รับแอปรับแอป

“กินตามลม” ที่ตราด เที่ยวให้ตรงฤดู ชิมให้ตรงลม ฟินได้ทั้งสุขภาพและรสชาติ

กัญญารัตน์ อินทร์01-30

กินตามลมที่ตราด: เมื่อการท่องเที่ยวสายกินเจอสายเฮลท์ตี้

สมาคมการค้าตราดเวลเนส จุดไอเดียโครงการ “กินตามลม” ด้วยแนวคิด Holistic Wellness ที่ไม่ได้โฟกัสแค่ความอร่อย แต่โยงตั้งแต่ วัตถุดิบ–อาหาร–สุขภาพ เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวกัน

เป้าหมายคือให้คนมากินด้วยความรู้เท่าทันคุณค่าของอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านวิธีเลือกกินอย่างมีสติ และยังผนึกกำลังกับสองหน่วยงานหลักในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนให้จริงจังมากขึ้น

  • หน่วยงานด้านสาธารณสุขในจังหวัด ทำหน้าที่เป็นเหมือนโค้ชให้ร้านอาหาร วางมาตรฐานเรื่องสุขภาวะและความปลอดภัย

  • หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ผลักดันให้อาหารถิ่นกลายเป็น Soft Power เชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่น ภูมิปัญญา และการเดินทางเข้าไว้ด้วยกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้การไปตราด ไม่ใช่แค่ไปเที่ยว แต่คือการไป “กินให้ตรงลม” และได้ประสบการณ์ที่ทั้งอร่อย ทั้งดีต่อร่างกาย

WIND OF FLAVOUR: รสชาติของฤดูลมแบบฉบับตราด

โครงการ “กินตามลม จังหวัดตราด” (WIND OF FLAVOUR – รสชาติของฤดูลม) ถูกออกแบบให้เล่นกับเสน่ห์ของวัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างจริงจัง

แนวคิดคือใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงลม มายกระดับเป็นเมนูที่มีมาตรฐานด้านสุขภาพ และเล่าเรื่องราวของพื้นที่ผ่านจานอาหารให้มากกว่าแค่ “อร่อยดีนะ”

“กินตามลม” จึงหมายถึงการเลือกกินอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่อยู่ในช่วงพีกของแต่ละฤดูลม เช่น ลมว่าว ลมตะเภา ลมตะวันตก และลมตะโก้ ซึ่งเป็นชื่อที่คนตราดใช้เรียกฤดูกาลตามทิศทางลม

วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของจากธรรมชาติ แต่เป็นเหมือน “ของขวัญจากลม” ที่ให้ทั้งรสชาติที่ดีที่สุด ความสด และคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับร่างกายในช่วงเวลานั้น ๆ

ทำไมตราดถึงเหมาะกับสายกินตามฤดู

ตราดเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของภูมิประเทศแบบครบเครื่อง

  • มีชายฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์

  • มีป่าชายเลนและระบบนิเวศเฉพาะตัว

  • มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่ยังรักษาวิถีดั้งเดิม

สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เกิดวัตถุดิบเฉพาะถิ่นที่เปลี่ยนไปชัดเจนตามฤดูลมในแต่ละช่วงปี

ดังนั้น การไปตราดจึงไม่ใช่แค่ไปเช็คอินทะเล แต่คือการ “มากินให้ตรงฤดู” เพื่อเจอความสด ความอร่อย และประโยชน์สูงสุดจากธรรมชาติในช่วงเวลาที่ใช่จริง ๆ

ร้านไหนบ้างที่กินแล้วมั่นใจเรื่องสุขภาพ

ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ “กินตามลม” ต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐาน Trat Wellness Safety Tourism จากหน่วยงานด้านสาธารณสุขของจังหวัด

เกณฑ์ที่ใช้พิจารณา เช่น

  • ความสะอาดของครัวและพื้นที่ให้บริการ

  • ความปลอดภัยของอาหาร

  • คุณภาพและที่มาของวัตถุดิบ

  • ความใส่ใจต่อสุขภาพของผู้บริโภค

รายชื่อร้านที่ผ่านการรับรองและเข้าร่วมโครงการ ได้แก่

  • ข้าวขวัญ

  • คชา รีสอร์ท เกาะช้าง

  • เคซี แกรนด์ รีสอร์ท เกาะช้าง

  • ชมปูคาเฟ่

  • เดอะสปาเกาะช้าง รีสอร์ท

  • เทสทอรี่

  • บ้านตาเกลือ

  • บ้านไร่เขียวขจี

  • ระเบียงไชยเชษฐ์

  • ริมทะเลซีฟู้ด

  • เลอ เจ้าจอม

  • สยาม รอยัล วิว เกาะช้าง

  • เซ็นทารา เกาะช้าง

  • ไผ่โอชะ

  • ร้านอาหาร ๒๔๘๘

บางร้านยังพัฒนาเมนูแบบ Personalized Dish (อาหารปรุงเฉพาะราย) ที่สามารถปรับสูตรให้เข้ากับสุขภาพหรือความต้องการเฉพาะของแต่ละคน เช่น ปรับตามธาตุเจ้าเรือน หรืออาการพื้นฐานของร่างกาย

พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่เลือกเมนู แต่เหมือนเลือก “เวอร์ชันของตัวเอง” ให้เหมาะกับร่างกายไปเลย

