รับแอปรับแอป

NEXT TECH เปิดห้องแล็บโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ปูทางสู่เศรษฐกิจปี 2026

อภิชาติ สุนทร01-31

NEXT TECH : เวทีโชว์อนาคตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

พรมแดนใหม่ของโลกดิจิทัลกำลังถูกขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อคือหัวใจของทั้งหมดนี้

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำด้านระบบสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย เปิดเวทีงาน NEXT TECH : THE FUTURE OF TECHNOLOGY : OPEN LAB UPDATE INNOVATION จัดเต็มเทรนด์เทคโนโลยีการเชื่อมต่อยุคใหม่ พร้อมชูแนวคิด “OPEN LAB” พื้นที่เปิดสำหรับทดลอง แลกเปลี่ยน และอัปเดตโซลูชันดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์แบบรอบด้าน

ในงานนี้ อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย LINK AMERICAN CABLING จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดดเด่นด้วยสาย LAN, FIBER OPTIC, COAXIAL, SOLAR และ SECURITY & CONTROL พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 30 ปี ได้ยกระดับเวทีให้กลายเป็นห้องทดลองไอเดีย สำหรับคนทำระบบโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่อย่างแท้จริง

จากสายสัญญาณสู่ Data Center ยุค 400G – 800G

ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างสายสัญญาณมาตรฐานสากล ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล (DATA CENTER) และโซลูชันเครือข่ายความเร็วสูงที่รองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น AI, CLOUD COMPUTING หรือ BIG DATA

มุมมองสำคัญที่ถูกเน้นย้ำคือ การลงทุนด้านเทคโนโลยีในยุคนี้ ไม่สามารถมองแค่ปลายทางอย่างเซิร์ฟเวอร์หรือซอฟต์แวร์ได้อีกต่อไป แต่ต้องย้อนกลับมามอง “ฐานราก” ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสายสัญญาณและดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของ

  • ปริมาณข้อมูลที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

  • ความต้องการความเร็วระดับ 400G – 800G

  • การออกแบบระบบให้พร้อมขยายตัวระยะยาวโดยไม่ต้องรื้อใหม่

โซลูชันของ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK จึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่ “ใช้งานได้” แต่ต้อง “ใช้ยาวได้อย่างคุ้มค่า” และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

DOUBLE Q SERIES : เมื่อ Fiber Optic กลายเป็นแกนหลัก

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการเจาะลึกโครงสร้างเครือข่ายยุคใหม่ที่ใช้ Fiber Optic เป็นแกนหลักของการเชื่อมต่อ ภายใต้มาตรฐานระดับโลก ผ่านโซลูชัน DOUBLE Q SERIES : Fiber Optic Cabling Solution

โซลูชันนี้ถูกออกแบบเพื่อรองรับโลกการสื่อสารดิจิทัลอย่างแท้จริง จุดเด่นคือ

  • ความแข็งแรงและทนทานของโครงสร้างสาย

  • ความเสถียรและความคงทนของสัญญาณ

  • ศักยภาพในการรองรับแบนด์วิดท์ระดับสูงมาก

ผลลัพธ์คือสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการ ความเร็วสูง ความเสถียรต่อเนื่อง และคุณภาพสัญญาณระดับสูงสุด พร้อมลดข้อจำกัดด้านระยะทางและสัญญาณรบกวนไปพร้อมกัน

ที่สำคัญ โครงสร้างถูกวางให้พร้อมรองรับการอัปเกรดเทคโนโลยีในอนาคตโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบหลัก ช่วยให้องค์กร คุมงบลงทุนได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงระยะยาว อย่างชัดเจน

FTTR SERIES 1008 : จากบ้านถึงโครงการเชิงพาณิชย์

ภายในงานยังมีการนำเสนอโซลูชัน FTTR SERIES 1008 : FTTR/FTTH CABLING SOLUTION ที่ออกแบบมาสำหรับงานติดตั้งครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น

  • อาคารสำนักงาน

  • บ้านพักอาศัย

  • โครงการเชิงพาณิชย์ขนาดต่าง ๆ

โดยเน้นการออกแบบตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” ทั้งโครงสร้าง การเลือกใช้อุปกรณ์ และการวางระบบที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกจุดปลายทางได้รับประสิทธิภาพสัญญาณสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หนาแน่น อุปกรณ์เยอะ หรือมีการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก

TRANSCEIVER CLINIC FOR ALL : เติมเต็มการเชื่อมต่อความเร็วสูง

อีกหนึ่งจุดที่ถูกจับตามองในงานคือ TRANSCEIVER CLINIC FOR ALL นวัตกรรมด้าน Optical Transceiver ที่ออกแบบมาตอบโจทย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงในองค์กรยุคใหม่

จุดเด่นของโซลูชันกลุ่มนี้คือ

  • ผสาน ประสิทธิภาพ การทำงานเข้ากับ ความคุ้มค่า ของการลงทุน

  • รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายหลายแบรนด์ได้อย่างยืดหยุ่น

  • พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความเสถียรสูง

อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ยังเสริมบริการ LINK Transceiver Clinic for ALL เข้ามาช่วยแก้โจทย์ด้าน Compatibility ของระบบ ลดปัญหาความไม่เข้ากันของอุปกรณ์ และเพิ่มความมั่นใจในระดับเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังชูบริการหลังการขายแบบจัดเต็ม พร้อมการันตีคุณภาพผ่าน 3 มาตรฐานหลัก

