบครัวผมบางหรือหัวเถิกหรือไม่

ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้การปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเป็นไปอย่างตรงจุดมากขึ้น และช่วยให้เลือกวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้เหมาะกับตัวเองกว่าการเดาสุ่ม

สุดท้ายนี้ วิตามินเป็นเพียงตัวช่วย แต่ตัวหลักยังคงเป็นการดูแลสุขภาพโดยรวมของเราเองเสมอ ถ้าจัดสมดุลให้ดีทั้งเรื่องอาหาร การนอน การจัดการความเครียด และการดูแลเส้นผมจากภายนอก โอกาสที่ผมจะกลับมาแข็งแรงและร่วงน้อยลงก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย