รับแอปรับแอป

5 เทคโนโลยีพลิกเกม Aging Society ปี 2025 โอกาสทองที่ธุรกิจห้ามมองข้าม

ปริญญา ทองคำ01-29

สังคมสูงวัยกำลังมา แบรนด์ที่พร้อมก่อน ชนะก่อน

รายงานจากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ระบุว่า ภายในปี 2050 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ จำนวนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) จะมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณชัดเจนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ สังคมกำลังแก่ตัวลง เด็กเกิดใหม่น้อยลง แต่คนอายุยืนขึ้น ใช้ชีวิตยาวนานกว่าเดิม

ผู้สูงอายุยุคใหม่ไม่ได้เป็น “คนที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น” แบบในภาพจำเดิมๆ อีกต่อไป พวกเขาเป็นกลุ่มที่

  • มีกำลังซื้อสูง

  • ใส่ใจคุณภาพชีวิต

  • เปิดรับเทคโนโลยีมากกว่าที่หลายแบรนด์คาดคิด

ใครออกแบบสินค้าและบริการที่เข้าใจผู้สูงวัยได้จริง มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

ในโอกาสวันผู้สูงอายุ 13 เมษายนนี้ มาดู 5 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตในยุค Aging Society และเป็นสมรภูมิสำคัญสำหรับธุรกิจที่อยากจับตลาดกลุ่มนี้กัน

1. Smart Home & IoT บ้านอัจฉริยะที่ดูแลผู้สูงวัยได้

Smart Home หรือระบบบ้านอัจฉริยะคือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ ปลอดภัย สะดวก และเป็นอิสระมากขึ้น โดยขับเคลื่อนบนเทคโนโลยี Internet of Things (IoT)

จุดเด่นคือสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านผ่านสมาร์ตโฟนหรือสั่งงานด้วยเสียง เช่น

  • ระบบไฟอัตโนมัติที่เปิด-ปิดตามการเคลื่อนไหว

  • ระบบล็อกประตูที่ใช้ลายนิ้วมือหรือคำสั่งเสียง ลดความกังวลเรื่องลืมกุญแจ

  • เซนเซอร์ตรวจจับการล้ม ส่งสัญญาณแจ้งเตือนครอบครัวหรือหน่วยฉุกเฉินได้ทันที

สำหรับธุรกิจที่อยากเล่นในตลาดนี้ สามารถต่อยอดได้ทั้ง

  • บริการออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Smart Home สำหรับบ้านผู้สูงอายุ

  • การพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวมการควบคุมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ในแอปเดียว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

ยิ่งระบบใช้ง่ายเท่าไร โอกาสที่ผู้สูงอายุจะยอมใช้จริงก็ยิ่งสูงเท่านั้น

2. Wearable Health Tech อุปกรณ์สวมใส่ที่ช่วยเฝ้าดูสุขภาพ 24 ชั่วโมง

Wearable Health Tech หรืออุปกรณ์สวมใส่ติดตามสุขภาพ กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญของผู้สูงอายุยุคดิจิทัล เพราะช่วยให้พวกเขา ดูแลตัวเองได้แบบเรียลไทม์ ไม่ต้องรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยไปโรงพยาบาล

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) ที่วัดอัตราการเต้นหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด ติดตามการนอน และแจ้งเตือนเมื่อพบค่าผิดปกติ

  • เครื่องช่วยฟังอัจฉริยะ ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ ลดเสียงรบกวน ทำให้การสื่อสารในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น

  • แว่นตาอัจฉริยะ ที่ช่วยขยายภาพ หรือแสดงข้อมูลแบบ AR เพื่อช่วยเรื่องการมองเห็น

ฝั่งธุรกิจ โดยเฉพาะ SME สามารถเจาะตลาดนี้ได้ด้วยการ

  • ออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ปุ่มน้อย เมนูชัด อ่านออก ใช้สะดวก

  • เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มสุขภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ตลอดเวลา

หัวใจสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำแค่ไหน แต่คือ “ใช้ง่ายและเชื่อใจได้” มากแค่ไหนต่างหาก

3. Telemedicine เมื่อหมอไปหาผู้ป่วยผ่านหน้าจอ

Telemedicine หรือบริการแพทย์ทางไกล คือคำตอบของคำถามว่า “ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุพบหมอได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน” โดยเฉพาะคนที่เดินทางลำบาก หรืออยู่ต่างจังหวัด

บริการสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ปรึกษาแพทย์ผ่านวิดีโอคอล โดยแพทย์สามารถซักประวัติ ประเมินอาการเบื้องต้นได้

  • ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์อาการเบื้องต้น และแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพ

  • การจัดส่งยาถึงบ้านตามคำสั่งแพทย์ ลดภาระญาติและผู้ดูแล

ธุรกิจด้านสุขภาพสามารถต่อยอดได้ด้วยการ

  • พัฒนาแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาแพทย์ออนไลน์แบบครบวงจร

  • เพิ่มบริการติดตามผลหลังพบแพทย์ เช่น นัดเช็กอาการ ซักถามอาการผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

Telemedicine ไม่ได้แทนที่โรงพยาบาล แต่ช่วยให้การดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมและต่อเนื่องมากขึ้น

4. Virtual Reality (VR) ฟื้นฟูทั้งร่างกายและใจในโลกเสมือนจริง

Virtual Reality (VR) ไม่ได้มีไว้แค่เล่นเกม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งด้านร่างกายและสุขภาพจิต

ด้านการฟื้นฟูร่างกาย มีการพัฒนา

  • โปรแกรมกายภาพบำบัดเสมือนจริง ให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายหรือฝึกเคลื่อนไหวจากที่บ้านได้

  • กิจกรรมฝึกสมดุล การยืน เดิน หรือเคลื่อนไหวในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ที่ทั้งปลอดภัยและท้าทาย

ด้านจิตใจและอารมณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น

  • จำลองการท่องเที่ยวในที่ต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางจริงลำบาก แต่ยังอยากเห็นโลก ได้สัมผัสธรรมชาติหรือสถานที่ในฝันผ่าน VR

  • ใช้ใน Reminiscence Therapy หรือการบำบัดด้วยความทรงจำ ด้วยการจำลองสถานที่หรือเหตุการณ์ในอดีตที่มีความหมาย เช่น บ้านเก่า โรงเรียน ช่วงเวลาสำคัญในชีวิต เพื่อกระตุ้นความทรงจำ ลดภาวะซึมเศร้า และช่วยผู้ป่วยสมองเสื่อม

ธุรกิจที่สนใจตลาดนี้สามารถ

  • พัฒนาแพลตฟอร์ม VR สำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือสถานพยาบาล

  • ให้บริการเช่าอุปกรณ์และคอนเทนต์ VR สำหรับบ้านหรือองค์กรที่ดูแลผู้สูงวัย

ยิ่งคอนเทนต์ใกล้ตัวและมีความหมายกับผู้สูงอายุมากเท่าไร ผลด้านสุขภาพใจก็ยิ่งชัดเจน

5. AI & Big Data เข้าใจผู้สูงอายุได้ลึกกว่าที่เคย

AI (Artificial Intelligence) และ Big Data คือคู่หูสำคัญของธุรกิจในยุค Aging Society เพราะช่วยให้แบรนด์ เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้สูงอายุได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องเดาอีกต่อไป

ตัวอย่างการนำไปใช้ เช่น

  • ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เพื่อแนะนำแนวทางดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน

  • ระบบแนะนำสินค้าเฉพาะบุคคล เช่น อาหารเสริม เวชภัณฑ์ แพ็กเกจท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้สูงวัย

  • ใช้ Big Data วิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ผู้สูงอายุ เพื่อนำไปออกแบบบริการที่ตอบโจทย์จริง เช่น กิจกรรมนันทนาการ ประกันสุขภาพ หรือบริการดูแลระยะยาว

เมื่อข้อมูลดี การออกแบบสินค้าและบริการก็แม่นยำขึ้น ธุรกิจจึงมีโอกาสชนะในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้ได้ง่ายกว่า

สรุป: Aging Society ไม่ใช่วิกฤต แต่คือสนามโอกาสใหม่

สังคมสูงวัยอาจดูเป็นความท้าทายระดับประเทศ แต่สำหรับโลกธุรกิจ นี่คือโอกาสในการสร้างสินค้าและบริการที่ มีคุณค่าและตอบโจทย์ชีวิตผู้คนจริงๆ

5 เทคโนโลยีที่พูดถึง ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ลมๆ แล้งๆ แต่คือทิศทางสำคัญที่บอกว่า

  • ผู้สูงอายุยุคนี้พร้อมใช้เทคโนโลยี ถ้ามันช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

  • แบรนด์ที่ออกแบบจากมุมมองของผู้ใช้จริง จะได้ใจทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว

  • ธุรกิจ SME ที่กล้าลงมือก่อน มีโอกาสขึ้นเป็นผู้นำในตลาด Aging Society ได้ไม่ยาก

ใครมองเห็นก่อน วางแผนก่อน ลงมือก่อน ก็พร้อมโตไปกับสังคมสูงวัยในแบบยั่งยืน