Monster Lizzie Borden คืออะไร และทำไมรักกับคนใช้จึงสำคัญกว่าควานหาความจริง
Monster Lizzie Borden คือฤดูกาลที่สี่ของซีรีส์อาชญากรรม Netflix แบบกวีนิพนธ์ที่หยิบคดีฆาตกรรมขวานในปี 1892 ของครอบครัวบอร์เดนมาดัดแปลงใหม่ เน้นเล่าแรงจูงใจทางอารมณ์ของ Lizzie Borden ลูกสาวคนเล็กที่ถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาฆ่าพ่อและแม่เลี้ยง ก่อนถูกตัดสินให้พ้นผิดและกลายเป็นตำนานในโลก true crime ในเวอร์ชันนี้ผู้สร้างผูกเรื่องรักต้องห้ามกับคนใช้ Bridget Sullivan เข้าไปเป็นหัวใจของเรื่อง มากกว่าการตามหารายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์หรือกระบวนพยานหลักฐานของคดีจริง หัวใจของบทความนี้คือการชี้ให้เห็นว่า Monster เลือกยืนอยู่ฝั่งดราม่ามากกว่าความแม่นยำทางประวัติศาสตร์อย่างตั้งใจ ซีรีส์เปิดฉากด้วยการยืนยันว่า Lizzie เป็นฆาตกรแน่นอน แล้วใช้ความสัมพันธ์ทางเพศกับ Bridget เป็นเครื่องมืออธิบาย “มรดกแห่งความเดือดดาลของผู้หญิง” ตามแนวคิดของโชว์รันเนอร์ มากกว่าจะยอมรับความคลุมเครือของคดีที่ในโลกความจริงยังไม่มีคำตอบว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่ยกขวานลงมือ

จากคดีขวานปี 1892 สู่ดราม่าประวัติศาสตร์สไตล์ Ryan Murphy
จุดตั้งต้นของ Monster ฤดูกาลนี้คือคดีจริงที่ Lizzie Borden ถูกกล่าวหาว่าใช้ขวานฆ่าพ่อ Andrew และแม่เลี้ยง Abby ที่บ้านในเมืองฟอลล์ริเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ก่อนถูกนำขึ้นศาลและตัดสินให้พ้นผิดเพราะหลักฐานทางกายภาพไม่แน่นหนาพอ แต่ซีรีส์อาชญากรรม Netflix เรื่องนี้กลับไม่เล่นกับความไม่แน่นอนเหล่านั้นเลย มันเปิดเรื่องด้วยภาพการลงมือฆ่าแบบโต้งๆ แล้วหันไปถามคำถามว่า “ทำไมเธอถึงทำ” แทนที่จะถามว่า “ใครกันแน่ที่ทำ” ผู้ชมจึงไม่ได้รับพื้นที่ให้ตีความเหมือนอ่านแฟ้มคดี แต่ถูกชี้นำให้เชื่อว่าความรุนแรงคือบทสรุปของโศกนาฏกรรมครอบครัวชนชั้นกลางวิกตอเรียน เป็นดราม่าประวัติศาสตร์ที่ผสมภาษาหนังสยองขวัญกับการวิจารณ์เพศสภาพแบบสมัยใหม่ เปลี่ยนเหตุการณ์ที่เคยทำให้ทั้งประเทศช็อกในปลายศตวรรษที่ 19 ให้กลายเป็นเวทีแสดง “ความเดือดดาลของผู้หญิง” ที่ถูกกดทับมาตลอด

Bridget Sullivan ตัวจริง vs คนรักในซีรีส์ เมื่อประวัติศาสตร์ถูกแปลงเป็นโรมานซ์
ในโลกความจริง Bridget Sullivan คือคนใช้ชาวไอริชที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกับครอบครัวบอร์เดน และเป็นคนอีกคนหนึ่งที่รู้แน่ชัดว่าตนเองอยู่ในบ้านในช่วงเวลาเกิดเหตุร่วมกับ Lizzie เท่านั้น เธอมีตัวตนในเอกสารคดีและคำให้การในชั้นศาล แต่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดสนับสนุนว่าเธอเป็นคู่รักหรือผู้สมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมของ Lizzie เลย ตรงกันข้าม Monster เลือกสร้าง Bridget ขึ้นมาใหม่เป็นทั้งคนรักและผู้ช่วยในการฆ่า ตั้งแต่ร่วมกันวางแผนวางยาพ่อแม่ไปจนถึงการยกขวานลงมือและช่วยกันกำจัดร่องรอย นักวิจารณ์คนหนึ่งชี้ว่าโชว์รันเนอร์ Ian Brennan เขียนทั้งแปดตอนโดย “ประดิษฐ์แทบทุกอย่างที่เหลือขึ้นมา” เพื่อขับเน้นธีมเรื่องความโกรธของผู้หญิง การทำให้ Bridget กลายเป็นคู่รักจึงเป็นการใส่เลนส์ร่วมสมัยในแบบที่หลายคนตั้งคำถามว่าเกินกว่าขอบเขตของดราม่าประวัติศาสตร์หรือไม่
เมื่อซีรีส์อาชญากรรม Netflix เลือกดราม่าเหนือข้อเท็จจริง เราควรดูอย่างไร
Monster: The Lizzie Borden Story เป็นตัวอย่างชัดว่าซีรีส์อาชญากรรม Netflix ยุคนี้พึ่งพาการตีความใหม่ทางดราม่ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคดีจริงยังเต็มไปด้วยช่องว่างของข้อมูล ในคดีนี้ ความจริงคือเรา “ไม่รู้” ว่าอะไรเกิดขึ้น หรือว่าลงมือไปเพื่ออะไร เพราะคำให้การของ Lizzie เปลี่ยนไปหลายครั้งและสุดท้ายไม่มีใครถูกตัดสินว่ามีความผิดเลย แต่ซีรีส์ไม่สนใจความไม่แน่นอนนั้น กลับยัดเยียดคำตอบสำเร็จรูปที่อธิบายทุกอย่างด้วยการกดขี่ผู้หญิงและความสัมพันธ์ของ Lizzie กับ Bridget การดูจึงควรมอง Monster เป็นดราม่าประวัติศาสตร์ที่ใช้คดีจริงเป็นวัสดุ ไม่ใช่สารคดี true crime ที่พยายามค้นหาความจริง ถ้ารับชมด้วยกรอบคิดนี้ ผู้ชมจะสนุกกับการแยกแยะว่าอะไรคือ “เรื่องเล่า” ที่ทีมผู้สร้างแต่งเติม และอะไรคือเศษเสี้ยวของคดีขวานโหดที่ยังคงหลอกหลอนในโลกความจริงมาจนถึงวันนี้