4 ฤดูลม 4 คาแรกเตอร์รสชาติที่ต้องลองให้ครบปี

ในรอบหนึ่งปี ตราดจะมีทิศทางลมที่เปลี่ยนไป ชาวบ้านเลยเรียกกันว่าเป็น “ฤดูลม” ซึ่งแต่ละลมจะพาวัตถุดิบเด่น ๆ จากทะเล ป่า และสวน มาให้เราได้ลิ้มลองกันแบบไม่ซ้ำหน้า

ด้านล่างนี้คือโพรไฟล์ของแต่ละลมที่สายกินไม่ควรพลาด

1) ลมตะโก้ (กันยายน – พฤศจิกายน)

วัตถุดิบเด่น: สละสุมาลี, ขิงแห้ง, ปลาหมึก, กั้งแก้วมังกร

ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นฤดูเปลี่ยนผ่านที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบจากทั้งผืนดินและผืนน้ำ

  • สละสุมาลี อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุด รสหวานหอมกำลังดี

  • ขิงแห้งจากชุมชนพื้นบ้าน ให้กลิ่นเผ็ดร้อนแบบมีเสน่ห์

  • ทะเลตราดในช่วงนี้ มีทั้งกั้งแก้วเนื้อแน่น และปลาหมึกตัวขาวอวบ โดยเฉพาะช่วงพฤศจิกายนที่ของทะเลกำลังฟินสุด

ถ้าอยากกินซีฟู้ดสดจัดเต็มผสมกับผลไม้และสมุนไพร ช่วงลมตะโก้นี่คือคำตอบ

2) ลมว่าว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

วัตถุดิบเด่น: ปลาย่ำสวาท, ปลาอินทรีย์, สับปะรดตราดสีทอง, ปลาหมึกไข่

อากาศเย็น ฟ้าโปร่ง แทบไม่มีฝน เป็นช่วงเวลาทองของการออกเรือจับปลาน้ำลึก

  • ปลาย่ำสวาท และปลาอินทรีย์ เนื้อแน่น มัน และอร่อยที่สุดในรอบปี

  • ปลาหมึกไข่ยังมีให้กินแบบอวบ ๆ ไข่เต็มตัว

  • ฝั่งสวนผัก ผักสลัดกำลังให้ผลผลิตดี เพราะอุณหภูมิเหมาะมาก

  • ที่ห้ามพลาดคือ สับปะรดตราดสีทอง รสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นช่วงที่อร่อยที่สุดของปี

ใครชอบเมนูปลา เน้นความมัน หอม สด ลองล็อกคิวมาช่วงลมว่าวไว้ได้เลย

3) ลมตะเภา (มีนาคม – พฤษภาคม)

วัตถุดิบเด่น: ทุเรียนชะนีเกาะช้าง, มังคุด, สำรอง, หอยนางรม, หอยซักตีน

เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว ก็ถึงคิวของสายผลไม้รสจัดและซีฟู้ดแน่น ๆ

  • ทุเรียนชะนีเกาะช้าง เนื้อหอมมัน สมกับชื่อเสียงผลไม้เจ้าป่า

  • มังคุด รสหวานฉ่ำ ตัดความเลี่ยนได้ดี

  • “สำรอง” ผลไม้ป่าหายากที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

  • ทะเลเองก็ไม่แพ้กัน มีหอยนางรมตัวอวบ และหอยซักตีนที่เจอได้เฉพาะน้ำตื้นในตราด

ใครอยากจัดเซ็ต “ผลไม้หน้าร้อน + ซีฟู้ดสด” ลมตะเภาคือช่วงที่เหมาะสุด ๆ

4) ลมตะวันตก (มิถุนายน – สิงหาคม)

วัตถุดิบเด่น: แมงกระพรุน, ระกำ, กุ้ง, ปูทะเล, กั้งขาว

เข้าฤดูฝน ผืนป่าและทะเลกลับยิ่งสมบูรณ์ขึ้น น้ำจืดจากภูเขาไหลลงผสมกับน้ำทะเล กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งชั้นดี

  • กุ้งแชบ๊วย กุ้งลายเสือ กุ้งฉิ่ว และปูทะเล มีคุณภาพดีและได้ปริมาณมากในช่วงนี้

  • ในทะเลยังพบแมงกระพรุน ซึ่งคนท้องถิ่นนิยมเอามาแปรรูปเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย

  • สวนผลไม้ก็ไม่น้อยหน้า ระกำให้ผลผลิตช่วงนี้ รสเปรี้ยวอมหวาน จะกินสดหรือแปรรูปก็ได้หมด

ลมตะวันตกคือฤดูที่ทั้งทะเลและสวนผลไม้พร้อมใจกันบูม เหมาะกับสายกินที่อยากลองรสชาติแบบหน้าฝนแท้ ๆ

สรุป: ไปตราดครั้งหน้า อย่าลืมถามตัวเองว่า “ตอนนี้ลมอะไร?”

การเที่ยวตราดในมุมสายกินยุคใหม่ ไม่ได้จบที่คำว่า “ซีฟู้ดสด” หรือ “ผลไม้ถูก” อีกต่อไป แต่คือการเลือก

  • ให้ตรง ฤดูลม

  • ให้ตรง วัตถุดิบพีกของปี

  • และให้ตรงกับ สุขภาพของเราเอง

ถ้าอยากได้ทริปที่ทั้งอร่อย มีเรื่องเล่า และดีต่อร่างกาย ลองแพลนทริปให้ตรงลม แล้วไปสัมผัส “ของขวัญจากลม” ที่ตราดด้วยตัวเองสักครั้ง