รับแอปรับแอป

สรุปหนังไทยใหม่ปีนี้ ดูเรื่องไหนดีให้คุ้มอารมณ์ครบทุกแนว?

ธีรภัทร แก้วประเสริฐ01-31

เปิดลิสต์ฟิล์มไทยใหม่ ดูเพลินตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี

วงการฟิล์มไทยช่วงนี้จัดว่าเดือดและหลากหลายสุด ๆ ทั้งแอ็กชันบู๊ระห่ำ ดราม่าจิกใจ ไปจนถึงคอมเมดี้เบาสมองที่เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งโรง ทำให้คนดูเลือกอินได้ตามอารมณ์ในแต่ละวันแบบไม่ซ้ำแนว

หลายเรื่องไม่ได้มีดีแค่ความสนุก แต่ยังใส่ใจทั้งบท ตัวละคร ไปจนถึงงานภาพและเสียง ทำให้การดูฟิล์มไทยกลายเป็นประสบการณ์ที่ครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่ลุ้นจนตัวเกร็ง น้ำตาซึม ไปจนถึงยิ้มออกจากโรง

แอ็กชันเดือด ดุ มันส์ ดูแล้วอะดรีนาลีนพุ่ง

ฟิล์มไทยสายบู๊ปีนี้มาแรงด้วยฉากต่อสู้สมจริงและเนื้อเรื่องเข้มข้น ใครชอบความมันส์แบบไม่ยั้ง ต้องลองตามดู

อย่าง “4 Kings 2” ภาคต่อที่ยังพาเราย้อนกลับไปยุค 90 กับโลกของเด็กอาชีวะ มิตรภาพ ความขัดแย้ง และความดิบของชีวิตวัยรุ่นถูกเล่าผ่านฉากบู๊ที่ออกแบบมาอย่างจริงจัง ดูแล้วทั้งลุ้นทั้งอินกับตัวละคร

อีกเรื่องอย่าง “แมนสรวง” ก็จับเอาแอ็กชันมาผสมกับดราม่าชีวิต ตัวละครมีมิติ ทำให้คนดูได้ทั้งความมันส์และความรู้สึกแบบจัดเต็มในเรื่องเดียว

จุดเด่นของสายแอ็กชันปีนี้ เช่น

  • ฉากต่อสู้สมจริง ผสมศิลปะป้องกันตัวเข้ากับฉากบู๊ที่ดูแล้วรู้สึกถึงแรงปะทะ

  • เนื้อเรื่องเข้มข้น เล่าเรื่องมิตรภาพ ความจงรักภักดี และแรงกดดันในชีวิตได้มีน้ำหนัก

  • นักแสดงทุ่มสุดตัว ทั้งด้านการแสดงและงานสตั๊นท์ ทำให้ทุกฉากดูกลมกลืน

  • เทคนิคถ่ายทำทันสมัย มุมกล้องและการตัดต่อช่วยเติมความตื่นเต้นให้หนังไหลลื่น

ดราม่าจับใจ เล่าเรื่องชีวิตจนคนดูอินไม่ไหว

สายดราม่าปีนี้ก็ไม่ธรรมดา หลายเรื่องหยิบเอาความสัมพันธ์ใกล้ตัวมาเล่าได้อย่างเข้าถึงอารมณ์

อย่าง “เพื่อน(ไม่)สนิท”, “อนงค์”, และ “สัปเหร่อ” ต่างก็สะท้อนภาพชีวิต ความรัก มิตรภาพ และความท้าทายที่ทุกคนอาจเคยเจอในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

นักแสดงในเรื่องเหล่านี้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตา สีหน้า และท่าทางจนคนดูเผลออินไปกับความรู้สึกของตัวละครแบบไม่รู้ตัว

จุดที่ทำให้ดราม่าเหล่านี้โดดเด่น คือ

  • เนื้อเรื่องเข้าถึงใจ เล่าเรื่องครอบครัว เพื่อน และความสัมพันธ์ได้อย่างสมจริง

  • นักแสดงคุณภาพ ส่งอารมณ์ได้ลึก ทำให้หนังมีพลังและน่าเชื่อถือ

  • เพลงประกอบช่วยดึงอารมณ์ ดนตรีถูกใช้เป็นเครื่องมือเร่งทั้งความซึ้ง ความหน่วง และความหม่น

