รับแอปรับแอป

คู่มือฟอกสีผมเองแบบปลอดภัยและถนอมผม

ZestBuy AI02-27

ทำความเข้าใจครีมฟอกสีผมและระดับความสว่าง

จากข้อมูลที่มี เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ผมสว่างขึ้นจะอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มสีผมของ Garnier โดยเฉพาะ

  • ชุด Garnier Color Naturals มีเฉด E0 ที่ระบุว่าเป็น “ซุปเปอร์บลอนด์ / สารลดสี” ใช้เพื่อทำให้ผมสว่างขึ้น

  • ชุด Garnier Color Sensation ก็มีเฉด E0 UltraBlond (สารลดสี) ทำหน้าที่ฟอกหรือทำให้ผมกระจ่างขึ้นเช่นกัน

  • ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ Garnier E0 ระบุชัดเจนว่าใน 1 กล่องมี

    • ขวดนมพัฒนา (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์)

    • ผงฟอกสี 2 ซอง

    • ครีมฟอกสี 1 หลอด

    • ถุงมือและคำแนะนำการใช้

จากองค์ประกอบนี้ แกนการทำงานของครีมฟอก/ตัวลดสี คือ

  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำหน้าที่ทำลายเม็ดสีผมธรรมชาติให้สว่างขึ้น

  • ใช้ร่วมกับสารที่มีฤทธิ์ด่าง (เช่น แอมโมเนียหรือโมโนเอทาโนลามีน) เพื่อเปิดเกล็ดผมให้เม็ดสีถูกทำลายและเม็ดสีใหม่เข้าไปแทนได้

ระดับความสว่างที่ทำได้ในผลิตภัณฑ์ตระกูลนี้สะท้อนอยู่ในชื่อเฉด เช่น

  • Super Lightening / Super Blond / UltraBlond / Super Brightening ใน Color Naturals และ Color Sensation

  • ตัวอย่างเช่น Color Naturals มีเฉดอย่าง

    • 110 – สีบลอนด์ธรรมชาติที่สว่างมาก

    • 111 – บลอนด์แพลตตินั่มซุปเปอร์ไบร์ทเทนนิ่ง

    • E0 – Super Blond (ซุปเปอร์บลอนด์)

ข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนระดับการยก (กี่สเตปจากสีเดิม) แต่ระบุชัดว่า E0 ไม่ใช่เพียงครีมฟอกสีธรรมดา แต่เป็นการผสมระหว่างผงฟอกและครีมสี ที่ให้ผลทั้ง

  • ฟอกให้สว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • และให้โทนสีบลอนด์ธรรมชาติในขั้นตอนเดียว

สรุปจากข้อมูล: ครีมฟอก/ตัวลดสีในกลุ่ม Garnier E0 สามารถยกระดับความสว่างได้มากในระดับ “ซุปเปอร์บลอนด์ / UltraBlond” เหมาะกับการเปลี่ยนจากโทนเข้มไปสว่าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักจะออกโทนอุ่น เหลือง–ทอง ไม่ใช่บลอนด์เงินเย็นในครั้งเดียว

วิธีเลือกซื้อครีมฟอกสีผมให้ปลอดภัยและถนอมผม

จากข้อมูลในชุดสีย้อม Garnier และคำอธิบายส่วนประกอบ สามารถสรุปหลักการเลือกให้ปลอดภัยและถนอมผมได้ดังนี้

1. ดูชนิดของสีและสารประกอบหลัก

ในคำอธิบายสีผม Garnier มีการแยกประเภทชัดเจน

  • สี ถาวร – มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น

    • แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ หรือโมโนเอทาโนลามีน (ในชุดไม่มีแอมโมเนีย)

    • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

    • เม็ดสีถาวร

  • สี ไม่มีแอมโมเนีย เช่น Color & Shine และ Olia ใช้สารที่อ่อนโยนกว่า (โมโนเอทาโนลามีน) และเสริมด้วยน้ำมันจากพืช

หากต้องการถนอมผมให้มากที่สุด ข้อมูลชี้ว่า

  • สีแบบไม่มีแอมโมเนีย เช่น Garnier Color & Shine, Garnier Olia จะอ่อนโยนกว่า

  • แต่สำหรับการฟอกหรือยกระดับสีมาก ๆ เช่นจากดำไปบลอนด์ ต้องใช้สูตรที่มีผงฟอกและเปอร์ออกไซด์เหมือนใน Garnier E0 ซึ่งรุนแรงต่อเส้นผมกว่า แม้จะมีส่วนผสมบำรุงก็ตาม

2. ดูส่วนผสมบำรุงในชุดสี

จากรายละเอียดชุดต่าง ๆ จะเห็นว่ามีการใส่น้ำมันและสารบำรุงเข้าไปเพื่อลดความเสียหาย เช่น

  • Color Naturals – ใส่

    • เชียบัตเตอร์

    • น้ำมันอะโวคาโด

    • น้ำมันมะกอก
      เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมและให้ผมเรียบลื่น

  • Color & Shine – ไม่มีแอมโมเนีย ผสม

    • น้ำมันอาร์แกน

    • สารสกัดแครนเบอร์รี

  • Olia – ย้อมแบบไม่มีแอมโมเนีย

    • เน้นน้ำมันดอกไม้ในฐานะตัวพาสีเข้าไปในเส้นผม

หากต้องการลดความเสียหายจากการทำสี/ฟอก ควรเลือก

  • ชุดสีที่มี น้ำมันและสารบำรุงเข้มข้น อยู่แล้วในสูตร

  • และใช้ บาล์มหรือมาสก์ที่แถมในกล่อง ตามคำแนะนำจนหมด

3. เลือกซีรีส์ให้ตรงกับเป้าหมาย

ข้อมูลแนะนำว่า ก่อนซื้อควรถามตัวเองว่าเป้าหมายคืออะไร เช่น

  • ต้องการ ปิดผมหงอกถาวร → เลือกชุดที่มีแอมโมเนียและเปอร์ออกไซด์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับปิดผมหงอก

  • ต้องการแค่ ปรับโทน/เพิ่มความเงา → เลือกชุดกึ่งถาวรอย่าง Color & Shine ที่ไม่มีแอมโมเนีย

  • ต้องการ ฟอกและเปลี่ยนจากโทนเข้มเป็นโทนสว่างมาก → ใช้ชุดที่มีผงฟอก เช่น Garnier E0 แต่ต้องยอมรับว่าเส้นผมจะเสี่ยงแห้งเสียมากกว่าชุดอื่น

การเตรียมอุปกรณ์และเช็กสภาพเส้นผมก่อนฟอก

จากคำแนะนำการใช้สีย้อม Garnier และข้อมูลเทคนิคการทำบาลายาจ สามารถสกัดขั้นตอนเตรียมตัวได้ดังนี้

1. อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรเตรียม

เนื้อหาย้ำให้เตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้า:

  • ชามที่ไม่ใช่โลหะ สำหรับผสมสี/ครีมฟอก

  • แปรงทาสี

  • ถุงมือ

  • ผ้าคลุมเสื้อผ้าเพื่อกันเปื้อน

  • หวี (ฟันถี่/ห่าง และปลายแหลม)

  • กิ๊บหรือที่หนีบผมแบ่งช่อ

  • ฟอยล์ (หากต้องการควบคุมบริเวณฟอก หรือทำเทคนิคใกล้เคียงบาลายาจ)

2. เตรียมสภาพเส้นผม

ข้อมูลเกี่ยวกับการทำสี/บาลายาจชี้ตรงกันว่า ก่อนลงมือควร

  • ไม่สระผมล่วงหน้า 2–3 วัน ก่อนฟอก/ย้อม เพื่อให้ความมันธรรมชาติช่วยปกป้องหนังศีรษะ

  • ตัดปลายแตก/ฟอกเสียมากออกก่อน เพราะ

    • เส้นผมที่แห้งเสียจะดูดสีไม่เท่ากัน

    • สีติดเร็วและหลุดง่าย ไม่สม่ำเสมอ

  • ไม่ควรทำบนผมที่ เพิ่งล้างใหม่หรือผ่านเคมีหนักติดต่อกัน (จากข้อมูลบาลายาจ มีคำเตือนว่าถ้าผมผ่านการฟอกและย้อมบ่อยจนเปราะ ควรหลีกเลี่ยงการทำที่บ้านและไปพบช่าง)

3. ตรวจสภาพหนังศีรษะและทำเทสต์แพ้

ข้อมูลสี Garnier แนะนำให้

  • ทำ Patch test โดยทายาลงบริเวณด้านในข้อศอกหรือบริเวณเล็ก ๆ แล้วสังเกต 2 วัน

  • งดใช้ถ้ามีอาการแพ้ เช่น แดง คัน บวม

กรณีมีหนังศีรษะอักเสบ รังแคหนัก หรือมีบาดแผล ไม่ควรทำสีหรือฟอกทันที ควรดูแลหนังศีรษะให้แข็งแรงก่อน (ข้อมูลจากแชมพูคีโตโคนาโซลระบุว่าผิวหนังที่มีการอักเสบจากเชื้อรา/เซ็บเดิร์มมีความระคายเคืองง่าย)

