เกาะเกร็ด: จากหมู่บ้านช่างปั้น สู่แลนด์มาร์กใกล้กรุง

เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดไม่ได้เป็นแค่ของฝากริมทางอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับให้กลายเป็น สินค้า GI (Geographical Indication) ที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และผูกโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนมอญริมน้ำอย่างลึกซึ้ง
หน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าผลักดันเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดให้กลายเป็น จุดเช็กอินและแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใกล้กรุงเทพฯ ที่ทั้งสายเที่ยว สายคราฟต์ และสายชิลริมแม่น้ำ ต้องปักหมุดไปให้ได้สักครั้ง
GI คืออะไร และทำไมเกาะเกร็ดถึงปังขึ้นหลายเท่า
สินค้า GI คือ สินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งวัตถุดิบ ภูมิประเทศ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิต ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของดีประจำถิ่น และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม
เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ตั้งแต่ปี 2553 และผลลัพธ์ก็น่าตกใจไม่น้อย:
ก่อนขึ้นทะเบียน GI ราคาขายเฉลี่ยราว 100 บาทต่อชิ้น
หลังเป็นสินค้า GI ราคาขยับขึ้นเป็นประมาณ 500-700 บาทต่อชิ้น
จากของใช้ธรรมดากลายเป็นงานคราฟต์มีคุณค่า ที่นักสะสม นักท่องเที่ยว และคนรักงานหัตถกรรมยินดีควักกระเป๋าซื้อ เพราะเขาไม่ได้ซื้อแค่ “ของ” แต่ซื้อ “เรื่องราว” และ “ตัวตน” ของเกาะเกร็ดกลับไปด้วย

เสน่ห์ลึกซึ้งของดินเกาะเกร็ด
จุดเริ่มต้นของความงาม ไม่ได้อยู่ที่เตาเผา แต่อยู่ที่ “ดิน” ซึ่งเป็นหัวใจของเครื่องปั้นทุกชิ้น
ดินของเกาะเกร็ดโดดเด่นเพราะ:
เป็นดินเหนียวท้องนาคุณภาพดีมากแห่งหนึ่งของไทย
เนื้อดินละเอียด เหนียวแน่น ไม่ร่วน ไม่ปนกรวดทรายให้กวนใจช่างปั้น
เมื่อนวดกับน้ำจะมีสัมผัสนุ่ม เหมาะกับงานแกะลายที่ซับซ้อน
ดินเกาะเกร็ดยังมีธาตุเหล็กผสมเล็กน้อย ทำให้เมื่อผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูงแล้วจะมีสี แดงอมส้ม ที่ทั้งแข็งแรง ทนทาน และสวยงามในตัวเอง โดยแทบไม่ต้องเคลือบให้วาวก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่แล้ว
เบื้องหลังหนึ่งชิ้นงาน: จากดินดิบสู่ศิลปะมีชีวิต
การลงพื้นที่ของภาคพัฒนาไม่ได้แค่ไปดูผลงานในร้าน แต่ลงลึกถึง กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ต้นจนจบ ได้แก่
การเตรียมดินให้พร้อมต่อการปั้น
การขึ้นรูปภาชนะหรือของตกแต่งแต่ละแบบ
การแกะสลักลวดลายอันประณีตบนผิวดิน
การเผาในเตาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมา
เบื้องหลังเครื่องปั้นหนึ่งชิ้น จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มาจากทั้งฝีมือ ประสบการณ์ และความเชื่อมโยงกับภูมิประเทศของเกาะเกร็ดอย่างลึกซึ้ง
แพลนใหญ่: จากสินค้าท้องถิ่น สู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายสินค้า แต่คือการ ผูกสินค้าเข้ากับการท่องเที่ยว ให้เกาะเกร็ดกลายเป็นแลนด์มาร์กที่คนอยากมาเห็นของจริงกับตา
แผนการสำคัญมีทั้งในมุมของสินค้าและการท่องเที่ยว เช่น
พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ สวย ทันสมัย เหมาะเป็นของขวัญของฝาก
ดีไซน์แพ็กเกจให้เล่าเรื่องราวและอัตลักษณ์ของเกาะเกร็ดได้ชัดเจน
ขยายช่องทางการตลาด ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและศูนย์การค้าชั้นนำ
เพิ่มช่องทางให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติได้สะดวกขึ้น
ทั้งหมดนี้เชื่อมกันไปสู่ภาพใหญ่คือการดันให้แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดกลายเป็น แลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แบบครบวงจร
ไปเกาะเกร็ดต้องทำอะไรบ้าง
เกาะเกร็ดอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จะขับรถไปลงท่าเรือหรือล่องเรือชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาก็ได้บรรยากาศคนละแบบ แต่ที่เหมือนกันคือ ได้ใกล้ชิดวิถีชาวมอญริมน้ำแบบเต็มอิ่ม
กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน:
เดินชม ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ดูทั้งขั้นตอนปั้น แกะลาย และเตาเผา
เลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผา GI เป็นของฝากหรือของแต่งบ้าน
สังเกตสี เนื้อดิน และลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะเกร็ด
เดินชิลรอบเกาะ ชมวิถีชุมชนและวัดริมแม่น้ำ
การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่แค่การช้อปของฝาก แต่คือการ เรียนรู้ภูมิปัญญาและชีวิตของชุมชน ไปพร้อม ๆ กับการพักผ่อน
สร้างรายได้ไปพร้อมรักษารากเหง้า
การผลักดันเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดในฐานะสินค้า GI ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ให้ขายดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วย:
รักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมของช่างปั้นท้องถิ่น
สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้คนในชุมชน
เชื่อมงานหัตถกรรมเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
ทุกชิ้นงานที่คุณซื้อ คือการสนับสนุนช่างฝีมือ และช่วยให้ภูมิปัญญาเก่าแก่ยังมีลมหายใจต่อไป
ปักหมุดทริปเที่ยวเกาะเกร็ด
สำหรับสายเที่ยวสายคราฟต์ ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาอย่างใกล้ชิด ลองหาเวลามาเยี่ยมชมและอุดหนุนสินค้าจากแหล่งผลิตโดยตรงที่:
ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ทั้งได้เที่ยวเกาะใกล้กรุง สูดอากาศริมแม่น้ำ ชมวิถีชาวมอญ และได้ของสวยกลับบ้าน แบบที่รู้เลยว่าทุกบาทที่จ่ายไป ช่วยต่อยอดเสน่ห์เกาะเกร็ดให้เติบโตอย่างยั่งยืน





