ทริปลาวสุดฟิน: ธรรมชาติ หรูหรา และรูปสวยทุกมุม
ถ้าคุณกำลังมองหาทริปสั้นๆ แต่ความประทับใจยาวนาน ลาวคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเส้นทาง วังเวียง–เวียงจันทน์ ที่รวมครบทั้งภูเขา แม่น้ำ วัฒนธรรม คาเฟ่ และโรงแรมหรูวิวสวยระดับโปสต์ลงโซเชียลแล้วไลก์พุ่ง
ทริปนี้คือการผสมผสานระหว่าง การผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ กับ การพักผ่อนสไตล์ลักซ์ชัวรี ในโรงแรมเครือ Amari ที่ทุกมุมคือมุมถ่ายรูป
เตรียมกล้อง เคลียร์เมมมือถือ แล้วออกเดินทางไปกับ แพลน 3 วัน 2 คืน ที่จะทำให้คุณหลงรักลาวแบบไม่รู้ตัว
Day 1: เปิดทริปที่วังเวียง เมืองในฝันกลางขุนเขา

เสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ภูเขาสูงตระหง่านสีเขียวสด และอากาศเย็นๆ ราว 20 องศา คือภาพแรกที่ได้สัมผัสเมื่อมาถึงวังเวียง เมืองเล็กๆ ที่หลายคนยกให้เป็น สวรรค์แห่งสายธรรมชาติและสายถ่ายรูป
ที่นี่ คุณจะได้เห็นวิวแม่น้ำซองไหลคดเคี้ยวท่ามกลางเทือกเขาหินปูน และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
เช็กอิน Amari Vang Vieng – วิวหลักล้านจากบนเตียง


ที่พักคืนแรกคือ Amari Vang Vieng โรงแรมหรูริมแม่น้ำซองที่ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติแบบโมเดิร์น ทุกห้องหันหน้าเข้าหาแม่น้ำและภูเขา เปิดม่านปุ๊บก็ได้วิวพาโนรามาแบบเต็มตา ขนาดยังไม่ออกไปไหนก็มีรูปลงแล้วหลายโพสต์
ห้องพักโปร่งโล่ง หน้าต่างบานใหญ่ให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามาแบบกำลังดี เหมาะมากสำหรับการถ่ายรูปมุมเตียง มุมระเบียง หรือจะถ่ายแก้วกาแฟคู่วิวภูเขาก็เก๋ไปอีกแบบ
Blue Lagoon – สีฟ้าของน้ำที่กลายเป็นสีฟ้าในฟีด

หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ต้องไปคือ Blue Lagoon สระน้ำสีฟ้ากลางหุบเขาที่ดังจนใครไปวังเวียงแล้วไม่แวะถือว่าพลาดหนักๆ
ที่นิยมสุดคือ Blue Lagoon 1 และ 3
น้ำใสสีฟ้าเหมือนคริสตัล มองเห็นพื้นด้านล่างแบบชัดมาก
อุณหภูมิเย็นกำลังดี เล่นน้ำแล้วสดชื่นสุดๆ
กิจกรรมห้ามพลาดคือ
กระโดดน้ำจากต้นไม้ใหญ่ที่ยื่นตัวเหนือสระ
นอนเอนบนเปลญวนใต้ร่มไม้ ปล่อยเวลาเดินช้าๆ
บอกเลยว่า ทั้งภาพบรรยากาศและภาพคน จะออกมาสวยจนเลือกลงไม่ถูก
ล่องแคนูแม่น้ำซอง – ชิลสุด ตื่นเต้นสุด และรูปสวยสุด

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของวังเวียงคือ การพายเรือแคนูล่องแม่น้ำซอง แม่น้ำสายชีวิตของผู้คนที่นี่
น้ำใสจนเห็นพื้นทรายและสาหร่ายใต้น้ำ ระหว่างล่องไปตามสายน้ำ คุณจะได้เห็น
เทือกเขาหินปูนสูงสองฝั่งแม่น้ำ
บอลลูนและพารามอเตอร์บนท้องฟ้า
วิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำแบบใกล้ชิด
สองฟากแม่น้ำยังมีจุดนั่งชิลที่ชาวลาวตั้งโต๊ะ เก้าอี้สนาม เพลงเพราะ และเครื่องดื่มเย็นๆ ไว้ให้คนมานั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติ ฟีลคือชิลแต่ไม่เบา เพราะทุกมุมคือโลเคชันถ่ายรูปดีๆ ทั้งนั้น



ดินเนอร์บนดาดฟ้าและการเดินเล่นตลาดมืด
ค่ำคืนในวังเวียง ต้องยกให้มื้อดินเนอร์บนชั้นบนสุดของ Amari Vang Vieng พร้อมชมพระอาทิตย์ตกหลังขุนเขาที่รู้จักกันในชื่อ ผาแดง แสงสีส้มที่ทาบไปบนภูเขาทำให้วิวช่วงนี้สวยจนต้องยกกล้องขึ้นมารัวชัตเตอร์แบบหยุดไม่ได้
หลังจากอิ่มกับอาหารและการแสดงแล้ว ก็ถึงเวลาสลับโหมดไปเดินเล่นที่ ตลาดกลางคืนหรือ “ตลาดมืด” ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมเพียงราว 280 เมตร เดินเท้าไม่กี่นาทีก็ถึง
บรรยากาศมีทั้ง
ร้านขายของฝาก เสื้อผ้า ของมือทำ
อาหารท้องถิ่นให้ลองชิม
ไฟสีส้มอุ่นๆ ที่ทำให้ภาพตอนกลางคืนออกมาสวยมาก
Amari Vang Vieng เองก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นของทริป เพราะมีห้องพักมากกว่า 160 ห้อง ทั้งแบบ Superior และ Executive One-Bedroom Suite การตกแต่งออกแนวร่วมสมัย ผสานดีไซน์แบรนด์อมารีเข้ากับงานฝีมือลาวอย่างลงตัว
หน้าต่างสูง โปร่ง และวิวภูเขาแบบเต็มเฟรม ทำให้ห้องพักกลายเป็นสตูดิโอถ่ายรูปส่วนตัว แถมยังมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและทีวีอินเตอร์แอคทีฟ 40 นิ้ว เอาใจสายทำงานไป เที่ยวไปด้วย
Day 2: เวียงจันทน์ เมืองหลวงที่ผสมความชิคกับความคลาสสิก

จากวังเวียงสู่เวียงจันทน์ ปัจจุบันเดินทางสะดวกขึ้นมาก ทั้งทางด่วนใหม่และรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาเดินทางราว 1.30 ชั่วโมง ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว
ประตูชัย – มุม 360 องศาที่ต้องมีในแกลเลอรี
แลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดคือ ประตูชัย (ปตูไซ) อนุสรณ์สถานที่ได้แรงบันดาลใจจาก Arc de Triomphe ที่ปารีส แต่ปรับให้เป็นสไตล์ลาวด้วยลวดลายประณีตงดงาม
ขึ้นไปด้านบนจะได้เห็นวิวเวียงจันทน์แบบ 360 องศา เหมาะมากสำหรับการถ่าย
ภาพวิวเมืองมุมสูง
ภาพคนกับสถาปัตยกรรม
ภาพย้อนแสงยามเย็นแบบคูลๆ
Amari Vientiane – โรงแรมใหม่กลางเมืองติดวิวโขง

ในเวียงจันทน์ เราเข้าพักที่ Amari Vientiane โรงแรมใหม่ใจกลางเมืองริมแม่น้ำโขง เดินทางสะดวกมาก เพราะห่างจากสนามบินนานาชาติวัตไตเพียงประมาณ 4.8 กิโลเมตร
จุดเด่นคือ
ทำเลติดริมแม่น้ำโขง วิวโล่ง หายใจได้เต็มปอด
ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเมือง
สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้โรงแรมเป็นทั้งที่พักและที่แฮงเอาต์ในตัว
Rooftop Bar Stellar – เมื่อแขกทุกคนคือ “ดาว” ของค่ำคืน


ไฮไลต์อีกแห่งใน Amari Vientiane คือ Stellar Rooftop Bar บนชั้นดาดฟ้า จุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยและโรแมนติกมาก โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่คือเปรียบแขกทุกคนเป็น “ดาว” ที่ได้รับการดูแลแบบวีไอพี
บรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกคือที่สุดของคำว่าฟิน แสงโทนอุ่นสะท้อนผิวน้ำและตึกระฟ้าเบาๆ ใครชอบภาพโทนส้ม ทอง ชมพู บอกเลยว่า ได้รูปสวยกลับบ้านแน่นอน
เช้าเวียงจันทน์: ทำบุญ ชมเมือง แล้วกลับมาพักผ่อนแบบหรูหรา


เช้าในเวียงจันทน์ เราเริ่มวันด้วยการ ทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว ตามประเพณีลาว แล้วกลับไปเก็บภาพมุมสวยๆ ที่ประตูชัยอีกครั้ง ก่อนกลับมาพักกายที่โรงแรม
Amari Vientiane เป็นโรงแรมระดับ Upper Upscale ที่ผสม
การตกแต่งหรูทันสมัย
การบริการอบอุ่นแบบไทย
เสน่ห์วัฒนธรรมลาว
ห้องพักมีทั้งหมด 248 ห้อง ตั้งแต่ Deluxe, Junior Suite, Executive Suite ไปจนถึง Presidential Suite สิ่งอำนวยความสะดวกจัดเต็ม ทั้ง
พื้นที่รับประทานอาหารส่วนตัวแบบ Executive Private Dining พร้อมวิวแม่น้ำโขง
สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และสระเด็ก
ฟิตเนส และ Breeze Spa ให้ผ่อนคลายแบบเต็มขั้น
สำหรับสายงานอีเวนต์หรือจัดประชุม ที่นี่มี Grand Ballroom รองรับได้ถึง 540 คน และห้องประชุมหลากหลายขนาด เหมาะทั้งงานสัมมนา งานจัดเลี้ยง หรืออีเวนต์พิเศษต่างๆ เรียกได้ว่า ทั้งถ่ายรูปก็ปัง จัดงานก็ได้ภาพสวย
Day 3: ละมุนไปกับวัฒนธรรมคาเฟ่ในเวียงจันทน์

ก่อนกลับ เราแวะจิบกาแฟและถ่ายรูปเล่นที่หนึ่งในคาเฟ่บรรยากาศดีของเวียงจันทน์ KHOON Coffee ກາເຟຄູນ ซึ่งเป็นตัวแทนของ วัฒนธรรมคาเฟ่ในลาวที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ทั่วเมืองหลวงมีคาเฟ่ดีไซน์เก๋เกิดขึ้นมากมาย ทั้งสายมินิมอล สายวินเทจ หรือสายธรรมชาติ รับรองว่าสายคาเฟ่ฮอปปิงไม่มีผิดหวัง


KHOON Coffee โดดเด่นด้วยการ คั่วเมล็ดกาแฟเอง กลิ่นหอมฟุ้งตั้งแต่ก้าวเข้าไปในร้าน ด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ให้ฟีลอบอุ่น ผ่อนคลาย รายล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้รอบเรือนไม้เก่า บรรยากาศแบบนี้ถ่ายมุมไหนก็ได้รูปสวย
หลังจากอิ่มกับอาหารเช้าและกาแฟแก้วโปรด ก็ถึงเวลาบอกลาลาวด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ทั้งเสียงหัวเราะ ภาษาลาวน่ารักๆ และ ภาพถ่ายสวยๆ พร้อมที่พักที่เพอร์เฟ็กต์ทุกมุม
สรุปทริปในคำเดียว: “สะบายดี” ทั้งกาย ใจ และรูปในเครื่อง!

