เปิดทริปปักกิ่งแบบเท่ ๆ เที่ยวเอง กินเอง ฟินเอง
ปักกิ่ง (Beijing) เมืองหลวงของจีน ไม่ได้มีดีแค่การเมืองการปกครอง แต่คือ ขุมทรัพย์สายเที่ยวและสายกินสตรีทฟู้ด ที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต
ใครกำลังแพลนเที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเอง บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด แค่เตรียมตัวให้ดี รู้จุดเช็คอินหลัก ๆ รู้ว่าต้องไปกินอะไร และควรไปช่วงไหน เท่านี้ก็พร้อมบินแล้ว
บทความนี้คือ แพลนเที่ยวปักกิ่งฉบับจัดเต็ม สไตล์สายกิน+สายเที่ยว เน้นไปง่าย ทำตามได้จริง เหมาะทั้งมือใหม่ เที่ยวกับครอบครัว หรือสายลุยที่หลงรักประวัติศาสตร์จีน
ปักกิ่ง เมืองประวัติศาสตร์ระดับโลกที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ปักกิ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ผ่านการเป็นเมืองหลวงของหลายราชวงศ์ ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยมรดกโลกและแลนด์มาร์กระดับตำนานที่แค่เห็นก็ขนลุก
ด้านล่างคือ เช็คลิสต์ที่ห้ามพลาด ถ้าไปปักกิ่งครั้งแรก
พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City – 紫禁城)
ศูนย์กลางอำนาจของจักรพรรดิจีนมาหลายร้อยปี เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในซีรีส์ย้อนยุคของจริง พื้นที่ด้านในกว้างมหาศาล เดินเพลิน ๆ ก็ปาไปครึ่งวันได้สบาย แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินแล้วไม่พังเท้าตัวเองกำแพงเมืองจีน (Great Wall of China – 长城)
หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ได้มาเห็นจริงคือโคตรคุ้ม จากปักกิ่งสามารถไปได้หลายด่าน เช่นด่านปาต้าหลิง (Badaling) เดินทางง่าย คนเยอะ บรรยากาศคึกคัก
ด่านมู่เถียนยวี่ (Mutianyu) วิวสวยและคนบางกว่า เหมาะกับคนที่อยากได้รูปสวย ๆ แบบไม่ติดคนแน่นเฟรม มีตัวเลือกขึ้นลงด้วยเคเบิลคาร์หรือสไลเดอร์
จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square – 天安门广场)
จัตุรัสสาธารณะขนาดยักษ์ หน้าประตูเทียนอันเหมิน จุดเชื่อมเข้าสู่พระราชวังต้องห้าม ที่นี่คือแลนด์มาร์กเชิงประวัติศาสตร์และการเมืองของจีนที่คนทั้งโลกรู้จักหอสักการะฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven – 天坛)
สถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงของจักรพรรดิในอดีต สถาปัตยกรรมงดงาม รายล้อมด้วยสวนขนาดใหญ่ ช่วงเช้าจะได้เห็นคนท้องถิ่นมาออกกำลังกาย เต้นรำ ร้องเพลง บรรยากาศโลคอลสุด ๆพระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace – 颐和园)
อดีตที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของจักรพรรดิ รายล้อมด้วยสวนจีนคลาสสิก ทะเลสาบคุนหมิง และเนินเขาแห่งความยืนยาว เป็นที่ที่เหมาะแก่การเดินชิล ถ่ายรูป และซึมซับดีเทลสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิม
อินกับวิถีชีวิตปักกิ่งให้ลึกขึ้นกว่าการเป็นแค่นักท่องเที่ยว
เสน่ห์ของปักกิ่งไม่ได้มีแค่แลนด์มาร์กใหญ่ ๆ แต่ยังอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของชีวิตผู้คน ถ้าอยากรู้จักเมืองนี้จริง ๆ ต้องลองใช้เวลาไปกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น
ตรอกหูถง (Hutong – 胡同)
ตรอกเก่าแน่นกลิ่นอายชีวิตดั้งเดิมของชาวปักกิ่ง หลายแห่งถูกรีโนเวทให้กลายเป็นย่านคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านชิค ๆ เดินเล่นเพลินมาก จะเช่าจักรยานปั่นหรือนั่งสามล้อชมบรรยากาศก็ได้ฟีลไปคนละแบบงิ้วปักกิ่ง (Peking Opera – 京剧)
ศิลปะการแสดงสุดเนี้ยบของจีนที่รวมทั้งการร้อง การพูด การรำ และกายกรรมในโชว์เดียว แม้จะไม่เข้าใจภาษาจีน แต่แค่การแต่งหน้า เสื้อผ้า ท่วงท่าทางก็ทำให้ดูเพลินจนลืมเวลาวิถีชีวิตดั้งเดิมในสวนสาธารณะ
ช่วงเช้าในสวนของปักกิ่งคืออีกโลกหนึ่ง จะเห็นคนฝึกไทเก๊ก เล่นหมากล้อม ร้องเพลง จิบชา กันแบบสบาย ๆ การไปนั่งดูเฉย ๆ ยังรู้สึกเหมือนได้พักใจ
ปักกิ่งสำหรับสายกิน: เมนูเด็ดและสตรีทฟู้ดที่ห้ามพลาด
สายสตรีทฟู้ดบอกเลยว่า ปักกิ่งคือสวรรค์อีกเมือง ใครชอบเดินกินไปเรื่อย จดลิสต์นี้ไว้ให้ดี
เป็ดปักกิ่ง (Peking Duck – 北京烤鸭)
เมนูซิกเนเจอร์ประจำเมือง หนังบางกรอบ เนื้อนุ่ม เสิร์ฟคู่แผ่นแป้ง ต้นหอม แตงกวา และน้ำซอสรสหวานเค็ม กลิ่นหอมจนใจสั่น ร้านดังมีหลายเจ้าให้เลือก ลองสักร้านคือเข้าใจเลยว่าทำไมทั้งโลกยอมจาเจี้ยงเมี่ยน (Zha Jiang Mian – 炸酱面)
บะหมี่คลุกซอสถั่วหมูสับ คลุกกับผักกรอบ ๆ เป็นเมนูเรียบง่ายแต่โคตรเป็นปักกิ่ง ใครอยากลองอาหารคนท้องถิ่นแบบกินทุกวัน เมนูนี้ตอบโจทย์สตรีทฟู้ดและตลาดกลางคืน
ย่านอาหารริมทางและตลาดกลางคืนคือสวรรค์ของคนชอบชิมไปเรื่อย มีทั้งของเสียบไม้ย่างหลากชนิด
เกี๊ยวซ่าร้อน ๆ ไส้แน่น
ขนมปังปิ้งแบบจีน
ของทอดหน้าตาแปลก ๆ ที่ชวนลอง
ทริคสำหรับสายกิน: เตรียมท้องให้พร้อม อย่าพึ่งจัดหนักร้านแรก เพราะของกินเพียบจริง เดินไปอีกหน่อยมีอะไรให้ลองตลอดทาง
เลือกไปช่วงไหนดี? วางแผนฤดูกาลให้ตรงสไตล์เรา
อากาศปักกิ่งแต่ละฤดูต่างกันชัดมาก ถ้าเลือกช่วงดี ๆ ทริปจะสบายขึ้นเยอะ
ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.–พ.ค.)
อากาศเย็นสบาย ดอกไม้เริ่มบาน เมืองดูละมุน เหมาะกับการเดินเที่ยวแบบทั้งวันไม่เหนื่อยเกินไปฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.)
ร้อนและชื้น เหนื่อยหน่อยแต่กลางวันยาว เดินเที่ยวได้หลายที่ในวันเดียว เหมาะกับคนอึดและไม่กลัวแดดฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–ต.ค.)
ฟ้าใส อากาศกำลังดี ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก เป็นอีกช่วงที่คนชอบเที่ยวกันเยอะเพราะได้บรรยากาศโรแมนติก ๆ แบบไม่หนาวโหดฤดูหนาว (พ.ย.–มี.ค.)
หนาวจัด อากาศแห้ง บางวันมีหิมะ สถานที่ท่องเที่ยวปิดเร็วขึ้น คนไม่เยอะเท่าช่วงไฮซีซั่น ค่าใช้จ่ายอาจเบาลง ใครชอบบรรยากาศเย็นจับกระดูกกับรูปวิวหิมะคือจะฟินมาก
การเดินทางในปักกิ่ง: เมืองใหญ่แต่ระบบขนส่งโคตรเป็นมิตร
ถ้าเตรียมตัวดี ๆ การเที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเองไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะระบบขนส่งสาธารณะดีและครอบคลุม
รถไฟใต้ดิน (Metro)
เครือข่ายใหญ่ ครอบคลุมจุดเที่ยวหลัก ๆ ค่าโดยสารไม่แพง ใช้เดินทางเร็วและคุมงบได้ดี แนะนำโหลดแอปแผนที่หรือแอป Metro ติดเครื่องไว้รถเมล์ในเมือง
ราคาถูกและมีเส้นทางเยอะ เหมาะกับคนที่เริ่มคุ้นกับเมืองแล้ว หรืออยากลองใช้ชีวิตแบบชาวปักกิ่งจริง ๆ
การใช้ขนส่งสาธารณะจะช่วยให้คุณ ประหยัดทั้งเงินและเวลา เมื่อเทียบกับการไปแต่ละที่ด้วยแท็กซี่ตลอดทริป
เตรียมตัวก่อนบิน: สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เพื่อให้ทริปลื่นไหลและไม่หัวร้อนกลางทาง ควรจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เรียบร้อย
เอกสารและวีซ่า
คนไทยต้องขอวีซ่าจีน เตรียมเอกสารให้ครบ ตรวจวันหมดอายุก่อนเดินทางทุกครั้งอินเทอร์เน็ตและการเข้าใช้แอปต่าง ๆ
การใช้งานบางเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียในจีนอาจต้องพึ่ง VPN เตรียมแพ็กเกจเน็ตหรือซิมโรมมิ่งให้พร้อมก่อนเดินทางการชำระเงิน
จีนเป็นสังคมไร้เงินสดแบบจริงจัง คนส่วนใหญ่ใช้ Alipay และ WeChat Pay นักท่องเที่ยวสามารถผูกบัตรเครดิตต่างประเทศกับแอปเหล่านี้ได้ หรืออย่างน้อยควรเตรียมเงินสดเป็นหยวนไว้ใช้กับร้านเล็ก ๆ และค่าใช้จ่ายจิปาถะของที่ควรพก
ยาประจำตัว
อะแดปเตอร์ปลั๊กไฟ (แบบ A, C, F, I)
พาวเวอร์แบงก์
เสื้อผ้าตามฤดูกาลที่ไป
รองเท้าที่เดินเยอะแล้วไม่พัง
ร่มหรือเสื้อกันฝน
ทิชชู่แห้ง/เปียก (มีประโยชน์กว่าที่คิดมาก)
ไอเดียจัดแพลนเที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเอง
ด้านล่างคือไอเดียโปรแกรมทริปที่ดัดแปลงได้ตามสไตล์และเวลา
ทริปสบาย ๆ สำหรับมือใหม่และผู้สูงอายุ
เน้นไม่โหดเกินไป เดินชิล มีเวลาพักเยอะ
วันที่ 1
จัตุรัสเทียนอันเหมิน
พระราชวังต้องห้าม (เลือกเดินเฉพาะส่วนไฮไลต์)
ช้อปปิ้งเดินเล่นย่านดังในเมือง
วันที่ 2
กำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนยวี่ (ขึ้น–ลงด้วยเคเบิลคาร์เพื่อลดการเดินหนัก)
หอสักการะฟ้าเทียนถาน
วันที่ 3
พระราชวังฤดูร้อน
ชมการแสดงงิ้วปักกิ่ง (สำหรับคนที่สนใจศิลปวัฒนธรรม)
วันที่ 4
เดินเล่นตรอกหูถง นั่งสามล้อชมเมืองเก่า
ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งและซื้อของฝาก
ทริปสำหรับครอบครัว สายกิจกรรมหลากหลาย
เพิ่มจุดเที่ยวที่เด็ก ๆ และวัยทีนสนุกด้วย
แทรก พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้แบบสนุก ๆ
ถ้ามีเวลา เพิ่มโปรแกรม สวนสนุก Happy Valley หรือสวนสนุกในเมืองอื่น ๆ
ชมการแสดง กายกรรมจีน ที่ทั้งตื่นเต้นและดูง่าย เข้าใจได้ทุกวัย
ทริปสายลุยและคนอินประวัติศาสตร์จีน
เหมาะกับคนที่อยากซึมซับทุกดีเทลของเมืองนี้
ใช้เวลาเดินชมพระราชวังต้องห้ามแบบเต็มวัน ไล่ดูโซนต่าง ๆ แบบจริงจัง
ไปกำแพงเมืองจีนด่านที่เดินโหดขึ้น เช่น ซือหม่าไถ หรือ จินซานหลิง ต้องเผื่อเวลาเดินทางและเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม
แวะชม สุสาน 13 กษัตริย์ราชวงศ์หมิง เพื่อเห็นมุมมองอีกด้านของประวัติศาสตร์จีน
เคล็ดลับ: ไม่ว่าจะแพลนแบบไหน อย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางระหว่างสถานที่แต่ละวัน รวมถึงเวลาพัก อย่าอัดแน่นเกินไปจนหมดสนุก
FAQ ปักกิ่งที่หลายคนอยากรู้ก่อนจองตั๋ว
Q: เที่ยวปักกิ่งควรมีเวลากี่วันถึงจะโอเค?
