AI กำลังเปลี่ยนงาน… และนี่คือโอกาสของแรงงานไทย

ในยุคที่งานหลายอย่างเริ่มมี AI เข้ามาช่วย คนทำงานจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า “แล้วอนาคตของเราอยู่ตรงไหน?”
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (DDF) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) บริษัท ไทรแองเกิ้ลซอฟท์ จำกัด (TGS) ร่วมกับไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จึงจับมือเปิดโครงการ “AI เพื่อแรงงานไทย สู่โอกาสใหม่ในการทำงาน” เพื่อพาแรงงานไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
คอนเซ็ปต์ใหญ่ของโครงการคือ “Equipping at-risk workers with essential AI skills to improve employability and economic resilience” หรือการช่วยให้แรงงานกลุ่มเสี่ยงได้มีทักษะ AI ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ และเสริมความมั่นคงในชีวิตระยะยาว



โฟกัสใหญ่: ใช้ Microsoft Copilot ให้ทำงานฉลาดขึ้น ไม่ใช่หนักขึ้น
หัวใจของโครงการนี้ คือการปั้นทักษะ AI ให้แรงงานไทยใช้ได้จริงในชีวิตการทำงานประจำวัน โดยเน้นการใช้ Microsoft Copilot เป็นเครื่องมือหลักในการช่วยทำงาน ไม่ว่าจะเป็น
การจัดการข้อมูลและเอกสาร
การเขียนและตอบอีเมล หรือการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ
การสร้างคอนเทนต์และเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาให้ คนทั่วไปใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งเทคโนโลยี หรือมีพื้นฐานด้านไอทีมาก่อน
นอกจากสอนให้ใช้เป็นแล้ว โครงการยังเน้นเรื่องการใช้งาน AI อย่างมี ความรับผิดชอบ จริยธรรม และเหมาะสมกับบริบทการทำงานจริง เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ปัญหาใหม่ในอนาคต

เสียงจากผู้นำ: AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาเติมศักยภาพคนทำงาน
ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล สะท้อนภาพรวมว่า โครงการนี้เกิดจากการร่วมมือของหลายภาคส่วน เพื่อรับมือกับความท้าทายของแรงงานไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงจำเป็นต้อง Reskill และ Upskill อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในตลาดงานยุคใหม่
มุมมองสำคัญคือ AI ไม่ควรถูกมองเป็นภัยคุกคาม แต่มองเป็นเครื่องมือเพิ่มพลังให้คนทำงาน หากเรียนรู้และใช้อย่างถูกต้อง AI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต

เป้าหมาย 50,000 คนทั่วประเทศ ภายใน 180 วัน
ดร. นรัตถ์ สาระมาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย อธิบายภาพรวมของการดำเนินโครงการว่า มีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาทักษะแรงงาน ไม่น้อยกว่า 50,000 คนทั่วประเทศ
การอบรมใช้หลักสูตร Copilot for Workforce ควบคู่กับรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น
Online Training ผ่านระบบออนไลน์
e-Learning บนแพลตฟอร์ม Microsoft Teams
แบ่งผู้เข้าอบรมออกเป็นหลายรุ่น (Cohorts) เพื่อรองรับจำนวนมากอย่างมีคุณภาพ
ทุกคนที่เข้าร่วมจะมีการประเมิน ก่อนเรียนและหลังเรียน (Pre-test / Post-test) เพื่อวัดผลลัพธ์การเรียนรู้ ภายในกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการทั้งหมด 180 วัน


เสวนาเข้มข้น: เมื่อภาครัฐ–เอกชนคุยกันเรื่อง “ทางรอดแรงงานไทยยุค AI”
นางสาวยุวดี แซ่โก่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรแองเกิ้ลซอฟท์ จำกัด เล่าว่า ในงานเปิดตัวโครงการยังมีเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “AI เพื่อแรงงานไทย : ทางรอดในยุคที่ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยคนทำงาน”
บนเวทีมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและแรงงาน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการเตรียมแรงงานไทยให้พร้อมรับยุค AI อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นมิติทักษะ เทคโนโลยี หรือโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวม
นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Views from Singapore : AI Skills Development for the Workforce” ซึ่งสะท้อนมุมมองจากต่างประเทศเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะ AI ให้แรงงาน พร้อมตัวอย่างและแนวคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบริบทไทยได้

Copilot กับการเพิ่มผลิตภาพและโอกาสในการทำงาน
อีกหนึ่งหัวข้อที่ถูกหยิบมาพูดอย่างจริงจังคือ “Copilot for Productivity and Employability Strengthening” ซึ่งโฟกัสไปที่บทบาทของ AI ในการช่วยเพิ่มทั้ง
ผลิตภาพการทำงาน (Productivity) ของคนทำงานในแต่ละวัน
ศักยภาพในการจ้างงาน (Employability) หรือความน่าสนใจของแรงงานในสายตานายจ้าง
AI ไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในเชิงทฤษฎี แต่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงของแรงงานไทยในภาคส่วนต่าง ๆ ว่า Copilot จะช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น เนียนขึ้น และแม่นยำขึ้นได้อย่างไร



ก้าวสำคัญสู่ Thailand 5.0: แรงงานไทยต้องมี AI ติดตัว
ตอนนี้ AI ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็น ทักษะพื้นฐานสำหรับแรงงานยุคใหม่ ไปแล้ว โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงหลักสูตรอบรมทั่วไป แต่คือหมุดหมายสำคัญของประเทศในการยกระดับกำลังคนให้พร้อมสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล
ความร่วมมือนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวใหญ่ในการผลักดันแรงงานไทยให้สอดคล้องกับทิศทาง Thailand 5.0 ที่เน้นเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความรู้ และเทคโนโลยี
ผลลัพธ์ที่ตามมา ไม่ได้มีแค่การอัปสกิลรายบุคคล แต่ยังช่วย
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ลดช่องว่างระหว่างแรงงานที่พร้อมกับแรงงานที่เสี่ยงหลุดจากระบบ
เปลี่ยนความกลัว AI ให้กลายเป็นพลังในการทำงานยุคใหม่
ถ้าอนาคตการทำงานหนี AI ไม่ได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่แรงงานไทยทำได้ คือเรียนรู้ที่จะทำงานเคียงข้างมัน ตั้งแต่วันนี้

