สตรอว์เบอร์รีลูกโตๆ จากตงก่าง ทำไมถึงดังทั้งจีน
เมืองตงก่าง ในนครตานตง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศเมืองชายทะเล แต่นี่คือ ฐานการผลิตและส่งออกสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดของจีน ที่สืบทอดการเพาะปลูกมานานกว่าร้อยปี
สตรอว์เบอร์รีจากตงก่างขึ้นชื่อเรื่อง ผลอวบ เนื้อแน่น รสหวานฉ่ำ จนกลายเป็นปลายทางในฝันของสายกินที่หลงรักผลไม้สีแดงลูกโตๆ
ภูมิอากาศที่ใช่ ทำให้รสชาติว้าว
ตงก่างมีภูมิอากาศแตกต่างจากหลายเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบมากๆ
เทือกเขาฉางไป๋ช่วยกันลมหนาวจากทางเหนือ
ลมอุ่นชื้นจากทะเลเหลืองทางใต้พัดเข้ามา
มีแสงแดดเพียงพอและปริมาณน้ำฝนเหมาะสม
ดินอุดมด้วยอินทรียวัตถุ เหมาะสุดๆ สำหรับการปลูกผลไม้
เมื่อรวมทุกปัจจัยนี้เข้าด้วยกัน จึงได้สตรอว์เบอร์รีที่ทั้งหอม หวาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่สวยแต่รูป แต่รสชาติก็ดีจนจำไม่ลืม
จากไร่สู่ชื่อเสียงระดับประเทศ
สตรอว์เบอร์รีตงก่างได้รับการรับรองเป็น ผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจีน ซึ่งหมายถึงผลไม้ชนิดนี้มีคุณลักษณะพิเศษที่ผูกโยงกับพื้นที่ต้นกำเนิดโดยตรง
ทุกวันนี้ เมืองตงก่างมีพื้นที่เพาะปลูกสตรอว์เบอร์รีมากกว่า 200,000 หมู่ (ราว 83,000 ไร่) และมีเกษตรกรกว่า 100,000 ครัวเรือน ที่ยึดอาชีพปลูกสตรอว์เบอร์รีเป็นรายได้หลัก
พูดง่ายๆ คือ สตรอว์เบอร์รีไม่ได้เป็นแค่ของอร่อย แต่เป็น หัวใจของเศรษฐกิจท้องถิ่น เลยก็ว่าได้
เมื่อรัฐหนุนเต็มที่ สตรอว์เบอร์รีก็ยิ่งโต
ภาครัฐในพื้นที่เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีอย่างจริงจัง ทั้งในมุมเกษตรและเศรษฐกิจท่องเที่ยวสายกิน
การสนับสนุนสำคัญมีทั้งด้าน
การพัฒนาบุคลากรและทักษะเกษตรกร
การสร้างแบรนด์ให้สตรอว์เบอร์รีตงก่างเป็นที่จดจำ
การสนับสนุนเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร
ทั้งหมดนี้ช่วยให้สตรอว์เบอร์รีกลายเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจท้องถิ่น ทำให้เมืองนี้มีทั้งรายได้ ความเข้มแข็งของชุมชน และเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน
เทคโนโลยี + เกษตร = สตรอว์เบอร์รีคุณภาพจริงจัง
ในยุคสมาร์ตฟาร์ม สตรอว์เบอร์รีตงก่างก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะเกษตรกรหันมาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อยกระดับทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิต
เกษตรกรสามารถ ควบคุมสภาพในโรงเรือนผ่านสมาร์ตโฟน ได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอุณหภูมิหรือการปรับค่าต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้
โดยจะรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 5-28 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่สตรอว์เบอร์รีเติบโตได้ดีที่สุด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและรสชาติไว้ใจได้
สายกินต้องไปให้เห็นกับตา ชิมให้รู้ด้วยลิ้น
สำหรับสายเที่ยวสายกิน นี่คือจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้ในลิสต์ ถ้าได้เดินเข้าโรงเรือนสตรอว์เบอร์รี เห็นผลสีแดงสดเรียงกันเต็มแปลง แล้วได้ชิมจากต้นแบบสดๆ รับรองว่าประสบการณ์จะต่างจากการกินจากกล่องในซูเปอร์มาร์เก็ตแน่นอน
ได้เห็นวิธีเพาะปลูกที่ผสมผสานทั้งภูมิปัญญาและเทคโนโลยี
ได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรที่ผูกชีวิตไว้กับสตรอว์เบอร์รี
ได้ชิมผลไม้ที่สะท้อนตัวตนของเมืองทั้งเมือง
ใครชอบท่องเที่ยวสายกิน การตามรอยสตรอว์เบอร์รีตงก่างคืออีกหนึ่งทริปที่ทั้งอร่อย ทั้งได้ความรู้ และได้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับเกษตรสมัยใหม่ในจีน












