อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม: ศึกค้าปลีกและแบรนด์ในยุคคนรักเพ็ท
อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมคือผลิตภัณฑ์อาหารและของดูแลสัตว์เลี้ยงที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ คุณภาพวัตถุดิบ ประสบการณ์การซื้อ และภาพลักษณ์แบรนด์ เพื่อรองรับเทรนด์สัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวและพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ยอมจ่ายเพื่อคุณค่าทางอารมณ์และสุขภาพของเพ็ทมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว.
ในสนามนี้ SWC และคานิว่าเลือกเดินเกมรุกต่างรูปแบบแต่เป้าหมายเดียวกัน คือแย่งส่วนแบ่งตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตต่อเนื่องจากกระแส Pet Humanization และกลุ่มคนโสดมีรายได้หรือคู่รักไม่มีลูกที่หันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนคู่ชีวิต. ด้วยการร่วมมือค้าปลีกขนาดใหญ่และเพิ่มงบการตลาดครั้งใหญ่ ทั้งสองแบรนด์กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ใครยึดหัวใจเจ้าของเพ็ทได้ก่อน คนนั้นครองตลาด”. ดังนั้นข่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการประกาศศึกเชิงกลยุทธ์ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่กำลังเดือดที่สุดช่วงนี้.
SWC และ The Goody: ใช้ค้าปลีกพรีเมียมเป็นทางลัดสู่เป้ารายได้
SWC เลือกใช้ความร่วมมือกับกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นทางลัดเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ The Goody ร่วมกับบริษัทในเครือค้าปลีกอาหาร ภายใต้กลยุทธ์ Omni-channel ที่เน้นทั้งหน้าร้านและออนไลน์. สิ่งที่น่าสนใจคือการวางเป้าหมายรายได้จากธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่ระดับ 100 ล้านบาทภายในปีเดียว ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าการจับมือกับเครือข่ายค้าปลีกที่มีฐานลูกค้ากว้างจะเร่งการทดลองซื้อของผู้บริโภคได้ทันที.
ในมุมโครงสร้างสินค้า SWC ให้สัดส่วนกับอาหารสัตว์ถึงประมาณ 90% ขณะที่ผลิตภัณฑ์แชมพูดูแลความสะอาดมีสัดส่วนประมาณ 10% และโฟกัสหนักไปที่อาหารเม็ดสำหรับแมว พร้อมแผนพัฒนาอาหารฟังก์ชันและอาหารเปียกเพื่อตอบโจทย์เจ้าของเพ็ทที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น. การวางตำแหน่งแบรนด์ในเซ็กเมนต์พรีเมียมและอัลตราพรีเมียมในช่วงที่ตลาดกลุ่มนี้เติบโตระดับเลขสองหลัก จึงเป็นการ “ขี่คลื่น” แทนที่จะว่ายทวนกระแส.

ขยายตลาดค้าปลีก: TOPS, PET'N ME และจุดขายหลายพันแห่ง
หัวใจของการขยายตลาดค้าปลีกในศึกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมรอบนี้คือ “จุดขายอยู่ใกล้มือแค่ไหน”. SWC ใช้เครือข่าย TOPS และ PET'N ME กว่า 155 สาขาเป็นฐาน และเตรียมขยายเป็น 200 สาขา เพื่อให้ The Goody เข้าไปอยู่ในเส้นทางการจับจ่ายประจำวันของเจ้าของสัตว์เลี้ยง. นี่คือการวางตัวให้เป็น “ตัวเลือกอัตโนมัติ” ในชั้นวาง มากกว่ารอให้ผู้บริโภคเสิร์ชหาเอง.
ในอีกด้าน คานิว่าขยายช่องทางจัดจำหน่ายจาก 6,000 จุดเป็น 6,200 จุด ครอบคลุมร้านค้า รีเทล ออนไลน์ โรงพยาบาลสัตว์ และคลินิก. ท่าทีนี้สะท้อนแนวคิด “อยู่ทุกที่ที่ผู้เลี้ยงเพ็ทไปถึง” ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหารพร้อมของใช้ประจำบ้าน หรือการตัดสินใจเปลี่ยนอาหารหลังปรึกษาสัตวแพทย์. เมื่อทั้งสองแบรนด์รุกหนักด้านจุดขาย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้บริโภคมีตัวเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมใกล้ตัวมากขึ้น แต่การแข่งขันเพื่อช่วงชิงพื้นที่บนชั้นวางก็ทวีความเข้มข้นตามไปด้วย.
คานิว่าและ BUS: เมื่อพรีเซ็นเตอร์กลายเป็นประตูสู่ Gen Z–Alpha
ต่างจาก SWC ที่เน้นโครงสร้างค้าปลีก คานิว่าเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงอารมณ์และวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่เป็นอาวุธหลัก โดยเพิ่มงบการตลาดปีนี้มากถึง 250% จากปีก่อน และแต่งตั้งวง BUS เป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อเจาะกลุ่ม Gen Z อย่างจริงจัง. เป้าหมายคือผลักดันรายได้ให้เติบโต 30% ในปี 2568 จากทั้งตลาดในและต่างประเทศ พร้อมปลูกฝังการรับรู้แบรนด์ในกลุ่ม Gen Alpha ผ่านฐานแฟนคลับ Beus.
แคมเปญ “การที่ได้เจอใครที่เหมือนเราคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต” ไม่ได้ขายแค่อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม แต่ขายเรื่องราวของการจับคู่คาแรกเตอร์สมาชิก BUS กับสัตว์เลี้ยง 12 สายพันธุ์ เพื่อสะท้อนว่า “ความแตกต่างก็ลงตัวได้”. การใช้สื่อ Out of Home มากกว่า 100 จุดทั้งบนระบบขนส่งมวลชนและบิลบอร์ด รวมถึงอีเวนต์ Kaniva Petstival และ Box Set ร่วมกับวง BUS ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในโลกคอนเทนต์ของ Gen Z–Alpha อย่างแนบเนียน มากกว่าจะเป็นแค่สินค้าในโฆษณา.

บทสรุป: ศึกอนาคตของตลาดสัตว์เลี้ยงอยู่ในมือคนรุ่นใหม่
เมื่อมูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตจาก 18,000 ล้านบาทเป็น 36,000 ล้านบาทภายในไม่กี่ปี และยังมีแนวโน้มแตะ 41,000–46,000 ล้านบาทในอนาคต เกมต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ใครทำสินค้าดีที่สุด แต่คือใครเข้าใจความรู้สึกของเจ้าของสัตว์เลี้ยงมากที่สุด. SWC เลือกทางลัดผ่านเครือข่ายค้าปลีกและการจัดวางแบรนด์ในเซ็กเมนต์พรีเมียม ส่วนคานิว่าทุ่มสร้างความผูกพันกับคนรุ่นใหม่ผ่าน Music Marketing และพรีเซ็นเตอร์.
มุมมองหนึ่งคือ ทั้งสองแบรนด์กำลังวางรากฐานยาวสำหรับตลาดสัตว์เลี้ยงพรีเมียมในอนาคต: SWC ปักธงในโครงสร้างการจัดจำหน่าย ขณะที่คานิว่าปักธงในความทรงจำของ Gen Z–Alpha. หากกลยุทธ์เหล่านี้สำเร็จ ผู้เลี้ยงเพ็ทจะได้ประโยชน์จากตัวเลือกสินค้าที่หลากหลายขึ้นและเข้าถึงง่ายขึ้น แต่สำหรับผู้เล่นรายอื่น นี่คือสัญญาณเตือนว่าการยืนอยู่กับที่อาจหมายถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังในศึกอาหารสัตว์เลี้ยงยุคใหม่.







