ดัดผมสั้นคืออะไร ทำไมถึงกลับมาปังอีกครั้ง
ดัดผมคือขั้นตอนที่ใช้น้ำยาดัดลงบนเส้นผมที่พันกับกระดกลูก หรือกระสวย ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด จากนั้นลงน้ำยาตรึงลอนเพื่อ"ล็อก" รูปทรงที่ต้องการ
เดิมทีการดัดมักทำบนผมยาวหรือผมหนา แต่ตอนนี้สไตลิสต์หันมาดัดผมสั้นกันเยอะขึ้น และผลลัพธ์คือ ลุคที่ดูเฟมินีนแต่มีความเฟียร์ซในเวลาเดียวกัน
ทรงผมสั้นที่เหมาะกับการดัด
ทรงผมที่เข้ากันสุด ๆ กับการดัดผมสั้น ได้แก่:
บ๊อบยาวหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาว
บ๊อบสั้นทรงสแควร์
ทรงน้ำตกเลเยอร์ไล่ระดับ
สำหรับทรงบ๊อบ ลอนเล็ก ๆ จะให้ลุคเปรี้ยวมีเท็กซ์เจอร์ ส่วนทรงเลเยอร์หรือน้ำตก เหมาะกับลอนใหญ่หรือลอนคลาย ๆ มากกว่า
แต่ถ้าเป็นทรงไม่สมมาตร (ด้านหนึ่งยาว อีกข้างสั้น ฯลฯ) ผู้เชี่ยวชาญมัก ไม่แนะนำให้ทำเคมี เพราะลอนจะดูไม่บาลานซ์และจัดทรงยาก
ข้อดี–ข้อเสียของการดัดผมสั้น
ก่อนจะจองคิวร้านใหม่ ควรรู้ให้ครบว่าดัดผมสั้นให้ทั้งอะไรดี และอะไรที่ต้องระวัง
ข้อดี
เส้นผมดูหนาและมีวอลลุ่มขึ้นแบบเห็นชัด
ประหยัดเวลาตอนเช้า จัดทรงไม่กี่นาทีก็พร้อมออกจากบ้าน
เล่นได้ทั้งทรงสั้น เท็กซ์เจอร์แน่น และเปลี่ยนลุคด้วยแอ็กเซสซอรีได้หลากหลาย
ใบหน้าดูเด็กลง สดใสขึ้น
ไม่ต้องเข้าร้านซ่อมทรงบ่อยเท่าผมยาว

ข้อเสีย
เส้นผมถูกกดดันทั้งจากการตัดและเคมีพร้อมกัน จัดเป็นความเครียดระดับหนึ่งสำหรับผม
น้ำยาดัดบางตัวสามารถกระตุ้นอาการแพ้ได้
หนังศีรษะแห้งขึ้น ทำให้ต้องหันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เน้นความชุ่มชื้น
ถ้าดัดเคมีบ่อยไป เส้นผมจะเริ่มสูญเสียความเงา แห้งและแตกปลายง่าย
หลังดัดต้องระวังเรื่องการทำสีและหัตถการเคมีอื่น ๆ มากขึ้น

รู้จักประเภทการดัดผมสั้น เคมีแบบไหนเหมาะกับเรา
ดัดแบบกรด
การดัดแบบนี้ใช้องค์ประกอบที่มีกรดเป็นตัวหลัก ผสมกับสารอื่น ๆ เพื่อปรับสมดุลให้ใช้งานได้บนเส้นผม
กรดที่พบได้บ่อย:
กรดไวน์ไฮดรอกซี – มาจากการหมักผลไม้หรือองุ่น ไม่ทำร้ายรากผมมาก
กรดไกลโคลิก – มักเห็นในสกินแคร์สำหรับผิวมันหรือผิวมีปัญหา
ไตรกลีโคลิก – ไม่ค่อยแนะนำ เพราะเมื่อรวมกับสารบางชนิดอาจก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
ความพิเศษของดัดแบบกรดคือช่วยปรับระดับกรด–ด่าง กระตุ้นการเติบโตของเส้นผม และทำให้ ลอนที่ได้ค่อนข้างแข็งแรงและสม่ำเสมอ เกาะผมสั้นได้ดีมาก
ดัดแบบเป็นกลาง (Neutral)
วิธีนี้จะไม่ไปเปลี่ยนสมดุลความเป็นด่างของผมมากนัก จึงถือว่าอ่อนโยนและปลอดภัยกว่าหลาย ๆ สูตร ใช้กันมานานและยังได้รับความนิยม
ส่วนประกอบหลักคือ glyceryl monothioglycolate ผสมสารสกัดธรรมชาติ กรด น้ำมัน และวิตามิน
เอฟเฟกต์จะไม่อยู่ทนเท่าแบบรุนแรง เคมีเบาประเภทนี้มักอยู่ได้ประมาณ 2.5–3 เดือน
ดัดแบบด่าง (Alkaline)
สูตรนี้มีแอมโมเนียเป็นตัวหลัก จัดเป็นแบบที่ค่อนข้างแรง มีข้อห้ามใช้หลายอย่าง แต่ข้อดีคือ อยู่ได้นานมาก – สูงสุดราว 6 เดือน
จุดเด่นคือแม้ผมจะงอกใหม่ ลอนเก่าก็ยังไม่คลายจนต้องตัดออก แต่ต้องยอมรับว่าเป็นประเภทที่เสี่ยงต่อความเสียหายของโครงสร้างผมมากที่สุด
ระวังให้มาก!
กลิ่นฉุนขณะทำ
เสี่ยงทำลายโครงสร้างผม
ไม่แนะนำให้ทำเองที่บ้าน
หลังทำต้องดูแลผมแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ
ไบโอเวฟ (Biowave) รุ่นแรก
การดัดแบบนี้เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ตัวหลักคือกรดอะมิโนซิสเทอีน จัดว่า อ่อนโยนกว่าดัดเคมีทั่วไป เหมาะกับผมสั้นมาก ๆ แต่ช่างหลายคนเห็นว่าบนผมสั้นบางครั้งโปรตีนสังเคราะห์ยังจับลอนไม่ได้นานเท่าที่ควร จึงไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่งเสมอไปบนผมสั้นที่ยาวเป็นเกลียวมาก
แกะสลัก (Carving)
เป็นเทคนิคค่อนข้างใหม่ ใช้ได้แม้กับผมสั้นมาก ผลิตภัณฑ์จะออกแนวเคมีเบา ๆ ส่วนผสม เช่น ครีเอทีน โคคามิโดโพรพิลเบทาอีน โปรตีนต่าง ๆ
แม้จะอ่อนโยน แต่ส่วนผสมบางตัวอาจทำให้ผมแห้งหรือเสื่อมสภาพเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน โปรตีนจะช่วยเพิ่มความเงางามและความแข็งแรงให้เส้นผม น้ำยาตรึงจะช่วยให้ลอนอยู่ทนนานขึ้น

เคมีแบบเป็นกลางอีกรุ่น
มีสูตรดัดแบบเป็นกลางอีกรุ่นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ ทุกสภาพผม ส่วนผสมที่สำคัญคือ allotin ทำให้ลอนดูเป็นธรรมชาติ ผมดูเงาสุขภาพดี ไม่ฟูแห้งจนเกินไป

สูตรแบบนี้จะไม่ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ผมไหม้หรือแห้งกรอบมากเกินไป โดยปกติลอนจะอยู่ได้ราว 3–4 เดือน
ไบโอเวฟ (Biowave) รุ่นอ่อนโยนที่สุด
จัดเป็น เคมีที่อ่อนโยนที่สุดในกลุ่ม ให้ลอนได้ลอนที่ดูสวย ฟูโปร่ง มีความเป็นธรรมชาติสูง
ลอนอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน
ข้อดีหลักคือไม่มีสารเคมีที่ทำลายแกนเส้นผมโดยตรง

ไบโอเวฟใช้โปรตีนสังเคราะห์ในตระกูลเคราติน ขั้นตอนก่อนลงน้ำยาจะต้องสระผมด้วยแชมพูเฉพาะเพื่อให้เส้นผมพร้อมรับสารออกฤทธิ์
เคมีเกลียว (Spiral Perm)
จุดเด่นของเคมีประเภทนี้คือ วิธีการพันผม บนแกนหรือตัวม้วน:
ใช้โรลแบบเกลียว
papillots
เข็มถัก
บูมเมอแรง
เทคนิคนี้ช่วยสร้างลอนได้หลายขนาด ผมจะบิดเป็นเกลียวสวย ๆ

ถ้าต้องการผมดูหนาและพอง ต้องม้วนเส้นผมให้เป็นช่อเล็ก ๆ จำนวนมาก เหมาะมากกับผมสั้นที่เส้นไม่หนา แต่ตั้งใจให้ดูแน่นและมีเท็กซ์เจอร์ โดยเฉพาะ สไตล์ลอนเปียก (wet effect)
เมื่อเป่าแห้งที่บ้านควรใช้หัวดิฟฟิวเซอร์ ถ้าเป่าลมแรงตรง ๆ ลมจะแยกช่อจนกลายเป็นผมฟูฟ่องอย่างกับดอกแดนดิไลออน
ดัดกรดอะมิโน
สูตรนี้มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก เหมาะกับ ผมสั้นบาง ที่ต้องการทั้งวอลลุ่มและการบำรุง

ความแรงของสารจะไม่ดุดันเท่าดัดแบบกรดหรือด่างที่กล่าวมาก่อนหน้า แต่ผลลอนจะอยู่ไม่เกิน 4–5 สัปดาห์
ดัดแบบผ้าไหม (Silk Perm)
น้ำยาดัดประเภทนี้มี โปรตีนไหม เป็นส่วนประกอบหลัก ทำหน้าที่ช่วยซ่อมแซมผมที่เสียหาย

เหมาะมากกับผมสั้น ลอนจะดูนุ่มและมันวาว โดยทั่วไปผลลอนจะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน
เคมีเบาสำหรับผมสั้น
การดัดแบบเบารวมทั้งแบบเปียก แบบเป็นกลาง ไบโอเวฟ และแบบดัดโคน จุดหมายหลักคือ เพิ่มวอลลุ่มโดยไม่ทำให้ผมเสียเกินจำเป็น

ลอนที่ได้อาจเป็นเพียงปลายงอนเล็กน้อย หรือเป็นลอนยิบ ๆ คลาย ๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของกระสวยที่ใช้ เหมาะสุดกับทรงบ๊อบ บ๊อบซ้อนเลเยอร์ และทรงสั้นซอยไล่ระดับ
เคมีขนาดใหญ่ (Big Curls) สำหรับผมสั้น
การแกะสลัก ดัดแบบไบโอ และดัดแบบกรด สามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดลอนใหญ่บนผมสั้นได้ โดยช่างจะใช้แกนม้วนเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ร่วมกับส่วนผสมเคมีที่เหมาะสม

ลอนแบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติ ให้ลุคหวานละมุนและเพิ่มความเป็นผู้หญิงแบบชัดเจน
เคมีเกลียวอีกรูปแบบ
ในอีกรูปแบบหนึ่งของเคมีเกลียว จะใช้ papillotes บูมเมอแรง เข็มถัก และแกนเกลียวเพื่อสร้างลอนที่ต่างขนาดและต่างระดับความยืดหยุ่น
หลักการคือ:
ต้องแบ่งผมเป็นช่อเล็กมาก
ม้วนหลายลอนเพื่อสร้างวอลลุ่มที่เห็นชัด

เหมาะกับผมสั้นที่เส้นหนา กระสวยจะวางในแนวตั้ง ให้ลอนบิดเป็นเกลียวสวย ๆ สไตล์ลอนเปียกถือว่าเข้ากับเคมีประเภทนี้สุด ๆ
เคล็ดลับ: เวลาใช้ไดร์เป่าผมต้องใส่ดิฟฟิวเซอร์และใช้ลมกระจายกว้าง ถ้าเป่าลมตรง ๆ ลอนจะฟูเสียทรงทันที
ดัดแบบรูท (Root Perm)
เหมาะมากสำหรับคนผมบางหรือผมลีบแบน เพราะเน้นไปที่การสร้างวอลลุ่มเฉพาะบริเวณโคนผม

ในขั้นตอนนี้ น้ำยาจะทาเฉพาะบริเวณราก ลอนที่โคนจะช่วยยกผมให้ดูพองและมีชีวิตชีวา
เมื่อผมยาวขึ้น วอลลุ่มก็จะค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ
คำแนะนำ: ถ้าต้องการให้ผลลอนอยู่สวยนาน อย่าพันผ้าขนหนูแน่น ๆ รอบศีรษะ และหลีกเลี่ยงการนอนทั้งที่ผมยังเปียก
เทคนิค Boost-Up สำหรับวอลลุ่มโคนแบบทนนาน
อีกเทคนิคที่ฮิตมากในสายผมสั้นคือการดัดโคนแบบ Boost-Up ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากรัสเซีย
หลักการคือ:
ดัดลอนด้วยน้ำยาเคมีเฉพาะที่ชั้นผมบาง ๆ ด้านล่าง
ใช้หมุดพิเศษแบบไม่ใช่โลหะ จัดเรียงเป็นรูปเลขแปด
เมื่อทำเสร็จ ผมชั้นบนจะทิ้งตัวลงมาคลุมชั้นล่าง ที่ถูกดัดไว้ ทำให้ได้วอลลุ่มโคนแบบเนียน ๆ
ข้อดีของ Boost-Up:
ผลอยู่ได้นานประมาณ 3–6 เดือน
น้ำยาแทบไม่สัมผัสหนังศีรษะโดยตรง
ผมถูกยกจากโคน จึงมันช้าลง ไม่ต้องสระถี่เหมือนเดิม
วอลลุ่มไม่ยุบง่าย แม้สวมหมวกหรือเปลี่ยนฤดูกาล
ข้อเสียของ Boost-Up:
ถ้าช่างไม่ชำนาญ เสี่ยงทำให้ผมเสียหนักมาก
เมื่อผมยาวขึ้น วอลลุ่มโคนจะค่อย ๆ เคลื่อนระดับลงมา ต้องตัดหรือทนช่วงทรงแปลก ๆ
ใช้เวลาทำนานและราคาค่อนข้างสูง
ไม่เหมาะกับผมที่สั้นมากเกินไป

ขั้นตอนการดัดผมสั้น: ในร้านทำอย่างไร
ก่อนเริ่มลงมือ ช่างจะตรวจสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ หากมีบาดแผลหรือการระคายเคืองมักจะแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน
จากนั้นจะทำการทดสอบการแพ้ โดยแต้มผลิตภัณฑ์เล็กน้อยบริเวณข้อมือหรือข้อพับศอก
ถ้าใน 15–20 นาทีไม่เกิดอาการคัน ผื่นแดง หรือบวม จึงจะไปต่อที่ขั้นตอนจริงได้
หากเป็นผมสั้นและเส้นบางมาก ช่างจะนิยมใช้ papillotes หรือบูมเมอแรง โดยยิ่งแบ่งช่อเล็ก ลอนจะยิ่งสวยและชัด

ถ้าอยากได้ลอนใหญ่พลิ้ว ๆ ก็อาจใช้โรลพลาสติกขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะกับการทำลอนแบบคลื่นธรรมชาติ
โดยทั่วไป เมื่อไปถึงร้าน คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเลือกแกนม้วนหรือสูตรน้ำยา ช่างมืออาชีพจะประเมินสภาพเส้นผมและเลือกให้ตามสไตล์ที่คุณต้องการ
แต่ในชีวิตจริง หลายคนก็ไม่มีเวลาแวะร้านบ่อย ๆ เลยมีคำถามว่า “ถ้าจะดัดผมสั้นเองที่บ้าน ทำได้ไหม?” มาดูขั้นตอนกัน
ดัดผมสั้นด้วยตัวเองที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง
อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่ต้องมี:
น้ำยาดัดผม (ซื้อได้จากร้านทำผมหรือร้านเฉพาะทาง)
ถุงมือ
หวีฟันห่างด้ามยาว
ฟองน้ำโฟม
ชามผสมที่ไม่ใช่โลหะ
ผ้าขนหนูหรือผ้าคลุมไหล่
แชมพู
ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้นสำหรับปกป้องผิว
กรดมะนาว (กรดซิตริก)
โรล/กระสวยดัดผม ขนาดและแบบที่เลือก

วิธีดัดผมสั้นที่บ้านแบบทีละขั้น
ก่อนเริ่ม หากเป็นไปได้ ควรให้ช่างช่วยเตรียมทรงตัดก่อน เช่น ตัดปลายแตก ซอยทรงให้เข้ากับลอนที่ตั้งใจจะทำ
สระผมให้สะอาด แต่ อย่าเช็ดให้แห้งสนิท ควรให้หมาด ๆ
แบ่งผมเป็นโซนคล้ายตอนย้อมผม จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาดัด ทาลงบนแต่ละช่อให้ทั่ว
เริ่มพันโรลจากด้านหลังศีรษะ ไล่ขึ้นมาด้านบน แล้วค่อยไปขมับทั้งสองข้าง
เมื่อพันจนครบทุกช่อให้ชโลมน้ำยาดัดซ้ำให้ชุ่มแต่ไม่หยด
ทาครีมมัน ๆ รอบขอบเส้นผมและผิวเพื่อช่วยลดการระคายเคือง
สวมหมวกคลุม จากนั้นใช้ผ้าขนหนูพันทับเพื่อให้ความร้อนอ่อน ๆ ช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีทำงานเต็มที่
รอประมาณ 20 นาที แล้วลองคลายลอนหนึ่งช่อเพื่อเช็กรูปทรง ถ้าลอนได้ตามต้องการจึงเริ่มถอดโรลทั้งหมด
ผสมน้ำกับกรดซิตริกปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้น้ำผสมนี้ล้างผมเพื่อลดกลิ่นและปรับสภาพ
เป่าให้แห้งอย่างนุ่มนวล จากนั้นลงออยล์หรือเซรั่มบำรุงเพื่อลดความแห้ง

ราคา: ดัดที่ร้าน vs ดัดเองที่บ้าน
ถ้าเลือกทำกับช่างมืออาชีพ คุณจะได้ทั้งการประเมินสภาพผม การเลือกเทคนิคที่เหมาะ และโอกาสผิดพลาดน้อยกว่ามาก แน่นอนว่า ราคาสูงกว่า แต่แลกกับความสบายใจและความปลอดภัยของเส้นผม
ในร้านเสริมสวย ราคาดัดผมสั้นอาจเริ่มที่ประมาณ 1,000 รูเบิล (ขึ้นกับสูตร แบรนด์ และชื่อเสียงของร้าน)
ถ้าทำเองที่บ้าน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ราคาน้ำยาดัดและผลิตภัณฑ์บำรุงที่ต้องใช้ ซึ่งรวม ๆ แล้วอาจใกล้เคียงกัน แต่ความเสี่ยงและความยุ่งยากจะสูงกว่า โดยเฉพาะหากไม่มีประสบการณ์
ข้อห้ามสำคัญก่อนคิดจะดัดผมสั้น
แม้การดัดจะช่วยเปลี่ยนลุคได้มาก แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนและทุกช่วงเวลา เพราะสารเคมีมีผลทั้งกับเส้นผมและหนังศีรษะ
ข้อควรหลีกเลี่ยง:
หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร คนที่มีประวัติแพ้สารเคมี ความดันโลหิตสูง หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ
น้ำยาดัดมักมีกลิ่นแรง สามารถกระตุ้นการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ บางสูตรให้ความร้อนบนหนังศีรษะและอาจส่งผลต่อความดันได้
จำเป็นต้องทดสอบปฏิกิริยาทางผิวทุกครั้งก่อนทำ: แต้มผลิตภัณฑ์หลังใบหูหรือข้อพับศอก แล้วรอสังเกตอาการแดง คัน หรือบวม
หลีกเลี่ยงการดัดหากกำลังรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาฮอร์โมน อยู่ในภาวะเครียดจัด หรือเพิ่งย้อมผมด้วยเฮนน่าหรือบาสม่า รวมถึงช่วงวันมีประจำเดือนที่ร่างกายไวต่อการระคายเคือง

