ฟื้นบ่อกุ้งร้าง เปลี่ยนวิกฤตราคากุ้งให้กลายเป็นรายได้ยั่งยืน
กรมประมงเดินเกมเชิงรุก ฟื้นบ่อกุ้งร้างในพื้นที่ 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล ด้วยแนวคิดเปลี่ยนอาชีพจากการเลี้ยงกุ้งทะเลที่ราคาตกต่อเนื่อง ไปสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดต้องการจริง ๆ
เป้าหมายคือช่วยเกษตรกรปรับตัวจากรายได้ที่ผันผวน ไปสู่การมีอาชีพใหม่ที่มั่นคงขึ้น สร้างรายได้ระยะยาว และใช้ทรัพยากรบ่อเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หัวใจสำคัญ คือการเลือกสัตว์น้ำให้เหมาะกับพื้นที่ และมีดีมานด์ชัดในตลาด พร้อมดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการจัดการต้นทุนอย่างเป็นระบบตามแนวคิดเกษตรสมัยใหม่
ทำไมต้องเลิกปล่อยบ่อกุ้งทิ้งร้าง
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล เป็นหนึ่งในเสาหลักของภาคการเกษตรไทยในด้านเศรษฐกิจ แต่เมื่อราคากุ้งทะเลปรับลดลงต่อเนื่อง เกษตรกรจำนวนไม่น้อยเริ่มประสบภาวะขาดทุนสะสม
หลายรายจำเป็นต้องหยุดเลี้ยงและปล่อยบ่อทิ้งไว้เฉย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่มีรายได้ ทั้งที่ยังมีศักยภาพจะพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพอื่นได้อีกมาก
กรมประมงจึงวางแนวทางใหม่ “ฟื้นบ่อกุ้งร้างให้กลับมาทำเงิน” ด้วยการส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นที่มีตลาดรองรับชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ชายฝั่งในแต่ละจังหวัด
5 สัตว์น้ำเศรษฐกิจดาวรุ่ง ที่เหมาะกับบ่อกุ้งเดิม
กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ได้พัฒนาเทคนิคการเพาะขยายพันธุ์และการเลี้ยงสัตว์น้ำหลายชนิดจนได้องค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดสู่เกษตรกร โดยคัดมา 5 ชนิดหลักที่เหมาะใช้เป็นตัวเลือกใหม่ในบ่อกุ้งร้าง ได้แก่
ปูทะเล
ปลิงขาว
ปลากะพงแดง
ปลากระบอกดำ
หอยแครง
แต่ละชนิดมีจุดเด่นด้านราคา ความต้องการของตลาด และโอกาสต่อยอดเพิ่มมูลค่า หากบริหารจัดการอย่างมีแบบแผนและใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการเลี้ยง
ปูทะเล: ทุนไม่หนัก แต่โอกาสกำไรจัดเต็ม
ปูทะเลถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการปรับบ่อกุ้ง เพราะใช้โครงสร้างบ่อเดิมได้ดี ใช้เงินลงทุนไม่มากเมื่อเทียบกับกุ้ง และความเสี่ยงต่ำกว่า
จุดเด่นของปูทะเล
ราคาจำหน่ายอยู่ราว 200 – 500 บาท/กิโลกรัม แล้วแต่ขนาดและฤดูกาล
ตลาดต้องการสูง ทั้งบริโภคสดและแปรรูป
รอบการเลี้ยงสั้น เพียงประมาณ 3–5 เดือน ก็เริ่มเก็บขายได้
เลือกได้ว่าจะทยอยจับเฉพาะตัวใหญ่เพื่อให้ได้ราคาดี หรือวางแผนจับหมดบ่อแล้วลงรุ่นใหม่ทันที
ช่วงเทศกาลความต้องการพุ่ง สามารถทำรายได้เพิ่มแบบก้าวกระโดด
นอกจากขายสดแล้ว ยังต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า และขยายช่องทางการขายได้อีกมาก เช่น ปูต้มพร้อมแกะ แช่แข็ง หรือผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง
ปลิงขาว: สัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ แต่ศักยภาพสูง
ปลิงขาว (ปลิงทะเลชนิดหนึ่ง) เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจหน้าใหม่ของไทยที่น่าจับตามอง เหมาะเลี้ยงในบ่อดิน และมีตลาดต่างประเทศรองรับชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มที่นิยมบริโภคเพื่อสุขภาพ
ตัวเลขที่น่าสนใจของปลิงขาว
ปลิงทะเลสดน้ำหนักประมาณ 400 – 500 กรัม/ตัว ราคาประมาณ 500 บาท/กิโลกรัม
เมื่อแปรรูปเป็นปลิงทะเลตากแห้ง ราคาขยับขึ้นได้ถึง 1,000 – 7,000 บาท/กิโลกรัม แล้วแต่คุณภาพและขนาด
มีดีมานด์ทั้งในตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ
หากมีการจัดการเลี้ยงแบบเป็นระบบ ใส่ใจคุณภาพน้ำและอาหาร พร้อมวางแผนการแปรรูปตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ปลิงขาวกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญจากบ่อเดิมได้ไม่ยาก
ปลากะพงแดง: สายพรีเมียม เหมาะเจาะทั้งตลาดสดและแปรรูป
ปลากะพงแดงเป็นปลาที่รสชาติดีและภาพลักษณ์พรีเมียม จึงได้รับความนิยมในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะร้านอาหารและเมนูระดับกลางถึงสูง
ข้อได้เปรียบของปลากะพงแดง
ราคาจำหน่ายโดยทั่วไป มากกว่า 200 บาท/กิโลกรัม
เหมาะทั้งการขายสดและแปรรูป เช่น ซาซิมิ ฟิเลต์แช่แข็ง หรือปรุงสุกพร้อมทาน
ภาพลักษณ์เป็นสินค้าคุณภาพสูง สามารถวางตัวในตลาดบน เพิ่มโอกาสทำกำไรต่อหน่วย
สำหรับเกษตรกรที่ต้องการยกระดับจากการขายวัตถุดิบทั่วไป ปลากะพงแดงคือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าศึกษาทั้งด้านเทคนิคการเลี้ยงและการตลาดควบคู่กัน
ปลากระบอกดำ: ปลาเนื้อขาวที่ตลาดรู้จักดี
ปลากระบอกดำเป็นปลาเนื้อขาว รสชาติดี และนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งเมนูพื้นบ้านและเมนูอาหารทะเลตามร้านทั่วไป
จุดเด่นของปลากระบอกดำ
ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วงประมาณ 150 – 200 บาท/กิโลกรัม
ตลาดผู้บริโภครู้จักและยอมรับอยู่แล้ว ทำให้การขายไม่ยาก
เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ และอยากเลี้ยงปลาที่ตลาดคุ้นเคย
ด้วยความที่เป็นปลาที่คนไทยนิยมบริโภคมานาน หากจัดการคุณภาพและขนาดให้ได้ตามที่ตลาดต้องการ ก็สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอจากบ่อเดิมได้ดี
หอยแครง: ของหายาก ยิ่งคุณภาพดี ราคายิ่งไปได้ไกล
หอยแครงเป็นสัตว์น้ำที่คนไทยคุ้นเคย แต่ในช่วงหลังหาแหล่งผลิตที่มั่นคงและได้คุณภาพได้ไม่ง่าย ทำให้ราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวหรือร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดัง
ศักยภาพของหอยแครง
เป็นเมนูยอดนิยมทั้งในประเทศ และมีตลาดรองรับในต่างประเทศ
ร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวต้องการหอยแครงคุณภาพดี สด และได้ขนาดอย่างต่อเนื่อง
หากเกษตรกรสามารถเลี้ยงให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ จะเกิดรายได้ต่อเนื่องระยะยาว
หอยแครงจึงไม่ใช่แค่เมนูเคียงจานซีฟู้ด แต่เป็นสัตว์น้ำที่มีอนาคตด้านการเพาะเลี้ยง และตอบโจทย์ตลาดในระยะยาวได้ดี
ฟื้นบ่อเดิมด้วยวิทยาศาสตร์ สู่การเลี้ยงแบบยั่งยืน
การดึงบ่อกุ้งที่ถูกปล่อยทิ้งให้กลับมาใช้งานใหม่ ด้วยการปรับเป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งชนิดอื่น ถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของเกษตรกรในยุคราคากุ้งผันผวน
กรมประมงเตรียมพร้อมทั้ง
งานวิจัยที่พิสูจน์แล้วในภาคสนาม
องค์ความรู้ด้านพันธุ์ การจัดการคุณภาพน้ำ และการให้อาหาร
แนวทางบริหารต้นทุนและลดความเสี่ยง
การเลี้ยงแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้เกษตรกร “รอด” แต่ต้อง “ยืนได้อย่างมั่นคง” ในอาชีพใหม่ ผ่านการเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตลาดต้องการจริง พร้อมวางรากฐานให้อุตสาหกรรมประมงไทยเติบโตต่อไปบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และความยั่งยืน
ถ้าอยากเริ่มเปลี่ยนบ่อ ต้องเริ่มจากอะไร
สำหรับเกษตรกรที่มีบ่อกุ้งเดิมและเริ่มคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ การก้าวแรกที่สำคัญคือ
ประเมินศักยภาพพื้นที่ของตัวเอง ทั้งคุณภาพดิน น้ำ และทำเล
เลือกชนิดสัตว์น้ำให้เหมาะกับสภาพบ่อและตลาดที่เข้าถึงได้จริง
ขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เพื่อวางแผนให้รอบด้านตั้งแต่ต้น
เมื่อมีข้อมูลครบทั้งด้านเทคนิคและด้านตลาด บ่อกุ้งร้างที่เคยเป็นภาระ ก็สามารถกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ได้อีกครั้งอย่างมีระบบ และเป็นการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบวิทยาศาสตร์ที่คุมความเสี่ยงได้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน

