ZestBuy

Microsoft ชี้ AI โตทั่วโลก แต่ช่องว่างประเทศรวย-จนหนักขึ้น

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T05-13

Microsoft เปิดเผยรายงาน Global AI Diffusion Report ประจำปี 2026 โดยระบุว่าการใช้งาน Generative AI ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ในอีกด้าน ช่องว่างระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนากลับขยายตัวมากขึ้นกว่าเดิม

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรวัยทำงานทั่วโลกประมาณ 17.8% ที่ใช้งาน Generative AI แล้ว เพิ่มขึ้นจากช่วงปลายปี 2025 ที่อยู่ราว 16.3%

อย่างไรก็ตาม ประเทศพัฒนาแล้วยังมีอัตราการใช้งาน AI สูงกว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอย่างชัดเจน โดยในไตรมาสแรกของปี 2026 กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีผู้ใช้งาน AI ราว 27.5% ของประชากรวัยทำงาน ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนามีเพียง 15.4% เท่านั้น

Microsoft ระบุว่าช่องว่างดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.5 จุดเมื่อเทียบกับครึ่งหลังของปี 2025 สะท้อนว่า AI กำลังเติบโตแบบ “ไม่เท่ากัน” ในแต่ละภูมิภาคของโลก

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องเทคโนโลยี

Microsoft AI Economy Institute มองว่าสาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัว AI เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานของแต่ละประเทศด้วย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายประเทศตามไม่ทัน ได้แก่

  • การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

  • ระบบไฟฟ้า

  • ทักษะดิจิทัล

  • ความพร้อมด้านภาษา

โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ยังเจอข้อจำกัดจากคุณภาพ AI model ที่ historically ถูกพัฒนาบนข้อมูลภาษาอังกฤษเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม Microsoft ระบุว่า AI ที่รองรับภาษาเอเชียและภาษาท้องถิ่นดีขึ้น กำลังช่วยให้บางประเทศเริ่มตามทันเร็วขึ้น โดยเฉพาะในเอเชีย

UAE กลายเป็นประเทศใช้งาน AI สูงสุดในโลก

หนึ่งในข้อมูลที่หลายคนแปลกใจคือ สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นประเทศอันดับหนึ่งด้านการใช้งาน AI

รายงานระบุว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้งาน AI สูงที่สุดในโลกที่ 70.1% ตามมาด้วยสิงคโปร์ นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

ส่วนสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบ้านของบริษัท AI รายใหญ่อย่าง OpenAI, Anthropic และ Google Gemini กลับอยู่อันดับ 21 ด้วยอัตราใช้งานประมาณ 31.3%

ขณะที่จีนอยู่ที่ประมาณ 16.4% แม้จะเป็นหนึ่งในประเทศที่แข่งขันด้าน AI หนักที่สุดในโลกก็ตาม

Microsoft มอง AI อาจสร้างงานเพิ่ม ไม่ใช่แค่แย่งงาน

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากในรายงานคือผลกระทบต่อแรงงาน

แม้หลายฝ่ายกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่ Microsoft มองว่าเครื่องมือ AI บางประเภท โดยเฉพาะ AI coding tools อาจทำให้ความต้องการนักพัฒนาเพิ่มขึ้นแทน

เหตุผลคือเมื่อ AI ช่วยให้เขียนซอฟต์แวร์ได้เร็วขึ้น ต้นทุนการพัฒนาก็ลดลง ทำให้บริษัทสามารถสร้างโปรเจกต์ใหม่ได้มากขึ้น

Microsoft ยังระบุว่าอาชีพ software developer ในสหรัฐฯ ช่วงปี 2025–2026 ยังเติบโตต่อเนื่อง และจำนวนแรงงานยังเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลงทันทีอย่างที่หลายคนกังวล

แต่บริษัทก็ยอมรับว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบทั้งหมดของ AI ต่อแรงงานในระยะยาว

โลกกำลังเข้าสู่ยุค “AI Gap”

ภาพรวมของรายงานปี 2026 สะท้อนชัดว่า AI กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำระดับโลก

ประเทศที่มีอินเทอร์เน็ตเร็ว ระบบการศึกษาดี และโครงสร้างพื้นฐานพร้อม จะสามารถเข้าถึง AI ได้เร็วกว่า และอาจพัฒนาเศรษฐกิจได้ไวกว่าเดิมอีก

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งยังต้องเผชิญปัญหาพื้นฐานตั้งแต่ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงทักษะดิจิทัล

นั่นทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่า “AI divide” อาจกลายเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของโลกยุค 2026 ไม่ต่างจาก digital divide ในอดีต

ที่มา japantoday

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น