รับแอปรับแอป

โขน “สัตยาพาลี” กลับมาปลุกเวทีอีกครั้ง: ศิลปะชั้นครูที่ห้ามพลาดปลายปีนี้

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วทอง01-31

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ปลุกตำนาน “สัตยาพาลี” บนเวทีใหญ่

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เตรียมพาโขนกลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง กับการแสดงโขนตอน “สัตยาพาลี” ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การจัดแสดงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ สืบสานพระราชปณิธาน และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงทุ่มเทอุปถัมภ์โขนและนาฏศิลป์ไทยให้ยังคงงดงามสง่า อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

นี่ไม่ใช่แค่การชมการแสดง แต่คือการได้สัมผัสมรดกวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในจิตใจคนไทยมาช้านาน

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่: ทีมเยาวชน – ครูผู้เชี่ยวชาญ – งานสร้างสุดประณีต

การแสดงตอน “สัตยาพาลี” ครั้งนี้ถ่ายทอดโดย เยาวชนนักแสดงรุ่นใหม่มากฝีมือ ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น และฝึกซ้อมกับครูผู้เชี่ยวชาญด้าน

  • นาฏศิลป์ไทยในสายโขนอย่างแท้จริง

  • คีตศิลป์และการบรรเลงดนตรี

  • การออกแบบแสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษบนเวที

พร้อมทั้งเครื่องแต่งกายโขนที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตทุกรายละเอียด ตั้งแต่ศิราภรณ์ หัวโขน ไปจนถึงการปักผ้าเย็บทอง ที่ช่วยขับให้ทุกท่วงท่าบนเวทีโดดเด่นและทรงพลัง

เนื้อเรื่อง “สัตยาพาลี”: ดราม่าเข้มข้น ครบทุกอารมณ์

โขนตอน “สัตยาพาลี” เล่าเรื่องอย่างเข้มข้นตั้งแต่ช่วง

  • ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์ หวังขัดขวางพิธีโสกันต์องคต

  • พาลี ผู้ได้รับพรจากพระอิศวร เข้าปราบปูยักษ์จนสำเร็จ

  • เรื่องทรพี บุตรทรพา ผู้หลงตัวเองและลืมบุญคุณ จนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ

  • ความเข้าใจผิดระหว่างพาลีกับสุครีพ น้องชาย ที่นำไปสู่การแตกหัก

  • สุครีพหนีไปพึ่งพระราม ร่วมรบจนพาลีต้องยอมมรณภาพ และฝากบ้านเมืองไว้กับพระราม

เรื่องราวยังดำเนินต่อไปด้วย

  • ทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตพลยักษ์

  • พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธี

  • กองทัพอธรรมพ่ายแพ้ ทศกัณฐ์จำต้องถอยทัพ

ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดบนเวทีในรูปแบบที่ทั้ง สนุก ตื่นเต้น และงดงาม จนผู้ชมได้ทั้งความบันเทิงและข้อคิดกลับบ้าน

แก่นเรื่องลึกซึ้ง: สัจจะ กตัญญู ซื่อสัตย์ และสามัคคี

การชมโขนตอนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความอลังการ แต่ยังแฝงด้วย คุณค่าทางจิตใจ อย่างชัดเจน

  • การรักษาสัจจะ และคำมั่นสัญญา

  • ความกตัญญูรู้คุณ ไม่หลงลืมผู้มีพระคุณ

  • ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และพันธะที่ตนรับผิดชอบ

  • การรู้รักสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ใครที่อยากพาลูกหลาน หรือคนในครอบครัวมาดูการแสดงที่ “ให้ทั้งความเพลินตาและอาหารใจ” โขนชุดนี้ตอบโจทย์ครบทุกด้าน

พระราชปณิธานเบื้องหลังโขน: จาก “ไม่มีใครดูแม่จะดูเอง” สู่เวทีระดับชาติ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมไทยทุกแขนง โขนจึงไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา

เมื่อปี พ.ศ. 2546 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริว่า อนาคตศิลปะการแสดงอาจซบเซาเพราะขาดทั้งผู้ผลิตและผู้ชม จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูล ก่อนที่จะมีพระราชเสาวนีย์อันโด่งดังว่า

“ไม่มีใครดู แม่จะดูเอง”

พระราชดำรัสประโยคเดียว กลายเป็นพลังผลักดันให้เกิดการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งในภูมิภาคต่างๆ และต่อยอดสู่โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่เราคุ้นชื่อกันในวันนี้

ฟื้นหัวโขน ชุดโขน และช่างฝีมือไทยทั้งระบบ

ด้วยพระราชดำริที่มุ่งฟื้นฟูโขนอย่างรอบด้าน จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้

  • รวบรวมครูโขนและศิลปินผู้เชี่ยวชาญมาร่วมศึกษาค้นคว้าแบบแผนโบราณ

  • ฟื้นฟูการสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขน และเครื่องประดับทุกชนิด

