รับแอปรับแอป

จะไปบาหลี–จาการ์ตาอย่าพลาด! คู่มือ eSIM อินโดนีเซีย 2569 เล่นเน็ตลื่นตั้งแต่ลงเครื่อง

กฤตชัย มโนธรรม01-31

เปิดทริปอินโดนีเซียแบบไม่สะดุดเน็ต

อินโดนีเซียกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตของสายเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะไปชมทะเลใสที่บาหลี เดินเล่นย่านเมืองเก่าที่ยอกยาการ์ตา หรือเก็บวิวเมืองสุดอลังการที่จาการ์ตา สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ อินเทอร์เน็ต สำหรับเปิดแผนที่ หาโลเคชันร้านเด็ด หรือโพสต์รูปลงโซเชียลแบบเรียลไทม์

ยุคนี้ตัวเลือกที่ทั้งง่าย สะดวก และคุ้มที่สุดคือ eSIM อินโดนีเซีย ซิมดิจิทัลที่ไม่ต้องเปลี่ยนการ์ด ไม่ต้องรอรับพัสดุ แค่สแกน QR Code ก็เล่นเน็ตได้ทันทีตั้งแต่เครื่องแตะรันเวย์

จุดเด่นคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องทำซิมหลักหาย ไม่ต้องไล่หาบูธซิมที่สนามบิน และไม่ต้องง้อโรมมิ่งราคาแรง ๆ อีกต่อไป

ไปอินโดนีเซีย ใช้ซิมแบบไหนถึงจะเวิร์กสุด?

หลายคนมีคำถามว่า “ไปอินโดนีเซีย ใช้ซิมอะไรดี?” ถ้าตัดความยุ่งยากออกให้หมด คำตอบตอนนี้คือ eSIM คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สุด

เพราะเมื่อคุณลงจากเครื่องปุ๊บ สัญญาณอินเทอร์เน็ตก็พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาซิม ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องเปิดโรมมิ่งให้ปวดหัว แค่เตรียม eSIM ไว้ล่วงหน้าแล้วสแกน ก็พร้อมออนไลน์ทุกที่

เมื่อเทียบกับซิมการ์ดแบบปกติหรือ Pocket Wi-Fi แล้ว eSIM มีข้อได้เปรียบชัดเจน:

  • สะดวกกว่า: ไม่ต้องถอดเปลี่ยนซิมในเครื่อง แค่สแกนก็ใช้ได้เลย

  • เร็วกว่า: ไม่ต้องต่อคิวซื้อซิมที่สนามบิน ให้เน็ตมารอคุณแทน

  • ปลอดภัยกว่า: ซิมหลักไม่ต้องถอด ลดโอกาสทำหายหรือสลับผิด

  • คุ้มกว่า: เลือกแพ็กเกจได้ตามจำนวนวันและดาต้าจริงที่ใช้

มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Samsung Galaxy, Google Pixel หรือ Huawei บางรุ่น ทำให้ทั้งมือใหม่หัดเที่ยวต่างประเทศและสายบินถี่ยังต้องยอมรับว่า ใช้ครั้งเดียวแล้วติดใจ

สรุปสั้น ๆ: ถ้าอยากลงจากเครื่องที่บาหลี จาการ์ตา หรือยอกยาการ์ตาแล้วเล่นเน็ตได้ทันทีแบบไม่ต้องถอดซิมให้วุ่นวาย eSIM อินโดนีเซียคือคำตอบที่เหมาะกับปี 2569 แบบไม่ต้องคิดเยอะ

แพ็กเกจ eSIM อินโดนีเซียยอดนิยม

อยากเน้นประหยัด เน้นใช้งานน้อย ๆ หรือเน้นเน็ตลื่นทั้งวัน ก็เลือกได้ตามสไตล์ทริปของตัวเอง ตัวอย่างแพ็กเกจยอดฮิตมีประมาณนี้

แพ็กเล็ก เน้นทริปสั้น ใช้เน็ตพอประมาณ

  • 0.5 GB / 1 วัน

    • ปริมาณเน็ต: 0.5 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 1 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿48.61

  • 0.5 GB / 3 วัน

    • ปริมาณเน็ต: 0.5 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 3 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿114.67

  • 0.5 GB / 5 วัน

    • ปริมาณเน็ต: 0.5 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 5 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿166.19

แพ็กเพิ่มดาต้า เหมาะกับสายออนไลน์มากขึ้น

  • 1 GB / 1 วัน

    • ดาต้า: 1 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 1 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿54.43

  • 1 GB / 3 วัน

    • ดาต้า: 1 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 3 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿129.22

  • 1 GB / 5 วัน

    • ดาต้า: 1 GB/วัน

    • ระยะเวลา: 5 วัน

    • ราคาโดยประมาณ: ฿203.58

แนวคิดในการเลือกง่าย ๆ:
ทริปสั้น เน้นแชตและหาเส้นทาง – แพ็ก 0.5 GB/วัน ก็เอาอยู่
ทริปหลายเมือง สายลงรูป–ดูคลิป – ขยับไป 1 GB/วัน จะเล่นได้ลื่นไม่ต้องคอยกลัวเน็ตหมด

eSIM คืออะไร? ทำไมคนเที่ยวต่างประเทศถึงหันมาใช้กันเพียบ

eSIM คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ฝังอยู่ในเครื่องมือถือหรืออุปกรณ์ของคุณตั้งแต่แรก ไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริง ไม่ต้องถอดถาดซิมให้ลุ้นว่าเข็มจิ้มจะหายหรือเปล่า

เพียงแค่สแกน QR Code หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์จากผู้ให้บริการ ระบบก็เพิ่มโปรไฟล์ซิมให้คุณอัตโนมัติ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็พร้อมเล่นเน็ตได้เลย

มือถือรุ่นที่รองรับ eSIM มีเยอะมาก เช่น

  • iPhone XS ขึ้นไป

  • Samsung Galaxy รุ่นใหม่ ๆ

  • Google Pixel หลายรุ่น

  • Huawei บางรุ่น

สำหรับการใช้งานในอินโดนีเซีย eSIM เหมาะสุดกับคนที่อยาก

  • เล่นเน็ตได้ทันทีที่เครื่องลงจอด

  • ไม่อยากถอดซิมไทยออก

  • ไม่อยากรอพัสดุหรือเดินหาซิมที่ปลายทาง

ข้อดีหลักคือ สะดวก ประหยัดเวลา และลดโอกาสทำซิมหล่นหายได้แบบ 100%

เลือกแพ็ก eSIM อินโดนีเซียให้คุ้ม ต้องดูอะไรบ้าง

แพ็กเกจ eSIM อินโดนีเซียมีหลายแบบ ทั้งแบบเน้นทริปสั้น 1–5 วัน ไปจนถึงทริปยาวเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ก่อนกดซื้อ ลองเช็ก 2 เรื่องนี้ให้ชัด

1. ระยะเวลาทริปกับสไตล์การใช้งาน

  • ใช้เน็ตแค่เปิดแผนที่ ส่งข้อความ ดูโซเชียลเล็กน้อย → แพ็ก 500MB/วัน ก็พอ

  • ชอบดูคลิป ไลฟ์ โพสต์สตอรี่ทั้งวัน หรือทำงานออนไลน์ → เลือก 1 GB/วัน หรือแพ็กดาต้าเยอะขึ้น จะใช้ได้ไหลลื่นกว่า

2. พฤติกรรมจริงของตัวเอง

  • ถ้าเป็นสายเที่ยวเดินทั้งวัน ไม่ค่อยดูคลิป เปิดแผนที่เป็นหลัก เน็ตไม่ต้องเยอะมาก แต่ต้องไม่ช้า

  • ถ้าเป็นสายคอนเทนต์ ชอบถ่าย–อัปโหลดตลอดทาง ให้เผื่อดาต้าไว้ดีกว่ามานั่งปิดเน็ตประหยัดทีหลัง

เคล็ดลับ: เลือกแพ็กที่จำนวนวันใกล้เคียงทริปจริงที่สุด จะคุ้มกว่าซื้อเผื่อเยอะ ๆ แต่ใช้ไม่หมด

วิธีติดตั้ง eSIM อินโดนีเซีย (iPhone & Android)

การติดตั้ง eSIM ง่ายกว่าที่คิดมาก ไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone หรือ Android ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

ขั้นตอนการติดตั้งทีละสเต็ป

1. เปิดอีเมลยืนยันการสั่งซื้อ
ตรวจสอบให้ชัวร์ว่าในอีเมลมี QR Code สำหรับติดตั้ง eSIM อยู่ครบ

2. เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ Wi‑Fi ให้เรียบร้อย
การดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ต้องใช้เน็ตที่เสถียร อย่าลืมเชื่อมต่อก่อนเริ่ม

3. เปิดเมนูการตั้งค่าในสมาร์ทโฟน

  • บน iPhone: ไปที่ การตั้งค่า (Settings)มือถือ (Cellular)เพิ่ม eSIM (Add eSIM)

  • บน Android (รุ่นที่รองรับ): ไปที่ การตั้งค่า (Settings)การเชื่อมต่อ (Connections)ตัวจัดการซิม (SIM Manager)เพิ่ม eSIM (Add eSIM)

4. สแกน QR Code
ใช้กล้องของเครื่องสแกนตามคำสั่งบนหน้าจอ ระบบจะเริ่มติดตั้งโปรไฟล์ eSIM อัตโนมัติ รอจนขึ้นข้อความว่าเพิ่มสำเร็จ

5. ตั้งชื่อโปรไฟล์ eSIM
ตั้งชื่อโปรไฟล์ให้จำง่าย เช่น “อินโดนีเซีย eSIM” เพื่อแยกจากซิมหลักได้ชัด ๆ เวลาสลับใช้งาน

6. ถึงอินโดนีเซียแล้ว เปิดโรมมิ่งข้อมูล (Data Roaming)
เปิด Data Roaming ของโปรไฟล์ eSIM และถ้าต้องการใช้เน็ตจาก eSIM อย่างเดียว สามารถปิดดาต้าของซิมหลักชั่วคราวได้

7. ถ้ายังไม่เชื่อมต่อ ลองรีสตาร์ตเครื่อง
ปิด–เปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้ง สัญญาณมักจะเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นให้โดยอัตโนมัติ

ข้อควรระวังก่อนกดสแกน QR Code

  • 1 QR Code ใช้ได้กับ เพียง 1 เครื่อง และ 1 ครั้งเท่านั้น อย่าสแกนเล่นบนเครื่องอื่น

  • เมื่อติดตั้งแล้ว ห้ามลบโปรไฟล์ eSIM เพราะจะไม่สามารถสแกนติดตั้งซ้ำได้ ต้องซื้อใหม่อย่างเดียว

หลังติดตั้งเสร็จ – พร้อมลุยได้ทันที

เมื่อเครื่องแตะพื้นอินโดนีเซีย แค่ปิดโหมดเครื่องบิน เปิดดาต้า ระบบจะเชื่อมต่อเครือข่ายให้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มให้ยุ่งยาก

เคล็ดลับใช้งานให้ราบรื่น:

  • แนะนำให้ติดตั้ง eSIM ตั้งแต่ยังอยู่ในไทย เพื่อทดสอบว่า QR Code ใช้งานได้จริง

  • ถึงสนามบินในอินโดนีเซียแล้ว แค่เปิดมือถือ ระบบจะเลือกเครือข่ายให้เอง

  • ถ้าเน็ตยังไม่มา ให้เช็กค่า APN ว่าตั้งเป็น `mobile` จากนั้นเปิด–ปิดโหมดเครื่องบิน 1 ครั้ง

ทำไมควรติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

  • ออนไลน์ได้ทันทีที่เครื่องลงจอด ไม่ต้องเดินหาซิม

  • ไม่เสียเวลาตั้งค่าหรือต่อคิวที่สนามบิน

  • ลดความเสี่ยงเรื่องซิมหล่นหายหรือสลับกับซิมเดิม

มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM อินโดนีเซียได้บ้าง

ปัจจุบัน มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว ทำให้ชีวิตสายเที่ยวง่ายขึ้นเยอะมาก คุณสามารถเช็กคร่าว ๆ ได้จากเมนู การตั้งค่า > การจัดการซิม / Cellular หรือดูรายชื่อรุ่นตัวอย่างด้านล่าง

⚠️ สำคัญมาก: มือถือบางรุ่นที่ซื้อในจีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน อาจไม่รองรับ eSIM หรือจำกัดการใช้งานบางแบบ โดยเฉพาะ iPhone บางโมเดล ควรเช็กในเครื่องหรือถามร้านก่อนซื้อแพ็ก

Apple

  • iPhone XR ถึง iPhone 17 (ครบทุกรุ่นย่อย mini / Plus / Pro / Pro Max)

  • iPhone SE Gen 2–3

Samsung Galaxy

  • Galaxy S20–S24 (รวม Ultra และ FE)

  • Note 20 / Note 20 Ultra

  • Z Flip 3–5, Z Fold 3–5

Google Pixel

  • Pixel 3–8 (รวม Pro และ a‑series)

HUAWEI

  • Mate 40 Pro

  • P40 Pro

  • P50 / P60 / Mate 60 Series

OPPO / OnePlus

  • OPPO Find X3–X7, Reno 6–11

  • OnePlus 11 / 12

Xiaomi / Redmi

  • Xiaomi 13–14 Series

  • Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป

Sony Xperia

  • Xperia 10 V, 1 V, 5 V และรุ่นใหม่กว่า

Motorola

  • Razr 2019–Razr 2024

เปรียบเทียบผู้ให้บริการ eSIM อินโดนีเซีย ปี 2569

ก่อนจะเลือกซื้อ eSIM ไปใช้ที่อินโดนีเซีย ลองเทียบก่อนว่าเครือข่ายไหนตอบโจทย์สไตล์ทริปของคุณมากที่สุด เพราะแต่ละเจ้ามีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเรื่องความเร็ว ความครอบคลุม และความเสถียรของสัญญาณ

สิ่งที่ควรดูมีประมาณนี้:

  • เน้นเที่ยวเมืองใหญ่อย่างบาหลี–จาการ์ตา → เลือกเครือข่ายที่รีวิวดีในเมืองท่องเที่ยว

  • เน้นไปหลายเกาะหรือพื้นที่ห่างไกล → ให้ความสำคัญกับความครอบคลุมของสัญญาณเป็นหลัก

  • เน้นความเสถียร ใช้งานทำงานออนไลน์ → เลือกเครือข่ายที่คนรีวิวว่าสัญญาณนิ่งและสปีดดี

เคล็ดลับเลือก eSIM อินโดนีเซียให้ตรงสไตล์ทริป

ก่อนจะกดซื้อ eSIM ลองเช็กปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้ได้แพ็กที่ใช่จริง ๆ

1. ราคาต้องเหมาะกับการใช้งานจริง

แพ็ก eSIM มีทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และแบบหลายสิบวัน ยิ่งอยู่นาน ราคาต่อวันยิ่งถูกลง แต่ถ้าเลือกผิดอาจจ่ายเกินความจำเป็น

  • ทริป 3–5 วัน → เลือกแพ็กช่วงสั้น ๆ ก็พอ

  • ทริปหลายเมืองหรืออยู่นานเกิน 10 วัน → แพ็ก 15–30 วันมักจะคุ้มกว่าในระยะยาว

2. ดาต้าเพียงพอกับไลฟ์สไตล์ไหม

  • ใช้เน็ตแค่เปิดแผนที่ แชต และอัปโหลดรูปเล็กน้อย → 500MB/วัน โดยรวมก็เอาอยู่

  • สายโซเชียล สายดูคลิป หรือทำงานออนไลน์ → เลือก 1GB/วันขึ้นไป หรือแพ็ก Unlimited จะสบายใจกว่าเยอะ

