รับแอปรับแอป

Tempest: ซีรีส์สายลับเกาหลีที่รวมตัวแม่–ตัวพ่อ–ฮอลลีวูดไว้ในเรื่องเดียว

ณัฐวดี ชูศรี01-31

พายุลูกใหม่ของวงการซีรีส์เกาหลี

Disney+ Hotstar เตรียมเขย่าวงการด้วย Tempest ซีรีส์เกาหลีแนวสายลับ–การเมืองฟอร์มยักษ์ ที่ขนเอาดาราแนวหน้าจากทั้งเกาหลีและฮอลลีวูดมาประชันบทบาทกันแบบจัดเต็มในเรื่องเดียว

ไฮไลต์สำคัญคือการคัมแบ็กครั้งใหญ่ของ จอนจีฮยอน (Gianna Jun) ตัวแม่แห่งวงการบันเทิงเกาหลี ที่ห่างหายจากบทนำในซีรีส์มาพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งด้วยผลงานระดับเวิลด์คลาส ซึ่งยังคงต่อยอดจากงานแสดงที่แฟน ๆ คุ้นเคยอย่าง Jirisan (2021), Kingdom Season 2 (2020), My Love From the Star (2013) รวมถึงภาพยนตร์อย่าง Assassination (2015), The Berlin File (2013) และ The Thieves (2012)

ถ้าคุณคิดถึงเสน่ห์เฉียบคมและคาแรกเตอร์สตรองของเธอ เรื่องนี้คือคำตอบ

พล็อตสายลับ–การเมือง เข้มข้นระดับโลก

ในซีรีส์ Tempest จอนจีฮยอนรับบทเป็น “ซอมุนจู” อดีตนักการทูตประจำสหประชาชาติ ที่ถูกดึงกลับเข้าสู่สมรภูมิการเมืองอีกครั้ง หลังเกิดเหตุลอบสังหารผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งกลายเป็นชนวนให้คาบสมุทรเกาหลีเข้าสู่ภาวะไม่มั่นคงทางการเมืองขั้นรุนแรง

เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแย่งชิงอำนาจในประเทศ แต่ยังโยงใยไปถึง ขบวนการสมคบคิดระดับนานาชาติ ที่ไม่มีใครคาดถึง และไม่มีใครเชื่อใจใครได้จริง ๆ

Tempest เลยไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์การเมืองธรรมดา แต่คือเกมข่าวกรองที่เดิมพันด้วยอนาคตของทั้งภูมิภาคและโลก

ซอมุนจู: ผู้หญิงเงียบขรึมแต่ทรงพลัง

จอนจีฮยอนได้เล่าถึงบทบาท “ซอมุนจู” ว่าเป็นตัวละครที่ทำให้เธอตัดสินใจรับเล่นแบบไม่ต้องคิดนาน เพราะมุนจูเป็นผู้หญิงที่

  • เงียบขรึม แต่เต็มไปด้วยพลังภายใน

  • แข็งแกร่งโดยไม่ต้องพยายามทำตัวแมน

  • ไม่ได้ถูกจำกัดให้เป็นผู้หญิงที่เปราะบางหรือรอให้ใครมาช่วย

เธอมองว่าความแข็งแรงในแบบของมุนจู คือความท้าทายใหม่ที่อยากถ่ายทอดให้คนดูได้เห็น และยังพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ซีรีส์การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครผู้หญิงเป็นศูนย์กลางนั้นหาได้ยากมาก ซึ่งทำให้โปรเจกต์นี้พิเศษยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธออินสุด ๆ กับงานนี้ คือการได้ร่วมงานกับทีมนักสร้างสุดแกร่ง ทั้งนักเขียน จองซอกยอง และผู้กำกับคิมฮีวอน ที่เธอยกให้เป็นทีมในฝัน

และที่แอบเขินเบา ๆ คือ จอนจีฮยอนยังบอกด้วยว่า คังดงวอนคือสเปกในฝัน ใครเป็นแฟนดงวอนคงยิ้มตามไม่แพ้กัน เพราะเคมีที่เข้ากันแบบเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ยิ่งส่งให้ความสัมพันธ์ของตัวละครบนจอดูสมจริง และน่าติดตามสุด ๆ

คังดงวอนในโหมดบอดี้การ์ดปริศนา

อีกจุดที่คอซีรีส์เกาหลีต้องโฟกัสคือการแสดงของ “คังดงวอน” (Gang Dongwon) นักแสดงหนุ่มเจ้าของลุคและออร่าสายลึกลับ ที่หลายคนคุ้นจากผลงานภาพยนตร์อย่าง

  • Broker (2022)

  • Peninsula (2020)

  • Illang: The Wolf Brigade (2018)

  • The Priests (2015)

  • Woochi (2009)

ใน Tempest เขารับบทเป็น “แพคซานโฮ” เจ้าหน้าที่พิเศษฝีมือเฉียบ ผู้เข้ามารับหน้าที่เป็นทั้งบอดี้การ์ดของซอมุนจู และในขณะเดียวกันก็กลายเป็น ตัวแปรปริศนาในเกมที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้

เคมีระหว่างซอมุนจูและแพคซานโฮ จึงไม่ได้มีแค่ความดุเดือดเชิงการเมืองและภารกิจลับ แต่ยังแอบสอดแทรกแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คุณหยุดลุ้นไม่ได้ทั้งในสนามรบและในสนามหัวใจ

ทัพดาราฮอลลีวูด เสริมความเวิลด์คลาส

สิ่งที่ทำให้ Tempest โดดเด่นยิ่งขึ้นคือการดึงทีมนักแสดงฮอลลีวูดระดับแถวหน้ามาเสริมทัพความเข้มข้นให้กับเรื่องราวการเมืองระดับโลกครั้งนี้

รายชื่อที่น่าจับตามอง ได้แก่

  • John Cho จากแฟรนไชส์ Star Trek รับบทผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ

  • Michael Gaston จาก Spenser Confidential รับบทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

  • Spencer Garrett จาก Air Force One รับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ

  • Christopher Gorham จาก The Lincoln Lawyer ในบททหารรับจ้าง

นอกจากนี้ยังมีทีมนักแสดงสมทบมากฝีมืออีกคับคั่ง เช่น

  • Joel De La Fuente (The Man In The High Castle)

  • Alicia Hannah-Kim และ Jacob Bertrand (Cobra Kai)

  • Brooke Smith (Silence of the Lambs)

  • Romy Rosemont (Barry)

  • Tom Lenk (American Horror Stories)

ทัพนักแสดงเหล่านี้จะมารวมตัวกันในซีรีส์เกาหลีที่ว่าด้วยสายลับ การก่อวินาศกรรม และเกมอำนาจระดับโลก ซึ่งทั้งโทนเรื่องและขนาดโปรดักชันบอกชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์เกาหลีธรรมดา แต่คือโปรเจกต์ที่เล็งตลาดผู้ชมทั่วโลกเต็มตัว

ทีมสร้างเบื้องหลังที่แฟน K-Drama เห็นชื่อแล้วต้องกรี๊ด

ด้านโปรดักชันของ Tempest ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้หน้าโปสเตอร์ เพราะได้ทีมงานระดับท็อปของวงการมารวมตัวกัน

  • กำกับโดย คิมฮวีวอน เจ้าของผลงานฮิตอย่าง Queen of Tears, Vincenzo, Little Women ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องแบบเข้มข้น คมกริบ และมีชั้นเชิง

  • เสริมความดุเดือดของฉากแอ็กชันด้วยผู้กำกับคิวบู๊แถวหน้าของเกาหลี ฮอมยองแฮง จาก The Roundup: Punishment

  • เขียนบทโดย จองซอกยอง ผู้ปลุกปั้นงานระดับตำนานอย่าง Decision to Leave, The Handmaiden, Little Women ที่ถนัดการสร้างตัวละครซับซ้อนและบรรยากาศชวนลุ้นจนลืมหายใจ

เมื่อเอาชื่อทีมงานระดับนี้มาวางเรียงกัน คำว่า “โปรเจกต์แห่งปี” ก็ไม่ได้ดูเว่อร์เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

รูปแบบการปล่อยตอน และเหตุผลที่ไม่ควรดูช้า

Tempest จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการปล่อยให้นักดูซีรีส์ได้สตรีมพร้อมกันในวันที่ 10 กันยายน โดย

  • ปล่อยทีเดียวรวด 3 ตอนแรก ให้ดื่มด่ำบรรยากาศเกมการเมือง–สายลับกันแบบจุใจ

  • จากนั้นทยอยปล่อยตอนใหม่ทุกสัปดาห์

  • ปิดฉากด้วย สองตอนสุดท้าย ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568

ทั้งหมดนี้รับชมได้ เฉพาะบน Disney+ Hotstar เท่านั้น

สำหรับสายตามกระแส ถ้าคุณดูช้ากว่าคนอื่นเพียงไม่กี่วัน มีโอกาสโดนสปอยล์ฉากพีก ๆ บนโซเชียลแบบเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาดโมเมนต์ช็อกโลกของเรื่องนี้ จดวันรอไว้ให้ดี

ทำไมคอซีรีส์เกาหลีต้องห้ามพลาด Tempest

ถ้าจะสรุปว่าทำไม Tempest ถึงควรอยู่ในลิสต์ “ต้องดู” ของสายซีรีส์เกาหลีและสายสืบสวน–การเมือง ก็สรุปได้แบบชัด ๆ ดังนี้

  • การคัมแบ็กของจอนจีฮยอน ในบทนำสุดทรงพลัง ที่วางเธอไว้เป็นแกนกลางของเกมการเมืองโลก

  • คังดงวอนในบทบอดี้การ์ดปริศนา ที่ทั้งน่าหลงใหลและน่าไว้ใจไม่ได้ในเวลาเดียวกัน

  • ทัพนักแสดงฮอลลีวูดแน่น ๆ สร้างบรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศให้สมจริงและยิ่งใหญ่

  • ทีมผู้กำกับ–คนเขียนบทระดับท็อป ที่การันตีทั้งคุณภาพการเล่าเรื่องและอารมณ์สุดเข้มข้น

  • โทนเรื่องสายลับ–การก่อวินาศกรรมระดับโลก ผสมกับความสัมพันธ์ซับซ้อนและชั้นเชิงทางอารมณ์แบบซีรีส์เกาหลีแท้ ๆ

นี่คือซีรีส์ที่รวมทุกอย่างที่แฟน K-Drama สายเข้มต้องการ ทั้งเกมอำนาจ โลกการจารกรรม ความโรแมนติกที่ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด และภารกิจที่ “ไม่มีพื้นที่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว”

ใครที่ชอบซีรีส์เกาหลีที่ทั้งลุ้น ทั้งลึก และทั้งหล่อ–สวยกันทั้งจอ เตรียมตัวปล่อยให้ Tempest พัดคุณเข้าสู่โลกสายลับฟีลหนังโรงได้เลย