NEXT TECH : เวทีโชว์อนาคตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
พรมแดนใหม่ของโลกดิจิทัลกำลังถูกขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อคือหัวใจของทั้งหมดนี้
บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำด้านระบบสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย เปิดเวทีงาน NEXT TECH : THE FUTURE OF TECHNOLOGY : OPEN LAB UPDATE INNOVATION จัดเต็มเทรนด์เทคโนโลยีการเชื่อมต่อยุคใหม่ พร้อมชูแนวคิด “OPEN LAB” พื้นที่เปิดสำหรับทดลอง แลกเปลี่ยน และอัปเดตโซลูชันดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์แบบรอบด้าน
ในงานนี้ อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย LINK AMERICAN CABLING จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดดเด่นด้วยสาย LAN, FIBER OPTIC, COAXIAL, SOLAR และ SECURITY & CONTROL พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 30 ปี ได้ยกระดับเวทีให้กลายเป็นห้องทดลองไอเดีย สำหรับคนทำระบบโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่อย่างแท้จริง
จากสายสัญญาณสู่ Data Center ยุค 400G – 800G
ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างสายสัญญาณมาตรฐานสากล ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล (DATA CENTER) และโซลูชันเครือข่ายความเร็วสูงที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น AI, CLOUD COMPUTING หรือ BIG DATA
มุมมองสำคัญที่ถูกเน้นย้ำคือ การลงทุนด้านเทคโนโลยีในยุคนี้ ไม่สามารถมองแค่ปลายทางอย่างเซิร์ฟเวอร์หรือซอฟต์แวร์ได้อีกต่อไป แต่ต้องย้อนกลับมามอง “ฐานราก” ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสายสัญญาณและดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของ
ปริมาณข้อมูลที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
ความต้องการความเร็วระดับ 400G – 800G
การออกแบบระบบให้พร้อมขยายตัวระยะยาวโดยไม่ต้องรื้อใหม่
โซลูชันของ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK จึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่ “ใช้งานได้” แต่ต้อง “ใช้ยาวได้อย่างคุ้มค่า” และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
DOUBLE Q SERIES : เมื่อ Fiber Optic กลายเป็นแกนหลัก

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการเจาะลึกโครงสร้างเครือข่ายยุคใหม่ที่ใช้ Fiber Optic เป็นแกนหลักของการเชื่อมต่อ ภายใต้มาตรฐานระดับโลก ผ่านโซลูชัน DOUBLE Q SERIES : Fiber Optic Cabling Solution
โซลูชันนี้ถูกออกแบบเพื่อรองรับโลกการสื่อสารดิจิทัลอย่างแท้จริง จุดเด่นคือ
ความแข็งแรงและทนทานของโครงสร้างสาย
ความเสถียรและความคงทนของสัญญาณ
ศักยภาพในการรองรับแบนด์วิดท์ระดับสูงมาก
ผลลัพธ์คือสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการ ความเร็วสูง ความเสถียรต่อเนื่อง และคุณภาพสัญญาณระดับสูงสุด พร้อมลดข้อจำกัดด้านระยะทางและสัญญาณรบกวนไปพร้อมกัน
ที่สำคัญ โครงสร้างถูกวางให้พร้อมรองรับการอัปเกรดเทคโนโลยีในอนาคตโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบหลัก ช่วยให้องค์กร คุมงบลงทุนได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงระยะยาว อย่างชัดเจน
FTTR SERIES 1008 : จากบ้านถึงโครงการเชิงพาณิชย์
ภายในงานยังมีการนำเสนอโซลูชัน FTTR SERIES 1008 : FTTR/FTTH CABLING SOLUTION ที่ออกแบบมาสำหรับงานติดตั้งครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น
อาคารสำนักงาน
บ้านพักอาศัย
โครงการเชิงพาณิชย์ขนาดต่าง ๆ
โดยเน้นการออกแบบตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ทั้งโครงสร้าง การเลือกใช้อุปกรณ์ และการวางระบบที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกจุดปลายทางได้รับประสิทธิภาพสัญญาณสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หนาแน่น อุปกรณ์เยอะ หรือมีการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก
TRANSCEIVER CLINIC FOR ALL : เติมเต็มการเชื่อมต่อความเร็วสูง
อีกหนึ่งจุดที่ถูกจับตามองในงานคือ TRANSCEIVER CLINIC FOR ALL นวัตกรรมด้าน Optical Transceiver ที่ออกแบบมาตอบโจทย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงในองค์กรยุคใหม่
จุดเด่นของโซลูชันกลุ่มนี้คือ
ผสาน ประสิทธิภาพ การทำงานเข้ากับ ความคุ้มค่า ของการลงทุน
รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายหลายแบรนด์ได้อย่างยืดหยุ่น
พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความเสถียรสูง
อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ยังเสริมบริการ LINK Transceiver Clinic for ALL เข้ามาช่วยแก้โจทย์ด้าน Compatibility ของระบบ ลดปัญหาความไม่เข้ากันของอุปกรณ์ และเพิ่มความมั่นใจในระดับเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังชูบริการหลังการขายแบบจัดเต็ม พร้อมการันตีคุณภาพผ่าน 3 มาตรฐานหลัก
ALL COMPATIBLE: ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หลายแบรนด์ได้แบบไร้รอยต่อ
3 DAY DELIVERY: จัดส่งภายใน 3 วัน ลดเวลาระบบหยุดชะงัก
3 YEAR WARRANTY: รับประกันยาว 3 ปี เสริมความคุ้มค่าในระยะยาว
GERMAN RACK : ตู้ 19" ที่คิดมาครบตั้งแต่ดีไซน์จนถึงความปลอดภัย

