ทำความเข้าใจครีมฟอกสีผมและระดับความสว่าง
จากข้อมูลที่มี เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ผมสว่างขึ้นจะอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มสีผมของ Garnier โดยเฉพาะ
ชุด Garnier Color Naturals มีเฉด E0 ที่ระบุว่าเป็น “ซุปเปอร์บลอนด์ / สารลดสี” ใช้เพื่อทำให้ผมสว่างขึ้น
ชุด Garnier Color Sensation ก็มีเฉด E0 UltraBlond (สารลดสี) ทำหน้าที่ฟอกหรือทำให้ผมกระจ่างขึ้นเช่นกัน
ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ Garnier E0 ระบุชัดเจนว่าใน 1 กล่องมี
ขวดนมพัฒนา (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์)
ผงฟอกสี 2 ซอง
ครีมฟอกสี 1 หลอด
ถุงมือและคำแนะนำการใช้
จากองค์ประกอบนี้ แกนการทำงานของครีมฟอก/ตัวลดสี คือ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ทำหน้าที่ทำลายเม็ดสีผมธรรมชาติให้สว่างขึ้น
ใช้ร่วมกับสารที่มีฤทธิ์ด่าง (เช่น แอมโมเนียหรือโมโนเอทาโนลามีน) เพื่อเปิดเกล็ดผมให้เม็ดสีถูกทำลายและเม็ดสีใหม่เข้าไปแทนได้
ระดับความสว่างที่ทำได้ในผลิตภัณฑ์ตระกูลนี้สะท้อนอยู่ในชื่อเฉด เช่น
Super Lightening / Super Blond / UltraBlond / Super Brightening ใน Color Naturals และ Color Sensation
ตัวอย่างเช่น Color Naturals มีเฉดอย่าง
110 – สีบลอนด์ธรรมชาติที่สว่างมาก
111 – บลอนด์แพลตตินั่มซุปเปอร์ไบร์ทเทนนิ่ง
E0 – Super Blond (ซุปเปอร์บลอนด์)
ข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนระดับการยก (กี่สเตปจากสีเดิม) แต่ระบุชัดว่า E0 ไม่ใช่เพียงครีมฟอกสีธรรมดา แต่เป็นการผสมระหว่างผงฟอกและครีมสี ที่ให้ผลทั้ง
ฟอกให้สว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และให้โทนสีบลอนด์ธรรมชาติในขั้นตอนเดียว
สรุปจากข้อมูล: ครีมฟอก/ตัวลดสีในกลุ่ม Garnier E0 สามารถยกระดับความสว่างได้มากในระดับ “ซุปเปอร์บลอนด์ / UltraBlond” เหมาะกับการเปลี่ยนจากโทนเข้มไปสว่าง แต่ผลลัพธ์ที่ได้มักจะออกโทนอุ่น เหลือง–ทอง ไม่ใช่บลอนด์เงินเย็นในครั้งเดียว
วิธีเลือกซื้อครีมฟอกสีผมให้ปลอดภัยและถนอมผม
จากข้อมูลในชุดสีย้อม Garnier และคำอธิบายส่วนประกอบ สามารถสรุปหลักการเลือกให้ปลอดภัยและถนอมผมได้ดังนี้
1. ดูชนิดของสีและสารประกอบหลัก
ในคำอธิบายสีผม Garnier มีการแยกประเภทชัดเจน
สี ถาวร – มีส่วนผสมที่มีฤทธิ์รุนแรง เช่น
แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ หรือโมโนเอทาโนลามีน (ในชุดไม่มีแอมโมเนีย)
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
เม็ดสีถาวร
สี ไม่มีแอมโมเนีย เช่น Color & Shine และ Olia ใช้สารที่อ่อนโยนกว่า (โมโนเอทาโนลามีน) และเสริมด้วยน้ำมันจากพืช
หากต้องการถนอมผมให้มากที่สุด ข้อมูลชี้ว่า
สีแบบไม่มีแอมโมเนีย เช่น Garnier Color & Shine, Garnier Olia จะอ่อนโยนกว่า
แต่สำหรับการฟอกหรือยกระดับสีมาก ๆ เช่นจากดำไปบลอนด์ ต้องใช้สูตรที่มีผงฟอกและเปอร์ออกไซด์เหมือนใน Garnier E0 ซึ่งรุนแรงต่อเส้นผมกว่า แม้จะมีส่วนผสมบำรุงก็ตาม
2. ดูส่วนผสมบำรุงในชุดสี
จากรายละเอียดชุดต่าง ๆ จะเห็นว่ามีการใส่น้ำมันและสารบำรุงเข้าไปเพื่อลดความเสียหาย เช่น
Color Naturals – ใส่
เชียบัตเตอร์
น้ำมันอะโวคาโด
น้ำมันมะกอก
เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมและให้ผมเรียบลื่น
Color & Shine – ไม่มีแอมโมเนีย ผสม
น้ำมันอาร์แกน
สารสกัดแครนเบอร์รี
Olia – ย้อมแบบไม่มีแอมโมเนีย
เน้นน้ำมันดอกไม้ในฐานะตัวพาสีเข้าไปในเส้นผม
หากต้องการลดความเสียหายจากการทำสี/ฟอก ควรเลือก
ชุดสีที่มี น้ำมันและสารบำรุงเข้มข้น อยู่แล้วในสูตร
และใช้ บาล์มหรือมาสก์ที่แถมในกล่อง ตามคำแนะนำจนหมด
3. เลือกซีรีส์ให้ตรงกับเป้าหมาย
ข้อมูลแนะนำว่า ก่อนซื้อควรถามตัวเองว่าเป้าหมายคืออะไร เช่น
ต้องการ ปิดผมหงอกถาวร → เลือกชุดที่มีแอมโมเนียและเปอร์ออกไซด์ในระดับที่เหมาะสมสำหรับปิดผมหงอก
ต้องการแค่ ปรับโทน/เพิ่มความเงา → เลือกชุดกึ่งถาวรอย่าง Color & Shine ที่ไม่มีแอมโมเนีย
ต้องการ ฟอกและเปลี่ยนจากโทนเข้มเป็นโทนสว่างมาก → ใช้ชุดที่มีผงฟอก เช่น Garnier E0 แต่ต้องยอมรับว่าเส้นผมจะเสี่ยงแห้งเสียมากกว่าชุดอื่น

การเตรียมอุปกรณ์และเช็กสภาพเส้นผมก่อนฟอก
จากคำแนะนำการใช้สีย้อม Garnier และข้อมูลเทคนิคการทำบาลายาจ สามารถสกัดขั้นตอนเตรียมตัวได้ดังนี้
1. อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรเตรียม
เนื้อหาย้ำให้เตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้า:
ชามที่ไม่ใช่โลหะ สำหรับผสมสี/ครีมฟอก
แปรงทาสี
ถุงมือ
ผ้าคลุมเสื้อผ้าเพื่อกันเปื้อน
หวี (ฟันถี่/ห่าง และปลายแหลม)
กิ๊บหรือที่หนีบผมแบ่งช่อ
ฟอยล์ (หากต้องการควบคุมบริเวณฟอก หรือทำเทคนิคใกล้เคียงบาลายาจ)
2. เตรียมสภาพเส้นผม
ข้อมูลเกี่ยวกับการทำสี/บาลายาจชี้ตรงกันว่า ก่อนลงมือควร
ไม่สระผมล่วงหน้า 2–3 วัน ก่อนฟอก/ย้อม เพื่อให้ความมันธรรมชาติช่วยปกป้องหนังศีรษะ
ตัดปลายแตก/ฟอกเสียมากออกก่อน เพราะ
เส้นผมที่แห้งเสียจะดูดสีไม่เท่ากัน
สีติดเร็วและหลุดง่าย ไม่สม่ำเสมอ
ไม่ควรทำบนผมที่ เพิ่งล้างใหม่หรือผ่านเคมีหนักติดต่อกัน (จากข้อมูลบาลายาจ มีคำเตือนว่าถ้าผมผ่านการฟอกและย้อมบ่อยจนเปราะ ควรหลีกเลี่ยงการทำที่บ้านและไปพบช่าง)
3. ตรวจสภาพหนังศีรษะและทำเทสต์แพ้
ข้อมูลสี Garnier แนะนำให้
ทำ Patch test โดยทายาลงบริเวณด้านในข้อศอกหรือบริเวณเล็ก ๆ แล้วสังเกต 2 วัน
งดใช้ถ้ามีอาการแพ้ เช่น แดง คัน บวม
กรณีมีหนังศีรษะอักเสบ รังแคหนัก หรือมีบาดแผล ไม่ควรทำสีหรือฟอกทันที ควรดูแลหนังศีรษะให้แข็งแรงก่อน (ข้อมูลจากแชมพูคีโตโคนาโซลระบุว่าผิวหนังที่มีการอักเสบจากเชื้อรา/เซ็บเดิร์มมีความระคายเคืองง่าย)
ขั้นตอนการฟอกสีผมด้วยตัวเองที่บ้าน (อิงจากวิธีใช้ Garnier E0 และแนวทางทำสี)
แม้ข้อมูลจะพูดถึง E0 ว่าเป็นทั้งตัว “ฟอก+ย้อม” แต่โครงสร้างขั้นตอนสามารถประยุกต์เป็นสเต็ปฟอกที่บ้านได้ ดังนี้
1. ผสมครีมฟอกให้ถูกต้อง
จากคำอธิบาย Garnier E0:
เทผงฟอกสีจากซองทั้งสองลงในชามที่ไม่ใช่โลหะ
บีบครีมสี (ครีมย้อม) ทั้งหลอดลงไป
เทนมพัฒนา (ขวด Developer) ตามลงไป
คนให้เป็นเนื้อเดียว ลักษณะคล้ายครีมเปรี้ยว – เนื้อข้น ไม่เหลวไหลง่าย
2. การแบ่งผมและลำดับการทา
จากเทคนิคย้อม/บาลายาจในเอกสาร
แบ่งศีรษะเป็น 4 ส่วนหลัก (หน้า–หลัง, ซ้าย–ขวา)
ใช้กิ๊บหนีบเก็บส่วนที่ยังไม่ทา
สำหรับการใช้ตัวลดสี E0 กับผมเข้ม ข้อมูลแนะนำเคล็ดลับสำคัญ:
อย่าเริ่มที่โคน/รากทันที หากผมทั้งเส้นถูกย้อมเข้มมาก่อน เพราะรากมักสว่างเร็วกว่าความยาว จะทำให้สีด่าง
ให้เริ่มทาจาก ช่วงความยาวที่เคยย้อมเข้ม ก่อน ทิ้งเวลาให้สว่างในระดับหนึ่ง
จากนั้นจึงค่อยทาที่โคน เมื่อช่วงกลาง/ปลายสว่างขึ้นแล้วบางส่วน เพื่อให้โทนท้ายสุดใกล้เคียงกันมากที่สุด
3. เวลาในการพัก
ข้อมูลไม่ได้ให้ตัวเลขตายตัวสำหรับทุกสูตร แต่บอกว่า
ให้ปฏิบัติตามเวลาใน คำแนะนำเฉพาะของแต่ละชุด
การฟอกแบบผสมแชมพูที่แนะนำในเคล็ดลับ (ดูหัวข้อเทคนิคพิเศษ) จะถือประมาณ ครึ่งชั่วโมง ตามคำแนะนำในกล่อง
เมื่อครบเวลาให้
ล้างออกด้วยน้ำจนสะอาด
จากนั้นใช้ บาล์มบำรุงที่ให้มาในชุด ทิ้งไว้และล้างออก
เทคนิคพิเศษให้สีสม่ำเสมอ ไม่ด่าง
ข้อมูลเกี่ยวกับ Garnier E0 และเทคนิคบาลายาจให้ทริคที่สามารถนำมาใช้กับการฟอกทั้งหัวได้โดยตรง
1. เทคนิคผสมแชมพูเพื่อลดด่าง
ในคำอธิบาย “ทริคเล็ก ๆ” ของ Garnier E0 มีการแนะนำวิธีทำให้ฟอกได้เสมอมากขึ้น:
ผสมส่วนผสม E0 ทั้งชุดให้เรียบร้อย
เติมแชมพูประมาณ หนึ่งในสาม ของปริมาตรส่วนผสมรวม
สระผมให้เปียก ซับให้หมาด (ไม่ให้น้ำหยด)
ใช้ส่วนผสมที่ผสมแชมพูนี้ ถูลงบนผมเหมือนสระผม ให้ทั่วทั้งศีรษะภายในเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2 นาที เพื่อกระจายให้ทั่วอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ (ประมาณครึ่งชั่วโมง)
วิธีนี้ช่วยให้
สารฟอกกระจายทั่วทั้งศีรษะในเวลาใกล้เคียงกัน ลดปัญหาช่อไหนทาช้า–ดีเลย์
แชมพูช่วยให้การทำงานของสารฟอก “เรียบ” ขึ้น สีไม่กระชากเป็นหย่อม ๆ
2. เคล็ดลับจัดการผมดำ/ผมเข้ม
สำหรับการลดโทนสีดำลง ข้อมูลของ E0 แนะนำว่า
ควรปล่อยให้โคนผมธรรมชาติ งอกออกมาสักระยะ (ราว 2 เดือน) ก่อน ไม่ควรฟอกรากที่เพิ่งย้อมดำมาใหม่ ๆ
ไม่ควรทา E0 ติดที่รากในรอบแรก เพราะรากจะสว่างเร็วกว่า ทำให้เกิดแถบสี“ฮอทรูต”
ฟอกที่ช่วงผมที่เคยย้อมดำก่อน เมื่อความยาวเริ่มสว่าง จึงค่อยตามด้วยการฟอกรากในรอบต่อไป
3. การยอมรับ “ผมแดง/เหลือง” หลังฟอก
ข้อมูลระบุชัดว่า
การฟอกจากผมเข้มไปสว่างในครั้งเดียว มักได้โทน เหลือง–ทอง–ส้ม (สนิม) เป็นเรื่องปกติ
สีย้อมในชุด E0 จะช่วยปรับโทนให้ดู “ทองอุ่น” มากกว่าเหลืองจ๋า แต่จะไม่สามารถให้บลอนด์แพลตตินั่มเย็น ๆ ได้ในทีเดียว
หากต้องการสีใกล้แพลตตินั่ม ต้อง
ฟอกหรือใช้ E0 หลายครั้ง (เว้นระยะให้ผมพัก)
และตามด้วยการ ปรับโทนด้วยผลิตภัณฑ์สีม่วง/เงิน ตามข้อมูลที่มี

เคล็ดลับดูแลและบำรุงหลังฟอกไม่ให้ผมแห้งเสียและขาดหลุดร่วง
หลังการฟอก เส้นผมจะสูญเสียโปรตีนและความชุ่มชื้น ข้อมูลในหลายส่วนสามารถนำมาวางเป็นแนวทางดูแลได้
1. เลือกแชมพูสำหรับผมทำสี/ผมฟอก
บทความ “ป้ายยา 5 แชมพูสำหรับผมทำสี” มีตัวอย่างแชมพูที่เหมาะกับคนทำสี–ฟอก เช่น
สูตรสำหรับผมฟอก/บลอนด์
เช่น แชมพูม่วง (ตัวอย่าง: Keumyon Biotin Purple Toning Shampoo) ที่ช่วยลดความเหลือง ปรับโทน และมีไบโอตินบำรุงรากผม
สูตรสำหรับผมทำสี
เช่น Pantene Color & Perm Care, L’Oréal Paris Elseve Color Protect ที่ช่วยล็อกสีและบำรุงให้ผมนุ่ม
สูตรเฉพาะสำหรับผมฟอกจาก TRESemmé ที่เน้น โปรตีนและกรดอะมิโน เพื่อให้ผมไม่ขาดง่าย
ข้อมูลสรุปหลักการเลือกแชมพูหลังฟอกได้ว่า
ควรใช้ แชมพูสำหรับผมทำสี หลีกเลี่ยงสูตรรุนแรงหรือแชมพูขจัดรังแคที่มีสารซักฟอกแรง
สำหรับผมบลอนด์หรือฟอก ควรเสริมด้วย แชมพู/บาล์มสีม่วง เพื่อลดเหลือง
2. การบำรุงเชิงลึก
ข้อมูลจากเทคนิคบาลายาจและผลิตภัณฑ์เคราตินทรีตเมนต์แนะนำว่า
ใช้ มาสก์ / ทรีตเมนต์ ที่มีส่วนผสมเช่น
Hydrolyzed keratin
Hydrolyzed silk
น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันมะกอก
วิตามิน B5, วิตามิน E
เพื่อช่วย
ฟื้นฟูผมเสียจากการย้อม/กัดสี
ลดผมขาดหลุดร่วงและแตกปลาย
เสริมความแข็งแรงของชั้นเคราตินที่ถูกทำลายจากความร้อนและเคมี
คำแนะนำจากส่วนบาลายาจเพิ่มเติมว่า
ไม่ควรทำเทคนิคฟอกหรือทำสีรุนแรงมากกว่า 4 ครั้งต่อปี
หลังทำควรหลีกเลี่ยง
การใช้เครื่องหนีบ/ม้วนผมความร้อนสูงบ่อย ๆ
หากจำเป็นต้องใช้ ให้ใช้ สเปรย์กันความร้อน ก่อนทุกครั้ง
3. การดูแลหนังศีรษะและป้องกันผมร่วง
จากบทความเรื่องผมร่วงและแชมพูคีโตโคนาโซล
การใช้เคมีแรง ๆ เช่น ฟอกสีบ่อย เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง/ผมบางได้
หากมีปัญหารังแคหรือเชื้อราหลังการทำเคมี
อาจพิจารณาใช้แชมพูคีโตโคนาโซล (เช่น Nizoral) ตามคำแนะนำแพทย์
แต่ควรจำกัดความถี่ ไม่ใช้ทุกวัน เพราะอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคืองเพิ่ม
สำหรับคนที่เริ่มมีผมร่วงมากผิดปกติหลังผ่านเคมีหนัก ข้อมูลแนะนำให้
ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ (ฮอร์โมน โภชนาการ ความเครียด)
หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงเพิ่ม เช่น ฟอก ย้อมซ้ำ
ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรากผมและนวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันที่เหมาะสม
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง
ข้อมูลในชุดสีย้อม น้ำยาฟอก และแชมพูยาระบุความเสี่ยงที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษสำหรับคนหนังศีรษะบอบบาง
1. ความเสี่ยงจากส่วนผสมในครีมฟอกและสีถาวร
จากส่วน “องค์ประกอบของสี Garnier” มีสารที่อาจก่อการระคายเคือง เช่น
แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ หรือโมโนเอทาโนลามีน
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
เม็ดสีและสารเพิ่มความคงตัว
สารเหล่านี้
ทำให้ค่า pH สูงขึ้นและเปิดเกล็ดผม
อาจระคายเคืองหนังศีรษะ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวอยู่แล้ว
2. กฎสำคัญสำหรับผู้มีหนังศีรษะอ่อนแอ
จากคำแนะนำรวมของ Garnier และบทความเกี่ยวกับโรคหนังศีรษะ
ต้องทำ การทดสอบแพ้ทุกครั้ง แม้จะเคยใช้สีเดิมมาก่อน
ไม่ควรใช้สี/ครีมฟอกหาก
มีบาดแผล เปิด
มีโรคผิวหนังอักเสบกำเริบ
มีอาการคัน แดง รุนแรงอยู่ก่อนแล้ว
หากจำเป็นต้องทำสี ควรเลือก
สีแบบไม่มีแอมโมเนีย และมีส่วนผสมบำรุงมากขึ้น (เช่น Olia, Color & Shine)
หรือให้ช่างมืออาชีพดูแลในซาลอน โดยเน้นการทาเลี่ยงโคนหนังศีรษะ
3. ข้อจำกัดและทางเลือก
ในกรณีที่หนังศีรษะบอบบางมาก ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสีและวิธีทำแนะนำว่า
หากผมผ่านการทำสีหนักและดูเสียจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไม่ควรทำสี/ฟอกเองที่บ้านอีก เพราะมีความเสี่ยงที่ผมจะขาดหลุดร่วงอย่างมาก
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าอาจเป็น
การปรับโทนผมด้วยผลิตภัณฑ์กึ่งถาวรที่ไม่มีแอมโมเนีย
การใช้แชมพูม่วงหรือบาล์มโทนสีเพื่อชดเชยความเหลืองแทนการฟอกเพิ่ม
โดยรวมแล้ว ข้อมูลที่มีชี้ชัดว่า การฟอกและทำสีผมสามารถทำที่บ้านได้ แต่ต้อง
เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับเป้าหมายและสภาพผม
เตรียมอุปกรณ์และสภาพเส้นผมอย่างเหมาะสม
ปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด
และให้ความสำคัญกับการบำรุงหลังฟอก รวมถึงการสังเกตสัญญาณผมร่วงหรือหนังศีรษะผิดปกติ
ทั้งหมดนี้จะช่วยให้การฟอกสีผมที่บ้านปลอดภัยขึ้น และลดโอกาสผมแห้งเสียหรือขาดหลุดร่วงได้ตามข้อมูลที่มีในเอกสาร

