เทรนด์ใหม่ของนักเดินทางยุคนี้: เที่ยวอย่างเดียวไม่พอ ต้องได้ชิมด้วย
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้พอใจกับการไปเช็กอินแลนด์มาร์คดังๆ เท่านั้น แต่ยังอยาก ตะลุยชิมอาหารท้องถิ่น ไปพร้อมกับการเที่ยวในแต่ละเมืองด้วย
ข้อมูลจาก Trip.com Group ชี้ชัดว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 การจองทริปท่องเที่ยวสายกินเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่า “ท่องเที่ยวเชิงอาหาร” กำลังกลายเป็นเหตุผลหลักที่คนเลือกจุดหมายปลายทาง
โดยเมืองที่ติดโผจุดหมายยอดฮิตด้านอาหารระดับโลก ได้แก่
ปารีส
ลอนดอน
นิวยอร์ก
มาดริด
มิลาน
เมืองเหล่านี้ไม่ใช่แค่สวย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์เรื่องรสชาติที่ดึงดูดสายกินจากทั่วโลก
จีนแผ่นดินใหญ่: เซี่ยงไฮ้-ปักกิ่ง ขึ้นแท่นเมืองอาหารตัวท็อป
ในฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ เทรนด์ก็เดือดไม่แพ้กัน เมืองที่โดดเด่นเรื่องอาหารจนยอดจองร้านพุ่งสูงสุดคือ
เซี่ยงไฮ้
ปักกิ่ง
ตามมาติดๆ ด้วยเมืองสายกินที่หลายคนอยากไปตามรอยอย่าง
กวางโจว
เฉิงตู
ฉางซา
เสน่ห์หลักมาจาก รสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ผสมกับบรรยากาศและวัฒนธรรมที่ต่างกันไปในแต่ละเมือง จนทำให้นักเดินทางยอมบินข้ามประเทศเพื่อมาชิมด้วยตัวเอง
‘Taste of China’: ดินเนอร์โชว์ที่ให้คุณกิน-ดู-อิน ครบในมื้อเดียว
เพื่อดันเซี่ยงไฮ้ให้กลายเป็น จุดหมายปลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรม อย่างจริงจัง Trip.com จึงเปิดตัวประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบดินเนอร์โชว์สุดพิเศษภายใต้ชื่อ ‘Taste of China’ Immersive Dining Experience
คอนเซ็ปต์ของงานนี้คือการผสาน
รสชาติอาหารจีนแท้จากหลากภูมิภาค
วัฒนธรรมและเรื่องราวเบื้องหลังแต่ละจาน
เทคโนโลยีดิจิทัล ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนพาเราท่องไปทั่วจีนในมื้อเดียว
ทั้งหมดนี้ทำให้การกินข้าวไม่ได้เป็นแค่ “มื้ออาหาร” อีกต่อไป แต่กลายเป็น ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมมากขึ้น
7 ภูมิภาค 7 คอร์ส: ทัวร์จีนผ่านโต๊ะอาหารใน 1.30 ชั่วโมง
จุดเด่นของ ‘Taste of China’ คือการพาเราออกเดินทางผ่านจานอาหารจาก 7 ภูมิภาคทั่วประเทศจีน ในรูปแบบ 7 คอร์สเต็มๆ ภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ในแต่ละคอร์ส นักท่องเที่ยวจะได้
ชิมเมนูเด่นประจำภูมิภาคนั้นๆ
สัมผัสเรื่องราว วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดผ่านอาหาร
เรียนรู้ประวัติและวัฒนธรรมไปพร้อมกับรสชาติในแต่ละคำ
ตลอดการทานจะมีการแสดงสุดอลังการมาประกอบ เพิ่มอรรถรสให้มื้อนี้ยิ่งน่าจดจำ เช่น
การแสดงเต้นในชุดฮั่นฝู
ศิลปะการต่อสู้เส้าหลิน
จากจานสู่จุดหมาย: กินเสร็จแล้วไปตามรอยต่อได้เลย
อีกหนึ่งกิมมิกที่สายเที่ยวสายกินต้องชอบคือ ทุกเมนูจะมาพร้อม QR Code ที่เชื่อมไปยังข้อมูลการท่องเที่ยวของแต่ละมณฑลแบบละเอียด
นั่นหมายความว่า เมื่อคุณอินกับรสชาติของภูมิภาคไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถ
สแกนดูข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว
วางแผนทริปตามรอยรสชาติจานโปรด
เปลี่ยนจาก “มื้ออาหาร” ให้กลายเป็น “ทริปต่อยอด” ได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีบริการ Trip.Gourmet ซึ่งทำตัวเป็นคู่มือท่องเที่ยวสายกินแน่นๆ อยู่บนแอป Trip.com ช่วยให้การแพลนทริปสายกินทั้งในจีนและต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก
เมื่ออาหารกลายเป็นหัวใจของการท่องเที่ยว
ทุกวันนี้ อาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่ต้องกิน แต่คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากออกเดินทาง หลายคนเลือกเมืองปลายทางจากเมนูที่อยากลอง มากกว่าจากแลนด์มาร์คที่อยากถ่ายรูปเสียอีก
การนำเสนออาหารควบคู่กับประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจึงกลายเป็นจุดต่างสำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า
ได้สัมผัสตัวตนของเมืองนั้นจริงๆ
ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ จากวัฒนธรรมบนจานอาหาร
เหมือนได้เดินทางเชิงลึกมากกว่าแค่การไปเยือนผิวเผิน
สุดท้ายแล้ว การท่องเที่ยวเชิงอาหารไม่เพียงช่วยดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก แต่ยังช่วย ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้มีชีวิต มีรสชาติ และมีเรื่องเล่าที่น่าจดจำมากขึ้นในทุกทริปของสายกินอย่างแท้จริง

