พายุลูกใหม่ของวงการซีรีส์เกาหลี
Disney+ Hotstar เตรียมเขย่าวงการด้วย Tempest ซีรีส์เกาหลีแนวสายลับ–การเมืองฟอร์มยักษ์ ที่ขนเอาดาราแนวหน้าจากทั้งเกาหลีและฮอลลีวูดมาประชันบทบาทกันแบบจัดเต็มในเรื่องเดียว
ไฮไลต์สำคัญคือการคัมแบ็กครั้งใหญ่ของ จอนจีฮยอน (Gianna Jun) ตัวแม่แห่งวงการบันเทิงเกาหลี ที่ห่างหายจากบทนำในซีรีส์มาพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งด้วยผลงานระดับเวิลด์คลาส ซึ่งยังคงต่อยอดจากงานแสดงที่แฟน ๆ คุ้นเคยอย่าง Jirisan (2021), Kingdom Season 2 (2020), My Love From the Star (2013) รวมถึงภาพยนตร์อย่าง Assassination (2015), The Berlin File (2013) และ The Thieves (2012)
ถ้าคุณคิดถึงเสน่ห์เฉียบคมและคาแรกเตอร์สตรองของเธอ เรื่องนี้คือคำตอบ
พล็อตสายลับ–การเมือง เข้มข้นระดับโลก
ในซีรีส์ Tempest จอนจีฮยอนรับบทเป็น “ซอมุนจู” อดีตนักการทูตประจำสหประชาชาติ ที่ถูกดึงกลับเข้าสู่สมรภูมิการเมืองอีกครั้ง หลังเกิดเหตุลอบสังหารผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งกลายเป็นชนวนให้คาบสมุทรเกาหลีเข้าสู่ภาวะไม่มั่นคงทางการเมืองขั้นรุนแรง
เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแย่งชิงอำนาจในประเทศ แต่ยังโยงใยไปถึง ขบวนการสมคบคิดระดับนานาชาติ ที่ไม่มีใครคาดถึง และไม่มีใครเชื่อใจใครได้จริง ๆ
Tempest เลยไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์การเมืองธรรมดา แต่คือเกมข่าวกรองที่เดิมพันด้วยอนาคตของทั้งภูมิภาคและโลก
ซอมุนจู: ผู้หญิงเงียบขรึมแต่ทรงพลัง
จอนจีฮยอนได้เล่าถึงบทบาท “ซอมุนจู” ว่าเป็นตัวละครที่ทำให้เธอตัดสินใจรับเล่นแบบไม่ต้องคิดนาน เพราะมุนจูเป็นผู้หญิงที่
เงียบขรึม แต่เต็มไปด้วยพลังภายใน
แข็งแกร่งโดยไม่ต้องพยายามทำตัวแมน
ไม่ได้ถูกจำกัดให้เป็นผู้หญิงที่เปราะบางหรือรอให้ใครมาช่วย
เธอมองว่าความแข็งแรงในแบบของมุนจู คือความท้าทายใหม่ที่อยากถ่ายทอดให้คนดูได้เห็น และยังพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ซีรีส์การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครผู้หญิงเป็นศูนย์กลางนั้นหาได้ยากมาก ซึ่งทำให้โปรเจกต์นี้พิเศษยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธออินสุด ๆ กับงานนี้ คือการได้ร่วมงานกับทีมนักสร้างสุดแกร่ง ทั้งนักเขียน จองซอกยอง และผู้กำกับคิมฮีวอน ที่เธอยกให้เป็นทีมในฝัน
และที่แอบเขินเบา ๆ คือ จอนจีฮยอนยังบอกด้วยว่า คังดงวอนคือสเปกในฝัน ใครเป็นแฟนดงวอนคงยิ้มตามไม่แพ้กัน เพราะเคมีที่เข้ากันแบบเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ยิ่งส่งให้ความสัมพันธ์ของตัวละครบนจอดูสมจริง และน่าติดตามสุด ๆ
คังดงวอนในโหมดบอดี้การ์ดปริศนา
อีกจุดที่คอซีรีส์เกาหลีต้องโฟกัสคือการแสดงของ “คังดงวอน” (Gang Dongwon) นักแสดงหนุ่มเจ้าของลุคและออร่าสายลึกลับ ที่หลายคนคุ้นจากผลงานภาพยนตร์อย่าง
Broker (2022)
Peninsula (2020)
Illang: The Wolf Brigade (2018)
The Priests (2015)
Woochi (2009)
ใน Tempest เขารับบทเป็น “แพคซานโฮ” เจ้าหน้าที่พิเศษฝีมือเฉียบ ผู้เข้ามารับหน้าที่เป็นทั้งบอดี้การ์ดของซอมุนจู และในขณะเดียวกันก็กลายเป็น ตัวแปรปริศนาในเกมที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้
เคมีระหว่างซอมุนจูและแพคซานโฮ จึงไม่ได้มีแค่ความดุเดือดเชิงการเมืองและภารกิจลับ แต่ยังแอบสอดแทรกแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คุณหยุดลุ้นไม่ได้ทั้งในสนามรบและในสนามหัวใจ
ทัพดาราฮอลลีวูด เสริมความเวิลด์คลาส
สิ่งที่ทำให้ Tempest โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการดึงทีมนักแสดงฮอลลีวูดระดับแถวหน้ามาเสริมทัพความเข้มข้นให้กับเรื่องราวการเมืองระดับโลกครั้งนี้
รายชื่อที่น่าจับตามอง ได้แก่
John Cho จากแฟรนไชส์ Star Trek รับบทผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ
Michael Gaston จาก Spenser Confidential รับบทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
Spencer Garrett จาก Air Force One รับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ
Christopher Gorham จาก The Lincoln Lawyer ในบททหารรับจ้าง
นอกจากนี้ยังมีทีมนักแสดงสมทบมากฝีมืออีกคับคั่ง เช่น
Joel De La Fuente (The Man In The High Castle)
Alicia Hannah-Kim และ Jacob Bertrand (Cobra Kai)
Brooke Smith (Silence of the Lambs)
Romy Rosemont (Barry)
Tom Lenk (American Horror Stories)
ทัพนักแสดงเหล่านี้จะมารวมตัวกันในซีรีส์เกาหลีที่ว่าด้วยสายลับ การก่อวินาศกรรม และเกมอำนาจระดับโลก ซึ่งทั้งโทนเรื่องและขนาดโปรดักชันบอกชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์เกาหลีธรรมดา แต่คือโปรเจกต์ที่เล็งตลาดผู้ชมทั่วโลกเต็มตัว
ทีมสร้างเบื้องหลังที่แฟน K-Drama เห็นชื่อแล้วต้องกรี๊ด
ด้านโปรดักชันของ Tempest ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้หน้าโปสเตอร์ เพราะได้ทีมงานระดับท็อปของวงการมารวมตัวกัน
กำกับโดย คิมฮวีวอน เจ้าของผลงานฮิตอย่าง Queen of Tears, Vincenzo, Little Women ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องแบบเข้มข้น คมกริบ และมีชั้นเชิง
เสริมความดุเดือดของฉากแอ็กชันด้วยผู้กำกับคิวบู๊แถวหน้าของเกาหลี ฮอมยองแฮง จาก The Roundup: Punishment
เขียนบทโดย จองซอกยอง ผู้ปลุกปั้นงานระดับตำนานอย่าง Decision to Leave, The Handmaiden, Little Women ที่ถนัดการสร้างตัวละครซับซ้อนและบรรยากาศชวนลุ้นจนลืมหายใจ
เมื่อเอาชื่อทีมงานระดับนี้มาวางเรียงกัน คำว่า “โปรเจกต์แห่งปี” ก็ไม่ได้ดูเว่อร์เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
รูปแบบการปล่อยตอน และเหตุผลที่ไม่ควรดูช้า
Tempest จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการปล่อยให้นักดูซีรีส์ได้สตรีมพร้อมกันในวันที่ 10 กันยายน โดย
ปล่อยทีเดียวรวด 3 ตอนแรก ให้ดื่มด่ำบรรยากาศเกมการเมือง–สายลับกันแบบจุใจ
จากนั้นทยอยปล่อยตอนใหม่ทุกสัปดาห์
ปิดฉากด้วย สองตอนสุดท้าย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568
ทั้งหมดนี้รับชมได้ เฉพาะบน Disney+ Hotstar เท่านั้น
สำหรับสายตามกระแส ถ้าคุณดูช้ากว่าคนอื่นเพียงไม่กี่วัน มีโอกาสโดนสปอยล์ฉากพีก ๆ บนโซเชียลแบบเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาดโมเมนต์ช็อกโลกของเรื่องนี้ จดวันรอไว้ให้ดี
ทำไมคอซีรีส์เกาหลีต้องห้ามพลาด Tempest
ถ้าจะสรุปว่าทำไม Tempest ถึงควรอยู่ในลิสต์ “ต้องดู” ของสายซีรีส์เกาหลีและสายสืบสวน–การเมือง ก็สรุปได้แบบชัด ๆ ดังนี้
การคัมแบ็กของจอนจีฮยอน ในบทนำสุดทรงพลัง ที่วางเธอไว้เป็นแกนกลางของเกมการเมืองโลก
คังดงวอนในบทบอดี้การ์ดปริศนา ที่ทั้งน่าหลงใหลและน่าไว้ใจไม่ได้ในเวลาเดียวกัน
ทัพนักแสดงฮอลลีวูดแน่น ๆ สร้างบรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศให้สมจริงและยิ่งใหญ่
ทีมผู้กำกับ–คนเขียนบทระดับท็อป ที่การันตีทั้งคุณภาพการเล่าเรื่องและอารมณ์สุดเข้มข้น
โทนเรื่องสายลับ–การก่อวินาศกรรมระดับโลก ผสมกับความสัมพันธ์ซับซ้อนและชั้นเชิงทางอารมณ์แบบซีรีส์เกาหลีแท้ ๆ
นี่คือซีรีส์ที่รวมทุกอย่างที่แฟน K-Drama สายเข้มต้องการ ทั้งเกมอำนาจ โลกการจารกรรม ความโรแมนติกที่ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด และภารกิจที่ “ไม่มีพื้นที่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว”
ใครที่ชอบซีรีส์เกาหลีที่ทั้งลุ้น ทั้งลึก และทั้งหล่อ–สวยกันทั้งจอ เตรียมตัวปล่อยให้ Tempest พัดคุณเข้าสู่โลกสายลับฟีลหนังโรงได้เลย

