เปิดทริปอังกฤษแบบโปร: เน็ตแรงทั้ง UK แค่มี eSIM
ถ้าอยากให้ทริปอังกฤษและสหราชอาณาจักรสนุก ลื่นไหล ไม่หลง ไม่หลุดจากโลกโซเชียล สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ อินเทอร์เน็ตที่เสถียรและแรงตลอดทริป
ไม่ว่าคุณจะเดินเล่นลอนดอน กินของอร่อยที่เอดินบะระ แวะเที่ยวคาร์ดิฟฟ์ หรือบินต่อไปเบลฟาสต์ แค่มี eSIM UK ก็พร้อมออนไลน์ทันที ไม่ต้องวิ่งหาซิมที่สนามบิน ไม่ต้องถอดซิมไทยให้เสี่ยงหาย เปิดเน็ตได้เลยตั้งแต่วินาทีแตะพื้นสนามบิน
บทความนี้รวมทุกอย่างเกี่ยวกับ eSIM อังกฤษที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่พื้นฐาน eSIM คืออะไร เปรียบเทียบกับซิมจริงและ Pocket Wi-Fi เลือกแพ็กเกจยังไงให้คุ้ม รุ่นมือถือไหนรองรับ ไปจนถึง วิธีติดตั้งทีละขั้นตอน สำหรับทั้ง iPhone และ Android
eSIM คืออะไร? ทำไมสายเที่ยว UK ถึงต้องมี
eSIM คือซิมแบบดิจิทัลที่ฝังอยู่ในเครื่อง ไม่ต้องใส่ซิมการ์ดจริงให้ยุ่งยาก คุณสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ แค่ดาวน์โหลดโปรไฟล์ผู้ให้บริการจากอินเทอร์เน็ตแล้วกดเปิดใช้งาน
จุดเด่นคือ คุณสามารถ:
ซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตผ่านออนไลน์
ดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ได้ภายในไม่กี่นาที
เปิดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดซิมเดิม
สำหรับคนที่วางแผนเที่ยว สหราชอาณาจักร (UK) ไม่ว่าจะเพื่อเที่ยวหรือทำงาน การใช้ eSIM UK คือวิธีเชื่อมต่อเน็ตที่ทั้งง่าย และ คุ้มค่า ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากเกต
ทริกสำคัญ: ก่อนซื้อ eSIM ให้เช็กก่อนว่ามือถือรองรับหรือไม่ โดยดูได้จากเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิต หรือเข้าไปเช็กในเมนูการตั้งค่าบนเครื่องของคุณเอง
eSIM vs ซิมจริง vs Pocket Wi-Fi เลือกอะไรดี?

เวลาเลือกอินเทอร์เน็ตใช้ระหว่างเดินทาง หลายคนมักลังเลระหว่าง eSIM, ซิมการ์ดจริง และ Pocket Wi-Fi เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน
เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ลองใช้หลักคิดนี้:
ถ้าคุณเดินทางคนเดียว หรือเน้นความสะดวกสุด ๆ → เลือก eSIM ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม ไม่ต้องเปลี่ยนซิม แค่สแกนก็คอนเน็กได้เลย
ถ้าใช้มือถือรุ่นเก่าหรือเครื่องที่ไม่รองรับ eSIM → เลือก ซิมการ์ดจริง ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้งานง่าย
ถ้าไปกันหลายคน หรือมีหลายอุปกรณ์ เช่น มือถือ + แท็บเล็ต + โน้ตบุ๊ก → Pocket Wi-Fi อาจคุ้มกว่า เพราะแชร์เน็ตได้หลายเครื่อง
สรุปแบบสั้น ๆ: ถ้ามือถือคุณรองรับ eSIM และคุณอยากเดินทางเบา ๆ ไม่พกอะไรเยอะ eSIM คือคำตอบที่ใช่ที่สุด
แพ็กเกจ eSIM อังกฤษ: เหมาะกับทริปเที่ยวแบบไหนบ้าง
ไปอังกฤษหรือเที่ยวรอบสหราชอาณาจักรทั้งที การมีเน็ตแรง ๆ ติดตัวเหมือนพกไกด์ส่วนตัวไปด้วยคือเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะใช้เพื่อ:
เปิด Google Maps ตามหาสถานที่
เช็กร้านอาหาร รีวิวคาเฟ่
อัปโหลดรูปลงโซเชียลแบบเรียลไทม์
สำหรับทริปสั้น ๆ eSIM อังกฤษใช้งานสะดวกมาก เพราะ ไม่ต้องหาซิมใหม่ที่สนามบิน ไม่ต้องต่อคิวยาว แค่ติดตั้งล่วงหน้า พอลงเครื่องก็กดเปิดโรมมิ่งแล้วเดินเที่ยวต่อได้เลย
💡 เคล็ดลับ:
ถ้าคุณมีแพลนไปต่อยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี หรือประเทศอื่น ๆ ใน EU ให้เลือก eSIM โซนยุโรป (UK + EU) ไปเลย คุ้มกว่า และ ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ทุกครั้งที่เปลี่ยนประเทศ
ผู้ให้บริการ eSIM UK: เลือกยังไงให้ไม่พลาด

การเลือก eSIM สำหรับใช้งานอังกฤษ ไม่ได้อยู่แค่ที่ราคาถูกหรือแพง แต่สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือ
เครือข่ายที่ครอบคลุม ครอบคลุมพื้นที่ที่คุณจะไปหรือไม่
ความยืดหยุ่นของแพ็กเกจ มีหลายตัวเลือกให้เลือกตามสไตล์การใช้งานไหม
สิ่งที่ควรดูเป็นพิเศษ คือเครือข่ายจริงที่ eSIM เชื่อมต่อ เพราะบางแพ็กเกจอาจใช้เครือข่ายต่างกันในแต่ละประเทศ และราคาอาจเปลี่ยนตามโปรโมชั่นล่าสุดเสมอ
ข้อแนะนำ: ก่อนจ่ายเงิน ทุกครั้งควรเปิดหน้าสินค้าดูรายละเอียดอีกที ทั้งเรื่องเครือข่ายที่ใช้ จำนวน GB ระยะเวลาวันใช้งาน และเงื่อนไขการแชร์ฮอตสปอต
ราคา eSIM UK: จ่ายเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าคุ้ม
การจะซื้อ eSIM สำหรับเที่ยวอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป ตอนนี้มีแพ็กเกจราคาดีในงบไม่ถึงหลักพัน แต่ได้เน็ตแรงใช้ทั่ว UK แบบสบาย ๆ
ลองใช้เช็กลิสต์นี้ช่วยคำนวณความคุ้ม:
ราคาเริ่มต้น: มีแพ็กเล็ก ๆ เริ่มเพียง หลักสิบบาท (ประมาณ ฿29) ไปจนถึง หลักร้อย–พันต้น ๆ สำหรับแพ็ก 10–30GB หรือแบบไม่อั้น
ราคาต่อ GB: ถ้าคำนวณแล้ว ไม่เกิน ฿30–฿40 ต่อ 1GB ถือว่าอยู่ในเรตราคาที่คุ้มมากสำหรับทริปทั่วไป
แพ็ก Unlimited ควรซื้อไหม? ถ้าคุณเป็นสายโซเชียล ชอบดูคลิป สตรีมเพลง หรือทำงานออนไลน์ระหว่างเดินทาง แพ็กแบบ ไม่จำกัด (Unlimited) จะตอบโจทย์สุด
แพ็ก 5–10GB: เหมาะกับทริป 7–10 วัน เน้นใช้เปิดแผนที่ เช็กข้อมูล และเล่นโซเชียลเบา ๆ
เครือข่ายครอบคลุมเมืองรอง: ถ้าคุณมีแผนไปเมืองอย่าง York, Bath หรือ Edinburgh (สกอตแลนด์) เลือกแพ็กที่รองรับหลายเครือข่าย เช่น EE / O2 / Vodafone / Three เพื่อให้สัญญาณเสถียรตลอดทาง
มือถือรุ่นไหนรองรับ eSIM UK บ้าง
ปัจจุบัน มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว ทำให้การออกทริปต่างประเทศง่ายขึ้นเยอะ คุณสามารถเช็กคร่าว ๆ ได้สองวิธี:
เข้าไปที่เมนู การตั้งค่า → การจัดการซิม / เซลลูลาร์ ดูว่ามีตัวเลือกเพิ่ม eSIM หรือไม่
กด *#06# แล้วดูว่ามีเลข EID โผล่ขึ้นมาหรือเปล่า
⚠️ สำคัญมาก:
มือถือบางรุ่นที่ซื้อในจีน/ฮ่องกง/ไต้หวันอาจ ไม่รองรับ eSIM หรือรองรับเฉพาะรุ่น/เฟิร์มแวร์บางตัว เช่น iPhone ที่ซื้อในจีนบางรุ่น ดังนั้นควร เช็กในเครื่องจริง หรือสอบถามผู้ขายก่อนซื้อแพ็ก eSIM เสมอ
Apple
iPhone XR–iPhone 16 (รวม mini / Plus / Pro / Pro Max)
iPhone SE (Gen 2–3)
Samsung Galaxy
S20–S24 (รวม Ultra / FE)
Note 20 / Note 20 Ultra
Z Flip 3–5, Z Fold 3–5
Google Pixel
Pixel 3–8 (รวม Pro และ a-series)
HUAWEI
Mate 40 Pro
P40 Pro
P50 / P60 / Mate 60 Series
OPPO / OnePlus
OPPO Find X3–X7, Reno 6–11
OnePlus 11 / 12
Xiaomi / Redmi
Xiaomi 13–14 Series
Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป
Sony Xperia
Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป
Motorola
Razr 2019–Razr 2024
ถ้ามือถือของคุณอยู่ในลิสต์ด้านบน โอกาสสูงมากว่า พร้อมลุยด้วย eSIM UK ได้ทันที
วิธีติดตั้งและใช้งาน eSIM อังกฤษ บนมือถือของคุณ

การติดตั้ง eSIM ง่ายกว่าที่คิดเยอะ ทั้งบน iPhone (iOS) และ สมาร์ตโฟน Android เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
สำหรับ iPhone (iOS)
🔹 วิธีที่ 1: ติดตั้งด้วย QR Code (ง่ายและเร็วที่สุด)
เปิด การตั้งค่า (Settings) → ไปที่ เซลลูลาร์ (Cellular) → แตะ เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
เลือก “ใช้รหัส QR” แล้วสแกนโค้ดที่ได้รับจากผู้ให้บริการ
แตะ “เปิดใช้งาน eSIM (Activate eSIM)” จากนั้นกด “ดำเนินการต่อ”
ตั้งชื่อ (Label) ให้ eSIM เพื่อแยกจากซิมหลัก เช่น “UK eSIM”
ตั้งให้ eSIM เป็นเครือข่ายหลักสำหรับ “ข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data)”
ปิด ตัวเลือก “อนุญาตให้สลับข้อมูลเซลลูลาร์ (Allow Cellular Data Switching)” เพื่อไม่ให้เครื่องสลับเน็ตไปซิมอื่นเอง
เปิดใช้ “โรมมิ่งข้อมูล (Data Roaming)”
ถ้าเครื่องจับเครือข่ายไม่ถูก ให้เข้าไปที่ “เลือกเครือข่าย (Network Selection)” แล้วเลือกเครือข่ายที่แนะนำด้วยตัวเอง
🔹 วิธีที่ 2: ติดตั้งแบบกรอกโค้ดเอง (Manual Setup)
ไปที่ การตั้งค่า → เซลลูลาร์ → เพิ่ม eSIM
เลือก “ใช้รหัส QR” → แตะ “ป้อนรายละเอียดด้วยตนเอง (Enter Details Manually)”
กรอก SM-DP+ Address และ Activation Code ที่ได้รับ → กด “ถัดไป”
ทำขั้นตอนการตั้งค่าต่าง ๆ เหมือนวิธีสแกน QR ด้านบน
สำหรับ Android
🔹 ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง eSIM บนเครื่อง
วิธีที่ 1 – สแกน QR Code
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet)
แตะปุ่ม “+” ถัดจากเมนูซิม → เลือก “ดาวน์โหลดซิมแทนหรือไม่?” → กด “ถัดไป”
เมื่อขึ้นข้อความ “สแกนรหัส QR จากเครือข่าย” ให้สแกนโค้ด eSIM ที่ได้รับ
แตะ “ดาวน์โหลด (Download)” → รอจนขึ้นว่า “ดาวน์โหลดเสร็จสิ้น” → แตะ “ตั้งค่า (Set up)”
วิธีที่ 2 – ป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
ทำขั้นตอนที่ 1–2 เหมือนด้านบน → แตะ “ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่?”
เลือก “ป้อนข้อมูลด้วยตนเอง (Enter details manually)”
กรอกโค้ด SM-DP+ Address และ Activation Code → กด “ดำเนินการต่อ” แล้วแตะ “ดาวน์โหลด”
เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้กด “ตั้งค่า (Set up)”
🔹 ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าใช้งานอินเทอร์เน็ต
เปิด การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → ซิม (SIM)
เลือก eSIM ที่เพิ่งเพิ่ม → เปิด “ใช้ซิม (Use SIM)” แล้วกด “ใช่”
เปิด “ข้อมูลมือถือ (Mobile Data)”
เปิด “โรมมิ่งข้อมูล (Data Roaming)” แล้วกดยืนยัน
หากเครื่องจับเครือข่ายผิด ให้ไปที่ “ซิม” → “เลือกเครือข่ายโดยอัตโนมัติ” แล้วเปลี่ยนเป็นเลือเครือข่ายด้วยตนเอง เลือกตามชื่อที่ผู้ให้บริการแนะนำ
⚠️ ข้อควรรู้สำคัญ:
ถ้า เปิดใช้งานไม่สำเร็จ หรือสัญญาณไม่ขึ้น ห้ามลบ eSIM ทิ้ง เด็ดขาด ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการทันที เพื่อช่วยตรวจสอบและแก้ไขให้ เพราะถ้าลบออกแล้ว อาจไม่สามารถใช้แพ็กเกจเดิมได้อีกและต้องซื้อใหม่
3 เคล็ดลับเลือก eSIM UK ให้ได้แพ็กคุ้มสุด

ก่อนจะกดซื้อ eSIM UK ลองเช็ก 3 ข้อนี้ก่อน เพื่อให้ได้แพ็กเกจที่ทั้ง คุ้มค่าและใช้งานได้ลื่น ตลอดทริป
1. ความครอบคลุมของเครือข่าย
เลือกผู้ให้บริการที่เชื่อมต่อได้หลายเครือข่ายหลักในอังกฤษ เช่น EE, O2, Vodafone หรือ Three เพื่อให้สัญญาณแข็งแรงแม้จะออกนอกเมืองใหญ่ และอย่าลืมเช็กว่ามือถือของคุณ รองรับ eSIM ด้วย
2. แพ็กเกจและราคา
เลือกแพ็กเกจให้ตรงกับสไตล์การใช้งานของคุณ:
ทริปสั้น ใช้เน็ตไม่เยอะ → แพ็ก 5–10GB ก็เอาอยู่
อยู่ยาว ใช้เน็ตหนัก หรือทำงานระหว่างเดินทาง → เลือก 20–30GB หรือแบบ ไม่จำกัด (Unlimited) จะสบายใจกว่า
3. การบริการลูกค้า
ให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการที่มี ทีมซัพพอร์ตตอบไว แก้ปัญหาได้จริง และให้ข้อมูลแพ็กเกจชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ยิ่งเป็นทริปต่างประเทศ ยิ่งต้องมีทีมหลังบ้านที่ไว้ใจได้
3 ข้อดีที่ทำให้ eSIM UK น่าใช้มาก

สะดวกสุด ๆ
ไม่ต้องถอดหรือสลับซิมให้วุ่นวาย แค่สแกนรหัสก็ใช้งานได้ทันที ต่อเน็ตได้โดยตรงจากเครื่อง ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของสหราชอาณาจักรยืดหยุ่นสูง
เปิดใช้งานจากที่ไหนก็ได้ เลือกแพ็กเกจและผู้ให้บริการได้ตามใจ เติมดาต้าเพิ่มก็ทำได้ในไม่กี่นาทีรองรับหลายอุปกรณ์และหลายประเทศ
มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM อยู่แล้ว แถมบางแพ็กเกจยังใช้ต่อเนื่องได้หลายประเทศ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเที่ยวทั่วยุโรปหรือเดินทางบ่อย
3 เรื่องที่ควรคิดให้ดีก่อนใช้ eSIM UK
ถึง eSIM จะสะดวก แต่ก็มีจุดที่ต้องพิจารณาเหมือนกัน
ส่วนใหญ่เป็นแพ็กเกจแบบ “ดาต้าเท่านั้น”
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องโทรออก/รับสายจากเบอร์ท้องถิ่นบ่อย ๆ แต่ถ้าเน้นใช้โซเชียล แชต แผนที่ และแอปต่าง ๆ ก็ถือว่าเพียงพอและคุ้มค่าอุปกรณ์บางรุ่นไม่รองรับ
โดยเฉพาะมือถือรุ่นเก่า หรือเครื่องที่ซื้อจากบางประเทศ ควรเช็กให้แน่ชัดก่อนเสมอว่ารองรับ eSIM มิฉะนั้นซื้อแพ็กไปแล้วอาจใช้ไม่ได้ขั้นตอนติดตั้งต้องทำตามคู่มือ
ต้องสแกนหรือใส่โค้ดให้ถูกต้องตามลำดับขั้นตอน อาจดูซับซ้อนกว่าซิมแบบเดิมนิดหน่อย แต่ถ้าทำตามคู่มืออย่างละเอียดก็ใช้งานได้ไม่ยาก
💡 สรุปสั้น ๆ: แม้ eSIM จะมีข้อจำกัดบ้าง แต่ด้วยความสะดวก ความเร็ว และความยืดหยุ่น ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเดินทางที่อยากออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ทำไมหลายคนถึงเลือกซื้อ eSIM UK ผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวใหญ่

เวลาซื้อ eSIM ผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ที่รวมทั้งโรงแรม เที่ยวบิน กิจกรรม และ eSIM ไว้ในที่เดียว มักได้ข้อดีเหล่านี้:
มีตัวเลือกหลากหลาย ครอบคลุมทุกสไตล์การเที่ยว
เลือกแพ็กเกจได้ทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายทริป หรือแบบไม่จำกัดดาต้า ทำให้เปรียบเทียบได้ง่ายว่าแบบไหนเหมาะกับงบและลักษณะทริปของคุณที่สุดราคาเคลียร์ โปร่งใส ไม่บวกเพิ่มทีหลัง
ราคามักแสดงชัดเจน ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง ช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า แถมยังมีโปรพิเศษหมุนเวียนตลอดปีมีทีมซัพพอร์ตช่วยดูแลระหว่างทริป
ถ้าเปิดใช้งานไม่ผ่าน สัญญาณไม่มา หรือมีปัญหาเชื่อมต่อ ก็มีทีมบริการลูกค้าคอยช่วยเช็กให้ ทำให้การใช้เน็ตระหว่างทริปไม่สะดุด
FAQ: คำถามฮิตเรื่อง eSIM UK ที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง
eSIM UK ใช้กับมือถือรุ่นไหนได้บ้าง?
ส่วนใหญ่รองรับบนมือถือรุ่นใหม่ เช่น:
iPhone XS ขึ้นไป
Samsung Galaxy S20 ขึ้นไป
Google Pixel 3 ขึ้นไป
รวมถึงบางรุ่นจาก OPPO, Xiaomi และ HUAWEI (เฉพาะรุ่นที่รองรับ eSIM)
คุณสามารถเช็กเบื้องต้นได้ง่าย ๆ โดยกด *#06# แล้วดูว่ามีหมายเลข EID หรือไม่ หากมี แปลว่าเครื่องคุณมีฮาร์ดแวร์รองรับ eSIM
ควรติดตั้ง eSIM UK ตอนไหนดีที่สุด?
คุณสามารถ ติดตั้งโปรไฟล์ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทางได้ แต่แนะนำให้ กดเปิดใช้งาน (Activate) เมื่อถึงสหราชอาณาจักรแล้ว เพื่อให้วันใช้งานเริ่มนับตรงกับวันที่คุณเริ่มทริปจริง
eSIM UK ใช้แทนซิมไทยได้เลยไหม?
ใช้แทนได้ในส่วนของ อินเทอร์เน็ต แต่โดยปกติ จะโทรออก/รับสายด้วยเบอร์ไทยไม่ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม คุณสามารถตั้งค่าให้ eSIM เป็น “ดาต้าเท่านั้น (Data Only)” แล้วเก็บซิมไทยไว้ในเครื่องเพื่อ รับ OTP หรือข้อความสำคัญ ได้ตามปกติ
eSIM UK เปิดฮอตสปอตแชร์เน็ตได้หรือเปล่า?
ส่วนใหญ่ เปิดฮอตสปอตได้ แต่บางแพ็กเกจอาจมีการจำกัดการแชร์เน็ต ควรอ่านรายละเอียดแพ็กเกจก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อไม่ให้พลาดเงื่อนไขสำคัญ
ถ้าเปิดใช้งาน eSIM แล้วมีปัญหา ต้องทำอย่างไร?
ถ้าเจอปัญหา เช่น ติดตั้งไม่สำเร็จ ไม่มีสัญญาณ หรือใช้งานเน็ตไม่ได้:
อย่าเพิ่งลบ eSIM ออกจากเครื่อง
เช็กการตั้งค่าเน็ตมือถือ โรมมิ่ง และเครือข่ายอีกครั้ง
หากยังไม่หาย ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า/ซัพพอร์ตของผู้ให้บริการ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบจากฝั่งระบบ
สรุป: ถ้าอยากเที่ยวอังกฤษแบบไม่ขาดการติดต่อ eSIM คือเพื่อนร่วมทริปที่ต้องมี
ถ้าคุณกำลังจองตั๋ว เตรียมแพลนเที่ยว และเริ่มคิดเรื่องเน็ตในอังกฤษอยู่ตอนนี้ ลองถามตัวเองแค่ 3 ข้อ:
มือถือรองรับ eSIM หรือยัง?
ใช้เน็ตเยอะแค่ไหนต่อวัน?
จะอยู่เฉพาะอังกฤษ หรือบินต่อยุโรปด้วย?
ถ้าคำตอบคือ มือถือรองรับ ใช้เน็ตบ่อย และมีแพลนเดินทางหลายเมืองหรือหลายประเทศในยุโรป eSIM UK หรือ eSIM โซนยุโรป จะช่วยให้ทริปของคุณ เบาขึ้น สะดวกขึ้น และคุมงบง่ายขึ้น มาก
แค่เตรียม eSIM ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ทริปสหราชอาณาจักรของคุณก็จะเหลือแค่หน้าที่เดียว คือ สนุกให้เต็มที่ แล้วปล่อยให้เน็ตแรง ๆ ดูแลที่เหลือแทนคุณ