ในมุมของโครงสร้างทางกายภาพ ตู้ 19" GERMANY EXPORT RACK ก็ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งพระเอกของงาน ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ต้องการยกระดับมาตรฐานงานติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายให้เหนือกว่าที่เคย
จุดเด่นของโซลูชันนี้ ได้แก่
วัสดุระดับพรีเมียมตามมาตรฐานเยอรมัน
โครงสร้างแข็งแรง รองรับน้ำหนักอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างมั่นคง
ดีไซน์ใหม่ที่คิดถึงการใช้งานจริง ทั้งการระบายอากาศ การจัดการความร้อน และช่องเดินสายที่เป็นระเบียบ
ตู้ GERMAN RACK ถูกออกแบบมาให้ รองรับการขยายตัวของอุปกรณ์ในอนาคต เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ
ดาต้าเซ็นเตอร์
ระบบเครือข่ายองค์กร
โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ต้องการมาตรฐานระดับสากล
ด้วยประสบการณ์การผลิตกว่า 30 ปี และการรับประกันระยะยาว ทำให้ตู้กลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ สำหรับองค์กรที่ต้องการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างมั่นคงและยั่งยืน
LAN, SOLAR และสายสัญญาณที่ออกแบบมาเพื่ออนาคต
อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจคือภาพรวมของสายสัญญาณในกลุ่มต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวเชื่อมโลกดิจิทัลในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะ
LAN CABLING SOLUTION : UTP CAT 6A Super-S Series
SOLAR CABLING SOLUTION สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์
สำหรับ UTP CAT 6A Super-S Series ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด SMART, SMALL, SAVE เพื่อตอบรับยุคดิจิทัลที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นและความคุ้มค่า
SMART: ออกแบบให้ตอบโจทย์โครงสร้างเครือข่ายยุคใหม่ได้อย่างชาญฉลาด
SMALL: ช่วยให้ติดตั้งง่ายขึ้น ใช้พื้นที่น้อยลง เพิ่มความคล่องตัวในงานเดินสาย
SAVE: ลดต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
ส่วนกลุ่ม SOLAR CABLING SOLUTION ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับสายงานพลังงานหมุนเวียน สายในกลุ่มนี้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน AD8 รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมสุดโหด ทั้ง
Solar Farm
Solar Rooftop
Floating Solar Farm
สามารถทนต่อความร้อนสูง ความชื้นจัด แสงแดดแรง และการเสื่อมสภาพระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชันนี้ถูกออกแบบเพื่อ
เพิ่มความปลอดภัยของระบบ
เสริมความเสถียรของการจ่ายพลังงาน
ยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ลดต้นทุนการบำรุงรักษา และรองรับการขยายระบบในอนาคต
มุมมองต่อบทบาทโครงสร้างพื้นฐานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ทิศทางที่ถูกสะท้อนออกมาชัดเจนจากงานนี้คือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ เทคโนโลยีดิจิทัลคือรากฐานหลักของระบบเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง
ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นคือ
การมีศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) ที่เสถียรคือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เรื่อง IT
การเลือกใช้สินค้าและอุปกรณ์ที่ครบทั้งโซลูชัน ช่วยให้ระบบการเชื่อมต่อมีคุณภาพในทุกมิติ
การวางระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตคือ “ส่วนสำคัญของความได้เปรียบทางธุรกิจ”
โซลูชันจาก LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK จึงถูกวางบทบาทให้เป็นเสมือน “กลไกเบื้องหลัง” ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบที่มั่นคง เสถียร และพร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

สรุป: โครงสร้างพื้นฐานวันนี้ คือแต้มต่อของธุรกิจในปี 2026
งาน NEXT TECH ครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดว่า เทรนด์เทคโนโลยีสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในปี 2026 จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วสูง แต่จะต้องตอบโจทย์
ความเสถียร และความต่อเนื่องของระบบ
ความคุ้มค่าของการลงทุนระยะยาว
ความสามารถในการรองรับการขยายตัวอย่างยืดหยุ่น
ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายความเร็วสูง อาคารอัจฉริยะ ระบบ Automation หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ทุกโซลูชันถูกออกแบบให้ “ใช้งานได้จริงอย่างเสถียรและทรงประสิทธิภาพ”
ท้ายที่สุด งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีที่สะท้อนว่า เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และตอกย้ำบทบาทของ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK ในการพัฒนาโซลูชันมาตรฐานสูง ที่พร้อมเดินเคียงข้างภาคธุรกิจไทยในทุกก้าวต่อจากนี้อย่างยั่งยืน