A: ถ้าเน้นแลนด์มาร์กหลัก ๆ ให้เก็บครบ พักแบบไม่โหดมาก ควรมีอย่างน้อย 4–5 วัน ถ้าอยากเที่ยวช้า ๆ แวะกิน แวะช้อป และมีเวลานั่งชิล แนะนำ 6–7 วันกำลังสวย
Q: ต้องแลกเงินหยวนไปเยอะไหม ในเมื่อจีนใช้จ่ายผ่านแอปกันหมดแล้ว?
A: ถึงการจ่ายผ่านแอปอย่าง Alipay หรือ WeChat จะสะดวกมาก แต่ก็ยังควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้างสำหรับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือร้านที่ยังไม่รับจ่ายผ่านแอป จำนวนเท่าไหร่ขึ้นกับสไตล์การใช้เงินของแต่ละคน
Q: จากสนามบินเข้าเมืองมีตัวเลือกอะไรบ้าง?
A: ตัวเลือกหลัก ๆ คือ Airport Express Train รถเมล์สนามบิน และแท็กซี่ หากจะใช้แท็กซี่ แนะนำเลือกคิวแท็กซี่มิเตอร์ที่ถูกต้อง ไม่ขึ้นรถที่มาชวนเองแบบสุ่ม ๆ
Q: ถ้าพูดจีนไม่ได้เลยจะลำบากไหม?
A: ภาษาจีนกลางคือภาษาหลักของที่นี่ นอกโซนท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ภาษาอังกฤษอาจไม่แพร่หลายมากนัก แนะนำให้มีแอปแปลภาษาติดเครื่อง หรือเตรียมประโยคสำคัญที่ใช้บ่อยไว้พร้อมแคปหน้าจอ
Q: อากาศปักกิ่งแต่ละฤดูต่างกันแค่ไหน?
A: โดยรวมคือ
ใบไม้ผลิ / ใบไม้ร่วง: อากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวแล้วฟิน
ฤดูร้อน: ร้อนและชื้น เหมาะกับคนไม่กลัวแดด
ฤดูหนาว: หนาวจัดและแห้ง อุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันเยอะ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม
สรุป: ปักกิ่งเที่ยวเองไม่ยาก แค่เตรียมตัวดี แล้วไปปล่อยใจที่เมืองนี้
การเที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเองคือการได้ใกล้ชิดทั้ง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสตรีทฟู้ด ในทริปเดียว
แค่คุณ
วางแผนคร่าว ๆ ตามสไตล์ตัวเอง
เลือกฤดูกาลที่เหมาะกับความชอบ
เตรียมเอกสาร อินเทอร์เน็ต และวิธีจ่ายเงินให้พร้อม
จากนั้นที่เหลือคือ ปล่อยให้ปักกิ่งเล่าเรื่องของมันผ่านตา ลิ้น และหัวใจของคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเมืองนี้ถึงเป็นอีกหนึ่งทริปที่อยากกลับไปซ้ำ