การดูแลหลังดัดผมสั้น: ทำยังไงให้ลอนอยู่สวยไม่พัง
แม้เทคโนโลยีสมัยนี้จะอ่อนโยนขึ้นมาก แต่การดัดก็ยังเป็นการทดสอบความถึกของเส้นผมอยู่ดี ดังนั้น หลังดัดคือช่วงที่ต้องดูแลหนักกว่าปกติ

แนวทางดูแลพื้นฐาน:
หลังดัดอย่างน้อย 2–3 วัน อย่าเพิ่งสระผมหรือหมักมาสก์ ปล่อยให้ลอนตั้งตัวก่อน
ปรึกษาช่างเรื่องแชมพูที่อ่อนโยนและเหมาะกับผมดัด อาจต้องใช้แชมพูระดับมืออาชีพ
เริ่มบำรุงลอนผมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ: ทำมาสก์ ดื่มวิตามินบำรุงผม ใช้น้ำยาล้างหรือทรีตเมนต์เสริมความแข็งแรง
เลี่ยงการสระผมแรง ๆ หวีผมตอนเปียก หรือถูผ้าขนหนูแรง ๆ เพราะจะทำให้ลอนคลายเร็ว
ลดการใช้สเปรย์จัดแต่ง เจล และสเปรย์เคลือบเงา หากเป็นไปได้ให้จัดทรงด้วยนิ้วมือ แทนการหวีละเอียด
ใช้ไดร์เป่าผมให้น้อยที่สุด ปล่อยให้แห้งเองดีที่สุด โดยเฉพาะก่อนออกจากบ้านควรเผื่อเวลาให้ผมแห้งสนิท

เอฟเฟกต์การดัดผมสั้นอยู่ได้นานแค่ไหน
อายุการใช้งานของลอนขึ้นอยู่กับ:
ประเภทน้ำยาที่ใช้
เทคนิคที่เลือก (ไบโอเวฟ, แกะสลัก, ดัดกรด ฯลฯ)
วิธีดูแลของเจ้าของผมหลังทำ
โดยทั่วไป ลอนสามารถอยู่ได้ถึง ประมาณ 6 เดือน ในสูตรที่แรง และ 2–3 เดือนในสูตรเบาหรือไบโอเวฟ
เสียงจากสาว ๆ ที่เคยดัดผมสั้น
ฟีดแบ็กเกี่ยวกับการดัดผมมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ส่วนใหญ่ความไม่พอใจมักเกิดจากการเลือกช่างหรือเทคนิคที่ไม่เหมาะกับสภาพผมจริง ๆ
มารีน่า:
“ผมฉันบางมาตั้งแต่เด็ก พยายามเพิ่มวอลลุ่มสารพัด: ม้วนด้วยที่หนีบไฟฟ้า นอนกับโรลถอดเช้า ถักเปียทั้งคืน แต่เอฟเฟกต์แป๊บเดียว แถมพอใช้ที่หนีบผมร้อน ๆ ผมก็เสียอีก เลยตัดสินใจตัดบ๊อบแล้วดัดลอนใหญ่ไปเลย ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นเยอะ ตอนเช้าแทบไม่ต้องเซต ผมก็ไม่เสียเหมือนตอนใช้ความร้อนหนัก ๆ แต่ได้วอลลุ่มทั้งวัน”
อนาสตาเซีย:
“เคยทำดัดโวลุ่มโคนครั้งแรก แล้วพังมาก ผมเสีย ไม่มีวอลลุ่มอย่างที่คุยไว้ ต้องใช้เวลาหลายเดือนฟื้นฟู เสียใจมาก แต่พอครั้งที่สองฉันเลือกซาลอนจากรีวิวละเอียด ๆ ช่างเก่งมาก ทำออกมาแล้วผมดูหนา สวย ไม่ต้องเซตเยอะ แม้ฝนตกทรงก็แทบไม่เปลี่ยนเลย”

