Amazing Thai Cuisine บุกหัวใจสายกินอเมริกัน
ททท. ยกขบวนความอร่อยแบบไทย ๆ บินลัดฟ้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จัดกิจกรรม “Amazing Thai Cuisine Experience” ในงาน Sawasdee DC Thai Festival โชว์เสน่ห์อาหารไทยผ่านเชฟมิชลินชื่อดัง ดันไทยสู่การเป็นผู้นำ Gastronomy Tourism และจุดประกายให้นักท่องเที่ยวอยากบินมาตามรอยรสชาติถึงเมืองไทย

เจาะตลาดอเมริกา ด้วยพลังซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย
ททท. ผนึกกำลังกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานรัฐ และผู้ประกอบการเอกชน เดินหน้าบุกตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสหรัฐอเมริกา ผ่านคอนเซ็ปต์ “Amazing Thai Cuisine Experience”
หัวใจสำคัญคือการใช้ จุดแข็งของอาหารไทย เป็นเครื่องมือสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยในมิติใหม่ ไม่ใช่แค่ประเทศท่องเที่ยวสวยงาม แต่คือ จุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก ที่ทั้งอร่อย มีเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความยั่งยืน
ภายในงาน Sawasdee DC Thai Festival จึงกลายเป็นเวทีใหญ่ให้คนอเมริกันได้รู้จักเมืองไทยผ่านรสชาติจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านรูปภาพหรือรีวิวในโลกออนไลน์

เชฟมิชลินนำทีม โชว์เสน่ห์ครัวไทยบนเวทีโลก
งานนี้นำทัพโดยเชฟมิชลินชื่อดังของไทยอย่าง เชฟชุมพล แจ้งไพร จากร้าน R-HAAN เชฟ 2 ดาวมิชลินต่อเนื่อง 7 ปี และทูตด้านอาหารเพื่อความยั่งยืนจากองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วยเชฟไทยจากไทยและสหรัฐอเมริกา มาร่วมกันสร้างประสบการณ์ครัวไทยกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
เชฟชี้ให้เห็นว่า เสน่ห์ของอาหารไทยไม่ได้มีดีแค่ว่าอร่อย แต่ยัง เปี่ยมไปด้วยสมุนไพรไทย ที่ดีต่อสุขภาพ ใช้เป็นวัตถุดิบหลัก และเป็นจุดเด่นที่ทำให้ครัวไทยแตกต่างจากชาติอื่น
ที่สำคัญ สูตรอาหารไทยยังสามารถต่อยอดเข้ากับวัตถุดิบกลุ่ม Future Food และ Plant-Based ได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายสุขภาพและสายกรีนที่มีกำลังซื้อสูงทั่วโลก
อาหารไทยจึงถูกยกระดับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่สร้างทั้งความประทับใจและโอกาสทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

6 เมนูไฮไลต์ที่ทำคนทั้งงานอยากบินมาไทย
ในพื้นที่จัดงานขนาดประมาณ 6 x 15 เมตร ททท. เนรมิตครัวไทยกลาง National Mall พร้อม Live Cooking Show ทั้งหมด 6 รอบ 6 เมนู ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ร้านอาหารดังในกรุงเทพฯ
เมนูที่ถูกคัดสรรมานั้นไม่ใช่เมนูธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของ รากเหง้า วัฒนธรรม และความร่วมสมัยของอาหารไทย ได้แก่
ต้มยำกุ้ง (UNESCO Heritage Dish) – ซุปสมุนไพรรสจัดจ้านที่สะท้อนตัวตนครัวไทยได้ชัดที่สุด
หมี่กรอบชาววังกุ้งล็อบสเตอร์ (Royal Thai Mee Krob with Maine Lobster) – เมนูฟิวชันที่ผสมผสานความเป็นไทยชาววังกับวัตถุดิบระดับพรีเมียมของอเมริกา
ข้าวหอมมะลิ พะแนงเนื้อ (Panang Beef with U.S. Beef & Thai Hom Mali Rice) – การจับคู่ระหว่างวัตถุดิบเนื้อคุณภาพจากสหรัฐฯ กับข้าวหอมมะลิไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก
แกงเขียวหวานไก่ (Thai Green Curry with Chicken) – แกงไก่สีเขียวหอมกะทิและเครื่องแกง เสิร์ฟความเข้มข้นแบบไทยแท้
เบอร์เกอร์กะเพรา Plant-Based – การตีความเมนูยอดฮิต “ผัดกะเพรา” ในเวอร์ชัน Plant-Based เอาใจสายมังและคนรักสิ่งแวดล้อม
ข้าวเหนียวมะม่วง (Mango Sticky Rice) – ของหวานระดับไอคอน ที่ใครได้ชิมก็จำไทยไม่มีวันลืม
ทุกเมนูถูกแจกให้ชิมเมนูละประมาณ 200 ถ้วย รวมแล้วกว่า 1,200 ถ้วย ที่เสิร์ฟออกไปตลอดงาน ทำให้ผู้เข้าร่วมเทศกาลได้ลิ้มรสไทยแท้แบบใกล้ชิด
สร้างประสบการณ์กิน–เที่ยวครบวงจร
นอกจากการแจกชิมและโชว์ทำอาหารสด ๆ แล้ว ททท. ยังใช้โอกาสนี้ เล่าเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่ไปกับการกิน เช่น
การแนะนำเมืองและเส้นทางที่เหมาะกับสายสุขภาพและสายชิล
การแนะนำร้านอาหารวีแกนและ Plant-Based ทั่วภูมิภาคในประเทศไทย
การชวนเที่ยวงานคราฟต์ งานศิลป์ และโลคัลคัลเจอร์ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละเมือง
ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ ไม่ได้มีแค่ทะเล วัด และช้อปปิ้ง แต่เชื่อมโยงไปถึง ไลฟ์สไตล์ กินดี อยู่ดี และความสร้างสรรค์ ของคนไทยด้วย

Networking ด้านอาหาร เปิดทางธุรกิจ–ท่องเที่ยว
เบื้องหลังงานสายกินสุดคึกคัก ยังมีกิจกรรมด้านธุรกิจที่สำคัญอย่าง Networking Meeting เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพาร์ตเนอร์ในตลาดสหรัฐอเมริกา
จุดมุ่งหมายคือ
ขยายโอกาสส่งออกสินค้าและบริการเกี่ยวกับอาหารไทย
ปูทางให้ร้านอาหารไทยและแบรนด์เกี่ยวกับ Food & Beverage เข้าถึงตลาดอเมริกัน
สร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อผลักดัน Gastronomy Tourism ในระยะยาว
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้านธุรกิจรวมราว 30 ราย สะท้อนความสนใจในศักยภาพของอาหารไทยในสายตานักธุรกิจต่างชาติ
อาหารไทย = แรงดึงดูดให้คนอยากบินมาเที่ยว
ททท. มองว่า กิจกรรมในรูปแบบ Amazing Thai Cuisine Experience จะไม่ใช่แค่โชว์ทำอาหารชั่วคราว แต่คือ เครื่องยนต์สำคัญ ในการกระตุ้นให้ชาวอเมริกันตัดสินใจเดินทางมาไทยมากขึ้น
เพราะสำหรับสายกินและสายท่องเที่ยวยุคใหม่ การได้ “ไปกินของจริงถึงที่” กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการวางแผนทริป ไม่ว่าจะเป็นการตามรอยร้านดัง เมนูมิชลิน หรือสตรีทฟู้ดในย่านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ททท. จึงใช้ เส้นทางอาหารในแต่ละภูมิภาค เป็นตัวเล่าเรื่อง ชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปค้นหาเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง หรือภาคใต้ ซึ่งแต่ละภูมิภาคมีรสชาติและวัฒนธรรมอาหารไม่ซ้ำกัน
ตลาดอเมริกา: ไกลแต่คุ้มค่า และโตได้อีกมาก
ตลาดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา จัดอยู่ในกลุ่ม Long Haul ที่มีศักยภาพสูง เพราะ
ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปค่อนข้างสูง
พำนักในประเทศไทยหลายวัน
ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และคุณภาพมากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ
ในปี 2568 ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 11 กันยายน ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาแล้วราว 711,703 คน เพิ่มขึ้นกว่า 6% จากปีก่อน และมีแนวโน้มแตะเป้าหมายประมาณ 1.17 ล้านคน ภายในปีเดียวกัน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า กลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพกำลังเดินมาถูกทาง
เดินหน้าสู่จุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก
เพื่อรักษาโมเมนตัม ททท. ยังเดินหน้าทำตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ด้วยหลายแนวทางควบคู่กันไป
ผลักดัน เที่ยวบินตรงจากหลายสายการบิน ให้เดินทางมาไทยสะดวกยิ่งขึ้น
ขยายฐานนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ชอบประสบการณ์ใหม่ สนใจเรื่องกิน ไลฟ์สไตล์ และคอนเทนต์แชร์ได้
สร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ว่าไทยคือจุดหมายปลายทางระดับโลก ทั้งด้านประสบการณ์เที่ยว วัฒนธรรม และอาหาร
เป้าหมายไม่ใช่แค่ดึงคนมาเที่ยวให้มากที่สุด แต่คือการสร้าง High-Value Tourism หรือรายได้คุณภาพอย่างยั่งยืน โดยมี อาหารไทยเป็นพระเอกของเรื่องเล่า ที่ทำให้คนทั้งโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง

สายกินต้องไม่พลาด: ไทยไม่ได้มีดีแค่เผ็ด แต่อร่อยและมีสตอรี่
สำหรับสายกินที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าคุณเคยคิดว่า “ไทย = ของกินเผ็ด ๆ” ลองอัปเดตภาพใหม่ในหัวไว้ได้เลยว่า ไทย = จุดหมายปลายทางของประสบการณ์อาหารครบวงจร
ตั้งแต่เมนูมรดกทางวัฒนธรรม เมนูฟิวชันร่วมสมัย อาหารสุขภาพ สตรีทฟู้ด ไปจนถึงร้านมิชลินสตาร์ เมืองไทยพร้อมให้คุณตามรอยได้ทุกสไตล์
และเมื่อคนอเมริกันเริ่มหลงรักรสชาติไทยจากงานเทศกาลแบบนี้ จุดต่อไปที่พวกเขาอยากไปเยือน ก็คงหนีไม่พ้น ประเทศไทย…บ้านเกิดของรสชาติที่ทำให้หลงรักตั้งแต่คำแรก

