ไมซ์ประเทศไทยไม่ใช่แค่การจัดงาน แต่คือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่
ไมซ์ประเทศไทยคือการใช้การประชุมนานาชาติ การประชุมเชิงวิชาการ นิทรรศการ และท่องเที่ยวธุรกิจเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงผู้คน อุตสาหกรรม และการลงทุน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจในวงกว้าง ตั้งแต่โรงแรม การเดินทาง การบริการ ไปจนถึงภาคการผลิตและนวัตกรรม ผ่านการดึงงานระดับโลกมาจัดในประเทศ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของจุดหมายปลายทางด้านงานประชุมและอีเวนต์คุณภาพสูง ประเด็นสำคัญในวันนี้คือ การที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและไมซ์เลือกใช้เวทีพลังงานและเทคโนโลยีระดับโลกเป็นสนามพิสูจน์ศักยภาพ ซึ่งสะท้อนมุมมองใหม่ว่าเศรษฐกิจไมซ์ไม่ใช่ตัวประกอบของการท่องเที่ยว แต่เป็นกลไกหลักในการดึงนักธุรกิจ ผู้นำ และนักลงทุนคุณภาพเข้ามาหมุนเศรษฐกิจ ขยายผลเกินกว่าจำนวนคนและคืนพักแรมแบบที่เคยคิดกันแบบง่ายๆ
จาก Gastech สู่ Healing is the New Luxury การจับมือพลังงานกับท่องเที่ยวธุรกิจ
การประชุมนานาชาติด้านพลังงาน Gastech Exhibition and Conference 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยกระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมเปิดเวทีและแสดงศักยภาพ งานนี้รวบรวมบริษัทพลังงานกว่า 1,000 แห่ง ผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คนจาก 150 ประเทศทั่วโลก และรัฐมนตรีเกือบ 30 ประเทศ นี่คือจำนวนที่มากพอจะเปลี่ยนงานประชุมให้เป็นตัวเร่งเศรษฐกิจไมซ์ทันที สิ่งที่น่าคิดคือ ททท.ไม่ได้ไปแค่ตั้งบูธโฆษณา แต่เลือกต่อยอดแนวคิด Healing is the New Luxury ผ่านธีม Power of Journey และ Feel All The Feelings เพื่อสื่อว่าการเดินทางของมืออาชีพด้านพลังงานไม่ควรมีแค่ห้องประชุม แต่ควรเชื่อมโยงกายใจและความรู้สึก ผ่านวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ วิถีชีวิต และกิจกรรมด้าน Wellness ที่ช่วยเติมพลังและสร้างสมดุลให้ชีวิต นี่คือการจับคู่ที่ฉลาด ระหว่างภาคพลังงานที่เต็มไปด้วยความเครียด ความผันผวน ราคาน้ำมัน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด กับประสบการณ์ท่องเที่ยวธุรกิจที่เน้นการเยียวยา ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงนักเดินทางทั่วไป แต่คือผู้นำและนักลงทุนระดับโลก หากสามารถทำให้เขารู้สึกว่าการมาประชุมในประเทศนี้คือการพักฟื้นและต่อยอดโอกาสไปพร้อมกัน เรากำลังสร้างภาพจำใหม่ให้เศรษฐกิจไมซ์อย่างมีทิศทาง

ทีเส็บกับการพลิกบทบาทสู่ Economic Connectivity และเศรษฐกิจไมซ์
ในมุมของทีเส็บ การดึงงาน Gastech 2026 เข้ามาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวางหมุดงานไมซ์ระดับโลกต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ เทคโนโลยี และหุ่นยนต์ มุมมองที่ชัดเจนคือไม่อยากให้มองหน่วยงานนี้เป็นแค่ Tourism Booster แล้ว เพราะวิธีคิดแบบเดิมคือเอาจำนวนคนคูณค่าใช้จ่าย ซึ่งลดทอนความซับซ้อนของเศรษฐกิจไมซ์ให้เหลือเพียงตัวเลขการใช้จ่ายระยะสั้น คำกล่าวที่สะท้อนทิศทางใหม่คือ "เราอยากแสดงให้เห็นว่าเราเป็นหน่วยงานที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมให้มีการยกระดับและสร้างการเติบโตได้ โดยอยากให้นิยามบทบาทใหม่ของทีเส็บเป็น Economic Connectivity หรือตัวเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ" การตั้งเป้าให้เปลี่ยนตัวชี้วัดจากรายได้ต่อหัวมาเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่ประเมินว่าจะถึง 330,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 สะท้อนชัดว่าเศรษฐกิจไมซ์ถูกมองเป็นตัวคูณทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงรายได้จากการท่องเที่ยว เมื่อทีเส็บชี้ให้เห็นว่างบประมาณทุก 1 บาทสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกลับคืน 225 บาท สังคมควรถามต่อว่าเรากำลังลงทุนพอหรือยังในอุตสาหกรรมที่ ดึงทั้งนักเดินทางไมซ์ 25 ล้านคนและสร้างรายได้ไมซ์ประมาณ 200,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 เพราะเม็ดเงินเหล่านี้ไม่ได้หยุดแค่โรงแรม ร้านอาหาร หรือรถรับส่ง แต่ลามไปถึงการผลิต การลงทุน และการปรับตัวสู่ Smart Manufacturing ที่ผูกกับงานประชุมด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

