รับแอปรับแอป

AI ไม่แย่งงาน ถ้าเราใช้เป็น: โครงการใหญ่ปั้นแรงงานไทยยุคดิจิทัลด้วย Copilot

วีรภัทร ทองดี01-29

AI กำลังจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานคนใหม่ของแรงงานไทย

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (DDF), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) และบริษัท ไทรแองเกิ้ลซอฟท์ จำกัด (TGS) ผนึกกำลังกับไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) และพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ “AI เพื่อแรงงานไทย สู่โอกาสใหม่ในการทำงาน” อย่างเป็นทางการ

โครงการนี้มาในคอนเซ็ปต์ “Equipping at-risk workers with essential AI skills to improve employability and economic resilience” หรือการติดอาวุธทักษะ AI ให้แรงงานกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำและเสริมภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะรอใคร

เป้าหมายใหญ่: ให้แรงงานใช้ AI ได้จริง ไม่ใช่แค่รู้จักชื่อ

หัวใจของโครงการคือการพัฒนา

  • ความรู้และความเข้าใจด้าน AI ที่ใช้ได้จริงในงาน

  • ทักษะการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI โดยเฉพาะ Microsoft Copilot

โดยเน้นให้แรงงานสามารถใช้ AI เป็นตัวช่วยในงานประจำวัน เช่น

  • การจัดการและสรุปข้อมูล

  • การสื่อสารและเขียนเอกสาร

  • การสร้างคอนเทนต์และไอเดียใหม่ ๆ

ทั้งหมดนี้ออกแบบมาให้ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานเทคนิคขั้นสูง ก็สามารถเริ่มใช้ได้ และในขณะเดียวกันก็ย้ำเรื่องการใช้ AI อย่างเหมาะสม มีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงจริยธรรมควบคู่กันไป

มุมมองจากภาคนโยบาย: AI ไม่ใช่ศัตรู แต่คือคันเร่งศักยภาพแรงงาน

ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล อธิบายที่มาของโครงการว่า เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของแรงงานไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

โดยเฉพาะแรงงานกลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้อง Reskill และ Upskill อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้หลุดออกจากระบบการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีเดินหน้าเร็ว

ดร.วิฑูรย์ย้ำมุมมองสำคัญว่า AI ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม แต่คือเครื่องมือเพิ่มศักยภาพแรงงาน ถ้าเรียนรู้และใช้ให้ถูกทาง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการมีงานทำ และสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้จริง

แผนสร้างทักษะแรงงาน 50,000 คน ด้วย Copilot

ดร.นรัตถ์ สาระมาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ระบุว่า โครงการนี้ตั้งเป้าพัฒนาแรงงาน อย่างน้อย 50,000 คนทั่วประเทศ ผ่านการอบรมในรูปแบบที่ผสมผสานทั้งออนไลน์และเชิงลึก

รูปแบบการเรียนรู้เน้นไปที่

  • หลักสูตร Copilot for Workforce

  • Online Training และ e-Learning ผ่านแพลตฟอร์ม Microsoft Teams

  • การอบรมแบบแบ่งรุ่น (Cohorts) เพื่อรองรับผู้เข้าเรียนจำนวนมากอย่างมีคุณภาพ

พร้อมทั้งมีการประเมินผลแบบ Pre-test / Post-test เพื่อให้เห็นพัฒนาการก่อนและหลังการเรียน ภายในระยะเวลาดำเนินโครงการ 180 วัน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นแต่ได้ผลลัพธ์จับต้องได้

เสวนาเข้มข้น: AI คือทางรอดของแรงงานยุคใหม่

ในงานเปิดตัว ยังมีเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “AI เพื่อแรงงานไทย : ทางรอดในยุคที่ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยคนทำงาน” โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางเตรียมความพร้อมแรงงานไทยในยุค AI

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย

  • ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล

  • คุณสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

  • ดร.นรัตถ์ สาระมาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

  • คุณยุวดี แซ่โก่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทรแองเกิ้ลซอฟท์ จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Views from Singapore : AI Skills Development for the Workforce” โดย Ms. Lena Ng ผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนและการพัฒนาบุคลากรในเอเชีย มาร่วมแชร์มุมมองระดับภูมิภาคว่าประเทศอื่น ๆ กำลังใช้ AI พัฒนาทักษะแรงงานกันอย่างไร

Copilot: ผู้ช่วยดิจิทัลที่ดันผลิตภาพแรงงานให้พุ่ง

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการนำเสนอหัวข้อ “Copilot for Productivity and Employability Strengthening” ที่เจาะลึกบทบาทของ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยให้แรงงานพร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดแรงงานจริง

Copilot ถูกนำเสนอในฐานะ ผู้ช่วยดิจิทัล ที่เข้ามาช่วยในหลายด้าน เช่น

  • ลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ ที่ใช้แรง แต่ไม่ใช้สมอง

  • ช่วยคิด ช่วยร่าง ช่วยสรุป จนงานไวขึ้นแต่คุณภาพดีขึ้น

  • เป็นตัวเสริมให้คนทำงานกล้ารับโจทย์ใหม่ ๆ เพราะมี AI เป็นแบ็กอัป

ก้าวสำคัญสู่ Thailand 5.0 และแรงงานไทยเวอร์ชันอัปเกรด

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดอบรมเท่านั้น แต่ถือเป็น หมุดหมายสำคัญในการยกระดับความพร้อมของแรงงานไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล อย่างแท้จริง

โครงการสอดคล้องกับทิศทาง Thailand 5.0 ที่ต้องการ

  • พัฒนาทุนมนุษย์ให้ทันกับเทคโนโลยี

  • สร้างแรงงานที่ใช้ AI เป็น เพิ่มมูลค่าให้กับงาน ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง

  • เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ในวันที่ AI ไม่ได้มาแย่งที่นั่งเรา แต่อาจกลายเป็นเก้าอี้ตัวใหม่ที่เราต้องกล้านั่ง โครงการแบบนี้กำลังส่งสัญญาณชัดว่า คนที่ใช้ AI เป็น จะได้เปรียบในเกมแรงงานยุคใหม่อย่างมหาศาล และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแรงงานไทยเวอร์ชันอัปเกรดที่โลกต้องหันมามอง