ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Marshall จากระบบเสียงสู่จักรวาลมิวสิกที่มีกรุงเทพเป็นหัวใจ

Marshall จากระบบเสียงสู่จักรวาลมิวสิกที่มีกรุงเทพเป็นหัวใจ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Marshall ยุคใหม่คืออะไร และทำไมกรุงเทพจึงกลายเป็นเวทีหลัก

Marshall ยุคใหม่คือการเปลี่ยนจากแบรนด์เครื่องเสียงที่เน้นขายฮาร์ดแวร์ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศวัฒนธรรมดนตรีที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้ฟัง สินค้า และพื้นที่แสดงสดเข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด experiential marketing ดนตรี และ livehouse บันเทิง ที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรักเสียงเพลง ไม่ใช่แค่โลโก้บนลำโพงอีกต่อไป

หัวใจของการพลิกเกมครั้งนี้คือการเลือกกรุงเทพเป็นที่ตั้ง Marshall Livehouse แห่งแรกของโลก ใจกลางย่านเจริญกรุง เพื่อเป็น concert venue กรุงเทพ ที่ไม่ได้มีแค่เวทีคอนเสิร์ต แต่เป็นฐานปฏิบัติการของ music ecosystem ไทย ทั้งการคัดเลือกศิลปิน การสร้างคอมมูนิตี้ และการทดลองรูปแบบประสบการณ์ใหม่ของ Marshall ระบบเสียง ที่ต้องการหลุดพ้นภาพจำแบรนด์แอมป์ร็อกยุคเก่าไปสู่บทบาทผู้นำวัฒนธรรมดนตรีสดในเอเชีย

Marshall จากระบบเสียงสู่จักรวาลมิวสิกที่มีกรุงเทพเป็นหัวใจ

จากแบรนด์เครื่องเสียงสู่ music ecosystem ไทย ที่จับต้องได้

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา Marshall แสดงให้เห็นชัดว่าไม่ยอมติดกับดักการเป็นแค่ผู้ผลิตลำโพงหรือแอมป์อีกต่อไป แบรนด์หันมาสร้าง music ecosystem ไทย ของตัวเอง เชื่อมคน ดนตรี และแบรนด์ผ่านแคมเปญและกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการผลักดันศิลปินรุ่นใหม่อย่าง The Echo of Thai Sound ไปจนถึงงาน Live From Marshall Livehouse ที่จัดขึ้นเพื่อย้ำบทบาทผู้นำวงการดนตรีสด ไม่ใช่แค่เวทีขายของ

จุดเปลี่ยนอีกด้านคือการรีเฟรชภาพ Marshall ระบบเสียง ให้ดูเด็กและเข้าถึงง่ายขึ้นภายใต้สโลแกน Made of Loud พร้อมแคมเปญระดับโลก Keep Live Music Alive ที่ผูกตัวตนแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรม live music โดยตรง Marshall ขยายพอร์ตสินค้าทั้งแนวและราคา ตั้งแต่ลำโพงที่มีช่วงราคา 4,000–20,000 บาท ไปจนถึงหูฟังที่เริ่มต้น 4,000 บาท และสูงสุด 12,000 บาท เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมออกเฉดสีและดีไซน์ที่วางตำแหน่งเป็นแฟชั่นแอ็กเซสซอรี ไม่ใช่แค่แกดเจ็ตเสียง

Marshall จากระบบเสียงสู่จักรวาลมิวสิกที่มีกรุงเทพเป็นหัวใจ

Marshall Livehouse: livehouse บันเทิง ที่เป็นทั้งเวทีและห้องทดลองวัฒนธรรม

การเปิด Marshall Livehouse ในกรุงเทพไม่ใช่แค่การเพิ่ม concert venue กรุงเทพ อีกหนึ่งแห่ง แต่คือการสร้างห้องทดลองวัฒนธรรมดนตรีสดเต็มรูปแบบ แบรนด์เลือกลงทุนที่นี่เพราะเห็นศักยภาพเมืองคอนเสิร์ตที่กำลังเติบโต อุตสาหกรรมดนตรีสดและคอนเสิร์ตกำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค และ Marshall มองว่าการอยู่กลางสนามจริงคือทางลัดสู่การเป็นพลังวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนจากระยะไกล

Marshall Livehouse เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2025 และหลังจากเดือนสิงหาคม 2568 เวทีแห่งนี้รองรับศิลปินขึ้นเล่นคอนเสิร์ตไปแล้วกว่า 200 วง แสดงให้เห็นว่ามันทำหน้าที่เป็น livehouse บันเทิง ที่มีชีวิต ไม่ใช่โปรเจกต์สวยหรูบนกระดาษ พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมศิลปิน ผู้ฟัง และทีมงานเบื้องหลัง ตั้งแต่การให้ความรู้ด้าน music marketing production networking ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับค่ายเพลงระดับโลก ผ่าน Marshall Records ที่อังกฤษ เพื่อเปิดทางสู่เวทีสากลให้ศิลปินท้องถิ่น

Marshall จากระบบเสียงสู่จักรวาลมิวสิกที่มีกรุงเทพเป็นหัวใจ

กลยุทธ์ experiential marketing ดนตรี และสินค้าลifestyle อย่าง Bromley 150

สิ่งที่ทำให้ Marshall แตกต่างจากแบรนด์เครื่องเสียงอื่นคือการเลือกเล่นเกมประสบการณ์แทนเกมสเปก แบรนด์ประกาศชัดว่าจะเปลี่ยนวิธีสื่อสารจากการเล่าฟีเจอร์เทคโนโลยี มาเป็นการให้ผู้บริโภคสัมผัสสินค้าผ่านประสบการณ์จริงในบริบทดนตรีสด โดยมีลำโพงปาร์ตี้ Bromley 150 เป็นจุดเริ่มต้นของนิยามใหม่ในการปาร์ตี้ในบ้านและนอกบ้าน โควตหนึ่งที่น่าสนใจคือ “เราต้องการเปลี่ยนรูปแบบการเปิดตัวสินค้าจากการพูดถึงคุณสมบัติเทคโนโลยี มาเป็นการให้ผู้บริโภคได้สัมผัสผ่านประสบการณ์จริง โดยมีลำโพงปาร์ตี้ Bromley 150 เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างนิยามใหม่ของการปาร์ตี้”

ในปี 2027 Marshall วางกลยุทธ์ชัดเจนว่าจะใช้ experiential marketing ดนตรี เชื่อมสามแกนหลักคือแบรนด์ ดนตรีและวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ โดยมีแคมเปญ Keep Live Music Alive เป็นหัวหอกสำคัญ แผนสินค้าจะโฟกัสสามกลุ่มคือ หูฟัง home audio และ soundbar สำหรับความบันเทิงในบ้าน และ portable กับ party speakers เพื่อเสริมความแข็งแรงในตลาดลำโพงพกพาและปาร์ตี้ Bromley 150 จึงไม่ใช่แค่สินค้าใหม่ แต่เป็นก้าวแรกของการทำให้ประสบการณ์ดนตรีของ Marshall แทรกซึมเข้าไปในทุกช่วงเวลาชีวิตผู้ใช้

กรุงเทพเมืองคอนเสิร์ตกับโอกาสใหม่ของแบรนด์พรีเมียม

การที่ Marshall เลือกกรุงเทพเป็นหมุดหมายแรกของ Marshall Livehouse คือการยอมรับว่าที่นี่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางมิวสิกไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในเอเชีย การขยายตัวของอุตสาหกรรมดนตรีสดและคอนเสิร์ตทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยศิลปินระดับโลกที่ต้องแวะเวียนมาเล่น รวมถึงศิลปินท้องถิ่นที่พร้อมเติบโตไปไกลกว่าเวทีบ้านเกิด นี่คือสนามที่เหมาะที่สุดสำหรับแบรนด์พรีเมียมอย่าง Marshall ในการวางตำแหน่งตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่โลโก้บนเวที

ในระดับภูมิภาค Marshall ครองอันดับหนึ่งทั้งด้านยอดขายและแบรนดิ้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ยอดขายในประเทศติดท็อป 3 เป็นรองเพียงจีนและอินเดีย แสดงว่าฐานแฟนคลับที่นี่ไม่ใช่แค่ใหญ่แต่ยังเหนียวแน่น ผู้บริโภคเปิดรับสิ่งใหม่และพร้อมสนับสนุนศิลปินหน้าใหม่ ต่างจากบางตลาดในเอเชียที่ค่อนข้างปิด เมื่อประกอบกับเครือข่ายจัดจำหน่ายที่แข็งแรงและแผนโฟกัสหมวด party category ในปี 2570 สิ่งที่เกิดขึ้นคือความสัมพันธ์แบบพึ่งพากันระหว่างเมืองคอนเสิร์ตและแบรนด์พรีเมียม ที่ต่างผลักกันให้เติบโตไปพร้อมกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!