กินตามลมที่ตราด: เมื่อการท่องเที่ยวสายกินเจอสายเฮลท์ตี้

สมาคมการค้าตราดเวลเนส จุดไอเดียโครงการ “กินตามลม” ด้วยแนวคิด Holistic Wellness ที่ไม่ได้โฟกัสแค่ความอร่อย แต่โยงตั้งแต่ วัตถุดิบ–อาหาร–สุขภาพ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวกัน
เป้าหมายคือให้คนมากินด้วยความรู้เท่าทันคุณค่าของอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านวิธีเลือกกินอย่างมีสติ และยังผนึกกำลังกับสองหน่วยงานหลักในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนให้จริงจังมากขึ้น
หน่วยงานด้านสาธารณสุขในจังหวัด ทำหน้าที่เป็นเหมือนโค้ชให้ร้านอาหาร วางมาตรฐานเรื่องสุขภาวะและความปลอดภัย
หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ผลักดันให้อาหารถิ่นกลายเป็น Soft Power เชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญา และการเดินทางเข้าไว้ด้วยกัน
ทั้งหมดนี้ทำให้การไปตราด ไม่ใช่แค่ไปเที่ยว แต่คือการไป “กินให้ตรงลม” และได้ประสบการณ์ที่ทั้งอร่อย ทั้งดีต่อร่างกาย

WIND OF FLAVOUR: รสชาติของฤดูลมแบบฉบับตราด
โครงการ “กินตามลม จังหวัดตราด” (WIND OF FLAVOUR – รสชาติของฤดูลม) ถูกออกแบบให้เล่นกับเสน่ห์ของวัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างจริงจัง
แนวคิดคือใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงลม มายกระดับเป็นเมนูที่มีมาตรฐานด้านสุขภาพ และเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านจานอาหารให้มากกว่าแค่ “อร่อยดีนะ”
“กินตามลม” จึงหมายถึงการเลือกกินอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่อยู่ในช่วงพีกของแต่ละฤดูลม เช่น ลมว่าว ลมตะเภา ลมตะวันตก และลมตะโก้ ซึ่งเป็นชื่อที่คนตราดใช้เรียกฤดูกาลตามทิศทางลม
วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของจากธรรมชาติ แต่เป็นเหมือน “ของขวัญจากลม” ที่ให้ทั้งรสชาติที่ดีที่สุด ความสด และคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับร่างกายในช่วงเวลานั้น ๆ

ทำไมตราดถึงเหมาะกับสายกินตามฤดู
ตราดเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศแบบครบเครื่อง
มีชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์
มีป่าชายเลนและระบบนิเวศเฉพาะตัว
มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ยังรักษาวิถีดั้งเดิม
สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เกิดวัตถุดิบเฉพาะถิ่นที่เปลี่ยนไปชัดเจนตามฤดูลมในแต่ละช่วงปี
ดังนั้น การไปตราดจึงไม่ใช่แค่ไปเช็คอินทะเล แต่คือการ “มากินให้ตรงฤดู” เพื่อเจอความสด ความอร่อย และประโยชน์สูงสุดจากธรรมชาติในช่วงเวลาที่ใช่จริง ๆ

ร้านไหนบ้างที่กินแล้วมั่นใจเรื่องสุขภาพ
ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ “กินตามลม” ต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐาน Trat Wellness Safety Tourism จากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของจังหวัด
เกณฑ์ที่ใช้พิจารณา เช่น
ความสะอาดของครัวและพื้นที่ให้บริการ
ความปลอดภัยของอาหาร
คุณภาพและที่มาของวัตถุดิบ
ความใส่ใจต่อสุขภาพของผู้บริโภค
รายชื่อร้านที่ผ่านการรับรองและเข้าร่วมโครงการ ได้แก่
ข้าวขวัญ
คชา รีสอร์ท เกาะช้าง
เคซี แกรนด์ รีสอร์ท เกาะช้าง
ชมปูคาเฟ่
เดอะสปาเกาะช้าง รีสอร์ท
เทสทอรี่
บ้านตาเกลือ
บ้านไร่เขียวขจี
ระเบียงไชยเชษฐ์
ริมทะเลซีฟู้ด
เลอ เจ้าจอม
สยาม รอยัล วิว เกาะช้าง
เซ็นทารา เกาะช้าง
ไผ่โอชะ
ร้านอาหาร ๒๔๘๘
บางร้านยังพัฒนาเมนูแบบ Personalized Dish (อาหารปรุงเฉพาะราย) ที่สามารถปรับสูตรให้เข้ากับสุขภาพหรือความต้องการเฉพาะของแต่ละคน เช่น ปรับตามธาตุเจ้าเรือน หรืออาการพื้นฐานของร่างกาย
พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่เลือกเมนู แต่เหมือนเลือก “เวอร์ชันของตัวเอง” ให้เหมาะกับร่างกายไปเลย