เวที IT&CMA และงานไมซ์อื่น การสร้างภาพลักษณ์ศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ
อีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจไมซ์คือการใช้เวทีอย่าง IT&CMA Asia ซึ่งมีกำหนดจัดทุกปี ณ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยในปี 2569 ระหว่างวันที่ 22–24 กันยายน งานนี้ถูกวางให้เป็นแพลตฟอร์มที่เมืองและจุดหมายปลายทางจากทั่วโลกนำเสนอศักยภาพด้านไมซ์ของตัวเอง การที่งานลักษณะนี้เลือกปักหมุดจัดต่อเนื่องในเมืองเดียวบอกหลายอย่าง ว่าเรามีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมด้านบริการ และความน่าเชื่อถือในฐานะเจ้าภาพ เมื่อมองคู่กับงาน Global Wellness Summit 2026 ที่จะจัดในภูเก็ตระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน และงาน IBTM Asia Pacific 2027 ซึ่งจะมาจัดครั้งแรกในภูมิภาคนี้ที่ไบเทค ระหว่างวันที่ 9–10 มิถุนายน 2570 จะเห็นภาพชัดว่าเศรษฐกิจไมซ์กำลังถูกวางให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพ เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้จัดงานจากทั่วโลก การคว้าสิทธิ์จัด IEEE ICRA 2030 งานประชุมวิชาการด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก ระหว่างวันที่ 13–17 มิถุนายน 2573 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน ยิ่งตอกย้ำว่าไมซ์ประเทศไทยไม่ได้มองแค่การท่องเที่ยวธุรกิจในวันนี้ แต่กำลังลงทุนในเครือข่ายองค์ความรู้และเทคโนโลยีของวันพรุ่งนี้ ซึ่งส่งผลกลับไปยังโรงงานและผู้ประกอบการผ่านการผลักดันสู่ Smart Manufacturing

ข้อสรุป เศรษฐกิจไมซ์คือเครื่องยนต์ใหม่ที่ห้ามมองข้าม
ภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่การวางแนวคิด Healing is the New Luxury ในงาน Gastech ไปจนถึงการดึงงาน IT&CMA Asia Global Wellness Summit IBTM Asia Pacific และ IEEE ICRA เข้ามา ไม่ใช่เหตุการณ์กระจัดกระจาย แต่เป็นยุทธศาสตร์เดียวกัน คือการใช้การประชุมนานาชาติและท่องเที่ยวธุรกิจสร้างเศรษฐกิจไมซ์ให้เป็นตัวคูณของเศรษฐกิจภาพใหญ่ เรากำลังเห็นการเปลี่ยนบทบาทจาก Tourism Booster ไปสู่ Economic Connectivity ที่ทำงานเชื่อมโรงแรม สนามบิน ระบบขนส่ง ผู้ให้บริการงานอีเวนต์ ภาคการผลิต และนักลงทุนเข้าหากัน เศรษฐกิจไมซ์จึงไม่ควรถูกตีกรอบเป็นรายได้จากการประชุม แต่ต้องถูกมองเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมและการลงทุนนานาชาติ หากภาครัฐและเอกชนเดินหน้าในทิศทางนี้ต่อเนื่อง ใช้ทุกเวทีระดับโลกเป็นทั้งสนามทดสอบและทดลองแนวคิดใหม่ ไมซ์ประเทศไทยจะไม่ใช่เพียงจุดหมายที่ "พร้อมจัดงาน" แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางที่ผู้ร่วมประชุมรู้สึกว่าทุกการเดินทางคือการลงทุน ทั้งในธุรกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของตนเอง นั่นคือจุดแข็งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก






