รับแอปรับแอป

เปิดลายแทง! เทรนด์เที่ยวปี 2568 คนไทยแห่บินเมืองรองจีน ฉงชิ่งพุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่

ธิดารัตน์ คำดี01-31

ภาพใหญ่ของการเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2568

วงการท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2568 ไม่ได้เปลี่ยนแค่นิดเดียว แต่คือการ รีเซ็ตพฤติกรรมนักเดินทางครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจาก Trip.com ชี้ชัดว่า

  • จีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ กลายเป็น 3 ประเทศสุดฮอตของภูมิภาค

  • นักเดินทางไทยหันหลังให้ทริปเช็กอินผิว ๆ แล้วมุ่งสู่ การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ มากขึ้น

  • เมืองรองของจีน โดยเฉพาะ “ฉงชิ่ง” โตแบบพุ่งแรงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งยอดเข้าชมและยอดจอง

  • โรงแรมสำหรับครอบครัวถูกโหวตให้เป็นสายที่มาแรงสุดในหลายประเทศ

  • อิทธิพลของ KOL และอินฟลูเอนเซอร์ กลายเป็นตัวจุดประกายให้คนออกเดินทางข้ามประเทศมากกว่าที่เคย

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า นักเดินทางยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ภาพสวย ๆ ลงโซเชียลอีกต่อไป แต่ต้องการ เรื่องราว ประสบการณ์ และความรู้สึก ที่ติดตัวกลับบ้านไปด้วย

เมืองรองจีนมาแรง ฉงชิ่งขึ้นแท่นดาวเด่น

ในกลุ่มจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2025-2568 เมืองท่องเที่ยวที่ติดลิสต์บ่อยที่สุด ได้แก่

  • จีน

  • มาเลเซีย

  • เกาหลีใต้

  • ฮ่องกง

  • สิงคโปร์

  • ไทย

  • ญี่ปุ่น

  • ไต้หวัน

  • อินโดนีเซีย

  • เวียดนาม

แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ประเทศยอดนิยม หากคือการที่เมืองรองของจีน แซงขึ้นมาเป็นพระเอกเต็มตัว โดยเฉพาะ “ฉงชิ่ง” ซึ่งครองตำแหน่งเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดด้วยการเติบโตระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

เมืองสำคัญในจีนที่ยอดจองและยอดเข้าชมพุ่งแรง เช่น

  • ฉงชิ่ง เติบโต 359% (YOY)

  • เซี่ยงไฮ้ เพิ่มขึ้น 278%

  • ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 74%

  • โตเกียว เพิ่มขึ้น 88%

  • กว่างโจว เพิ่มขึ้น 236%

  • โอซากา เพิ่มขึ้น 144%

  • เฉิงตู เพิ่มขึ้น 315%

ตัวเลขนี้ชัดเจนว่า นักเดินทางไม่ได้พอใจกับแค่ “เมืองยอดฮิตเดิม ๆ” อีกต่อไป แต่เริ่มมองหาเมืองรองที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน แปลกใหม่ และเล่าเรื่องได้

ส่องพฤติกรรมเดินทางของสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย

นักเดินทางจากสิงคโปร์

สำหรับนักเดินทางขาออกจากสิงคโปร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมบน Trip.Best ที่มีอัตราเติบโตโดดเด่น ได้แก่

  • ฉงชิ่ง เพิ่มขึ้น 299%

  • กว่างโจว เพิ่มขึ้น 234%

  • เซี่ยงไฮ้ เพิ่มขึ้น 185%

  • กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 62%

  • ยะโฮร์บาห์รู เพิ่มขึ้น 30%

  • กัวลาลัมเปอร์ เพิ่มขึ้น 531%

  • ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 72%

  • โซล เพิ่มขึ้น 54%

นักเดินทางจากมาเลเซีย

ฝั่งมาเลเซีย จุดหมายปลายทางยอดฮิตที่เติบโตสูงบน Trip.Best ได้แก่

  • เซี่ยงไฮ้ เพิ่มขึ้น 236%

  • กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 92%

  • สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 138%

  • กว่างโจว เพิ่มขึ้น 244%

  • เฉิงตู เพิ่มขึ้น 284%

  • ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 162%

  • ภูเก็ต เพิ่มขึ้น 105%

  • ปักกิ่ง เพิ่มขึ้น 214%

  • ฉงชิ่ง เพิ่มขึ้น 448%

  • โตเกียว เพิ่มขึ้น 221%

นักท่องเที่ยวไทย

เมื่อโฟกัสแค่ในหมู่นักท่องเที่ยวไทยเอง จะเห็นชัดเจนว่าจีนกลับมา ครองใจเต็ม ๆ โดย 10 จุดหมายปลายทางยอดนิยม มีการเติบโตน่าจับตา ดังนี้

  • เซี่ยงไฮ้ เติบโต 334% (อันดับ 1)

  • ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 52%

  • โตเกียว เพิ่มขึ้น 71%

  • โอซากา เพิ่มขึ้น 132%

  • สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 109%

  • เฉิงตู เพิ่มขึ้น 427%

  • ปักกิ่ง เพิ่มขึ้น 252%

  • กว่างโจว เพิ่มขึ้น 209%

  • เวียดนาม เพิ่มขึ้น 68%

  • ฉงชิ่ง เพิ่มขึ้น 395%

โรงแรมสำหรับครอบครัว ขึ้นเป็นสายหลักของภูมิภาค

ในมุมของประเภทที่พัก Trip.com พบเทรนด์ร่วมกันของ 3 ประเทศหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ว่า “โรงแรมสำหรับครอบครัว” ครองแชมป์ตัวเลือกยอดนิยม แบบไม่มีใครล้มได้

นักเดินทางจากสิงคโปร์

  • โรงแรมสำหรับครอบครัว ครองอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน UV 9.08%

  • โรงแรมเชิงวัฒนธรรม ครองอันดับ 2 สัดส่วน UV 3.65%

  • บ้านพักตากอากาศ ครองอันดับ 3 สัดส่วน UV 4.36%

นักเดินทางจากไทย

  • โรงแรมสำหรับครอบครัว เป็นประเภทยอดนิยมอันดับ 1 มีส่วนแบ่ง UV 10.31%

  • โรงแรมที่ถ่ายรูปลง Instagram ได้ อยู่ในอันดับ 2 มีส่วนแบ่ง 7.2%

  • โรงแรมระดับกูร์เมต์ อยู่ในอันดับ 3 มีส่วนแบ่ง UV 2.06%

นักเดินทางจากมาเลเซีย

  • โรงแรมสำหรับครอบครัว อยู่ในอันดับ 1 มีส่วนแบ่ง UV 11.59%

  • โรงแรมซีนิค หรือโรงแรมวิวสวย อยู่ในอันดับ 2 มีส่วนแบ่ง 8.06%

  • โรงแรมที่ถ่ายรูปลง Instagram ได้ อยู่ในอันดับ 3 มีส่วนแบ่ง 8%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การท่องเที่ยวแบบครอบครัวกำลังมาแรงมาก และคนรุ่นใหม่ไม่ได้เที่ยวคนเดียวอีกต่อไป แต่พาเด็ก พาพ่อแม่ หรือทั้งแก๊งค์ไปด้วย จึงเลือกพักที่ตอบโจทย์ทุกวัยและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น

ทำไมคนไทยถึงหลงรัก “ฉงชิ่ง” เป็นพิเศษ

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ปี 2568 คือปีที่ “ฉงชิ่ง” จุดติดเต็มตัว ขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดทั้งด้านยอดเข้าชมและยอดจองบน Trip.Best

  • ยอดเข้าชมทริปฉงชิ่ง เพิ่มขึ้น 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ยอดจองพุ่งทะลุไปถึง 828%

สาเหตุที่เมืองนี้เข้าไปอยู่ในใจคนไทยอย่างรวดเร็ว มาจากคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและตรงกับสไตล์คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ

  • เป็น เมืองบนภูเขา มีภูมิประเทศแปลกตา ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดรามาติก

  • อาหารรสจัดจ้าน ทั้งหม้อไฟและก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่ง ที่มีความจัด เผ็ด เด็ด คล้ายอาหารไทยและอาหารในภูมิภาค

  • มีเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและแลนด์มาร์กที่ไม่ซ้ำใคร เช่น
    • ถ้ำหงหยา

    • การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมปาซู

    • สวนสัตว์ฉงชิ่ง ซึ่งมีแพนด้ายักษ์ให้ชมแบบใกล้ชิด

    • ละครเพลง “ฉงชิ่ง 1949”

    • เมืองโบราณฉือฉีโข่ว

    • สถานีรถไฟหลี่จื่อปา และรถไฟฟ้ารางเบาที่วิ่งทะลุผ่านอาคาร

ทั้งหมดนี้ทำให้ฉงชิ่งกลายเป็น จุดหมายปลายทางสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ แต่ยังคงความคุ้นเคยด้านรสชาติอาหารและบรรยากาศเอเชีย

คนไทยวางแผนละเอียด เน้นประสบการณ์มากกว่าสถานที่

ข้อมูลจาก Trip.Best ยังสะท้อนนิสัยการวางแผนทริปของคนไทยไว้อย่างน่าสนใจ

  • คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 6 วันในการค้นคว้าข้อมูลก่อนจองทริป

  • แสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ ไม่ได้จองแบบเร่งด่วนหรือตามกระแสอย่างเดียว

ในขณะเดียวกัน เทรนด์การเที่ยวก็เปลี่ยนอย่างชัดเจนจากเดิมที่เน้น “ไปถึงแล้วเช็กอินแลนด์มาร์กให้ครบ” มาเป็นการให้ความสำคัญกับ

  • การดื่มด่ำบรรยากาศท้องถิ่น

  • การมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมในพื้นที่

  • การค้นหา กิจกรรมที่ทำให้ได้ประสบการณ์จริง มากกว่ารูปสวยเพียงอย่างเดียว

ตัวเลขที่น่าสนใจเพิ่มเติม ได้แก่

  • การค้นหาคำว่า “กิจกรรม” เติบโตถึง 808% (YOY)

  • หมวด “สถานที่หลบร้อน (Cool Escape Attractions)” พุ่งขึ้นถึง 1,941%

  • การท่องเที่ยวภายในประเทศโต 25% (YOY)

  • โดยมี 3 เมืองที่มาแรงสุดคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า นักท่องเที่ยวไทยกำลัง ให้คำนิยามใหม่กับคำว่าเที่ยว จากการเก็บแลนด์มาร์ก เป็นการเก็บความรู้สึกและประสบการณ์แทน

เมื่อ KOL กลายเป็นทัวร์โอเปอเรเตอร์คนสำคัญ

อีกหนึ่งฟันเฟืองหลักที่ผลักดันเทรนด์การท่องเที่ยว คือ อินฟลูเอนเซอร์และ KOL ซึ่งตอนนี้แทบจะกลายเป็นไกด์นำเที่ยวเวอร์ชันดิจิทัลของคนไทยไปแล้ว

จากข้อมูลพฤติกรรมดิจิทัลของผู้บริโภคไทย พบว่า

  • กว่า 95% ของคนไทยค้นหาข้อมูลผ่าน คำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์

  • บน Trip.Best มีกว่า 47% ของผู้ใช้งานแบบครอบครัว เลือกติดตาม อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว ที่แชร์ประสบการณ์จริง

ในปี 2568 ยังพบอีกว่า

  • กว่า 45% ของนักท่องเที่ยว ค้นหาไอเดียทริปจากโพสต์โซเชียลมีเดียของ KOL ไทย

  • ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2567

  • ยอดสั่งซื้อโดยตรงผ่าน รหัสโปรโมชั่นของ KOL เพิ่มขึ้นสูงถึง 120%

จะเห็นได้ว่า อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้เป็นแค่คนเล่าเรื่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กลายเป็น ตัวเร่งการตัดสินใจจองทริปแบบเต็มตัว

AI + Trip.Best = คู่หูใหม่ของนักเดินทางไทย

แพลตฟอร์ม Trip.Best ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้งานชาวไทย โดยมีการเติบโตชัดเจนทั้งด้านการใช้งานและความพึงพอใจ

  • คะแนนความพึงพอใจสุทธิ (NPS) ของผู้ใช้ในไทย เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • ผู้ใช้งานไทยให้ความสำคัญกับ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการคัดสรรแบบมืออาชีพเป็นพิเศษ

AI บนแพลตฟอร์มไม่ได้ทำหน้าที่แค่แนะนำสถานที่ แต่ช่วยออกแบบทริปที่ตอบโจทย์พฤติกรรมใหม่ของนักเดินทางไทย นั่นคือ

  • ต้องการสมดุลระหว่าง การผจญภัย และ ความสะดวกสบาย

  • อยากได้ทริปที่มีทั้งความตื่นเต้นและการพักผ่อนในหนึ่งเดียว

  • ชื่นชอบข้อมูลเรียลไทม์ที่ช่วยให้วางแผนได้แม่นยำขึ้น

นักท่องเที่ยวไทยวันนี้ไม่ได้เที่ยวแบบตามน้ำอีกต่อไป แต่กำลังออกแบบทริปในแบบของตัวเอง โดยใช้ทั้ง AI และเสียงของ KOL เป็นคอมโบสำคัญในการตัดสินใจ

สรุป: เทรนด์ใหม่ของการเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถสรุปได้เป็นประเด็นสำคัญดังนี้

  • เมืองรองจีน โดยเฉพาะฉงชิ่ง กำลังขึ้นแท่นจุดหมายหลักของคนไทยและภูมิภาค

  • นักท่องเที่ยวหันมาโฟกัสที่ ประสบการณ์และกิจกรรม มากกว่าการเก็บแลนด์มาร์ก

  • โรงแรมสำหรับครอบครัว ครองสถานะที่พักอันดับ 1 ในหลายประเทศ

  • KOL และอินฟลูเอนเซอร์ กลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการวางแผนทริป

  • AI อย่าง Trip.Best เข้ามาช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยว ละเอียด ลึก และตรงใจมากขึ้น

ใครที่กำลังมองหาทริปใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะลอง สลัดกรุงเทพฯ-โตเกียว-โซลแบบเดิม ๆ แล้วเปิดใจให้ฉงชิ่งและเมืองรองจีนอื่น ๆ ที่พร้อมมอบประสบการณ์สดใหม่กว่าเดิมหลายเท่า