ขั้นตอนการฟอกสีผมด้วยตัวเองที่บ้าน (อิงจากวิธีใช้ Garnier E0 และแนวทางทำสี)

แม้ข้อมูลจะพูดถึง E0 ว่าเป็นทั้งตัว “ฟอก+ย้อม” แต่โครงสร้างขั้นตอนสามารถประยุกต์เป็นสเต็ปฟอกที่บ้านได้ ดังนี้

1. ผสมครีมฟอกให้ถูกต้อง

จากคำอธิบาย Garnier E0:

  1. เทผงฟอกสีจากซองทั้งสองลงในชามที่ไม่ใช่โลหะ

  2. บีบครีมสี (ครีมย้อม) ทั้งหลอดลงไป

  3. เทนมพัฒนา (ขวด Developer) ตามลงไป

  4. คนให้เป็นเนื้อเดียว ลักษณะคล้ายครีมเปรี้ยว – เนื้อข้น ไม่เหลวไหลง่าย

2. การแบ่งผมและลำดับการทา

จากเทคนิคย้อม/บาลายาจในเอกสาร

  • แบ่งศีรษะเป็น 4 ส่วนหลัก (หน้า–หลัง, ซ้าย–ขวา)

  • ใช้กิ๊บหนีบเก็บส่วนที่ยังไม่ทา

สำหรับการใช้ตัวลดสี E0 กับผมเข้ม ข้อมูลแนะนำเคล็ดลับสำคัญ:

  • อย่าเริ่มที่โคน/รากทันที หากผมทั้งเส้นถูกย้อมเข้มมาก่อน เพราะรากมักสว่างเร็วกว่าความยาว จะทำให้สีด่าง

  • ให้เริ่มทาจาก ช่วงความยาวที่เคยย้อมเข้ม ก่อน ทิ้งเวลาให้สว่างในระดับหนึ่ง

  • จากนั้นจึงค่อยทาที่โคน เมื่อช่วงกลาง/ปลายสว่างขึ้นแล้วบางส่วน เพื่อให้โทนท้ายสุดใกล้เคียงกันมากที่สุด

3. เวลาในการพัก

ข้อมูลไม่ได้ให้ตัวเลขตายตัวสำหรับทุกสูตร แต่บอกว่า

  • ให้ปฏิบัติตามเวลาใน คำแนะนำเฉพาะของแต่ละชุด

  • การฟอกแบบผสมแชมพูที่แนะนำในเคล็ดลับ (ดูหัวข้อเทคนิคพิเศษ) จะถือประมาณ ครึ่งชั่วโมง ตามคำแนะนำในกล่อง

เมื่อครบเวลาให้

  • ล้างออกด้วยน้ำจนสะอาด

  • จากนั้นใช้ บาล์มบำรุงที่ให้มาในชุด ทิ้งไว้และล้างออก

เทคนิคพิเศษให้สีสม่ำเสมอ ไม่ด่าง

ข้อมูลเกี่ยวกับ Garnier E0 และเทคนิคบาลายาจให้ทริคที่สามารถนำมาใช้กับการฟอกทั้งหัวได้โดยตรง

1. เทคนิคผสมแชมพูเพื่อลดด่าง

ในคำอธิบาย “ทริคเล็ก ๆ” ของ Garnier E0 มีการแนะนำวิธีทำให้ฟอกได้เสมอมากขึ้น:

  1. ผสมส่วนผสม E0 ทั้งชุดให้เรียบร้อย

  2. เติมแชมพูประมาณ หนึ่งในสาม ของปริมาตรส่วนผสมรวม

  3. สระผมให้เปียก ซับให้หมาด (ไม่ให้น้ำหยด)

  4. ใช้ส่วนผสมที่ผสมแชมพูนี้ ถูลงบนผมเหมือนสระผม ให้ทั่วทั้งศีรษะภายในเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2 นาที เพื่อกระจายให้ทั่วอย่างรวดเร็ว

  5. ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ (ประมาณครึ่งชั่วโมง)

วิธีนี้ช่วยให้

  • สารฟอกกระจายทั่วทั้งศีรษะในเวลาใกล้เคียงกัน ลดปัญหาช่อไหนทาช้า–ดีเลย์

  • แชมพูช่วยให้การทำงานของสารฟอก “เรียบ” ขึ้น สีไม่กระชากเป็นหย่อม ๆ

2. เคล็ดลับจัดการผมดำ/ผมเข้ม

สำหรับการลดโทนสีดำลง ข้อมูลของ E0 แนะนำว่า

  • ควรปล่อยให้โคนผมธรรมชาติ งอกออกมาสักระยะ (ราว 2 เดือน) ก่อน ไม่ควรฟอกรากที่เพิ่งย้อมดำมาใหม่ ๆ

  • ไม่ควรทา E0 ติดที่รากในรอบแรก เพราะรากจะสว่างเร็วกว่า ทำให้เกิดแถบสี“ฮอทรูต”

  • ฟอกที่ช่วงผมที่เคยย้อมดำก่อน เมื่อความยาวเริ่มสว่าง จึงค่อยตามด้วยการฟอกรากในรอบต่อไป

3. การยอมรับ “ผมแดง/เหลือง” หลังฟอก

ข้อมูลระบุชัดว่า

  • การฟอกจากผมเข้มไปสว่างในครั้งเดียว มักได้โทน เหลือง–ทอง–ส้ม (สนิม) เป็นเรื่องปกติ

  • สีย้อมในชุด E0 จะช่วยปรับโทนให้ดู “ทองอุ่น” มากกว่าเหลืองจ๋า แต่จะไม่สามารถให้บลอนด์แพลตตินั่มเย็น ๆ ได้ในทีเดียว

  • หากต้องการสีใกล้แพลตตินั่ม ต้อง

    • ฟอกหรือใช้ E0 หลายครั้ง (เว้นระยะให้ผมพัก)

    • และตามด้วยการ ปรับโทนด้วยผลิตภัณฑ์สีม่วง/เงิน ตามข้อมูลที่มี

เคล็ดลับดูแลและบำรุงหลังฟอกไม่ให้ผมแห้งเสียและขาดหลุดร่วง

หลังการฟอก เส้นผมจะสูญเสียโปรตีนและความชุ่มชื้น ข้อมูลในหลายส่วนสามารถนำมาวางเป็นแนวทางดูแลได้

1. เลือกแชมพูสำหรับผมทำสี/ผมฟอก

บทความ “ป้ายยา 5 แชมพูสำหรับผมทำสี” มีตัวอย่างแชมพูที่เหมาะกับคนทำสี–ฟอก เช่น

  • สูตรสำหรับผมฟอก/บลอนด์

    • เช่น แชมพูม่วง (ตัวอย่าง: Keumyon Biotin Purple Toning Shampoo) ที่ช่วยลดความเหลือง ปรับโทน และมีไบโอตินบำรุงรากผม

  • สูตรสำหรับผมทำสี

    • เช่น Pantene Color & Perm Care, L’Oréal Paris Elseve Color Protect ที่ช่วยล็อกสีและบำรุงให้ผมนุ่ม

  • สูตรเฉพาะสำหรับผมฟอกจาก TRESemmé ที่เน้น โปรตีนและกรดอะมิโน เพื่อให้ผมไม่ขาดง่าย

ข้อมูลสรุปหลักการเลือกแชมพูหลังฟอกได้ว่า

  • ควรใช้ แชมพูสำหรับผมทำสี หลีกเลี่ยงสูตรรุนแรงหรือแชมพูขจัดรังแคที่มีสารซักฟอกแรง

  • สำหรับผมบลอนด์หรือฟอก ควรเสริมด้วย แชมพู/บาล์มสีม่วง เพื่อลดเหลือง

2. การบำรุงเชิงลึก

ข้อมูลจากเทคนิคบาลายาจและผลิตภัณฑ์เคราตินทรีตเมนต์แนะนำว่า

  • ใช้ มาสก์ / ทรีตเมนต์ ที่มีส่วนผสมเช่น

    • Hydrolyzed keratin

    • Hydrolyzed silk

    • น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันมะกอก

    • วิตามิน B5, วิตามิน E

  • เพื่อช่วย

    • ฟื้นฟูผมเสียจากการย้อม/กัดสี

    • ลดผมขาดหลุดร่วงและแตกปลาย

    • เสริมความแข็งแรงของชั้นเคราตินที่ถูกทำลายจากความร้อนและเคมี

คำแนะนำจากส่วนบาลายาจเพิ่มเติมว่า

  • ไม่ควรทำเทคนิคฟอกหรือทำสีรุนแรงมากกว่า 4 ครั้งต่อปี

  • หลังทำควรหลีกเลี่ยง

    • การใช้เครื่องหนีบ/ม้วนผมความร้อนสูงบ่อย ๆ

    • หากจำเป็นต้องใช้ ให้ใช้ สเปรย์กันความร้อน ก่อนทุกครั้ง

3. การดูแลหนังศีรษะและป้องกันผมร่วง

จากบทความเรื่องผมร่วงและแชมพูคีโตโคนาโซล

  • การใช้เคมีแรง ๆ เช่น ฟอกสีบ่อย เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง/ผมบางได้

  • หากมีปัญหารังแคหรือเชื้อราหลังการทำเคมี

    • อาจพิจารณาใช้แชมพูคีโตโคนาโซล (เช่น Nizoral) ตามคำแนะนำแพทย์

    • แต่ควรจำกัดความถี่ ไม่ใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคืองเพิ่ม

สำหรับคนที่เริ่มมีผมร่วงมากผิดปกติหลังผ่านเคมีหนัก ข้อมูลแนะนำให้

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ (ฮอร์โมน โภชนาการ ความเครียด)

  • หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงเพิ่ม เช่น ฟอก ย้อมซ้ำ

  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรากผมและนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันที่เหมาะสม

ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง

ข้อมูลในชุดสีย้อม น้ำยาฟอก และแชมพูยาระบุความเสี่ยงที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษสำหรับคนหนังศีรษะบอบบาง

1. ความเสี่ยงจากส่วนผสมในครีมฟอกและสีถาวร

จากส่วน “องค์ประกอบของสี Garnier” มีสารที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น

  • แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ หรือโมโนเอทาโนลามีน

  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

  • เม็ดสีและสารเพิ่มความคงตัว

สารเหล่านี้

  • ทำให้ค่า pH สูงขึ้นและเปิดเกล็ดผม

  • อาจระคายเคืองหนังศีรษะ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวอยู่แล้ว

2. กฎสำคัญสำหรับผู้มีหนังศีรษะอ่อนแอ

จากคำแนะนำรวมของ Garnier และบทความเกี่ยวกับโรคหนังศีรษะ

  • ต้องทำ การทดสอบแพ้ทุกครั้ง แม้จะเคยใช้สีเดิมมาก่อน

  • ไม่ควรใช้สี/ครีมฟอกหาก

    • มีบาดแผล เปิด

    • มีโรคผิวหนังอักเสบกำเริบ

    • มีอาการคัน แดง รุนแรงอยู่ก่อนแล้ว

  • หากจำเป็นต้องทำสี ควรเลือก

    • สีแบบไม่มีแอมโมเนีย และมีส่วนผสมบำรุงมากขึ้น (เช่น Olia, Color & Shine)

    • หรือให้ช่างมืออาชีพดูแลในซาลอน โดยเน้นการทาเลี่ยงโคนหนังศีรษะ

3. ข้อจำกัดและทางเลือก

ในกรณีที่หนังศีรษะบอบบางมาก ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสีและวิธีทำแนะนำว่า

  • หากผมผ่านการทำสีหนักและดูเสียจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่ควรทำสี/ฟอกเองที่บ้านอีก เพราะมีความเสี่ยงที่ผมจะขาดหลุดร่วงอย่างมาก

  • ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าอาจเป็น

    • การปรับโทนผมด้วยผลิตภัณฑ์กึ่งถาวรที่ไม่มีแอมโมเนีย

    • การใช้แชมพูม่วงหรือบาล์มโทนสีเพื่อชดเชยความเหลืองแทนการฟอกเพิ่ม

โดยรวมแล้ว ข้อมูลที่มีชี้ชัดว่า การฟอกและทำสีผมสามารถทำที่บ้านได้ แต่ต้อง

  • เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับเป้าหมายและสภาพผม

  • เตรียมอุปกรณ์และสภาพเส้นผมอย่างเหมาะสม

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด

  • และให้ความสำคัญกับการบำรุงหลังฟอก รวมถึงการสังเกตสัญญาณผมร่วงหรือหนังศีรษะผิดปกติ

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การฟอกสีผมที่บ้านปลอดภัยขึ้น และลดโอกาสผมแห้งเสียหรือขาดหลุดร่วงได้ตามข้อมูลที่มีในเอกสาร