  • ปรับรูปแบบการแต่งหน้าโขนให้เหมาะกับเวทีสมัยใหม่ แต่ยังคงจารีต

  • ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาที่ใฝ่ใจด้านโขน ได้เรียนรู้และแสดงศักยภาพเต็มที่

ผลลัพธ์คือการเกิดขึ้นของ ช่างฝีมือรุ่นใหม่ ในหลายแขนง เช่น

  • ช่างทำหัวโขน

  • ช่างทอผ้าและปักผ้า

  • ช่างเงิน ช่างทอง ช่างแกะสลัก

  • ช่างเขียนลาย และช่างแต่งหน้าโขน

ทุกคนล้วนเข้าใจทั้งศิลปะและจารีตของโขนอย่างลึกซึ้ง ทำให้โขนไม่ได้อยู่แค่บนเวที แต่ยังอยู่ในห้องทำงานของช่างฝีมือทั่วประเทศ

จาก “ศึกอินทรชิต” สู่ “สัตยาพาลี”: เส้นทางโขนมูลนิธิฯ

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เริ่มจัดแสดงชุดแรกในปี 2550 คือ “ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในวงการศิลปะการแสดง

จากวันนั้นถึงวันนี้ มีการจัดแสดงต่อเนื่องหลายตอน เช่น

  • ตอนนางลอย

  • ตอนศึกมัยราพณ์

  • ตอนจองถนน

  • ตอนโมกขศักดิ์

  • ตอนนาคบาศ

  • ตอนพิเภกสวามิภักดิ์

  • ตอนสืบมรรคา

  • ตอนสะกดทัพ

  • ตอนกุมภกรรณทดน้ำ

  • ตอนพระจักราวตาร

แต่ละชุดล้วนสร้างบรรยากาศคลาคล่ำของครอบครัวไทยที่จูงมือกันมาดูโขน จนชื่อ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” กลายเป็นความเชื่อมั่นด้านคุณภาพในใจผู้ชม

โขนกับเวทีโลก: จากแผ่นดินไทยสู่มรดกของมนุษยชาติ

เบื้องหลังการจัดแสดงโขนแต่ละครั้ง ต้องเตรียมการหลายด้านและใช้ค่าใช้จ่ายสูง แต่สิ่งที่เป็นกำลังใจสำคัญของทุกฝ่าย คือพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะว่า

“ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน”

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อโขนในฐานะนาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย ทำให้ในปี 2561 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียนโขนไทยเป็น

“มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ”

และยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมรายการแรกของไทยที่ได้รับเกียรตินี้อย่างเป็นทางการ

รายละเอียดการแสดง: วัน เวลา สถานที่ และช่วงราคาบัตร

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” จัดแสดงในช่วง

  • วันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568

  • สถานที่: หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ช่วงราคาบัตรสำหรับประชาชนทั่วไป

  • 2,000 บาท

  • 1,800 บาท

  • 1,000 บาท

  • 800 บาท

  • 600 บาท

และมีรอบพิเศษสำหรับนักเรียนในราคา 200 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสโขนบนเวทีจริงอย่างใกล้ชิด

ทำไมคนรักศิลปะและละครเวทีไม่ควรพลาด

สำหรับสายดูละครเวที การไปชมโขนชุดนี้คือการอัปเลเวลประสบการณ์ศิลปะการแสดงของตัวเองแบบจัดเต็ม เพราะคุณจะได้

  • เห็นงานโปรดักชันระดับชาติที่ใช้ทั้งแสง สี เสียง และฉากอย่างทรงพลัง

  • ชมฝีมือการแสดงของเยาวชนไทยที่ผ่านการขัดเกลาอย่างละเอียด

  • ซึมซับเสน่ห์นาฏศิลป์ไทยที่ผสานความศักดิ์สิทธิ์และความละครเข้าไว้ด้วยกัน

  • รับพลังของเรื่องราวที่ทั้งสะเทือนใจ และให้ข้อคิดเรื่อง สัจจะ กตัญญู และหน้าที่

การซื้อตั๋วหนึ่งใบ จึงไม่ใช่แค่การจองที่นั่งในโรงละคร แต่คือการมีส่วนร่วมในการ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้เดินหน้าต่อไปอย่างสง่างาม

ปิดท้าย: ชวนไปนั่งดูโขนด้วยหัวใจ

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” คือการรวมกันของ

  • พระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่

  • ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย

  • ทีมงานและเยาวชนผู้ทุ่มเทฝึกฝน

  • และผู้ชมอย่างเราที่พร้อมเปิดใจรับความงามบนเวที

ถ้าคุณรักละครเวที รักศิลปะวัฒนธรรมไทย หรืออยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งงดงามและทรงพลัง การนั่งดูโขนชุดนี้สักครั้งในชีวิต จะกลายเป็นความทรงจำที่คุณอยากเล่าต่อไปอีกนานแน่นอน