รับแอปรับแอป

ปิดม่านงานแม็คโคร โฮเรก้า 2025 : เวทีเชฟ-สตาร์ทอัพอาหาร จุดไฟธุรกิจโตไม่รู้จบ

ภูวดล พงศ์ไพศาล01-31

FOOD INFINITY: มหกรรมที่ทำให้ธุรกิจอาหารไม่มีคำว่าจบ

งาน “แม็คโคร โฮเรก้า มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 18” รูดม่านปิดฉากอย่างสวยและยิ่งใหญ่สมการรอคอย ไล่ตั้งแต่โซนแสดงสินค้า นวัตกรรม ไปจนถึงเทรนด์ธุรกิจอาหารครบวงจร ภายใต้แนวคิด “FOOD INFINITY ธุรกิจอาหารโตได้ไม่สิ้นสุด”

ตลอด 4 วันเต็ม ผู้ประกอบการสาย HoReCa และคนรักการทำอาหารจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้าร่วมเกือบ 40,000 คน ตอกย้ำบทบาทของแม็คโครในฐานะ พาร์ตเนอร์ธุรกิจตัวจริง ที่ช่วยทั้งต่อยอดไอเดีย ยกระดับมาตรฐานอาหารไทย และขับเคลื่อนสังคมธุรกิจอย่างยั่งยืน

เวทีแห่งไอเดีย เทรนด์ และแรงบันดาลใจ

บนเวทีหลัก มีทั้งการอัปเดตเทรนด์อาหารใหม่ ๆ นวัตกรรมในวงการ และเวิร์กช็อปที่เน้นการต่อยอดให้ผู้ประกอบการไทยก้าวไปไกลระดับสากล

คอนเซ็ปต์ไม่ใช่แค่ “มาออกบูธ” แต่คือการ จุดประกายแรงบันดาลใจ ให้ผู้ประกอบการกลับไปพร้อม “ของจริงที่เอาไปทำต่อได้” ทั้งในเชิงเมนู การบริหาร และโมเดลธุรกิจ

หนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้ คือการประกาศผลการแข่งขัน “makro HoReCa Challenge 2025” ภายใต้ธีม Taste of Asia ที่รวมเชฟจากทั่วประเทศ ทั้งสายเยาวชนและมืออาชีพ มาประชันกันอย่างดุเดือด รวมถึงเวทีเครื่องดื่มสุดครีเอต ที่ยกระดับบาร์เทนเดอร์และมิกโซโลจิสต์ไทยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

สรุปผล makro HoReCa Challenge 2025 : Taste of Asia

การแข่งขันปีนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทสำคัญ แต่ละเวทีมาพร้อมโจทย์สุดท้าทาย และผู้ชนะที่มีสตอรี่ไม่ธรรมดา

  • ประเภท Modern Asian Street Food Challenge
    เวทีทีมดูโอสุดมัน ที่จับคู่เชฟมืออาชีพ 12 คน กับศิลปินดารา 12 คน เพื่อรีดีไซน์สตรีทฟู้ดเอเชียในมุมมองใหม่
    ผู้ชนะ: คุณณัฐพล คุณยศยิ่ง จาก Mövenpick Suriwongse Chiang Mai และ คุณวริษฐ์ ทิพโกมุท

  • ประเภท Junior
    เวทีของเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง ที่อยากพิสูจน์ตัวเองในวงการอาหาร
    ผู้ชนะ: คุณกษิดิศ ปุนนพานิช จาก Heavenli Café หาดใหญ่

  • ประเภท Professional
    ดุเดือดที่สุดของเหล่าเชฟมืออาชีพ ที่เดิมพันด้วยเกียรติยศและเส้นทางในสายอาชีพ
    ผู้ชนะ: คุณปารเมศ สายสุทธิ จาก Thailand Avengers Team

  • ประเภท Creative Drink
    เวทีของมิกโซโลจิสต์และสายเครื่องดื่ม ที่ต้องผสานรสชาติและสตอรี่ให้อยู่ในแก้วเดียว
    ผู้ชนะ: คุณณัชชา ไชยล้อม จาก SELLF Coffee Chiang Mai

เมื่อความพยายาม 9 ปี แปลงร่างเป็นแชมป์

หนึ่งในโมเมนต์ทรงพลังของงาน คือเรื่องราวของ คุณปารเมศ สายสุทธิ แชมป์ประเภท Professional ในปีนี้

เขาเล่าว่า ก่อนจะได้แชมป์ เคยอยู่ในรุ่นจูเนียร์มานานถึง 9 ปี แต่ไม่เคยคว้าชัยชนะเลย จนตัดสินใจ “เทิร์นโปร” ก้าวขึ้นมาลงสนามมืออาชีพอย่างเต็มตัว

และปีนี้คือปีที่เขา ทำสำเร็จ

ประสบการณ์ในสนามแข่งขันครั้งนี้ ไม่ได้ให้แค่ถ้วยรางวัล แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ ๆ ทำให้ยืนยันกับตัวเองว่า ความสำเร็จเกิดจากการไม่หยุดพัฒนา พร้อมฝากคำขอบคุณถึงเวทีแม็คโครที่สร้างพื้นที่ให้เชฟไทยได้ก้าวออกไปโชว์ฝีมือในระดับโลก

