รับแอปรับแอป

เมื่อ AI ไม่ได้แย่งงาน แต่ปลุกฝัน: พาเดินงาน Learn Lab 2025 มหานครแห่งการเรียนรู้ยุคใหม่

พัชรี ศรีสุข01-30

Learn Lab 2025: เมื่อ AI กลายเป็นห้องทดลองไอเดียของคนรุ่นใหม่

งาน “Learn Lab Expo 2025 : Creativity Beyond AI” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ณ มิวเซียมสยาม โดยสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้โครงการ LEARN LAB 2024: Mega Trend Meta Learning ไม่ได้เป็นแค่งานประกวดไอเดียธุรกิจธรรมดา แต่คือ สนามทดลองอนาคตการเรียนรู้ผ่าน AI อย่างแท้จริง

ตลอดโครงการมีผู้สมัครร่วมกว่า 600 คน รวมเป็น 170 ทีม สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้กลัว AI แต่กำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับมัน

AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่เสริมพลังการเรียนรู้

ดร.อภิชาติ ประเสริฐ รองผู้อำนวยการ OKMD อธิบายภาพใหญ่ของงานนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า โลกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวกระโดด จึงจำเป็นต้องช่วยให้เยาวชน คนทำงาน และผู้ประกอบการ พัฒนาศักยภาพใหม่ๆ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง

หัวใจของ Learn Lab 2025 คือการออกแบบพื้นที่ทดลองให้สังคมไทยได้ฝึกใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมความคิดสร้างสรรค์ ผ่านแนวคิด Meta Learning หรือทักษะการเรียนรู้วิธีเรียนรู้ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของอนาคตที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วเกินจะท่องจำทัน

การร่วมมือระหว่าง OKMD มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ alpha+ sandbox จึงทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่เวทีประกวด แต่กลายเป็น ระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ช่วยบ่มเพาะไอเดียให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ต่อยอดได้จริง และเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในระยะยาว

เวที Final Pitching: 5 ไอเดียเด่นที่ใช้ AI เปลี่ยนโลกจริง

หัวใจของ Learn Lab 2025 คือเวทีประกวดแนวทางธุรกิจที่ใช้ AI เป็นตัวขับเคลื่อน โดยมีทีมที่โดดเด่นและคว้ารางวัลดังนี้

1) Family Deaf – ให้คนหูหนวกได้เรียนรู้โลกอย่างเท่าเทียม

ทีม Family Deaf ของนายพรยุทธ เม่นมุกดา คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท จากผลงานด้านอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ ที่จริงๆ แล้วแตะโจทย์ การเข้าถึงการเรียนรู้ของผู้พิการทางการได้ยิน อย่างเฉียบคม

แพลตฟอร์มนี้ใช้เทคโนโลยี 3D Animation และ AI รองรับถึง 45 ภาษา พร้อม 3 ฟีเจอร์สำคัญคือ

  • D-Translate: แปลงเสียงพูดเป็นภาษามือแบบเรียลไทม์

  • D-Speech: ให้ AI ช่วยพูดแทนผู้พิการทางการได้ยิน

  • ระบบ AI ที่ช่วยฝึกการสะกดนิ้ว ให้การเรียนรู้ภาษามือเป็นเรื่องง่ายและต่อเนื่อง

นี่คือภาพชัดเจนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีล้ำๆ แต่เป็นเครื่องมือ คืนสิทธิการสื่อสารและการเรียนรู้ให้มนุษย์ทุกคน

2) Motif Move – Co-designer คู่คิดสายแฟชั่น

ทีม Motif Move คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท จากหมวดอุตสาหกรรมการออกแบบและแฟชั่น

แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็น Co-designer ที่ใช้ AI เป็นสมองช่วยออกแบบเสื้อผ้า โดย

  • วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลองจับคู่เนื้อผ้ากับแพตเทิร์นที่เหมาะสม

  • มีฟีเจอร์เป็นตัวกลางช่วยเชื่อมระหว่างห้องเสื้อกับผู้ออกแบบ เพื่อสนับสนุนการขายและต่อยอดดีไซน์

นี่คือตัวอย่างของการใช้ AI ในการ เสริมรสนิยมและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ แทนที่จะมาแทนดีไซเนอร์

3) Synesthesia – แปลงอารมณ์เพลงให้มองเห็นได้

ทีม Synesthesia คว้าอันดับ 3 ในหมวดดนตรีและศิลปะ ด้วยแพลตฟอร์ม AI สาย cutting-edge ที่ออกแบบมาเพื่อ

  • วิเคราะห์อารมณ์และความหมายของเพลง

  • แปลงสิ่งที่ได้ออกมาเป็น Visual Graphics ที่สะท้อนอารมณ์นั้น

เป็นการจับมือกันระหว่างดนตรี ศิลปะ และ AI จนเกิดเป็นการตีความงานสร้างสรรค์ในมิติใหม่

4) NoteBattle – เกมดนตรีที่ฝึกสกิลผ่านการแข่งขัน

ทีม NoteBattle คว้าอันดับ 4 จากหมวดดนตรีและศิลปะเช่นกัน จุดเด่นคือการออกแบบเกมให้ผู้เล่น

  • ฝึกฝนดนตรีไปพร้อมกับการ แข่งขันกับผู้อื่น

  • ใช้ความสนุกเป็นตัวดึงให้การฝึกซ้อมดนตรีไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

นี่คือตัวอย่างการใช้เกมมิเคชัน (Gamification) ผสานกับเทคโนโลยีให้การเรียนรู้ทักษะใหม่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

5) Greentify – ใช้ AI สแกนขยะ เปลี่ยนการทิ้งให้มีมูลค่า

ทีม Greentify คว้าอันดับ 5 ในหมวดความยั่งยืน ด้วยแนวคิดแอปพลิเคชัน Waste Management System ที่เน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง

ระบบนี้ใช้ AI Scanner จากภาพถ่ายขยะ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้

  • แยกประเภทขยะได้ถูกตั้งแต่ต้น

  • มองเห็นการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบมากขึ้น

นี่คือการใช้ AI เพื่อขยับสังคมไปสู่ ความยั่งยืนที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่คำสวยหรูบนเวทีเสวนา

จาก Learn Lab สู่ Dream Lab: เมื่อพื้นที่เรียนรู้กลายเป็นพื้นที่ของความฝัน

ภายในงานยังมีเวทีเสวนาในหัวข้อ “From Learn Lab to Dream Lab” ตั้งคำถามสำคัญว่า เมื่อ AI กำลังเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ไปอย่างสิ้นเชิง แล้วโอกาสของอุตสาหกรรมและธุรกิจอยู่ตรงไหน

วงเสวนานี้มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน มาร่วมถอดบทเรียนและมองอนาคตร่วมกัน ว่าพื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่สามารถกลายเป็น พื้นที่ที่ความฝันของคนรุ่นใหม่ถูกทำให้เป็นจริง ได้อย่างไร

AI Garden: เดินเล่น 9 บูธ ส่องอนาคตการเรียนรู้

อีกโซนที่น่าสนใจในงานคือการออกบูธให้ความรู้ด้าน AI ภายใต้ 3 แนวคิดใหญ่

  • Innovation – นวัตกรรมที่ต่อยอดได้จริง

  • Inspiration – ไอเดียที่จุดประกายการเรียนรู้

  • Imagination – พื้นที่ให้จินตนาการได้ลองผิดลองถูก

ภายใน AI Garden มีทั้งหมด 9 บูธ ได้แก่

  • AIThaigen

  • Findice

  • CodeVenture

  • MeLearn

  • One Charge

  • ABC Killer Pitching

  • P+T=S

  • AImage

  • alpha+ sandbox

ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเดินร่วมกิจกรรมกับแต่ละบูธ สะสมคะแนน และนำไปแลกรับของที่ระลึก เป็นการผสมผสานระหว่าง การเรียนรู้จริง + การลงมือทำ + ความสนุกแบบเกม ในที่เดียว

alpha+ sandbox: สร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพให้แข็งแรงตั้งแต่วันแรก

คุณภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ Co-Founder of alpha+ sandbox เล่าเบื้องหลังการทำงานในโครงการนี้ว่า alpha+ sandbox เข้ามาช่วย สร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่านบทบาทสำคัญ 2 ส่วนหลัก

  • ระดม Mentor และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยง

  • จัดกระบวนการ Incubation หรือค่ายบ่มเพาะ ที่เน้นทั้งทักษะธุรกิจและทักษะนวัตกรรมอย่างเข้มข้น

ผลลัพธ์คือ เราได้เห็นทีมสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงใช้ AI เป็น แต่ยัง ใช้เป็นในแบบที่ตอบโจทย์สังคมจริง ด้วย

ภาพรวมของโครงการจึงไม่ใช่แค่เวทีประกวดที่จบแล้วจบเลย แต่คือจุดเริ่มต้นของ การต่อยอดไอเดียให้กลายเป็นนวัตกรรมเหนือ AI ที่พร้อมลงสนามจริง

มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI: อนาคตที่ต้องสร้างร่วมกัน

สิ่งที่ Learn Lab 2025 ส่งสัญญาณชัดเจนคือ สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่

  • การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน

  • AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่เป็นคู่คิดในการสร้างสรรค์

  • คนรุ่นใหม่ไม่ได้ “หนี” การเปลี่ยนแปลง แต่กำลัง “ออกแบบ” การเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง

มหานครแห่งการเรียนรู้ผ่าน AI จึงไม่ใช่เพียงคอนเซปต์ในสไลด์นำเสนอ แต่คือภาพอนาคตที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว จากพื้นที่ทดลองอย่าง Learn Lab

เมื่อโครงการแบบนี้เดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง เราก็มีโอกาสเห็นสังคมไทยที่

  • แข็งแรงด้านทักษะใหม่

  • กล้าใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ

  • และใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาจริงในโลก แทนที่จะใช้เพื่อแข่งกันแค่ความล้ำ

ถ้าวันนี้คุณกำลังสนใจ AI ไม่ว่าจะในมุมการเรียน การทำธุรกิจ หรือการพัฒนาสังคม งานรูปแบบ Learn Lab ก็คือ ต้นแบบของพื้นที่ที่ทำให้ความฝันและเทคโนโลยีเดินไปด้วยกันได้จริง