เมื่อคนเริ่มรู้สึกว่า ChatGPT เขียนแปลกไป
ช่วงหลังมานี้ ผู้ใช้ ChatGPT จำนวนไม่น้อยเริ่มสังเกตได้ว่า สไตล์การเขียนเปลี่ยนไป
ข้อความที่เคยลื่นไหล อ่านแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลับดูแข็งขึ้น ตรงไปตรงมา และเหมือนโฟกัสที่เนื้อหาด้านเทคนิคมากกว่าลีลาภาษา โดยเฉพาะหลังจากมีการอัปเกรดโมเดลมาเป็นตระกูล GPT-5 ที่ยกระดับความสามารถเชิงเทคนิคอย่างจริงจัง
ทำไม GPT ถึงยิ่งฉลาดด้านโค้ด แต่ภาษากลับดรอป?
ฝั่ง OpenAI อธิบายว่า การพัฒนา GPT รอบล่าสุด โฟกัสไปที่ 2 เรื่องหลัก คือ:
การเสริมความสามารถด้านการเขียนโค้ด
การเพิ่มศักยภาพด้านการให้เหตุผลและการคิดเชิงตรรกะ
การเททรัพยากรและการเทรนไปในทิศทางนี้ ทำให้โมเดลเก่งขึ้นมากในมุมมองของนักพัฒนาและงานเทคนิค แต่ก็มีผลข้างเคียงคือ ความละเอียดอ่อนในการใช้ภาษา ลดลงไปบางส่วน
พูดง่าย ๆ คือ GPT เวอร์ชันใหม่กลายเป็นสาย “คิดเก่ง-โค้ดโหด” แต่ความพลิ้วไหวในการเล่าเรื่อง หยิบคำ วางจังหวะประโยค อาจไม่ละเมียดเท่าเดิม
OpenAI รับเสียงบ่น และเตรียมแก้เกมใน GPT 5.x
ทีม OpenAI ไม่ได้มองข้ามฟีดแบ็กจากผู้ใช้ พวกเขายอมรับว่าการเปลี่ยนจุดโฟกัสในการพัฒนาโมเดล ส่งผลต่อประสบการณ์ด้านการอ่านจริง และนี่คือสิ่งที่กำลังถูกหยิบขึ้นมาปรับปรุงอย่างจริงจัง
ในรุ่น GPT 5.x ที่วางแผนจะปล่อยในอนาคต OpenAI ตั้งเป้าให้โมเดล:
สร้างข้อความที่ ชัดเจน ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย
ใช้ภาษาได้ สวยงาม อ่านลื่น และมีน้ำหนัก มากขึ้น
ยังคง ประสิทธิภาพด้านเทคนิค การให้เหตุผล และการเขียนโค้ด ไว้ครบถ้วน
เป้าหมายคือทำให้ GPT 5.x กลายเป็นทั้ง คู่หูสายโค้ด และ นักเขียนสายเนื้อหา ในตัวเดียวกัน ไม่ต้องเลือกระหว่าง “เก่งโค้ด” หรือ “เก่งภาษา” อีกต่อไป
สายเขียนโค้ดด้วย AI ต้องจับตา GPT รุ่นถัดไป
สำหรับคนที่ใช้ AI เขียนโค้ดเป็นหลักอยู่แล้ว การอัปเกรดครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะถ้า OpenAI ทำสำเร็จ เราอาจได้โมเดลที่:
อธิบายโค้ดได้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่รันได้
เขียนเอกสารประกอบ / README / คอมเมนต์โค้ดได้สวยกว่าเดิม
ช่วยเขียนทั้งสเปก ระบบ และโค้ด ไปจนถึงสรุปผลการทำงานในรูปแบบที่อ่านแล้ว “เข้าใจมนุษย์” มากขึ้น
ยุคต่อไปของ GPT อาจไม่ใช่แค่ AI ที่เขียนโค้ดได้ดี แต่เป็น AI ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับโค้ดได้อย่างยอดเยี่ยมด้วย