4 ฤดูลม 4 คาแรกเตอร์รสชาติที่ต้องลองให้ครบปี
ในรอบหนึ่งปี ตราดจะมีทิศทางลมที่เปลี่ยนไป ชาวบ้านเลยเรียกกันว่าเป็น “ฤดูลม” ซึ่งแต่ละลมจะพาวัตถุดิบเด่น ๆ จากทะเล ป่า และสวน มาให้เราได้ลิ้มลองกันแบบไม่ซ้ำหน้า
ด้านล่างนี้คือโพรไฟล์ของแต่ละลมที่สายกินไม่ควรพลาด
1) ลมตะโก้ (กันยายน – พฤศจิกายน)
วัตถุดิบเด่น: สละสุมาลี, ขิงแห้ง, ปลาหมึก, กั้งแก้วมังกร
ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นฤดูเปลี่ยนผ่านที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบจากทั้งผืนดินและผืนน้ำ
สละสุมาลี อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุด รสหวานหอมกำลังดี
ขิงแห้งจากชุมชนพื้นบ้าน ให้กลิ่นเผ็ดร้อนแบบมีเสน่ห์
ทะเลตราดในช่วงนี้ มีทั้งกั้งแก้วเนื้อแน่น และปลาหมึกตัวขาวอวบ โดยเฉพาะช่วงพฤศจิกายนที่ของทะเลกำลังฟินสุด
ถ้าอยากกินซีฟู้ดสดจัดเต็มผสมกับผลไม้และสมุนไพร ช่วงลมตะโก้นี่คือคำตอบ
2) ลมว่าว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
วัตถุดิบเด่น: ปลาย่ำสวาท, ปลาอินทรีย์, สับปะรดตราดสีทอง, ปลาหมึกไข่
อากาศเย็น ฟ้าโปร่ง แทบไม่มีฝน เป็นช่วงเวลาทองของการออกเรือจับปลาน้ำลึก
ปลาย่ำสวาท และปลาอินทรีย์ เนื้อแน่น มัน และอร่อยที่สุดในรอบปี
ปลาหมึกไข่ยังมีให้กินแบบอวบ ๆ ไข่เต็มตัว
ฝั่งสวนผัก ผักสลัดกำลังให้ผลผลิตดี เพราะอุณหภูมิเหมาะมาก
ที่ห้ามพลาดคือ สับปะรดตราดสีทอง รสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นช่วงที่อร่อยที่สุดของปี
ใครชอบเมนูปลา เน้นความมัน หอม สด ลองล็อกคิวมาช่วงลมว่าวไว้ได้เลย
3) ลมตะเภา (มีนาคม – พฤษภาคม)
วัตถุดิบเด่น: ทุเรียนชะนีเกาะช้าง, มังคุด, สำรอง, หอยนางรม, หอยซักตีน
เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว ก็ถึงคิวของสายผลไม้รสจัดและซีฟู้ดแน่น ๆ
ทุเรียนชะนีเกาะช้าง เนื้อหอมมัน สมกับชื่อเสียงผลไม้เจ้าป่า
มังคุด รสหวานฉ่ำ ตัดความเลี่ยนได้ดี
“สำรอง” ผลไม้ป่าหายากที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ทะเลเองก็ไม่แพ้กัน มีหอยนางรมตัวอวบ และหอยซักตีนที่เจอได้เฉพาะน้ำตื้นในตราด
ใครอยากจัดเซ็ต “ผลไม้หน้าร้อน + ซีฟู้ดสด” ลมตะเภาคือช่วงที่เหมาะสุด ๆ
4) ลมตะวันตก (มิถุนายน – สิงหาคม)
วัตถุดิบเด่น: แมงกระพรุน, ระกำ, กุ้ง, ปูทะเล, กั้งขาว
เข้าฤดูฝน ผืนป่าและทะเลกลับยิ่งสมบูรณ์ขึ้น น้ำจืดจากภูเขาไหลลงผสมกับน้ำทะเล กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งชั้นดี
กุ้งแชบ๊วย กุ้งลายเสือ กุ้งฉิ่ว และปูทะเล มีคุณภาพดีและได้ปริมาณมากในช่วงนี้
ในทะเลยังพบแมงกระพรุน ซึ่งคนท้องถิ่นนิยมเอามาแปรรูปเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย
สวนผลไม้ก็ไม่น้อยหน้า ระกำให้ผลผลิตช่วงนี้ รสเปรี้ยวอมหวาน จะกินสดหรือแปรรูปก็ได้หมด
ลมตะวันตกคือฤดูที่ทั้งทะเลและสวนผลไม้พร้อมใจกันบูม เหมาะกับสายกินที่อยากลองรสชาติแบบหน้าฝนแท้ ๆ
สรุป: ไปตราดครั้งหน้า อย่าลืมถามตัวเองว่า “ตอนนี้ลมอะไร?”
การเที่ยวตราดในมุมสายกินยุคใหม่ ไม่ได้จบที่คำว่า “ซีฟู้ดสด” หรือ “ผลไม้ถูก” อีกต่อไป แต่คือการเลือก
ให้ตรง ฤดูลม
ให้ตรง วัตถุดิบพีกของปี
และให้ตรงกับ สุขภาพของเราเอง
ถ้าอยากได้ทริปที่ทั้งอร่อย มีเรื่องเล่า และดีต่อร่างกาย ลองแพลนทริปให้ตรงลม แล้วไปสัมผัส “ของขวัญจากลม” ที่ตราดด้วยตัวเองสักครั้ง

