รับแอปรับแอป

มือถือแพงขึ้น คนยังแห่ซื้อ! เจาะลึกศึกสมาร์ทโฟนไทย 2025 เมื่อ Apple – Samsung ยังยืนหนึ่ง

ธนบดี สุขสวัสดิ์01-30

สมาร์ทโฟนฮาร์ดแวร์เริ่มตัน แต่ตลาดยังไปต่อได้

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้ามองกันตรง ๆ จะเห็นว่าสมาร์ตโฟนแทบไม่มีอะไรพลิกเกมด้านฮาร์ดแวร์มากนัก เทคโนโลยีเดินทางใกล้ถึงเพดาน ทำให้หลายแบรนด์ต้องหันมาเล่นเกม ซอฟต์แวร์ กันหนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง AI ที่ถูกดันเป็นพระเอกของการสื่อสารการตลาดแบบรัว ๆ

อีกด้านหนึ่งก็มีการสร้างรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ อย่างสมาร์ตโฟนพับได้ แม้ตลาดนี้ยังไม่ใหญ่ แต่ก็เป็นสีสันที่ช่วยให้คนยังรู้สึกว่ามีอะไรใหม่ให้ลอง

แม้ฮาร์ดแวร์จะไม่หวือหวา แต่เมื่อแบรนด์เร่งเล่าเรื่องซอฟต์แวร์ ผสานกับปัจจัยบวกอย่าง นโยบายภาครัฐ และ บริการทางการเงินที่หลากหลาย ก็กลายเป็นแรงผลักให้ตลาดสมาร์ตโฟนในไทยยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

ภายในตลาดนี้ ยังมีดราม่าอย่างข่าวการฝังแอปกู้เงินจากโรงงานในบางแบรนด์ช่วงต้นปี แต่เมื่อฟังมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ก็จะเห็นว่าข่าวร้ายไม่ได้ทำให้ตลาดสะดุดเท่าที่หลายคนกังวล

Thailand Mobile Expo 2025: ยอดขายพุ่งเพราะมือถือแพงขึ้น

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงาน Thailand Mobile Expo มองภาพรวมตลาดมือถือปี 2025 ว่ายังมีโอกาสโตได้อีก หลังจากนิ่งมาสักพักใหญ่

สำหรับงานครั้งแรกของปี 2025 ที่จัดระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับงานรอบก่อน ๆ

ที่ผ่านมา เงินสะพัดในงานจะหมุนอยู่แถว ๆ 1,500 ล้านบาท แทบไม่ขยับ และยอดหลักมาจากสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปเป็นตัวลาก แต่รอบนี้คาดว่าจะดันขึ้นไปได้ถึงราว 1,600–1,700 ล้านบาท

จุดเปลี่ยนอยู่ที่อะไร? ไม่ใช่คนแห่ซื้อรุ่นแพงขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ

  • ราคาเฉลี่ยสมาร์ตโฟนปรับขึ้นราว 10%

  • การผ่อนชำระที่ยาวขึ้น ทำให้ตัดสินใจง่าย

  • จัดงานชนช่วง ตรุษจีน คนพร้อมจับจ่าย

  • อยู่ในมาตรการ Easy E-Reciept ช่วยจูงใจคนซื้อเพิ่ม

สรุปง่าย ๆ คือ มือถือแพงขึ้น แต่คนก็ยังซื้อ เพราะมีตัวช่วยด้านการเงินเข้ามาเบรกความแรงของราคา

AI ยังไม่ใช่หมัดเด็ด ข่าวแอปกู้เงินไม่ทำตลาดสะเทือน

แม้หลายแบรนด์จะทุ่มเล่าเรื่อง AI กันสุดตัว แต่ในมุมของผู้บริโภคยุคนี้ AI ไม่ได้ดูว้าวเท่าเดิมอีกต่อไป เพราะคนเริ่มเข้าใจ ลองใช้ และเข้าถึง AI ได้จากหลากหลายแอปและบริการฟรีอยู่แล้ว

การโปรโมต AI จึงอาจไม่ได้เป็นตัวเร่งการตัดสินใจซื้อได้มากเท่าที่แบรนด์หวัง

ในกรณีของ OPPO และ Realme ที่มีประเด็นเรื่องการฝังแอปสินเชื่อมาตั้งแต่โรงงาน ประเด็นนี้ไม่ได้กระทบยอดขายในงาน Thailand Mobile Expo มากนัก เพราะภาพรวมของงานเน้นขายสินค้า Apple และ Samsung เป็นหลักอยู่แล้ว

อีกทั้งสองแบรนด์นี้ไม่ได้มาออกบูทโดยตรงกับผู้จัดงานมาหลายปีแล้ว แต่จะโผล่มาในรูปแบบการร่วมมือกับดีลเลอร์ พร้อมสนับสนุนของแถมและพรีเมียมเพื่อดันยอดขายเป็นระยะ

มุมมองจากฝั่งผู้จัดงานมองว่า แบรนด์ที่เจอดราม่าอย่าง OPPO และ Realme น่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ในการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งหากจัดการคอนเทนต์และการสื่อสารดี ๆ ก็มีโอกาสกลับมาได้

