รับแอปรับแอป

รวมลิสต์เซรั่มผมตัวเด็ด 2025 เลือกให้ตรงปัญหา ผมพังแค่ไหนก็กู้ได้

พิชิต ศรีทอง01-31

ผมถูกทำสี ดัด ยืด จนพัง? เซรั่มคือฮีโร่ตัวจริง!

สำหรับสายทำสี ดัดผม ยืดผม เปลี่ยนลุคบ่อย ๆ แบบเรา ๆ สิ่งที่ตามมาหลังจากความสวยเป๊ะก็คือ ผมเสีย แห้ง ชี้ฟู แตกปลาย ชนิดที่หวีแล้วแทบจะร้องไห้

ตรงนี้เองที่ เซรั่มบำรุงผม กลายเป็นไอเท็มกู้ผมจำเป็นที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำผมไว้เลย

ไม่ว่าจะผมทำสี ผมชี้ฟู ผมแตกปลาย หรือผมร่วง เซรั่มดี ๆ สักตัวช่วยให้เส้นผมกลับมาดูมีชีวิตได้มากกว่าที่คิด ขอแค่เลือกให้ถูกกับปัญหาผมของเราเท่านั้นเอง

เซรั่มบำรุงผมช่วยอะไรเราได้บ้าง?

เซรั่มบำรุงผมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลังสระผม โดยทั่วไปแล้ว ไม่ต้องล้างออก ทาแล้วสามารถออกจากบ้าน ทำงาน หรือจัดทรงต่อได้เลย สะดวกสุด ๆ

ข้อดีของเซรั่มคือ

  • สารบำรุงเคลือบและซึมเข้าเส้นผมได้นานกว่าแชมพูหรือครีมนวดที่ต้องล้างออก

  • ใช้ง่ายมาก แค่ลูบลงบนผมเปียกหมาดหรือผมแห้งก็ได้

  • มีสูตรให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ตั้งแต่ผมเสียจากการทำสี ยันผมชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก

สรุปสั้น ๆ เซรั่มคือเกราะป้องกัน + ทรีตเมนต์ฟื้นฟู ในขั้นตอนเดียว

เซรั่มบำรุงผม ทาบริเวณไหนดี?

เซรั่มบำรุงผมไม่ได้ใช้เหมือนกันทุกตัว ต้องดูให้ชัดก่อนว่าเซรั่มที่เราใช้ถูกออกแบบมาเพื่ออะไร

  • เซรั่มสำหรับหนังศีรษะ
    ใช้ทาที่โคนผมและหนังศีรษะโดยตรง มักช่วยเรื่อง

    • ผมร่วง

    • หนังศีรษะมันหรือคัน

    • ฟื้นบำรุงรากผมให้แข็งแรง

  • เซรั่มสำหรับเส้นผม
    ใช้ทาที่กลางเส้นถึงปลายผมเท่านั้น เน้นช่วย

    • ผมแห้งเสีย

    • ผมชี้ฟู แตกปลาย

    • เติมความชุ่มชื้นและความเงางาม

ข้อควรระวัง:
เซรั่มที่ออกแบบมาสำหรับเส้นผม ไม่ควรใช้กับโคนผมหรือหนังศีรษะ เพราะอาจทำให้รู้สึกหนักหรือมันจนเกินไป และไม่ตอบโจทย์ปัญหาจริง ๆ ของรากผมด้วย

วิธีเลือกซื้อเซรั่มบำรุงผมให้ตรงปัญหา

ก่อนจะหยิบเซรั่มขวดไหนมาจ่ายเงิน ลองเช็กสภาพเส้นผมของตัวเองก่อนว่าอยู่ในกลุ่มไหน แล้วค่อยเลือกส่วนผสมให้ตรงจุด

1. ผมแห้งเสีย แตกปลาย หนักมาก

ถ้ารู้ตัวว่าผมผ่านศึกหนัก ทั้งทำสี ดัด ยืด หรือโดนความร้อนบ่อย ๆ จนแห้งเสียแบบสุดทาง ให้โฟกัสส่วนผสมกลุ่มนี้

