รับแอปรับแอป

5 ไอคอนป๊อปผู้เขย่าโลกดนตรี–แฟชั่น ปี 2025 ที่แฟนเพลงห้ามพลาด

พงศกร นาคทอง01-30

2025 ปีที่ป๊อปคัลเจอร์ไม่ใช่แค่เพลง แต่คือ “ตัวตนและศิลปะ”

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านรวดเร็วของอุตสาหกรรมเพลงในปี 2025 คำว่า ‘ความสำเร็จ’ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ยอดสตรีมมิ่ง หรือถ้วยรางวัลบนชั้นโชว์อีกต่อไป

มันถูกยกระดับไปสู่การเป็น พลังทางวัฒนธรรม ที่ผสานดนตรี ศิลปะ และตัวตนเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์ในแบบที่ทั้งโลกต้องหันมามอง

ปีนี้ เราได้เห็นทั้งการกลับมาของตำนานตัวจริง การแจ้งเกิดของรุกกี้ที่กล้าพังทุกกรอบเดิม ไปจนถึงศิลปินไทยที่ยืนได้อย่างสง่างามในเกมระดับสากล

มาดูไปพร้อมกันว่า 5 ศิลปินชายแห่งปี 2025 เหล่านี้ ขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์ผ่านงานเพลง แฟชั่น และตัวตนของพวกเขาอย่างไร

Kendrick Lamar: จากแร็ปเปอร์ระดับตำนาน สู่จุดศูนย์กลางวัฒนธรรมฮิปฮอป

ในปี 2025 Kendrick Lamar ไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในฐานะแร็ปเปอร์ระดับท็อปอีกต่อไป แต่กลายเป็น ผู้นำกระแสวัฒนธรรมฮิปฮอป ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

  • ‘Not Like Us’ กลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัลระดับโลก ทั้งจากเนื้อหาที่คมกริบ ดุดัน และการถูกหยิบไปรีมิกซ์ ทำมีม และอ้างอิงซ้ำไม่รู้จบบนโซเชียล

  • เพลงนี้พาเขาคว้า Song of the Year และ Record of the Year บนเวที Grammy Awards 2025 อย่างสมศักดิ์ศรี

ความแรงยังไม่หยุดเมื่อเพลง ‘Luther’ ทะยานขึ้นครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard ยาวนานถึง 13 สัปดาห์ ยืนยันว่า Kendrick คือศิลปินที่ บาลานซ์ระหว่างชั้นเชิงทางดนตรีกับการเป็นเจ้าเทรนด์กระแสหลักได้แบบไร้ที่ติ

ภาพจำที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง คือการเนรมิตโชว์ Super Bowl LIX Halftime Show ที่นิวออร์ลีนส์ให้กลายเป็น งานศิลปะบนเวทีขนาดยักษ์ ร่วมกับแขกรับเชิญอย่าง SZA, Serena Williams และ Samuel L. Jackson ที่ช่วยขยายสเกลความยิ่งใหญ่ให้ยิ่งทรงพลังขึ้นไปอีก

G-Dragon: ไอคอน K-Pop ที่เลื่อนขั้นเป็น “สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม”

ปี 2025 คือหลักฐานชัดเจนว่า เวลาเล่นงานใครก็ได้ แต่เล่นงาน G-Dragon ไม่ได้

เขากลับมาทวงบัลลังก์ด้วยอัลบั้มเต็มอย่าง Übermensch ที่สะเทือนทั้งชาร์ตเพลงและวงการแฟชั่นไปพร้อมกัน

  • ซิงเกิลไวรัลอย่าง ‘Too Bad’ จุดกระแสบนแพลตฟอร์มเพลง

  • ขณะที่ด้านภาพลักษณ์ เขายังคงยืนหนึ่งในฐานะ Fashion Icon ผู้เดินนำเทรนด์ ไม่ใช่ตามเทรนด์

ทุกชิ้นที่ G-Dragon หยิบมาใส่แทบจะถูกยกระดับให้กลายเป็น “Must-have item” ภายในชั่วข้ามคืน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกไปพร้อมกับผลงานเพลง

บนเวทีรางวัล เขากวาดไปถึง 7 รางวัล รวมถึงแดซัง 3 สาขาจาก Melon Music Awards 2025 แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้านวัฒนธรรม (Order of Cultural Merit) ประจำปี 2025

นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ศิลปิน K-Pop ได้รับเกียรติระดับสูงสุดนี้ในฐานะบุคคลที่ ผลักดันป๊อปคัลเจอร์เกาหลีให้กลายเป็นกระแสหลักของโลก

ปีนี้จึงไม่ใช่แค่การคัมแบ็กเพื่อพิสูจน์ยอดขาย แต่คือการสถาปนา G-Dragon ให้ยืนในฐานะ “สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม” อย่างเต็มตัว

CORTIS: รุกกี้ที่ไม่ได้มาเล่นแค่เพลง แต่มาเปลี่ยนภาพศิลปินยุคใหม่ทั้งแพ็กเกจ

ปี 2025 คือปีที่ชื่อ CORTIS ถูกพูดถึงไม่หยุดในฐานะวงน้องใหม่ที่พุ่งแรงแบบจับตาไม่กะพริบ ตั้งแต่เดบิวต์ด้วยซิงเกิลแรก ‘What You Want’ จนถึง EP Color Outside the Lines ที่ถ่ายทอดจุดยืนของวงได้ชัดเจนมากว่า “ไม่ขออยู่ในกรอบใคร”

  • เพลง ‘GO!’ กลายเป็นฮิตติดชาร์ต ด้วยยอดสตรีมกว่า 36 ล้านครั้ง

  • ดันให้ CORTIS กลายเป็นหนึ่งในเดบิวต์ที่โดดเด่นที่สุดของปี และเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั่วเอเชีย

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาไปไกลกว่าคำว่า “รุกกี้” คือการสร้างอิมแพ็กในมิติที่นอกเหนือจากดนตรี ตั้งแต่ภาพลักษณ์ แฟชั่น ไปจนถึงวิธีสื่อสารกับแฟนเพลง

  • สไตล์การแต่งตัวที่กล้าเล่นกับซิลูเอต โดยเฉพาะ กางเกงเอวต่ำ ที่ปลุกให้ Gen Z ทั่วเอเชียหยิบลุคนี้กลับมาแมตช์อย่างไวรัล

  • การมิกซ์แอนด์แมตช์ลุคแบบไม่ยึดกฎตายตัว

  • คอนเทนต์ TikTok และ Instagram ที่สมาชิกแต่ละคนใช้เล่า “ตัวตนจริง” อย่างเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์

ทั้งหมดนี้สะท้อนพลังของ Gen Z อย่างตรงไปตรงมา ทำให้ CORTIS ไม่ใช่แค่ศิลปินที่มีตัวเลขสตรีมหรือรายชื่อบนเวทีรางวัล แต่มาในฐานะ ภาพแทนของศิลปินยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนป๊อปคัลเจอร์ผ่านดนตรี แฟชั่น และทัศนคติของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

BamBam: เมื่ออัลบั้มไทยกลายเป็น Soft Power ที่ทั้งโลกต้องเหลียวมอง

ปี 2025 อาจเรียกได้ว่าเป็น หมุดหมายสำคัญของแบมแบม กันต์พิมุกต์ ในฐานะศิลปินไทยที่ใช้ดนตรีพา “ความเป็นไทย” ไปยืนบนเวทีโลกอย่างสง่างาม

เขากลับมาพร้อมอัลบั้มภาษาไทยเต็มรูปแบบ ที่เล่าเรื่องตัวตนและความรู้สึกแบบ “Hometown” ได้ลึกซึ้งและจริงใจ

  • ตั้งแต่อาร์ตเวิร์กทีเซอร์ที่ละเอียดอ่อน

  • ไปจนถึงเนื้อเพลงภาษาไทยที่สื่อสารกับแฟนเพลงต่างชาติได้อย่างไร้กำแพงภาษา

อิมแพ็กที่เห็นชัดที่สุด คือการตีความความเป็นไทยใหม่ให้ดู ร่วมสมัยและสากล โดยไม่ทิ้งรากเหง้า

หนึ่งในภาพจำของปีนี้คือชุดราชปะแตนสีดำสั่งตัดพิเศษจาก Louis Vuitton ที่เขาใส่ขึ้นโชว์ในคอนเสิร์ต BamBam Hometown Concert 2025 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งนำดีไซน์ชุดราชปะแตนแบบไทยมาปรับให้ล้ำสมัย หรูหรา และเป็น Soft Power เวอร์ชันที่โลกเข้าใจได้ทันทีเมื่อมองเห็น