คนขายดันเต็มที่ แต่คนซื้อเลือกแบรนด์ชัดเจน

ทีมงาน Brand Inside สำรวจภายในงาน Thailand Mobile Expo ครั้งแรกของปี 2025 พบว่า แม้จะมีพนักงานขายจากดีลเลอร์คอยดันยอดของ OPPO และ Realme อยู่หลายจุดในงาน แต่เมื่อเทียบกับความสนใจของผู้ซื้อแล้ว สองแบรนด์นี้ยังถูกมองน้อยกว่าแบรนด์ใหญ่บางรายอย่าง Apple และ Samsung รวมถึงแบรนด์จีนรายอื่น ๆ ที่ยังจับกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจน

ภายในงานยังมีการจัดโปรแบบจริงจัง ทั้งการลดราคาอุปกรณ์เสริมและสมาร์ตโฟนรุ่นเก่าจำนวนมาก เพื่อช่วยเคลียร์สต็อก พร้อมกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในงานอย่างต่อเนื่อง

ฝั่งค้าปลีกมือถือที่มาร่วมงาน มีทั้งแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ เช่น

  • Jaymart

  • TGFone

ฝั่งโอเปอเรเตอร์มาร่วมเพียง AIS ส่วนค้าปลีกสินค้าไอทีมี Com7 และ Advice เข้ามาเสริมทัพ

ผ่อน 36 เดือน: อาวุธลับสู้มือถือขึ้นราคา

หนึ่งในไฮไลต์ของงานนี้ คือดีลการ ผ่อนสมาร์ตโฟนได้นานสูงสุด 36 เดือน ซึ่งกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการรับมือกับการขึ้นราคาของสมาร์ตโฟนจากฝั่งผู้ผลิต

เมื่อตัดราคาก้อนใหญ่ให้กลายเป็นยอดผ่อนเล็กลงต่อเดือน ผู้บริโภคก็ กล้าตัดสินใจซื้อ ง่ายขึ้น แม้ราคาหน้าป้ายจะสูงกว่าที่เคยก็ตาม

เมื่อบวกกับมาตรการภาครัฐและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ออกมาในช่วงต้นปี ยิ่งทำให้การซื้อแบบผ่อนยาวกลายเป็นตัวกระตุ้นตลาดหลังจากนี้อย่างน่าจับตา

สมรภูมิมือถือไทย: แบ่งเซกเมนต์ชัด แข่งกันดุทุกช่วงราคา

มองในภาพรวมการแข่งขัน ตลาดสมาร์ตโฟนไทยยังเดือด แม้ยอดรวมทั้งตลาดอาจไม่ได้โตแรงมาก แต่แต่ละแบรนด์ยังเดินเกมกันอย่างต่อเนื่อง

ชอว์น เผย ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ ZTE Device เคยอธิบายภาพตลาดไว้อย่างน่าสนใจว่า ตลาดสมาร์ตโฟนไทยถูกแบ่งเป็นกลุ่มอย่างค่อนข้างชัด โดยเฉพาะกลุ่ม รุ่นเริ่มต้น ที่กินสัดส่วนประมาณ 30% ของตลาด หรือราว 200,000 เครื่องต่อเดือน

กลุ่มเริ่มต้นอาจไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่ก็ยังมีกำลังซื้อสม่ำเสมอ เพราะถูกหนุนด้วย

  • นโยบายรัฐบาลที่เชื่อมโยงกับการใช้งานดิจิทัล

  • การสมัครรับสวัสดิการผ่านระบบออนไลน์

  • สิทธิการลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไอที

ฝั่งค้าปลีกไอทีและโทรศัพท์มือถือเอง ก็เดินหน้าจับมือกับหลากหลายบริการทางการเงิน เพื่อทำให้การซื้อสมาร์ตโฟนในปี 2025 ง่ายตั้งแต่หน้าร้านจนถึงขั้นตอนจ่ายเงิน

ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนนาน ดอกเบี้ยพิเศษ หรือโปรผูกบริการเสริม ล้วนทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการอัปเกรดมือถือเครื่องใหม่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

สรุป: ตลาดมือถือไทยยังไม่หมดลมหายใจ แค่เกมเปลี่ยนจากสเปกสู่ความคุ้มค่า

แม้ฮาร์ดแวร์สมาร์ตโฟนจะเริ่มถึงจุดที่พัฒนาได้ยากขึ้น แต่ภาพรวมตลาดในไทยยังไม่ได้แผ่วตาม ในทางกลับกัน การแข่งขันกำลังย้ายจาก สงครามสเปก ไปสู่สงครามเรื่อง ความคุ้มค่า เงื่อนไขการผ่อน และบริการเสริม มากขึ้น

Apple และ Samsung ยังครองความสนใจหลักในงานอีเวนต์ใหญ่ ขณะที่แบรนด์จีนและแบรนด์ที่เจอดราม่าต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นด้วยการสื่อสารและโปรโมชันที่ใช่

สำหรับผู้บริโภค ปี 2025 จึงไม่ใช่ปีที่ต้องลุ้นนวัตกรรมล้ำ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปีที่ควรโฟกัสว่า

  • จ่ายเท่านี้ ได้อะไรกลับมาบ้าง

  • ผ่อนนานแค่ไหน ถึงจะไม่อึดอัดกระเป๋า

  • แบรนด์ไหนให้ประสบการณ์ใช้งานและบริการหลังการขายคุ้มกับเงินทุกบาท

ตลาดยังโตได้ แค่เกมกำลังถูกเล่นคนละแบบ ใครเข้าใจจังหวะนี้ก่อน ก็จะเป็นคนที่ได้เปรียบในสมรภูมิสมาร์ตโฟนไทยปี 2025 อย่างแท้จริง