รับแอปรับแอป

เปิดสิทธิวันแรก "คนละครึ่งพลัส" ทำเล็บ-กินข้าว-นั่งวิน คึกทั้งเมือง ใช้ให้คุ้มต้องรู้แบบนี้

ธีรพล นาคดี01-29

วันแรก “คนละครึ่งพลัส” บรรยากาศคึกทั่วประเทศ

วันเปิดใช้งานโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรก บรรยากาศเรียกได้ว่าแน่นทุกพื้นที่ ทั้งร้านอาหาร ร้านนวด ร้านทำเล็บ ไปจนถึงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ต่างแห่เข้าร่วมโครงการรวมแล้วกว่า 600,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร มองตรงกันว่า มาตรการนี้ช่วยให้ เงินไหลลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ได้จริง ร้านเล็ก ร้านกลางมีลูกค้าเข้าออกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และที่สำคัญ ยังมีการย้ำเตือนประชาชนให้ เก็บใบกำกับภาษีให้ครบ เพราะสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 10,000 บาท อีกต่อหนึ่ง

“คนละครึ่งพลัส” คืออะไร ใช้ยังไงให้คุ้ม

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถูกออกแบบมาเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 เน้นช่วยประชาชนแบ่งเบาค่าครองชีพ และเร่งให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ

สาระสำคัญของโครงการ คือให้ประชาชนใช้สิทธิร่วมจ่ายกับภาครัฐ มูลค่าประมาณ 2,000-2,400 บาทต่อคน ช่วยจ่ายแทนบางส่วนในบริการและสินค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วม

ครอบคลุมตั้งแต่

  • ร้านอาหารหลากหลายประเภท

  • ร้านนวดเพื่อสุขภาพและผ่อนคลาย

  • ร้านทำเล็บและบริการเสริมสวย

  • วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

  • รวมถึงบริการผ่านแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ชื่อดัง เช่น LINE MAN และ Wongnai ที่ร่วมอยู่ในโครงการด้วย

ด้วยความหลากหลายนี้ ทำให้โครงการไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องการกินอยู่ แต่ยังรวมไปถึง ไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และการดูแลตัวเอง อีกด้วย

เสียงจากผู้ประกอบการ: เงินหมุนจริง ลูกค้าแน่นร้าน

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่โครงการนี้ได้รับการตอบรับดีมากตั้งแต่วันแรก

เขาระบุว่า จำนวนผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการกว่า 600,000 ราย ครอบคลุมหลายประเภทธุรกิจ ทำให้ เงินกระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ได้ทั่วถึงในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี

มุมมองของเขาคือ โครงการนี้ไม่ได้ช่วยแค่กระเป๋าของผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้าง บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักขึ้นทั่วประเทศ

“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักขึ้นทั่วประเทศ ถือเป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี”

กล่าวได้ว่า นี่คือหนึ่งในมาตรการที่ทำให้ทั้งฝั่งคนใช้ และฝั่งคนขายต่างได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน

ไม่ได้ใช้คนละครึ่งพลัส ก็ยังลดหย่อนภาษีได้

แม้บางร้านอาหาร โดยเฉพาะที่จดทะเบียนในรูปแบบ นิติบุคคล (ตั้งแต่ขนาด S ขึ้นไป) อาจไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แต่ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะเสียโอกาสทั้งหมด

นายสรเทพย้ำว่า ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิทางภาษีจากการไปใช้บริการร้านอาหารนิติบุคคลเหล่านี้ได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ

  • ต้อง ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ จากร้าน

  • นำใบกำกับภาษีนั้นไปใช้สิทธิ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้

  • วงเงินลดหย่อนรวม สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

เขายังฝากเตือนว่า

“ขอให้ผู้บริโภคอย่าลืมขอใบกำกับภาษีเมื่อไปใช้บริการร้านอาหารนิติบุคคล เพราะถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดภาษี และยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง”

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้ ก็ประหยัดทันทีตอนจ่ายเงิน แต่ถ้าไม่ได้ใช้สิทธินี้ ยังมีอีกทางคือ เก็บใบกำกับภาษีไว้ไปลดหย่อนตอนปลายปี

แรงส่ง 40,000 ล้าน: ไม่ได้คึกแค่หน้าร้าน แต่ช่วยทั้งระบบ

ภาครัฐประเมินว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

เม็ดเงินก้อนนี้ไม่ได้สะท้อนแค่จำนวนบิลที่รูดหรือยอดสแกนจ่าย แต่หมายถึง

  • รายได้ที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการรายย่อยและรายกลาง

  • การจ้างงานที่มีโอกาสขยับดีขึ้น

  • บรรยากาศเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายที่ดูมีชีวิตชีวาขึ้น

ภาครัฐคาดหวังให้มาตรการนี้เป็น แรงส่งสำคัญ ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี และปูทางให้การหมุนเวียนของเม็ดเงินดำเนินต่อเนื่องไปสู่ปีถัดไป

สรุป: ใช้สิทธิให้คุ้ม ได้ทั้งสวย ได้ทั้งอร่อย แถมช่วยเศรษฐกิจ

สำหรับสายกิน สายคาเฟ่ สายทำเล็บ สายสปา หรือคนที่ใช้วินมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” คือโอกาสในการ

  • ประหยัดค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน

  • อัปเลเวลไลฟ์สไตล์แบบจ่ายน้อยลง

  • มีส่วนร่วมช่วยให้เงินหมุนในเศรษฐกิจฐานราก

อย่าลืมสองเรื่องสำคัญ

  • ใช้สิทธิโครงการให้เต็มวงเงินตามที่ได้รับ

  • ถ้าไปร้านนิติบุคคลและไม่ได้ใช้คนละครึ่งพลัส อย่าลืมขอใบกำกับภาษี เพื่อเอาไปลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าทุกบาท

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะไปทำเล็บ ชิลร้านนวด นั่งวินไปทำงาน หรือหาร้านอร่อยใกล้บ้าน คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เศรษฐกิจไทยเดินต่ออย่างมีสีสันมากขึ้นด้วย