รับแอปรับแอป

เคล็ดลับกำจัด Love Handles เปลี่ยนเอวปลิ้นให้เป็นเอวเอสแบบยั่งยืน

ธนพล กิตติศักดิ์01-29

Love Handles คืออะไร ทำไมถึงกำจัดยาก?

Love Handles หรือที่หลายคนเรียกว่า ห่วงยางรอบเอว / เอวปลิ้น / ไขมันห่วงยาง คือไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอวด้านข้าง ทำให้รูปร่างดูตัน ใส่เสื้อผ้าแล้วเอวไม่ชัด หน้าท้องยื่น จนกลายเป็นจุดที่บั่นทอนกำลังใจของคนลดน้ำหนักจำนวนมาก

เวลาลดน้ำหนัก ร่างกายมักเริ่มลดไขมันจากส่วนปลาย ๆ ก่อน เช่น มือ เท้า ใบหน้า คาง หน้าอก แล้วค่อย ๆ ไล่มาที่ลำตัวส่วนกลาง ซึ่งบริเวณ ห่วงยางรอบเอว มักเป็นจุดดื้อสุดท้ายที่ลดได้ช้าที่สุด จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองพยายามเต็มที่แล้ว แต่เอวก็ยังไม่ลดสักที

Love Handles อยู่ตรงไหนกันแน่?

Love Handles คือไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่รอบ ๆ เอวด้านข้าง เห็นชัดเวลานั่ง ก้ม หรือใส่เสื้อผ้ารัดรูป เป็นไขมันที่ทำให้เอวหาย หุ่นดูตัน ทั้งที่น้ำหนักอาจไม่ได้มากขนาดนั้น

ต้นเหตุสำคัญคือการสะสมของไขมันจากการกินเกินกว่าที่ร่างกายใช้ จนกลายเป็นชั้นไขมันที่ล้นออกมาจากขอบกางเกงหรือกระโปรง

ไขมันห่วงยางรอบเอว เกิดจากอะไร?

ห่วงยางรอบเอว คือ ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่สะสมหนาจนปลิ้นออกมาด้านข้าง โดยลำดับการสะสมไขมันมักเริ่มจากภายในช่องท้องก่อน จากนั้นจึงตามมาบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งชั้นไขมันใต้ผิวหนังนี้ แบ่งได้หลัก ๆ เป็น 3 ชั้น คือ

  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านบน
    อยู่ชิดกับผิวหนังที่สุด ทำหน้าที่ห่อหุ้มต่อมเหงื่อและรากขน มีเส้นเลือดและเส้นประสาทแทรกอยู่

  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านกลาง
    มักพบตามบริเวณผิวหนังที่หนา เช่น แขน ขา แต่ในบริเวณผิวบาง ๆ อย่างหนังตา สันจมูก มักไม่มีชั้นนี้

  • ชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านล่าง
    เป็นชั้นที่ช่วยรองรับแรงกระแทก มีลักษณะเป็นพังผืดและก้อนไขมันกลม ๆ ถ้ามีมากเกินไปจะเกิดเป็น เซลลูไลท์ หรือผิวลายคล้ายเปลือกส้ม มักเห็นได้ชัดบริเวณหน้าท้องและต้นขา

สาเหตุหลักของการมี Love Handles มักมาจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น

  • กินตามใจปาก ไม่คุมประเภทและปริมาณอาหาร

  • ชอบของหวาน เค้ก ชานมไข่มุกเป็นประจำ

  • กินของทอด ของมัน ถี่เกินไป

  • กินจุกจิกทั้งวัน

  • ขยับตัวน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย

เมื่อกินเกิน ใช้น้อย ไขมันจึงถูกเก็บสำรองเอาไว้ทั้งในช่องท้องและใต้ผิวหนัง จนกลายเป็นห่วงยางที่เอวในที่สุด

ปัญหาที่มาพร้อมกับห่วงยางรอบเอว

Love Handles ไม่ได้แค่ทำให้เอวปลิ้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตแบบเต็ม ๆ

  • นั่งแล้วห่วงยางรอบเอวชัดมาก

  • หุ่นไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง เอวไม่เอส

  • ไซซ์เสื้อผ้าใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

  • เสื้อผ้าตัวโปรดที่เคยใส่ได้ กลายเป็นอดีต

  • กางเกงต้องเปลี่ยนไซซ์บ่อย

  • ความมั่นใจในรูปร่างลดลงแบบรู้สึกได้

  • ใส่เสื้อผ้าแล้วมีพุงปลิ้น ดูอ้วนกว่าความเป็นจริง

ผลลัพธ์คือ หลายคนยอมแพ้ทั้งที่จริง ๆ แล้วปัญหานี้แก้ได้ หากเข้าใจร่างกายและปรับพฤติกรรมให้ถูกทาง

Love Handles อันตรายแค่ไหน?

Love Handles ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่สัมพันธ์กับสุขภาพโดยตรง เพราะมักเกี่ยวข้องกับการสะสมของ ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) และไขมันใต้ชั้นผิวจำนวนมาก

ปัจจุบันพบว่าทั้งผู้ชาย ผู้หญิง รวมถึงวัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน มีแนวโน้มสะสมไขมันในช่องท้องสูงขึ้น เนื่องจาก

  • กินอาหารไขมันสูงและอาหารแปรรูปบ่อย

  • ดื่มชาไข่มุกและของหวานเป็นประจำ

  • ขาดการออกกำลังกาย เคลื่อนไหวน้อย

ไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันที่อยู่ลึกกว่าชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อ สะสมอยู่รอบ ๆ อวัยวะสำคัญ เช่น

  • ตับ

  • กระเพาะอาหาร

  • ลำไส้เล็ก

  • กล้ามเนื้อหน้าท้อง

เมื่อไขมันช่องท้องสะสมมากขึ้น จะดันให้หน้าท้องป่องและยื่นออกมา กลายเป็นภาวะที่หลายคนคุ้นกันดีว่า “อ้วนลงพุง” ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งในคนผอมและคนที่น้ำหนักเกิน

ไขมันชนิดนี้ยังสัมพันธ์กับภาวะ ดื้ออินซูลิน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดแข็ง ความดันสูง เป็นต้น จึงไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด

วิธีลดห่วงยางรอบเอวแบบยั่งยืน

ไขมันในช่องท้องและห่วงยางรอบเอวถือเป็นไขมันที่ ดื้อและใช้เวลา ในการลด แต่ไม่ใช่ว่าจะลดไม่ได้ เพียงต้องอาศัยการปรับไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด

ด้านล่างนี้คือแนวทางสำคัญที่ช่วยให้เอวปลิ้นค่อย ๆ กลับมาเรียบได้

1. ปรับพฤติกรรมการกินแบบจริงจัง

อาหารคือปัจจัยหลักของทั้งหุ่นและสุขภาพ ถ้าอยากให้ Love Handles ลดลงแบบเห็นผล การกินต้องเปลี่ยนก่อนอย่างอื่น แม้อาจยากในช่วงแรก เพราะเราคุ้นชินกับการกินตามใจปากมานาน แต่ถ้าอยากเห็นเอวเอส ต้องยอมปรับ

หลักการง่าย ๆ คือ

  • กินอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่อัดจนแน่น

  • อิ่มแล้วหยุดกิน ไม่ยัดต่อเพราะเสียดาย

  • ลดขนมหวาน เค้ก ไอศกรีม และของหวานจัด ๆ

  • ลดของทอด ของมัน และฟาสต์ฟู้ด

  • เปลี่ยนมาเน้นอาหารต้ม นึ่ง ย่างที่ไขมันต่ำ

  • ลดแป้งขัดขาวและไขมันทรานส์

  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแหล่งแคลอรี่แฝง

  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนและผักให้มากขึ้น

วินัยเรื่องอาหารสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย ถ้ากินไม่คุม ต่อให้วิ่งทุกวัน ห่วงยางก็อาจไม่ยอมไปไหน

2. ลดความเครียด ตัวการดันห่วงยางให้ใหญ่ขึ้น

ความรู้สึกส่งผลต่อการกินแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะ “ความเครียด” ซึ่งแทบไม่มีข้อดีต่อร่างกายเลย แต่กลับทำให้การลดน้ำหนักยากขึ้นหลายเท่า

เมื่อเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล เพิ่มขึ้น ฮอร์โมนนี้มีผลดังนี้