  • Bond Builder

  • Amino Protein

  • เคราติน (Keratin)

สารกลุ่มนี้ไม่ได้เสกให้ผมที่แตกปลายหายสนิทแบบตัดทิ้ง แต่จะช่วย ประคองโครงสร้างเส้นผม ลดการเสียหายเพิ่มเติม ให้ผมไม่พังกว่าเดิม

2. ผมสภาพปกติ แค่ต้องการบำรุงให้สวยสุขภาพดี

คนที่ไม่ได้ผมพังมาก แต่แค่อยากให้ผมนุ่มลื่นเงางาม และดูสุขภาพดีขึ้น ให้มองหาส่วนผสมเหล่านี้

  • Argan Oil

  • วิตามินอี (Vitamin E)

จากนั้นค่อยเลือกเนื้อสัมผัสตามความชอบ เช่น เนื้อออยล์บางเบา เนื้อเซรั่มลื่น ๆ หรือเนื้อเจล แล้วดูว่าตัวไหนตอบโจทย์ที่อยากได้

เช่น

  • อยากได้ ความชุ่มชื้นเพิ่ม

  • อยากให้ผม เรียงตัวสวย มีน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู

เลือกสูตรที่เคลมตรงกับปัญหาของเราได้เลย

3. คนที่ต้องใช้ไดร์ หนีบ ม้วนลอนทุกวัน

ถ้าคุณเป็นสายไดร์ผม สายหนีบตรง หรือสายม้วนลอนทุกวัน ควรมีเซรั่มที่เป็นกลุ่ม Heat Protection ติดโต๊ะ

  • ช่วยลดความเสียหายภายในแกนผมจากความร้อน

  • ทำให้ผมไม่กรอบ ไม่ไหม้ง่าย

ถึงจะมีตัวช่วยป้องกันความร้อนแล้วก็ตาม แต่ ควรเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงเกินจำเป็น นี่แหละคือการดูแลผมที่ดีที่สุดในระยะยาว

รวม 10 เซรั่มบำรุงผมตัวดัง 2025 เลือกให้ตรง ผมก็รอด

ต่อไปนี้คือเซรั่มบำรุงผมที่หยิบมาคัดไว้ให้ตอบโจทย์หลายปัญหา ทั้งผมเสียจากการทำสี ผมร่วง ผมมัน หรือผมแห้งชี้ฟู ลองไล่ดูทีละตัวแล้วเลือกที่ใช่ที่สุดสำหรับผมเราเลย

1. Lolane Natura Daily Hair Serum Magic In One

เซรั่มเนื้อเข้มข้นที่ฟีลคล้าย ๆ เซรั่มของ Free & Free เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวเดียวจบ เพราะเขาช่วยดูแลผมถึง 7 เรื่อง ในขวดเดียว ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยให้ผมนุ่มลื่นทันทีหลังใช้

  • ลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม

  • ปกป้องผมจากมลภาวะ

  • ให้ผมเรียบลื่น เงางาม

  • ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • ช่วยลดปลายผมแตกได้ระยะหนึ่ง

เหมาะกับเส้นผม : ใช้ได้ทุกสภาพผม
ปริมาณ : 50 ml.
ราคา : 59 บาท

2. LESASHA Hair Vitamin สูตร Green Tea & Mint

ใครไม่สะดวกใช้เซรั่มแบบขวด ลองเปลี่ยนมาใช้แบบแคปซูลได้ สูตรนี้เป็นเซรั่มผมแบบวิตามินเม็ด บีบใช้ทีละแคปซูล เน้นสารสกัดเข้มข้น

จุดเด่นคือ

  • มีสารสกัดจากชาเขียวและมิ้นท์ ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ

  • ลดอาการหนังศีรษะอักเสบและคัน

  • ฟื้นฟูผมแห้งเสีย แตกปลาย และผมขาดการบำรุง

เหมาะกับเส้นผม : ผมเสีย แตกปลาย ผมขาดการดูแล
ปริมาณ : 20 แคปซูล
ราคา : 175 บาท

3. Dr.Pong 009 Hair Core Oil

สายทำสีบ่อยต้องสนใจขวดนี้ เพราะอัดแน่นด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ

  • น้ำมันอาร์แกน

  • น้ำมันเมล็ดทานตะวัน

  • น้ำมันอัลมอนด์

  • น้ำมันอะโวคาโด

  • เชียบัตเตอร์ เพิ่มความชุ่มชื้น

ใช้เทคโนโลยี Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate ช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่เสียลึกถึงแกน ลดผมชี้ฟู และช่วยปกป้องผมจากความร้อน แถมยังช่วยให้ผมเสียจากการทำสีดูดีขึ้น

เหมาะกับเส้นผม : คนทำสีผมบ่อย ผมเสียจากการทำสี
ปริมาณ : 30 ml.
ราคา : 299 บาท

4. L’oreal Paris Elseve Extraordinary Oil

ตัวดังในตำนาน เนื้อบางเบา ใช้ได้แทบทุกสภาพผม มีส่วนผสมของน้ำมันจากดอกไม้ 6 ชนิด เช่น

  • คาโมมายล์

  • ดอกบัว

  • ดอกพุด

  • ดอกกุหลาบ

ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ลดผมแห้งเสีย เสริมความแข็งแรงให้หนังศีรษะ ทำให้เส้นผมดูเงางามสุขภาพดี อีกทั้งยังมี สารไขซาโบลอล และวิตามินอี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และลดการระคายเคืองหนังศีรษะ

เหมาะกับเส้นผม : ผมแห้งเสีย แตกปลาย
ปริมาณ : 100 ml.
ราคา : 429 บาท

5. Schwarzkopf Extra Care Anti-Hair Loss Serum

ใครเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงเยอะกว่าปกติ ตัวนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นเซรั่มบำรุงผมที่เน้นลดผมขาดหลุดร่วง ใช้ง่าย ไม่ต้องล้างออก และไม่เหนียวเหนอะหนะ

จุดเด่นคือ

  • บำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก

  • มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ใช้แล้วรู้สึกสบายหัว

  • ช่วยฟื้นผมแห้งเสียแตกปลาย

  • ทำให้ผมนุ่มลื่น เงางามขึ้น

  • มีเทคโนโลยี Anti Hair Loss System Care ใช้ก่อนไดร์ผมได้

เหมาะกับเส้นผม : คนที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วง
ปริมาณ : 50 ml.
ราคา : 499 บาท

6. innisfree Camellia Essential Hair Oil Serum

สายธรรมชาติ น่าจะถูกใจกับเซรั่มออยล์ตัวนี้ เพราะมีส่วนผสมจาก ดอก Camellia และน้ำมันดอกคาเมลเลียจากเชจู ช่วยฟื้นผมที่แห้งเสียจากการดัดผม หรือทำสีผม

ถ้าใช้ต่อเนื่อง

  • ผมจะนุ่มลื่นขึ้น

  • เงางามขึ้น

  • จัดทรงง่ายขึ้น

  • เส้นผมดูแข็งแรงกว่าเดิม

เหมาะกับเส้นผม : ผมแห้งเสีย
ปริมาณ : 100 ml.
ราคา : 450 บาท

7. THE BODY SHOP SCALP SERUM GINGER

ตัวนี้เน้นไปที่การดูแล หนังศีรษะ เป็นหลัก เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องแพ้ง่าย เพราะใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหลายตัว

ส่วนผสมไฮไลต์

  • น้ำมันหอมระเหยขิงจากศรีลังกา

  • สารสกัดจาก White Willow และ Birch bark ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยน

ช่วย

  • บำรุงหนังศีรษะให้สมดุล

  • ลดความมันบนหนังศีรษะ

  • ลดอาการคัน

  • เนื้อเซรั่มซึมเร็ว ไม่ทำให้ผมมันหรือเหนียว

เหมาะกับเส้นผม : ทุกสภาพผม โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาที่หนังศีรษะ
ปริมาณ : 50 ml.
ราคา : 890 บาท

8. Free & Free Damage Aid

เซรั่มตัวดังสายทำสีผม ขวดนี้เป็นเนื้อสัมผัสแบบน้ำ บางเบา ไม่เหนียว มีส่วนผสมของ DGA ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากแบรนด์ Free & Free ประเทศญี่ปุ่น

เหมาะมากกับคนที่

  • ทำสีผมบ่อย

  • กลัวสารเคมีตกค้างบนหนังศีรษะและเส้นผม

จุดเด่นคือ

  • ช่วยขจัดสารเคมีตกค้างบนเส้นผมและหนังศีรษะ

  • เสริมความแข็งแรงให้เส้นผม

  • ช่วยถนอมสีผมให้สวยติดทนนาน

  • ไม่ทำให้ผมจับตัวเป็นก้อนหรือเหนียว

เหมาะกับเส้นผม : คนที่ทำสีผมบ่อย ๆ
ปริมาณ : 210 ml.
ราคา : 99 บาท

9. Cute Press Time to Shine Argan Hair Oil

ถ้าผมต้องเจอแดด จอไดร์ เจอที่หนีบทุกวัน ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าใช้ เพราะมีส่วนผสมของ น้ำมันถึง 7 ชนิด ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมแบบจัดเต็ม

ข้อดีคือ

  • ปรับให้ผมนุ่มลื่น จัดทรงง่ายขึ้น

  • ใช้บำรุงได้ทุกวัน ไม่ต้องล้างออก

  • เซรั่มซึมไว ไม่รู้สึกเหนอะหนะ

  • ช่วยบาลานซ์สภาพผมและหนังศีรษะ

เหมาะกับเส้นผม : ผมแห้งเสียและแตกปลาย
ปริมาณ : 55 ml.
ราคา : 150 บาท

10. PANPURI REVIVE Omega-9 Repair Hair Serum Oil

ถ้าพร้อมลงทุนกับเส้นผมมากหน่อย เซรั่มออยล์ตัวนี้คือสายออร์แกนิกที่ควรลอง เพราะมาในคอนเซ็ปต์ส่วนผสมจากธรรมชาติแบบเน้น ๆ

จุดเด่นสำคัญ

  • สูตรออร์แกนิก 100%

  • โมเลกุลสารบำรุงขนาดเล็ก ซึมง่าย

  • ปราศจากพาราเบนและซิลิโคน

  • มีน้ำมันอินคา โอเมก้า (Inca Omega Oil) ช่วยเสริมสร้างเคราตินให้เส้นผม

  • มีสารสกัดจากบีทรูท อุดมด้วยวิตามินอี และไกลโคลิปิด เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ

  • มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกมะลิ เพิ่มความฟีลกู๊ดเวลาบำรุงผม

เหมาะกับเส้นผม : ผมแห้งเสีย ต้องการการบำรุงแบบจัดเต็ม
ปริมาณ : 30 ml.
ราคา : 1,250 บาท

สรุป: อยากผมสวย ไม่ใช่แค่ตามรีวิว ต้องตามสภาพผมเราเอง

จะเห็นว่า ปัญหาเส้นผมแต่ละแบบ ใช้เซรั่มสูตรเดียวกันไม่ได้ คนผมร่วงก็ต้องโฟกัสที่หนังศีรษะ คนทำสีผมหนัก ๆ ก็ต้องเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผม คนผมแห้งชี้ฟูต้องเน้นเติมความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้อง

ดังนั้นก่อนจะซื้อเซรั่มขวดต่อไป

  • ลองจับเส้นผมตัวเอง ดูว่าผมแห้งไหม แตกปลายเยอะไหม

  • เช็กหนังศีรษะว่ามัน แห้ง คัน หรือมีปัญหาผมร่วงหรือเปล่า

  • แล้วค่อยเลือกเซรั่มให้ตรงกับ ปัญหาจริง ๆ ของเรา

ผมจะสวยสุขภาพดี ไม่ได้เริ่มจากของแพง แต่เริ่มจากการเลือกให้ตรงกับสิ่งที่ผมเราต้องการจริง ๆ

รู้สภาพผมตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาหาเซรั่มคู่ใจขวดใหม่ให้ผมสวยรับปี 2025 กันได้เลย