  • งานภาพละเอียดอ่อน การเลือกโทนสี แสง และองค์ประกอบภาพช่วยสร้างบรรยากาศชัดเจน

ใน “อนงค์” เราจะได้เห็นดราม่าครอบครัวและความรักที่ค่อย ๆ บีบหัวใจ ส่วน “สัปเหร่อ” ใช้บรรยากาศลึกลับและความสัมพันธ์ของตัวละครเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่อง ทำให้คนดูอยากตามไปจนจบ

หนังตลกและแนวผสม ดูแล้วดีต่อใจทั้งแก๊งเพื่อนและครอบครัว

ใครอยากพักอารมณ์จากความซีเรียส สายคอมเมดี้และหนังแนวผสมก็ยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยม

อย่าง “หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด” และ “หลานม่า” ต่างก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งความฮา ความอบอุ่น และเสน่ห์ของตัวละครที่ดูแล้วไม่รู้สึกซ้ำใคร

หนังกลุ่มนี้มักเลือกผสมคอมเมดี้เข้ากับดราม่าหรือโรแมนติก ทำให้เรื่องไม่ได้มีแค่เสียงหัวเราะ แต่ยังมีโมเมนต์กินใจแทรกอยู่ด้วย

จุดเด่นของสายสนุกเบาสมอง ได้แก่

  • ผสมหลายแนวอย่างลงตัว ทั้งตลก ชีวิต และโรแมนติกในเรื่องเดียว

  • ตัวละครมีสีสัน เนื้อเรื่องอ่านง่าย ดูเพลิน มีหลายคาแรกเตอร์ให้คนดูหลงรัก

  • เทคนิคถ่ายทำหลากหลาย การใช้แสง สี เสียงประกอบ และมุมกล้องช่วยให้หนังดูสนุกขึ้น

  • เหมาะกับทุกวัย ดูพร้อมกันได้ทั้งครอบครัวหรือดูกับแก๊งเพื่อนก็ยิ่งสนุก

นักแสดงและเคมีตัวละคร คือหัวใจของฟิล์มไทย

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ฟิล์มไทยน่าติดตามคือ การแสดงและเคมีระหว่างตัวละคร ซึ่งทำให้เรื่องราวมีชีวิตจริง ไม่รู้สึกเหมือนดูแค่การแสดงบนจอ

  • นักแสดงฝีมือจัดเต็ม หลายคนฝึกฝนทั้งด้านการแสดงและฉากต่อสู้จนออกมาน่าเชื่อ

  • เคมีตัวละครเข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รัก ต่างช่วยเพิ่มแรงส่งให้เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น

  • ใช้สายตาและท่าทางเล่าเรื่อง ไม่จำเป็นต้องมีบทพูดยาว ๆ แต่การมองหรือท่าทีเล็ก ๆ ก็สร้างความรู้สึกได้

  • เปิดทางให้หน้าใหม่ ดาวรุ่งหลายคนถูกดันขึ้นมา เพิ่มความสดใหม่ให้วงการฟิล์มไทย

เคมีที่ลงตัวเหล่านี้ทำให้คนดูเชื่อว่าความสัมพันธ์ในจอมีอยู่จริง และพร้อมอินไปกับทุกการตัดสินใจของตัวละคร

งานภาพ เสียง และเทคนิค ที่ยกระดับมาตรฐานฟิล์มไทย

หลายเรื่องในปีนี้ให้ความสำคัญกับ ภาพ แสง สี เสียง และเทคนิคหลังบ้าน จนเห็นได้ชัดว่ามาตรฐานฟิล์มไทยยกระดับขึ้น

“4 Kings 2” ใช้มุมกล้อง การเคลื่อนกล้อง และจังหวะตัดต่อเพื่อดันความมันส์ให้สุด ขณะที่ “สัปเหร่อ” เน้นบรรยากาศลี้ลับผ่านเสียงและแสง จนทำให้คนดูรู้สึกขนลุกตั้งแต่ต้นเรื่อง

องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • การจัดภาพและแสง ทั้งโทนสี องค์ประกอบเฟรม และการใช้เงาช่วยสร้างมิติของอารมณ์

  • เสียงประกอบและดนตรี สร้างทั้งความลุ้น ความเศร้า และความสุขได้อย่างตรงจังหวะ

  • CGI และงานสตั๊นท์ ช่วยให้หลายฉากดูสมจริงและแข่งขันกับหนังต่างประเทศได้มากขึ้น

  • การตัดต่อคุมจังหวะ ทำให้เล่าเรื่องลื่น ไม่น่าเบื่อ และตามเนื้อเรื่องได้สบาย

เลือกดูฟิล์มไทยยังไงให้ทั้งสนุกและคุ้มเวลา

การจะเลือกดูฟิล์มไทยให้โดนใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวหนังอย่างเดียว แต่รวมถึงการวางแผนการดูเล็กน้อยด้วย

การตามอ่านรีวิว ดูตัวอย่างหนัง และลองเช็กโทนเรื่องคร่าว ๆ จะช่วยให้คุณเลือกเรื่องที่ตรงกับสไตล์ตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะในปีที่ตัวเลือกเยอะขนาดนี้

ตัวอย่างฟิล์มที่น่าจับตา ได้แก่

  • 4 Kings 2 ภาคต่อของหนังวัยรุ่นสุดมันส์ ที่ผสมฉากบู๊กับเรื่องราวมิตรภาพในยุค 90 การกลับมาครั้งนี้ยังคงความดิบ มันส์ และเข้มข้นเหมือนเคย

  • เพื่อน(ไม่)สนิท ดราม่าความสัมพันธ์เพื่อนที่มีทั้งความซับซ้อนและความรู้สึกที่บอกไม่ได้ การแสดงของนักแสดงนำเรียกคำชมได้ไม่น้อย

  • อนงค์ หนังสยองขวัญที่แทรกมุกตลกและความหลอนเข้าด้วยกัน เล่าเรื่องวิญญาณสาวที่กลับมาแก้แค้นในแบบที่ไม่ซ้ำฟอร์มเดิม

  • หลานม่า ดราม่าครอบครัวอบอุ่นปนขม สะท้อนความรักและการเสียสละของผู้สูงอายุ ผ่านเรื่องราวหลานที่ต้องดูแลคุณยายในช่วงบั้นปลายชีวิต

  • หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด ภาคใหม่ของหนังตลกสายฮา ที่เอาคาแรกเตอร์เดิมสุดคุ้นตากลับมาพร้อมเหตุการณ์ชุลมุนแบบคาดไม่ถึง

ทริกง่าย ๆ คือ เลือกเรื่องที่ตรงกับอารมณ์วันนั้น ถ้าอยากปลดล็อกความเครียดให้เลือกสายตลก ถ้าอยากได้แรงบันดาลใจหรืออินกับชีวิตก็จัดดราม่า หรือถ้าอยากปลุกพลังในตัวเองก็ไปทางแอ็กชันบู๊มันส์ ๆ

สรุป: ปีนี้คือช่วงเวลาทองของฟิล์มไทย

ปีนี้ฟิล์มไทยเรียกได้ว่าครอบคลุมแทบทุกแนว ไม่ว่าคุณจะชอบความมันส์แบบ “4 Kings 2”, ความจิกใจสไตล์ “เพื่อน(ไม่)สนิท”, โทนลึกลับของ “สัปเหร่อ”, เสน่ห์ของ “แมนสรวง”, ดราม่าหนักหน่วงใน “อนงค์”, ความอบอุ่นจาก “หลานม่า” หรือความฮาจาก “หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด” ก็มีให้เลือกครบ

การเปิดใจให้ฟิล์มไทยมากขึ้น ไม่ได้แค่ทำให้คุณได้ความบันเทิงหลากรส แต่ยังได้เห็นพัฒนาการและศักยภาพของคนทำหนังไทยที่กำลังเติบโตอย่างจริงจังอีกด้วย

ปีนี้ถ้ามีเวลาว่าง ลองให้โอกาสฟิล์มไทยสักเรื่องในลิสต์ของคุณ แล้วคุณอาจค้นพบเรื่องโปรดเรื่องใหม่แบบคาดไม่ถึงก็ได้