  • ALL COMPATIBLE: ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หลายแบรนด์ได้แบบไร้รอยต่อ

  • 3 DAY DELIVERY: จัดส่งภายใน 3 วัน ลดเวลาระบบหยุดชะงัก

  • 3 YEAR WARRANTY: รับประกันยาว 3 ปี เสริมความคุ้มค่าในระยะยาว

GERMAN RACK : ตู้ 19" ที่คิดมาครบตั้งแต่ดีไซน์จนถึงความปลอดภัย

ในมุมของโครงสร้างทางกายภาพ ตู้ 19" GERMANY EXPORT RACK ก็ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งพระเอกของงาน ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ต้องการยกระดับมาตรฐานงานติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายให้เหนือกว่าที่เคย

จุดเด่นของโซลูชันนี้ ได้แก่

  • วัสดุระดับพรีเมียมตามมาตรฐานเยอรมัน

  • โครงสร้างแข็งแรง รองรับน้ำหนักอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างมั่นคง

  • ดีไซน์ใหม่ที่คิดถึงการใช้งานจริง ทั้งการระบายอากาศ การจัดการความร้อน และช่องเดินสายที่เป็นระเบียบ

ตู้ GERMAN RACK ถูกออกแบบมาให้ รองรับการขยายตัวของอุปกรณ์ในอนาคต เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

  • ดาต้าเซ็นเตอร์

  • ระบบเครือข่ายองค์กร

  • โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ต้องการมาตรฐานระดับสากล

ด้วยประสบการณ์การผลิตกว่า 30 ปี และการรับประกันระยะยาว ทำให้ตู้กลุ่มนี้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ สำหรับองค์กรที่ต้องการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างมั่นคงและยั่งยืน

LAN, SOLAR และสายสัญญาณที่ออกแบบมาเพื่ออนาคต

อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจคือภาพรวมของสายสัญญาณในกลุ่มต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวเชื่อมโลกดิจิทัลในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะ

  • LAN CABLING SOLUTION : UTP CAT 6A Super-S Series

  • SOLAR CABLING SOLUTION สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับ UTP CAT 6A Super-S Series ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด SMART, SMALL, SAVE เพื่อตอบรับยุคดิจิทัลที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่นและความคุ้มค่า

  • SMART: ออกแบบให้ตอบโจทย์โครงสร้างเครือข่ายยุคใหม่ได้อย่างชาญฉลาด

  • SMALL: ช่วยให้ติดตั้งง่ายขึ้น ใช้พื้นที่น้อยลง เพิ่มความคล่องตัวในงานเดินสาย

  • SAVE: ลดต้นทุนด้านเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงค่าบำรุงรักษาในระยะยาว

ส่วนกลุ่ม SOLAR CABLING SOLUTION ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำหรับสายงานพลังงานหมุนเวียน สายในกลุ่มนี้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน AD8 รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมสุดโหด ทั้ง

  • Solar Farm

  • Solar Rooftop

  • Floating Solar Farm

สามารถทนต่อความร้อนสูง ความชื้นจัด แสงแดดแรง และการเสื่อมสภาพระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โซลูชันนี้ถูกออกแบบเพื่อ

  • เพิ่มความปลอดภัยของระบบ

  • เสริมความเสถียรของการจ่ายพลังงาน

  • ยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

  • ลดต้นทุนการบำรุงรักษา และรองรับการขยายระบบในอนาคต

มุมมองต่อบทบาทโครงสร้างพื้นฐานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ทิศทางที่ถูกสะท้อนออกมาชัดเจนจากงานนี้คือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ เทคโนโลยีดิจิทัลคือรากฐานหลักของระบบเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกต้อง

ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นคือ

  • การมีศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) ที่เสถียรคือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เรื่อง IT

  • การเลือกใช้สินค้าและอุปกรณ์ที่ครบทั้งโซลูชัน ช่วยให้ระบบการเชื่อมต่อมีคุณภาพในทุกมิติ

  • การวางระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตคือ “ส่วนสำคัญของความได้เปรียบทางธุรกิจ”

โซลูชันจาก LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK จึงถูกวางบทบาทให้เป็นเสมือน “กลไกเบื้องหลัง” ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบที่มั่นคง เสถียร และพร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า

สรุป: โครงสร้างพื้นฐานวันนี้ คือแต้มต่อของธุรกิจในปี 2026

งาน NEXT TECH ครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดว่า เทรนด์เทคโนโลยีสายสัญญาณ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในปี 2026 จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วสูง แต่จะต้องตอบโจทย์

  • ความเสถียร และความต่อเนื่องของระบบ

  • ความคุ้มค่าของการลงทุนระยะยาว

  • ความสามารถในการรองรับการขยายตัวอย่างยืดหยุ่น

ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายความเร็วสูง อาคารอัจฉริยะ ระบบ Automation หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ทุกโซลูชันถูกออกแบบให้ “ใช้งานได้จริงอย่างเสถียรและทรงประสิทธิภาพ”

ท้ายที่สุด งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีที่สะท้อนว่า เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และตอกย้ำบทบาทของ LINK AMERICAN CABLING และ GERMAN RACK ในการพัฒนาโซลูชันมาตรฐานสูง ที่พร้อมเดินเคียงข้างภาคธุรกิจไทยในทุกก้าวต่อจากนี้อย่างยั่งยืน