รับแอปรับแอป

เที่ยวช้อปญี่ปุ่นยุคใหม่! คู่มือ Tax Refund แทน Tax-Free เริ่มใช้ปี 2026 ห้ามพลาดถ้าไม่อยากเสียสิทธิ์

พิชิต ศรีทอง01-30

ก่อนช้อปต้องรู้: Tax-Free กำลังจะหายไปแล้ว

ตั้งใจจะไปช้อปปัง ๆ ที่ญี่ปุ่นแบบปลอดภาษี ต้องอัปเดตระบบใหม่ให้ทันแล้วนะ เพราะตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนจากระบบ Tax Free (ยกเว้นภาษีทันทีตอนจ่ายเงิน) ไปใช้ระบบใหม่คือ Tax Refund (จ่ายก่อน ขอคืนทีหลัง) แทนทั้งหมด

พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่จ่ายราคายกเว้นภาษี ณ จุดขาย ต่อไปเราต้อง จ่ายเต็มรวมภาษีก่อน แล้วไปขอเงินคืนทีหลังที่ด่านศุลกากร ก่อนบินออกนอกประเทศนั่นเอง

ใครที่เคยชินกับการเดินห้าง ซื้อ ๆ จ่ายราคาถูกกว่าคนญี่ปุ่นแล้วจบเลย อาจต้องปรับตัวกันพอสมควร เพราะระบบใหม่มีขั้นตอนเพิ่มขึ้น แต่ถ้ารู้วิธีล่วงหน้า ก็ยังช้อปคุ้มได้เหมือนเดิม

ทำความเข้าใจเรื่องภาษีของญี่ปุ่นแบบสรุปเร็ว

อัตราภาษีที่ญี่ปุ่นตอนนี้เท่าไหร่?

ญี่ปุ่นเก็บ ภาษีการบริโภค (Consumption Tax) จากสินค้าและบริการ โดยอัตราปัจจุบัน (ปี 2025) คือ

  • 10% สำหรับสินค้าและบริการทั่วไป

  • 8% สำหรับสินค้าในกลุ่ม Reduced Tax Rate เช่น

    • อาหารและเครื่องดื่มแบบซื้อกลับ

    • หนังสือพิมพ์รายฉบับในระบบสมาชิก

เวลาเราไปช้อป ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิ์ปลอดภาษี หรือไม่ได้ทำ Tax Refund นั่นแปลว่าเราจ่ายแพงกว่าที่ต้องจ่ายอยู่ประมาณ 8–10% เลยทีเดียว

ใครมีสิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษีที่ญี่ปุ่นบ้าง?

สิทธิ์นี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนแบบไร้เงื่อนไข แต่โดยสรุปแล้ว ผู้ที่สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ มีดังนี้

  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    • พำนักในญี่ปุ่น ไม่เกิน 6 เดือน

  • ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ

    • ต้องอาศัยอยู่นอกญี่ปุ่นมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี

สามารถซื้อได้จากร้านที่เป็น Tax-free Shop ซึ่งมีอยู่ทั่วไป ทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านดิสเคานต์ ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงร้านแบรนด์เนม

นอกจากนี้ยังมี Duty Free Shop สำหรับผู้โดยสารขาออกที่

  • สนามบินนานาชาติ

  • ท่าเรือระหว่างประเทศ

  • บางร้าน Duty Free ในเมือง (แต่ต้องไปรับของที่สนามบิน)

ใน Duty Free จะได้ยกเว้นทั้ง ภาษีศุลกากร ภาษีเฉพาะ และภาษีการบริโภค เหมาะสำหรับซื้อของอย่างเช่นสุรา บุหรี่ น้ำหอม และของแบรนด์เนมต่าง ๆ

ระบบเดิม Tax Free ทำงานยังไง?

ปัจจุบัน (ปี 2025) ญี่ปุ่นใช้ระบบ “Tax Free Shopping System” คือ

  • ถ้าซื้อสินค้า เกิน 5,000 เยน (ยังไม่รวมภาษี)

  • ร้านค้าที่เป็น Tax-free Shop จะยกเว้นภาษีให้ ทันทีตอนคิดเงิน

  • บางห้างอาจให้ไปรับเงินคืนภาษีที่เคาน์เตอร์เฉพาะ

จุดเด่นคือ สะดวกและเร็วมาก คนเลยนิยมใช้กันเยอะ

แต่ระบบนี้ก็มีข้อจำกัด เช่น

  • แบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
    • สินค้าทั่วไป: เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ เป็นต้น

    • สินค้าสิ้นเปลือง: อาหาร เครื่องสำอาง ยา ฯลฯ

  • กำหนด ยอดซื้อต่อร้านต่อวัน สำหรับบางประเภทสินค้า เช่น สินค้าสิ้นเปลืองมักมีเพดานราว ๆ 500,000 เยน ต่อร้านต่อวัน

ระบบใหม่ Tax Refund คืออะไร?

เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026 ญี่ปุ่นจะปรับมาใช้ระบบ “Tax Refund Method” แทนระบบเดิมทั้งหมด

หลักการง่าย ๆ คือ:

  1. ซื้อสินค้าในราคาที่รวมภาษีไปก่อน

  2. ก่อนออกนอกประเทศ ต้อง นำสินค้าและเอกสารไปให้ศุลกากรตรวจและยืนยัน

  3. เมื่อผ่านการยืนยันแล้ว จึงจะได้รับเงินภาษีที่จ่ายไป คืนภายหลัง

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากระบบเดิมคือ

  • ไม่มีการแบ่งประเภทสินค้า ให้ยุ่งยาก

  • ไม่จำกัดเพดานยอดซื้อ ต่อร้านต่อวันเหมือนเดิม

  • ไม่ต้องแพ็กสินค้าใน บรรจุภัณฑ์พิเศษ แบบเมื่อก่อน

  • แต่…ต้องนำ สินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จ ไปให้ศุลกากรตรวจเองตอนขาออก

พูดอีกแบบคือ ระบบใหม่ยืดหยุ่นเรื่องประเภทสินค้าและยอดซื้อ แต่เพิ่มเงื่อนไขเรื่อง การยืนยันตอนขาออก เข้ามาแทน

เอกสารที่ต้องใช้ยืนยันตัวตนเวลาซื้อของปลอดภาษี

เวลาซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี หรือจะไปทำ Tax Refund ภายหลัง สิ่งที่ต้องใช้ในการยืนยันมีดังนี้

  • นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเครื่องบิน

    • ใช้ หนังสือเดินทาง (Passport)

  • นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญ

    • ใช้ ใบอนุญาตขึ้นฝั่ง

    • พร้อม หนังสือเดินทาง หรือสำเนาหนังสือเดินทาง

  • คนญี่ปุ่นที่อยู่ต่างประเทศเกิน 2 ปี

    • ใช้ หนังสือเดินทาง

    • บวกกับ หลักฐานการย้ายถิ่น (รวมถึงบัตร My Number ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานได้)

4 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Tax Refund แบบใหม่

1. ต้องจ่ายรวมภาษีไปก่อนเสมอ

ร้านค้าจะคิดเงิน รวมภาษีเต็มจำนวน ก่อนทุกครั้ง จากนั้นผู้ซื้อจะต้อง

  • นำสินค้าออกนอกญี่ปุ่น ภายใน 90 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ซื้อ

  • ตัวอย่างเช่น ซื้อของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 จะต้องนำสินค้าออกนอกประเทศ ไม่เกิน 30 มกราคม 2027

หากเลยระยะเวลานี้ไป จะหมดสิทธิ์ขอคืนภาษีทันที

2. เก็บใบเสร็จและสินค้าครบทุกชิ้นในใบเดียวกัน

กฎสำคัญของระบบใหม่คือ

  • ต้องนำ สินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จเดียวกัน ไปให้ศุลกากรตรวจพร้อมกัน

  • ถ้าขาดไปเพียง 1 รายการ จะถือว่า ยืนยันไม่ได้ทั้งบิล

ตัวอย่างเช่น

  • ใบเสร็จมี 10 รายการ แต่ตอนยืนยันมีของมาเพียง 9 รายการ

  • ผลคือ ทั้ง 10 รายการในบิลนั้นจะไม่สามารถขอคืนภาษีได้เลย

เพราะฉะนั้น ถ้าตั้งใจจะทำ Tax Refund ต้อง ไม่แยกของ ไม่ให้เพื่อนถือคนละชิ้น ไม่ทิ้งกล่องโดยไม่คิด และอย่าลืมเช็กว่าทุกอย่างอยู่ครบก่อนถึงจุดตรวจศุลกากร

3. ได้รับเงินคืนภาษียังไง?

เมื่อศุลกากรยืนยันแล้วว่า

  • เราเป็นผู้มีสิทธิ์จริง

  • สินค้าถูกนำออกนอกประเทศจริง

เจ้าหน้าที่จะลงทะเบียนข้อมูลในระบบของ National Tax Agency (NTA) จากนั้น ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดภาษี จะเป็นคนจัดการคืนเงินภาษีให้

รูปแบบการคืนเงินอาจแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ เช่น

  • คืนเข้าบัตรเครดิต

  • โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ

  • รับเป็นเงินสดที่สนามบินหรือท่าเรือ

จำนวนที่ได้คืนจริงอาจมีการหัก ค่าดำเนินการ ของผู้ให้บริการบางรายด้วย

4. ถ้าซื้อแล้วให้ร้านส่งของออกนอกประเทศทันที

กรณีนี้จะต่างออกไปเล็กน้อย

  • ถ้าซื้อของจาก ร้านค้าปลอดภาษี แล้วให้ร้าน จัดส่งออกนอกประเทศโดยตรง (Direct Shipping) ผ่านบริษัทขนส่งทันที

  • สินค้าจะถือว่าเป็น ของส่งออก ตามกฎหมาย และได้รับ การยกเว้นภาษีทันที ตามมาตรา 7 ของกฎหมายภาษีการบริโภค

  • ไม่ต้องทำเรื่อง ขอคืนภาษีภายหลัง ที่ศุลกากรอีก

แต่ต้องระวังว่า ประเทศปลายทางอาจมีการเรียกเก็บ

  • ภาษีนำเข้า (Import Tax) หรือ

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ตามกฎหมายของแต่ละประเทศแทน

ข้อควรจำสำคัญ:

ถ้าซื้อสินค้าแบบปลอดภาษีแล้ว เรานำไปส่งกลับประเทศเองทีหลัง (ไม่ได้ส่งตรงผ่านร้านค้าปลอดภาษีในวันที่ซื้อ)

  • แบบนี้จะ ไม่สามารถขอคืนภาษีได้

คำถามยอดฮิตเรื่อง Tax Refund ญี่ปุ่น

ระบบ Tax Refund เริ่มใช้เมื่อไหร่?

ระบบ Tax Refund จะเข้ามาแทนระบบ Tax Free เดิม และจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่

  • 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

Tax Refund ต่างจาก Tax Free ยังไง?

  • ระบบเดิม Tax Free

    • ยกเว้นภาษี ทันที ตอนจ่ายเงินที่ร้าน

  • ระบบใหม่ Tax Refund

    • ต้องจ่าย ราคาที่รวมภาษีไปก่อน

    • แล้วจึงไป ขอคืนภาษีภายหลัง ที่ศุลกากรตอนออกนอกประเทศ

จะทำ Tax Refund ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

วิธีการคร่าว ๆ คือ

  • เลือกร้านที่ร่วมรายการ Tax Free / Tax Refund

  • เก็บ ใบเสร็จ และเอกสารยืนยันการซื้อสินค้าปลอดภาษีจากร้าน

  • ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น ให้นำไปแสดงต่อศุลกากร โดยต้องมี
    • พาสปอร์ต

    • ใบเสร็จ

    • สินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จใบเดียวกัน

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลแล้ว จึงจะไปสู่ขั้นตอนการรับเงินคืนจากผู้ให้บริการหรือร้านค้า

Tax Refund ได้คืนกี่เปอร์เซ็นต์?

โดยหลักแล้ว

  • อัตราภาษีการบริโภคของญี่ปุ่นปัจจุบันอยู่ที่ 10%

  • ถ้าเป็นการซื้อสินค้าทั่วไป ก็จะ มีสิทธิ์ได้รับเงินภาษีคืนราว ๆ 10% ของราคาสินค้า

อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินที่ได้รับจริงอาจ ลดลงจากค่าธรรมเนียม ตามช่องทางคืนเงิน เช่น

  • บางบริการคืนผ่านบัตรหรือแอปอาจหักค่าดำเนินการก่อน

ดังนั้น ก่อนเลือกใช้บริการคืนภาษี ควรอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขให้ดี

มุมมองเที่ยว + ช้อป: ระบบใหม่ดีหรือไม่ดีกันแน่?

สำหรับสายเที่ยวสายช้อป หลายคนอาจรู้สึกว่า ระบบ Tax Refund ดูยุ่งยากขึ้น เพราะ

  • จากเดิมซื้อเสร็จ จ่ายราคาถูกกว่าคนญี่ปุ่นแล้วจบเลย

  • ต่อไปต้องไปต่อคิวศุลกากร เช็กของ เช็กบิล แล้วค่อยไปรับเงินคืน

แต่ในมุมของญี่ปุ่น ระบบนี้ช่วยให้

  • ควบคุมการใช้สิทธิ์สินค้าปลอดภาษีได้ดีขึ้น

  • ตรวจสอบได้ว่า
    • สินค้าถูกนำออกนอกประเทศจริงไหม

    • ถูกเปิดใช้หรือขายต่อในญี่ปุ่นหรือเปล่า

  • ลดกรณีที่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าแบบปลอดภาษีแล้วนำไปขายต่อในประเทศ

พูดง่าย ๆ คือ ศุลกากรจะเป็นด่านสุดท้ายในการตรวจสอบตอนนักท่องเที่ยวเดินทางกลับ และมีโอกาสที่ญี่ปุ่นจะ เปิดกว้างประเภทสินค้าที่สามารถใช้สิทธิ์ได้มากขึ้น ในอนาคต

จากมุมของนักท่องเที่ยวเอง ถ้า ไม่ใช้สิทธิ์ขอคืนภาษี ญี่ปุ่นก็จะได้เก็บภาษีเต็มจำนวน เพราะเราจ่ายรวมไปแล้วนั่นเอง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ

  • หลายคนอาจ ไม่อยากเสียเวลาไปทำเรื่องคืนภาษี

  • โดยเฉพาะคนที่บิน ไฟลต์เช้า ต้องตื่นแต่ดึกแต่ดื่น มาถึงสนามบินก็รีบเช็กอินขึ้นเครื่อง ไม่มีเวลาไปยืนรอคิว

แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นคือ

  • การช้อปปิ้งในเมืองอาจ ลดลง บ้าง

  • นักท่องเที่ยวอาจ หันไปซื้อของที่สนามบิน แทน เพราะสะดวกกว่า ไม่ต้องแบกของไป-กลับหลายรอบ

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าเรารู้กติกา เล่นให้เป็น ใช้สิทธิ์ให้ครบ ระบบ Tax Refund ก็ยังทำให้เราช้อปของญี่ปุ่นได้ในราคา คุ้มกว่าเต็มภาษีแน่นอน

ทริปหน้า ถ้าวางแผนไปญี่ปุ่นหลังปี 2026 ลองเผื่อเวลาไว้สำหรับขั้นตอน Tax Refund สักหน่อย รับรองได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งกิน ได้ทั้งช้อป แถมไม่เสียสิทธิ์ภาษีฟรีไปแบบน่าเสียดายด้วย