หนึ่งแก้วที่รวม “เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด และอูมามิ”

อีกดาวเด่นของงานคือ คุณณัชชา ไชยล้อม แชมป์ประเภท Creative Drink ผู้ใช้ประสบการณ์ในวงการเครื่องดื่มกว่า 3 ปี ผสมเข้ากับแพชชั่นและแรงเชียร์จากคนรอบตัว แล้วกระโดดลงแข่งขันบนเวทีนี้

เมนูซิกเนเจอร์ของเธอ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความอร่อยธรรมดา แต่คือการดึง แรงบันดาลใจจากอาหารเอเชีย มาอยู่ในแก้วเดียว รวมครบทั้งรส

  • เปรี้ยว

  • หวาน

  • เค็ม

  • เผ็ด

  • และอูมามิ

ทั้งหมดนี้ ผสานกับวัตถุดิบสุดเซอร์ไพรส์อย่าง สาหร่ายคอมบุ และ หนอนไหม เพื่อสร้าง “ประสบการณ์รสชาติที่ไม่เหมือนใคร” บนเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างความกล้าและความอร่อย

เธอวางแผนจะนำเมนูนี้ไปเปิดตัวในร้านเร็ว ๆ นี้ พร้อมฝากแรงบันดาลใจให้คนที่มีความฝันว่า ถ้าอยากโต ต้องกล้าลงมือแข่งขัน และเปิดรับประสบการณ์ใหม่

เวที Start-up ที่ปั้นเมนูให้กลายเป็นธุรกิจจริง

ปีนี้เป็นครั้งแรกของเวที makro HoReCa Start-up Pitching Challenge ที่ไม่ได้แข่งแค่ “ทำอาหารอร่อย” แต่แข่งกันที่ ไอเดียธุรกิจ ด้วย

โจทย์คือการปั้นเมนูเด็ดให้กลายเป็นสตาร์ทอัพที่ไปต่อได้ในตลาดจริง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในวงการ HoReCa ก้าวสู่เส้นทางผู้ประกอบการอย่างเต็มตัว

ผู้ชนะในปีนี้คือเมนู “แกงโกบัน ขนมปังทอดไส้แกงไทย” จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่หยิบเอาเสน่ห์อาหารไทยมาจับคู่กับฟอร์มแฟกเตอร์แบบใหม่อย่างชาญฉลาด

ในงานยังมีการมอบรางวัลสำคัญอย่าง

  • โครงการพัฒนาคู่ค้าอย่างยั่งยืน 2568 (Supplier Sustainability Awards 2025)

  • รางวัล Best Exhibition Award

ให้กับผู้ร่วมออกบูธที่ช่วยทำให้ภาพรวมของงานทั้ง สวยงาม เต็มไปด้วยคอนเทนต์ และเดินสนุกมากขึ้น

เมื่อธุรกิจอาหารต้องเติบโตไปพร้อมโลกที่ยั่งยืน

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการดึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ามาอยู่กลางงาน ผ่านโครงการ AXTRA Green Together ที่ชวนผู้เข้าร่วมทุกคนมาช่วยกันคัดแยกขยะอย่างจริงจัง

ในงานมีการส่งเสริมให้คัดแยกทั้ง

  • ขยะรีไซเคิล

  • ขยะทั่วไป

  • ขยะอาหาร

โดยขยะรีไซเคิลและขยะทั่วไป จะถูกนำไปจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อรีไซเคิลและเปลี่ยนให้กลับมามีประโยชน์อีกครั้ง

ส่วน ขยะอาหาร จะถูกส่งต่อให้เกษตรกร ใช้เป็นทั้งอาหารสัตว์และปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร และผลักดันแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้จับต้องได้จริง ไม่ได้อยู่แค่บนสไลด์พรีเซนต์

ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจของซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่อยากเห็นทุกภาคส่วนร่วมกัน แปรรูปขยะให้กลายเป็นคุณค่า ใช้ประโยชน์จากทุกเศษที่เหลืออยู่ให้ได้สูงสุด

ปิดฉากครั้งที่ 18 เพื่อเปิดทางสู่ครั้งที่ 19 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

งาน “แม็คโคร โฮเรก้า มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 18” ปิดลงพร้อมความประทับใจเต็มเปี่ยม ทั้งจากผู้ประกอบการ เชฟ สตาร์ทอัพ คนทำร้าน และคนรักอาหารที่ได้ไอเดียกลับไปแบบจัดเต็ม

แต่นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการตั้งต้นสู่ครั้งต่อไป

งานครั้งที่ 19 ที่กำลังจะมาถึง จะเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ “ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการโฮเรก้า” ภายใต้การนำของประธานจัดงานคนใหม่ คุณฮเยซอง เบค พร้อมภารกิจสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจอาหารไทย โตสู่อนาคตแบบไร้เพดาน

สรุปง่าย ๆ: งานนี้ไม่ได้เป็นแค่งานแฟร์ แต่คือเวทีที่รวมทุกอย่างของวงการอาหารเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เชฟ เจ้าของร้าน ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ไปจนถึงคนที่อินกับเรื่องความยั่งยืน ใครอยู่ในสายอาหาร งานแบบนี้พลาดได้ แต่อย่าพลาดบ่อย เพราะไอเดียดี ๆ มักเกิดตรงนี้เสมอ