กฎทองการดูแลผมหลังดัด (เวอร์ชันเข้มข้น)
หลังผ่านเคมี แกนผมจะอ่อนแอลง การดูแลต่อจากนี้จึงสำคัญกับทั้งรูปลอนและสุขภาพผมในระยะยาว
สิ่งที่ควรทำและควรเลี่ยง:
ใน 2–3 วันแรก อย่าถักเปียหรือรวบตึง
งดอุปกรณ์ให้ความร้อน (ที่หนีบ/ที่ม้วน/ไดร์ร้อนจัด) ให้ได้มากที่สุด
เปลี่ยนจากหวีฟันโลหะเป็นหวีไม้หรือหวีฟันห่าง
ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนหรือสูตรสำหรับผมดัดโดยเฉพาะ
หากจำเป็นต้องใช้ความร้อน ให้ลงผลิตภัณฑ์กันความร้อนก่อนทุกครั้ง
เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรีดผมให้ตรง
หลีกเลี่ยงทรงที่ต้องยีฟูหรือใช้สเปรย์แข็งมาก
ปกป้องผมจากแดดจัดและรังสี UV (หมวก/สเปรย์กันแสง)
อย่าเข้านอนขณะผมยังเปียก เพื่อไม่ให้ลอนเสียทรง
หลังสระอย่าขยำหรือบิดผมแรง ๆ แต่ซับด้วยผ้าขนหนูเบา ๆ
ตัดปลายผมแตกอย่างสม่ำเสมอ
หลังสระทุกครั้งใช้ครีมนวดหรือบาล์มฟื้นฟู
ทำมาสก์บำรุงลึกสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ใช้น้ำมันบำรุงที่ล้างออกไม่ได้และสเปรย์ให้ความชุ่มชื้นเสริม
ใช้น้ำสมุนไพรล้างผม และมาสก์น้ำมัน (เช่น มะพร้าว อัลมอนด์ เมล็ดองุ่น อาร์แกน) เพื่อคืนความนุ่มลื่น
ทานวิตามินรวมที่มีน้ำมันปลาและวิตามินกลุ่มบี
แปรงผมให้น้อยลงกว่าปกติ ใช้การจัดทรงด้วยนิ้วมือแทน
เลี่ยงการทำสีหรือฟอกสีเพิ่มในช่วงที่ผมยังอ่อนแอจากเคมี




สรุป: ดัดผมสั้นเหมาะกับใครในปี 2025
การดัดผมสั้นคือทางลัดสู่ลุคมีวอลลุ่ม ดูแพง และจัดทรงง่าย เหมาะกับคนที่:
ผมบางหรือลีบแบน
ไม่มีเวลาจัดทรงทุกเช้า
อยากได้ลุคใหม่ที่ดูมีเท็กซ์เจอร์และคาแรกเตอร์
แค่เลือกประเภทเคมีให้เหมาะกับสภาพผม เลือกช่างที่ไว้ใจได้ และ ดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี ลอนสวย ๆ ก็จะอยู่กับคุณได้นานแบบไม่ต้องแลกด้วยผมพัง