3. อ่านรีวิวจริงก่อนซื้อ

อย่ามองแต่ราคาอย่างเดียว ลองดูรีวิวจากผู้ใช้จริงเพิ่มเติมว่าตัวแพ็กนั้น

  • สัญญาณดีไหมในเมืองที่คุณจะไป

  • มีปัญหาหลุดบ่อยหรือเปล่า

  • ฝ่ายซัพพอร์ตช่วยแก้ปัญหาได้เร็วแค่ไหน

รีวิวจากคนที่เพิ่งไปบาหลี ยอกยาการ์ตา หรือจาการ์ตา จะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นมาก

รีวิวประสบการณ์ใช้งาน eSIM อินโดนีเซียจากผู้ใช้จริง

“ใช้งานง่ายมาก แค่สแกน QR ก็เล่นเน็ตได้เลย”
ลงถึงบาหลีสัญญาณขึ้นทันที ไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่ม เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยี

“สัญญาณแรงแม้อยู่บนเกาะ”
ตอนแรกกลัวว่าไปเกาะอย่างนูซาเปนิดาแล้วเน็ตจะไม่มา แต่สุดท้ายเล่นได้ลื่น แถมแชร์ฮอตสปอตให้เพื่อนได้ด้วย

“มีทีมช่วยเหลือ เวลาเน็ตมีปัญหา”
ช่วงแรกติดตั้งแล้วเน็ตไม่ขึ้น ติดต่อซัพพอร์ตผ่านแชต ได้คำแนะนำละเอียด แก้ได้ในไม่กี่นาที ประทับใจเรื่องบริการหลังการขาย

“คุ้มมากสำหรับคนเที่ยวหลายเมือง”
ใช้ eSIM เดินสายทั้งบาหลีและจาการ์ตา สัญญาณดีทุกที่ ไม่ต้องซื้อซิมใหม่หลายใบ ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

eSIM vs ซิมการ์ดปกติ vs Pocket Wi‑Fi

เวลาวางแผนทริปต่างประเทศ หลายคนจะลังเลระหว่าง 3 ตัวเลือกนี้ ลองโฟกัสดูภาพรวมแบบเข้าใจง่าย ๆ

  • eSIM – เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก ไม่อยากพกอะไรเพิ่ม ไม่ต้องถอดเปลี่ยนซิม ใช้งานส่วนตัวเป็นหลัก

  • ซิมการ์ดแบบปกติ – เหมาะกับคนที่ใช้มือถือรุ่นเก่า หรืออยากได้เบอร์ท้องถิ่นแบบมีโทรออก–รับสาย

  • Pocket Wi‑Fi – เหมาะกับทริปกลุ่มหรือครอบครัวที่ต้องแชร์เน็ตหลายเครื่องในเครื่องเดียว

ทริกเลือกแบบเร็ว ๆ:

  • เที่ยวคนเดียวหรือเน้นสะดวกสุด – เลือก eSIM

  • ไปกันหลายคน ใช้เน็ตร่วมกัน – Pocket Wi‑Fi ยังตอบโจทย์ ถ้าทุกคนอยู่ใกล้กันตลอดเวลา

✅ ข้อดีของการใช้ eSIM อินโดนีเซีย

  • พร้อมออนไลน์ทันทีที่ถึงสนามบิน
    ติดตั้งล่วงหน้า ตั้งค่าทุกอย่างให้เรียบร้อย พอลงเครื่องก็เปิดเน็ตแล้วใช้ได้เลย

  • ไม่ต้องห่วงซิมหายหรือสลับผิด
    eSIM เป็นโปรไฟล์ดิจิทัลในเครื่อง ไม่มีการ์ดพลาสติกให้หล่นหาย เป็นระเบียบกว่า ปลอดภัยกว่า

  • ใช้งานแบบ Dual SIM ได้สบาย ๆ
    ใช้ซิมไทยรับ OTP หรือสายด่วนสำคัญไปพร้อมกับ eSIM อินโดนีเซียสำหรับเล่นเน็ตในต่างประเทศ เครื่องเดียวจบ

⚠️ ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ eSIM

  • ไม่เหมาะกับคนที่ต้องย้ายซิมไปมาหลายเครื่อง
    eSIM ผูกกับอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ ไม่เหมือนซิมจริงที่ถอดเปลี่ยนเครื่องกันได้ง่าย ๆ

  • ใช้ได้เฉพาะมือถือที่รองรับ eSIM เท่านั้น
    มือถือรุ่นใหม่ ๆ อย่าง iPhone XS ขึ้นไป, Google Pixel หรือ Samsung Galaxy รุ่นหลัง ๆ ใช้ได้ ส่วนรุ่นเก่าหรือรุ่นประหยัดบางตัวอาจยังไม่รองรับ ต้องเช็กก่อนซื้อ

  • ส่วนใหญ่เป็นแพ็กดาต้าอย่างเดียว
    แพ็ก eSIM อินโดนีเซียส่วนใหญ่เป็นแบบ Data Only ไม่สามารถโทรออก–รับสายด้วยเบอร์ท้องถิ่นได้ ถ้าต้องโทรหาคนในพื้นที่ให้ใช้แอปอย่าง WhatsApp, LINE หรือ Messenger แทน

FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ eSIM อินโดนีเซีย

eSIM อินโดนีเซียคืออะไร?

คือซิมดิจิทัลที่ฝังอยู่ในสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของคุณ ทำให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริง ไม่ต้องถอดเปลี่ยนซิมเวลาเดินทาง เหมาะมากกับคนที่อยากให้ทุกอย่างจบในเครื่องเดียว

มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM อินโดนีเซียได้บ้าง?

โดยทั่วไปมือถือที่รองรับ eSIM จะเป็นรุ่นใหม่ เช่น iPhone XS ขึ้นไป, Samsung Galaxy รุ่นหลัง ๆ, Google Pixel และ Huawei บางรุ่น ถ้าอยากมั่นใจสุด ๆ แนะนำให้เปิดคู่มือหรือเว็บไซต์ผู้ผลิตเช็กให้เรียบร้อยก่อนซื้อแพ็ก

ต้องมีอินเทอร์เน็ตก่อนติดตั้ง eSIM ไหม?

ต้องมีค่ะ เพราะขั้นตอนติดตั้งต้องดาวน์โหลดโปรไฟล์ผ่านออนไลน์ คุณสามารถใช้ Wi‑Fi บ้าน เน็ตมือถือของซิมไทย หรือ Wi‑Fi สาธารณะสำหรับขั้นตอนแรก หลังจากติดตั้งเสร็จค่อยใช้ eSIM เป็นเน็ตหลักได้

eSIM อินโดนีเซียโทรออกหรือรับสายได้ไหม?

แพ็กส่วนใหญ่เป็นแบบ ดาต้าเท่านั้น (Data Only) จึงไม่รองรับการโทรออก–รับสายด้วยหมายเลขท้องถิ่น แต่สามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยแอปต่าง ๆ เช่น LINE, WhatsApp หรือ Messenger ได้ตามปกติ

ถ้าลบ eSIM ออกจากเครื่อง ใช้ QR Code เดิมติดตั้งใหม่ได้ไหม?

ไม่ได้ QR Code สำหรับ eSIM ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ ครั้งเดียวต่อหนึ่งเครื่อง ถ้าลบโปรไฟล์ eSIM ไปแล้ว จะไม่สามารถติดตั้งซ้ำด้วยโค้ดเดิม ต้องซื้อแพ็กใหม่เท่านั้น

สรุปท้ายทริป: ถ้าคุณกำลังจะบินไปบาหลี ยอกยาการ์ตา หรือจาการ์ตาในปี 2569 และอยากได้เน็ตที่พร้อมใช้งานทันที ไม่วุ่นวาย ไม่เสี่ยงซิมหาย ลองเปลี่ยนมาใช้ eSIM อินโดนีเซีย สักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าการมีเน็ตลื่น ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่อง มันเปลี่ยนบรรยากาศทั้งทริปได้จริง ๆ