เศรษฐกิจอาเซียนในทศวรรษใหม่ ไม่ใช่ทุกประเทศจะชนะพร้อมกัน
เศรษฐกิจอาเซียนในบริบทการเปลี่ยนแปลงโลกปัจจุบัน หมายถึงกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อมกันด้วยการค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แต่กำลังเผชิญเส้นทางการเติบโตที่แตกต่างมากขึ้นจากปัจจัยด้านสถาบัน ความมั่นคงทางพลังงาน และความพร้อมด้านเทคโนโลยี ทำให้แต่ละประเทศมีศักยภาพในการรับมือแรงกระแทกจากภายนอกไม่เท่ากัน
รายงานร่วมขององค์กรที่ศึกษาเศรษฐกิจภูมิภาคประเมินว่า เศรษฐกิจขนาดใหญ่หกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.8 ในช่วงทศวรรษหน้า ตัวเลขนี้ฟังดูดีบนกระดาษ แต่สาระสำคัญคือเส้นกราฟของแต่ละชาติไม่ได้ขนานกัน บางประเทศจะไต่ระดับขึ้นสู่บทบาทศูนย์กลางใหม่ ขณะที่บางประเทศอาจติดเพดานการเติบโตเพราะข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน
คำถามเชิงนโยบายจริงๆ จึงไม่ใช่ว่าเศรษฐกิจอาเซียนโตได้เท่าไรในภาพรวม แต่คือใครจะเป็นผู้ชนะในเกมใหม่ของภูมิภาค และใครจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในทศวรรษหน้าของการพัฒนาทศวรรษหน้า
การเติบโตเวียดนามฉายแสง ขณะที่บางชาติเริ่มเจอเพดาน
เมื่อมองลึกลงไปในโครงสร้างการเติบโตเวียดนามจะเห็นว่าประเทศนี้กำลังใช้จังหวะโลกที่ผันผวนเป็นทางลัดขึ้นสู่บทบาทศูนย์กลาง เวียดนามถูกประเมินให้เป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มหกเศรษฐกิจหลักของภูมิภาค สะท้อนทั้งความพร้อมด้านแรงงาน อุตสาหกรรม และการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ในทางกลับกัน บางประเทศเริ่มติดเพดานจากข้อจำกัดด้านแรงงานและแรงส่งเชิงสถาบันที่อ่อนแรงลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแบบจำลองการเติบโตเดิมใช้ต่อไปอีกสิบปีไม่ได้
จากอีกด้านหนึ่งในเวทีเจรจาธุรกิจภายในงานประชุมเศรษฐกิจภาคตะวันออก ณ นครวลาดิวอสต็อก ระบุชัดว่าเวียดนามกำลังยืนแถวหน้าบนเวทีรัสเซีย–อาเซียน โดยมีมูลค่าการค้าทวิภาคีกับรัสเซียคิดเป็นถึงหนึ่งในสี่ของการค้ารวมระหว่างรัสเซียกับอาเซียนทั้งหมด นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือหลักฐานว่าการเติบโตเวียดนามผูกกับโครงข่ายการค้าใหม่อย่างแน่นแฟ้น
บทเรียนเชิงนโยบายคือ ประเทศที่ยอมปรับโครงสร้าง เงื่อนไขการลงทุน และธรรมาภิบาลให้สอดคล้องกับยุคใหม่ จะได้ส่วนแบ่งการเติบโตสูงกว่าเพื่อนบ้าน ส่วนประเทศที่ยังใช้เครื่องมือเก่าในโลกใหม่ ย่อมเสี่ยงกลายเป็นฝ่ายรับมากกว่าฝ่ายรุกในเศรษฐกิจอาเซียน

ระเบียงการค้าใหม่รัสเซีย–อาเซียน จุดเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ
ควบคู่กับการแยกขั้วของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระเบียงการค้าใหม่ระหว่างรัสเซียกับอาเซียนกำลังถูกปักหมุดเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภูมิภาค เวทีเจรจาธุรกิจรัสเซีย–อาเซียนในงานประชุมเศรษฐกิจภาคตะวันออก ณ นครวลาดิวอสต็อก แสดงภาพชัดว่าภูมิภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงตลาดปลายทาง แต่กลายเป็นวงจรเชื่อมรัสเซีย ยูเรเซีย และอาเซียนเข้าด้วยกัน
เวียดนามรับบทฮับกระจายสินค้าและโลจิสติกส์หลัก เส้นทางเดินเรือแบบวนลูปที่เชื่อมท่าเรือสำคัญในภูมิภาคเข้าสู่รัสเซียตะวันออกไกล ทำให้ระยะทางที่เคยเป็นอุปสรรคกลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ เส้นทางดังกล่าวรองรับสินค้าอาหารทะเล ผลิตผลการเกษตร และผลไม้จากภูมิภาคให้ไปถึงใจกลางรัสเซียได้รวดเร็วขึ้น
ที่สำคัญ แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือรัสเซีย–อาเซียนฉบับใหม่กำลังถูกวางกรอบไปจนถึงปี 2035 พร้อมเป้าหมายมูลค่าการค้าที่สูงกว่าปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ และมุ่งสู่การสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะร่วมกัน นี่คือการขยับตัวเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลทั้งต่อการค้าไทย-รัสเซียและต่อสมดุลเศรษฐกิจโลก

โอกาสและความเสี่ยงของภูมิภาคในทศวรรษหน้า
ภาพรวมหากมองแบบผิวเผินอาจเห็นเพียงตัวเลขการเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.8 ของหกเศรษฐกิจหลักในอาเซียน แต่ในความเป็นจริงเส้นทางข้างหน้าซับซ้อนกว่านั้นมาก ภูมิภาคที่พึ่งพาการค้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างชัดเจนย่อมไวต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกเป็นพิเศษ เมื่อบวกกับการแตกขั้วของระบบการชำระเงินระหว่างประเทศและการเมืองการคว่ำบาตร ความเสี่ยงต่อการสะดุดของการค้าและการลงทุนก็เพิ่มตาม
อย่างไรก็ตาม การเปิดระเบียงการค้ารัสเซีย–อาเซียนและการเร่งสร้างโครงข่ายโลจิสติกส์ของภาคเอกชนจากรัสเซีย แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคนี้ยังเป็นเส้นเลือดที่นักลงทุนมองหาโอกาส ระเบียงนี้ยังช่วยเปิดประตูใหม่ให้การค้าไทย-รัสเซียและสินค้าเกษตรจากภูมิภาคสามารถเชื่อมเข้าสู่ตลาดยูเรเซียได้ลึกขึ้นในระยะยาว
บทสรุปคือ การพัฒนาทศวรรษหน้าในเศรษฐกิจอาเซียนจะไม่ใช่เกมของการเกาะกระแส แต่คือเกมของการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง ยกระดับแรงงาน และเชื่อมโครงข่ายการค้ารูปแบบใหม่อย่างมีเป้าหมาย ประเทศที่กล้าปรับโครงสร้างและใช้โอกาสจากระเบียงการค้าใหม่อย่างมียุทธศาสตร์ จะเป็นผู้ชนะตัวจริงในภูมิภาคที่กำลังแตกขั้วนี้