ตลอดทั้งปี แบมแบมยังขึ้นสเตจสำคัญหลากหลาย โดยหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้คนไทยภาคภูมิใจ คือการที่เขาได้ร่วมแสดงในพิธีเปิด SEA Games 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเปลี่ยนสนามกีฬาให้กลายเป็นรันเวย์ดนตรีอันทรงพลัง

นี่ไม่ใช่แค่การสร้างสเตจโชว์ที่สวยงาม แต่คือการปูทางให้เห็นว่า ดนตรีไทยและภาษาไทยมีศักยภาพพอจะยืนในระดับโลกได้อย่างเต็มตัว

BUS because of you i shine: บอยแบนด์ไทยที่พา T-Pop ขึ้นเวทีโลกอย่างจริงจัง

ปิดท้ายด้วยพลังระเบิดจากฝั่ง T-Pop กับ BUS because of you i shine วงบอยแบนด์ไทยที่ไม่ได้มาเป็นแค่ “คลื่นลูกใหม่” แต่กลายเป็น คลื่นยักษ์ ที่กำลังพา T-Pop บุกเวทีนานาชาติอย่างเต็มกำลัง

ปี 2025 สำหรับ BUS คือการก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ทั้งในด้านงานเพลง แฟนด้อม และภาพลักษณ์บนเวทีโลก

  • พวกเขาร้องเพลงประกอบซีรีส์สุดฮิตอย่างเพลง ‘กั๊ก (No-status Status)’ OST. ซีรีส์ GELBOYS สถานะกั๊กใจ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สมาชิกครบทั้ง 12 คนร่วมร้องเพลงประกอบซีรีส์ด้วยกัน

  • สร้างไวรัล แฟนชานท์ ที่ดังไปทั่วโซเชียล จนกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมแฟนด้อมที่ถูกพูดถึงไม่หยุด

ในมุมของภาพลักษณ์ระดับประเทศ BUS ยังถูกเลือกจาก ททท. ให้เป็นตัวแทนเชื่อมสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น ก่อนจะกลับไปบุกเวทีเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Summer Sonic ทั้งที่โตเกียวและกรุงเทพฯ และสร้างภาพจำว่า ศิลปินไทยสามารถครองใจผู้ชมนานาชาติได้อย่างเหนียวแน่น

ผลกระทบของ BUS ในปีนี้ขยายออกไปทุกด้านของป๊อปคัลเจอร์

  • พวกเขาร่วมแสดงในรายการแข่งขันเรียลลิตี้ชื่อดังของเวียดนาม ‘Show It All Vietnam – Tân Binh Toàn Năng 2025’

  • สมาชิกหลายคนเริ่มก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นสากล เข้าร่วมแฟชั่นวีคในหลายเมืองใหญ่

ท้ายปี พวกเขาปิดฉากอย่างสวยงามด้วยโปรเจ็กต์คอนเสิร์ต ‘Happy BUSDAY The Sophomore’ ฉลองครบรอบ 2 ปีที่ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ต แต่มันคือการโชว์ให้เห็นถึง พัฒนาการด้านดนตรี การแสดง และสายสัมพันธ์ระหว่าง BUS กับเหล่า BEUS ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม

และที่ทำให้ทั้งวงการต้องจับตา คือโปรเจ็กต์ประวัติศาสตร์ในปีถัดไป กับการเป็น วงไทยวงแรกที่ได้รับเชิญขึ้นสเตจ M Countdown ที่เกาหลีใต้ในปี 2026 ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของ T-Pop ไปตลอดกาล

สรุป: ศิลปินไม่ได้แค่ปล่อยเพลง แต่กำลัง “ออกแบบวัฒนธรรม”

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ทั้ง 5 ศิลปินชายในปี 2025 จะเห็นภาพร่วมที่ชัดเจนมากว่า

  • พวกเขา ไม่ได้เป็นเพียงคนทำเพลง แต่คือผู้สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม

  • ทุกคนมีจุดยืนชัด ทั้งด้านดนตรี แฟชั่น และตัวตน

  • ผลงานของพวกเขาไม่ได้จบแค่บนชาร์ต แต่กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนหยิบไปพูดถึง เลียนแบบ และต่อยอดในชีวิตประจำวัน

นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมปี 2025 ถึงเป็นปีที่ป๊อปคัลเจอร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกระแสชั่วคราว แต่ขับเคลื่อนด้วย ศิลปินที่กล้าเป็นตัวเองและกล้ายืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ อย่างแท้จริง