รับแอปรับแอป

เมื่อผ้าไหมไทยขึ้นสู่เวทีศิลปะระดับชาติ กับ “ชุดไทยร่วมสมัย” ในฉลอง 70 พรรษา

ภูวดล พงศ์ไพศาล01-30

ผ้าไหมไทยบนเวทีแห่งพระเกียรติ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการและการแสดงศิลปะ ที่ถักทอเรื่องราวของดนตรี นาฏศิลป์ และผืนผ้าไหมไทยเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านผลงาน “ชุดไทยร่วมสมัย” ซึ่งใช้ผ้าไหมจากโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา

ในบรรยากาศอันเปี่ยมด้วยความสง่างาม ผืนผ้าไหมที่ทอจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้รับการยกระดับขึ้นสู่เวทีศิลปะร่วมสมัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างงดงาม

บรรยากาศงานดนตรี–นาฏศิลป์ “70 พรรษา…หรรษาศิลป์”

วันที่ 22 มิถุนายน 2568 งานแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ในชื่อ “70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ หรรษาศิลป์ ศิลปินแห่งชาติ 2568” จัดขึ้น ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นเวทีที่รวบรวมทั้งศิลปะการแสดงและงานออกแบบร่วมสมัยเอาไว้ในงานเดียว

ภายในงาน มีผู้แทนจากมูลนิธิชัยพัฒนาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยง “ศิลปะบนเวที” กับ “ศิลปะบนผืนผ้า” ให้กลายเป็นเรื่องราวเดียวกัน

“ชุดไทยร่วมสมัย” เมื่อแฟชั่นจับมือกับภูมิปัญญา

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการ คือส่วนจัดแสดงผลงาน “ชุดไทยร่วมสมัย” ที่ออกแบบและตัดเย็บโดย นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งตีความเครื่องแต่งกายไทยในมุมมองใหม่ แต่ยังคงกลิ่นอายของความอ่อนช้อยแบบดั้งเดิม

เบื้องหลังความงดงามของชุดเหล่านี้ คือผ้าไหมจากโครงการศูนย์เรียนรู้ด้านหม่อนไหมครบวงจรของมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านโนนเสาเล้า อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ผืนผ้าแต่ละผืน จึงไม่ใช่แค่ผ้า แต่คือเรื่องราวของชุมชน อาชีพ และความภาคภูมิใจของคนทอ

จากกี่ทอผ้าสู่ความภาคภูมิใจของชุมชน

โครงการหม่อนไหมของมูลนิธิชัยพัฒนา ไม่ได้มองผ้าไหมเพียงในมุมสินค้า แต่ผลักดันให้เป็น “มรดกมีชีวิต” ที่คนรุ่นใหม่ยังต่อยอดได้ ชาวบ้านได้รับการส่งเสริมให้กลับมาทอผ้าไหมอย่างภาคภูมิ รักษาอาชีพดั้งเดิม และสร้างรายได้อย่างมั่นคง

จุดเด่นคือการส่งเสริมให้ใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นไหม จึงเกิดเฉดสีที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นเสน่ห์ที่แฟชั่นสมัยใหม่เลียนแบบไม่ได้ง่าย ๆ และยังสอดคล้องกับแนวคิดการผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ผ้าไหมหนึ่งผืน จึงสะท้อนทั้งภูมิปัญญา รสนิยม และความยั่งยืนในเวลาเดียวกัน

ประมูลผลงาน เพื่อกลับไปช่วยแผ่นดิน

ผลงาน “ชุดไทยร่วมสมัย” ไม่ได้จบลงแค่บนรันเวย์หรือในห้องจัดแสดง แต่ยังถูกนำไปประมูล เพื่อให้รายได้ร่วมสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นอีกหนึ่งวงจรที่สวยงามของการใช้ศิลปะและแฟชั่นมาช่วยขับเคลื่อนสังคม

  • ศิลปะบนเวที สร้างแรงบันดาลใจ

  • ผ้าไหมจากชุมชน สร้างงานและรายได้

  • รายได้จากการประมูล กลับไปพัฒนาประเทศต่อ

สี่ทศวรรษศิลปินแห่งชาติ บนเส้นทางตามรอยพระยุคลบาท

งานดนตรีและนิทรรศการครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวาระ “สี่ทศวรรษศิลปินแห่งชาติตามรอยพระยุคลบาท องค์วิศิษฎศิลปิน” จัดขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ โดยมีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นผู้จัดงานหลัก

เมื่อมองให้ลึกลงไป จะเห็นว่าศิลปินแห่งชาติ ผืนผ้าไหมไทย และแนวพระราชดำริ ล้วนเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน คือการใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นรากฐานให้สังคมเติบโตอย่างมีรสนิยมและไม่ทิ้งตัวตนของความเป็นไทย

จากห้องทอผ้าเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน สู่เวทีระดับชาติ ผ้าไหมไทยพิสูจน์แล้วว่า ถ้าเราให้คุณค่า มันจะตอบแทนเราด้วยความภาคภูมิใจเสมอ