  • กระตุ้นให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน

  • ทำให้รู้สึกโหย อยากของหวานและอาหารไขมันสูง

  • ส่งเสริมการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง

ในคนอ้วนมักพบระดับคอร์ติซอลที่สูงกว่าปกติอย่างชัดเจน ซึ่งยิ่งทำให้การลดไขมันรอบเอวทำได้ยากขึ้นไปอีก

แนวทางลดความเครียด เช่น

  • ฝึกสมาธิ หายใจลึก ๆ อย่างมีสติ

  • เล่นโยคะ ยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อ

  • ออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อลดความตึงเครียด

  • ฝึกปล่อยวางปัญหาที่ควบคุมไม่ได้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดหลับอดนอน

จัดการความเครียดได้ดี เท่ากับช่วยทั้งหุ่นและสุขภาพในระยะยาว

3. ออกกำลังกายทุกส่วน อย่าหมกมุ่นแค่เอว

ความเชื่อยอดฮิตแต่ผิดเต็ม ๆ คือคำว่า “อยากลดส่วนไหน ให้ออกกำลังกายส่วนนั้นเยอะ ๆ” เช่น อยากลดพุงก็ซิทอัพรัว ๆ อย่างเดียว

ความจริงคือ ร่างกายไม่เผาผลาญไขมันแบบเลือกจุด ต่อให้บริหารเอวหนักแค่ไหน ไขมันก็ยังถูกใช้จากทั้งร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะตรงเอว

การโฟกัสบริหารเฉพาะส่วนมาก ๆ มีผลเสียตามมา เช่น

  • เหนื่อยล้าจนไม่อยากออกกำลังกายต่อ

  • ปวดหลัง เจ็บเอวจากซิทอัพหนักเกิน

  • รู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผลจนท้อ และเลิกออกกำลังกายไปเลย

แนวทางที่ดีกว่าคือ

  • เน้นออกกำลังกายที่ใช้ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ก้น โคนขา หลัง

  • ทำคาร์ดิโอร่วมกับเวทเทรนนิ่ง เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

  • มีวันพักให้ร่างกายฟื้นตัว ไม่โหมทุกวัน

กล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะช่วยให้ อัตราการเผาผลาญสูงขึ้นตลอดทั้งวัน ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมันได้ดีขึ้น รวมถึงไขมันรอบเอวด้วย

ถ้าอดอาหารหนักเกินไป เล่นคาร์ดิโออย่างเดียวโดยไม่เสริมกล้ามเนื้อ ร่างกายอาจสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้ระบบเผาผลาญแผ่วลงระยะยาว ห่วงยางจึงกลับมาได้ง่าย

4. เปลี่ยนมาออกกำลังกายตอนเช้า ช่วยเผาไขมันได้มากขึ้น

การเลือกเวลาออกกำลังกายก็มีผลกับการใช้พลังงานของร่างกาย โดยเฉพาะหากเปลี่ยนมาออกกำลังกาย ตอนเช้า หลังตื่นนอน จะมีข้อดีหลายด้าน คือ

  • เผาผลาญไขมันได้มากกว่าตอนเย็น
    เพราะช่วงเช้าหลังงดอาหารมา 6–8 ชั่วโมง ปริมาณไกลโคเจนในร่างกายลดลง ร่างกายจึงหันไปใช้ไขมันเป็นพลังงานมากขึ้น

  • ออกกำลังกายตอนท้องว่าง (overnight-fasted exercise)
    มีงานวิจัยพบว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไขมัน เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายหลังมื้ออาหาร เช่น วิ่งตอนเย็นหลังมื้อกลางวัน ร่างกายจะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ทำให้การเผาผลาญไขมันน้อยกว่าตอนเช้า แม้ออกกำลังในระยะเวลาเท่ากัน

  • ช่วยปรับสมดุลการใช้พลังงานทั้งวัน
    การออกกำลังกายตอนเช้าส่งผลให้ร่างกายใช้ไขมันมากขึ้นได้ต่อเนื่องตลอดวัน ทำให้ความหิวและความอยากกินจุบจิบน้อยลง

  • เปลี่ยนแปลงเมตาบอลิซึมของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน
    กล้ามเนื้อจะเพิ่มความสามารถในการใช้ไขมัน กรดไขมันในเลือดลดลง เซลล์ไขมันจึงสลายตัวและปล่อยไขมันออกมามากขึ้น ส่งผลให้ไขมันสะสมในร่างกายรวมถึงห่วงยางรอบเอวลดลงตาม

  • ช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน
    เมื่อร่างกายใช้พลังงานได้ดีขึ้น ความต้องการใช้อินซูลินลดลง การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินเป็นไขมันจึงลดลงไปด้วย

  • บรรยากาศตอนเช้าช่วยให้ร่างกายทำงานได้สบายกว่า
    อุณหภูมิตอนเช้ามักต่ำกว่าช่วงอื่นของวัน อากาศไม่ร้อนจัด ทำให้ระบายความร้อนได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการเป็นลมแดดและทำให้การออกกำลังกายรู้สึกสบายขึ้น

5. ทางเลือกขั้นกว่าด้วยหัตถการทางการแพทย์

ในบางเคส แม้จะคุมอาหารอย่างดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่น้ำหนักลงแล้วห่วงยางรอบเอวยังชัดอยู่ อาจมาจากปัจจัยด้านอายุ สภาพผิว หรือการสะสมไขมันเฉพาะจุดที่ดื้อเป็นพิเศษ

ผ่าตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)

การผ่าตัดหนังหน้าท้องเหมาะกับคนที่

  • มีผิวหนังหน้าท้องหย่อนคล้อยมาก

  • มีห่วงยางรอบเอวร่วมกับหนังหน้าท้องย้วย

  • เคยลดน้ำหนักเร็วหรือมากจนผิวไม่กระชับ

  • คุณแม่หลังคลอดที่มีผิวหน้าท้องเกินและหย่อน

การผ่าตัดจะช่วย ลดพื้นที่หน้าท้องและห่วงยางไปได้ทันทีแบบถาวร แต่จำเป็นต้องยอมรับรอยแผลผ่าตัดยาวใต้หน้าท้องได้ และต้องให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียดก่อนว่าเหมาะกับเคสหรือไม่

ดูดไขมันลดสัดส่วน

ในบางคน แม้น้ำหนักจะอยู่ในช่วงมาตรฐาน หรือส่วนบนร่างกายเริ่มซูบแล้ว แต่ยังมีพุงและห่วงยางดื้อ ๆ อยู่ต่อไป การลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่สามารถปรับรูปร่างได้ครบทุกจุด

ในกรณีนี้ การใช้เทคนิคด้าน ศัลยกรรมปรับรูปร่าง เช่น การดูดไขมันรอบเอว อาจเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ เพราะ

  • กำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกินในตำแหน่งที่ต้องการโดยตรง

  • เห็นสัดส่วนเปลี่ยนแปลงชัดเจนในเวลาไม่นาน

  • ช่วยเสริมผลลัพธ์จากการคุมอาหารและออกกำลังกายให้ชัดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันหรือผ่าตัดเป็นเพียง “ตัวช่วยเสริม” ไม่สามารถแทนการดูแลตัวเองระยะยาวได้ หากยังกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ไขมันก็มีโอกาสสะสมเพิ่มขึ้นได้อีก

สรุป: อยากบอกลา Love Handles ต้องเปลี่ยนมากกว่าหนึ่งอย่าง

ห่วงยางรอบเอวไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน และก็ไม่ได้หายไปในเวลาไม่กี่วันเช่นกัน แต่ถ้าคุณ

  • ปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม

  • จัดการความเครียดให้ดีขึ้น

  • ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งให้สมดุล

  • เลือกเวลาออกกำลังกายที่ช่วยใช้ไขมันได้มากขึ้น เช่นตอนเช้า

Love Handles ที่เคยดื้อก็จะค่อย ๆ บางลงได้จริง

ส่วนใครที่รู้สึกว่าตัวเองมีห่วงยางรอบเอวชัด เจอปัญหาผิวหนังย้วย หรือไม่แน่ใจว่าควรใช้วิธีไหน ทั้งการดูแลตัวเอง การดูดไขมัน หรือการผ่าตัดหนังหน้าท้อง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปร่างและโภชนาการก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้เลือกแนวทางที่เหมาะกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของตัวเองมากที่สุด

เริ่มจากหนึ่งก้าวเล็ก ๆ วันนี้ ทั้งการกิน การขยับตัว และการพักผ่อน เอวเอสไม่ไกลเกินจริง แค่ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง