รับแอปรับแอป

15 ซีรีย์เกาหลี Netflix ฟีลกู๊ดสุดใจ ดูวันเดียวจบแต่ความฟินติดไปทั้งปี

ชนกนันท์ ทองมี01-30

เปิดลิสต์ความฟิน: เตรียมหมอนให้พร้อมแล้วไปเขินด้วยกัน

วันหยุดยาวทั้งที ถ้าไม่ได้นอนกลิ้งดูซีรีย์เกาหลีโรแมนติกบน Netflix ให้หัวใจเต้นแรงเล่นๆ ก็ดูจะพลาดอะไรไปหน่อยๆ เพราะลิสต์นี้ไม่ใช่แค่รวมซีรีย์ดัง แต่คือการคัดตัวท็อประดับ “ขึ้นหิ้งความฟิน” ที่ดูแล้วเหมือนถูกอัปเกรดค่า Dopamine แบบจัดเต็ม

ทั้งรักใสๆ วัยเรียน รักแฟนตาซีมีคาถาเวทมนตร์ ไปจนถึงรักผู้ใหญ่ที่ทั้งอบอุ่นและบาดลึก แค่เตรียมหมอนไว้จิก น้ำตาไว้ซับ และหัวใจไว้โดนขโมย ลองไล่ดูทีละเรื่องสิว่ามีเรื่องไหนที่คุณยังไม่ได้กดเล่น แล้วระวังให้ดี… เพราะบางเรื่องดูไปดูมาอาจกลายเป็นเรื่องโปรดในดวงใจแบบไม่รู้ตัว

ด้านล่างนี้คือ 15 ซีรีย์เกาหลีสายโรแมนติกบน Netflix ที่พร้อมทำให้วันหยุดของคุณละลายกลายเป็นน้ำตาล!

  • Lovely Runner

  • Queen of Tears

  • King The Land

  • Doctor Slump

  • Destined With You

  • What’s Wrong with Secretary Kim

  • Business Proposal

  • Crash Landing on You

  • Our Beloved Summer

  • Twenty-Five Twenty-One

  • Hometown Cha-Cha-Cha

  • Strong Girl Bong-soon

  • My Liberation Notes

  • Nevertheless

  • Hotel Del Luna

1. Lovely Runner – ย้อนเวลามาเซฟเมนในดวงใจ

ถ้าคุณเคยอินกับไอดอลคนหนึ่งจนรู้สึกว่า “ถ้าย้อนเวลาได้จะขอไปช่วยเขา” Lovely Runner จะทำให้จินตนาการนั้นสมจริงแบบจิกหมอนกระจาย เรื่องราวของ “อิมซล” แฟนคลับตัวแม่ที่ได้โอกาสย้อนกลับไปปี 2008 เพื่อช่วยชีวิต “รยูซอนแจ” คนโปรดไม่ให้พบจุดจบอันแสนเจ็บปวด

พล็อตย้อนเวลาของเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะผสมทั้งความรักใสๆ วัยเรียน ความตลก และปมลุ้นระทึกได้อย่างเนียนกริบ ที่เด็ดสุดคือ เคมีของบยอนอูซอกและคิมฮเยยุนที่หวานจนคนดูแทบละลาย แถมยังพาคนดูดิ่งกลับไปคิดถึงยุค 2000 แบบเต็มสตีม

ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่า ทำไมหลายคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือซีรีย์ที่ “ครบทุกรสชาติ” ทั้งความซึ้ง ความดราม่า และความฟินที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนตามไม่ทัน

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Byeon Woo-seok, Kim Hye-yoon

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 70 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2024

  • ผู้กำกับ: Shin Woo-chul

  • เหมาะกับผู้ชม: วัยรุ่นและคู่รักที่ชอบโมเมนต์โรแมนติกละมุนหัวใจ

ความน่าสนใจ

  • โมเมนต์พระนางจ้องตากันนานๆ จนคนดูหัวใจสั่นทุกครั้ง

  • พล็อตย้อนเวลา ลุ้นแต่ไม่เครียด สลับฟินกับดราม่าได้พอดีมาก

  • เพลงประกอบ “Sad Song” ฮิตถล่มชาร์ต Melon แบบสตรีมทะลุเพดาน

  • แก๊งเพื่อนพระเอกคือน่ารักจนอยากสมัครเป็นเพื่อนเพิ่มเอง

  • ตอนจบอุ่นหัวใจและสมเหตุสมผล ไม่ทิ้งใครไว้กลางทาง

  • เคมีนักแสดงคือธรรมชาติขั้นสุด เหมือนดูคู่รักจริงมากกว่าซีรีย์

2. Queen of Tears – เมื่อชีวิตแต่งงานกลายเป็นเรตติ้งปรอทแตก

ใครกำลังหา K-drama ระดับมาสเตอร์พีซสายรัก-ดราม่าที่ทั้งฟินทั้งร้องไห้จนหน้าเปลี่ยน Queen of Tears คือคำตอบ เรื่องนี้เล่าเรื่องชีวิตหลังแต่งงานของทายาทตระกูลมหาเศรษฐีสุดเย็นชากับสามีทนายหนุ่มจากต่างจังหวัดที่ต้องฝ่าพายุทั้งเรื่องสุขภาพ ธุรกิจ และความสัมพันธ์ที่สั่นคลอน

การแสดงของคิมซูฮยอนและคิมจีวอนคือระดับเทพจนแยกไม่ออกว่านี่คือการแสดงหรือชีวิตจริง ทุกอีพีคือรถไฟเหาะอารมณ์ที่พาเราจากเสียงหัวเราะไปสู่บ่อน้ำตาในไม่กี่นาที แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การตั้งคำถามเรื่องความหมายของครอบครัวและโอกาสครั้งที่สอง ที่กระแทกใจสุดๆ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Kim Soo-hyun, Kim Ji-won

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละ 60–80 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2024

  • ผู้กำกับ: Jang Young-woo

  • เหมาะกับผู้ชม: คู่สามีภรรยาและสายดราม่าโรแมนติกจุกๆ

ความน่าสนใจ

  • พระเอกสายเปย์ขั้นสุด เซอร์ไพรส์เมียจนคนดูอยากมีสามีแบบนี้

  • ฉากถ่ายทำต่างประเทศทั้งสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีคือสวยระดับหนังโรง

  • พล็อตหักมุมแทบทุกตอน แต่ก็ยังรักตัวละครได้แม้กระทั่งตัวร้าย

  • พี่สาวนางเอกคือ MVP ด้านมุกฮาและความน่ารัก

  • เพลง “Love You, Love You” จาก BAEKHYUN ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 แบบสมศักดิ์ศรี

  • ทำลายสถิติผู้ชม Netflix K-drama ทั่วโลกแบบถล่มทลาย

3. King The Land – ซีรีย์หวานกรุบที่ทำเอารอยยิ้มแพงมาก

ใครอยากได้ซีรีย์อารมณ์ดีดูสบาย King the Land คือบัตรผ่านขึ้นสวรรค์ของสายรอมคอมแท้ๆ เรื่องราวของ “กูวอน” ทายาทโรงแรมหรูที่แพ้รอยยิ้มปลอมๆ กับ “ชอนซาราง” พนักงานสาวรอยยิ้มละลายใจ ที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาเริ่มเปลี่ยนสี

เนื้อเรื่องตามง่ายแต่โคตรฟีลกู๊ด ทุกตอนคือการเติมพลังด้วยรอยยิ้ม เคมีของอีจุนโฮกับอิมยุนอา หวานจนกลายเป็นตำนานคู่จอ ว่าเคมีดีแบบไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ แถมโลเคชั่นโรงแรมและฉากต่างประเทศคือหรูหราจนอยากแพ็กกระเป๋าตามไปเช็คอิน

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Lee Jun-ho (2PM), Im Yoon-ah (Girls’ Generation)

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2023

  • ผู้กำกับ: Lim Hyun-sik

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่อยากดูอะไรเบาสมอง คลายเครียดแบบหวานๆ

ความน่าสนใจ

  • พระเอกที่ทำตัวเย็นชาแต่ยอมยิ้มให้ผู้หญิงคนเดียวคือฟินแบบสุดขอบ

  • โรงแรม King The Land คือวิชวลสวยสะกดสายตา

  • มุกตลกในออฟฟิศจังหวะดี ดูซ้ำก็ยังขำ

  • นางเอกสายสู้ชีวิตดูแล้วอยากลุกไปทำงานทันที

  • ฉากจูบแรกบนดาดฟ้าสร้างความเขินระดับหยุดหายใจ

  • เพลง “Take Me To King The Land” ยิ่งฟังยิ่งอิน

4. Doctor Slump – เมื่อหัวกะทิถึงจุดตกต่ำและความรักกลายเป็นยามฮีลใจ

โลกมักมองว่าหมอคือคนเก่งที่ต้องไปได้สวยตลอด แต่ Doctor Slump กลับดึงเราไปเห็นวันที่ชีวิตของคนเก่ง “พังแบบหมดรูป” จนต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เมื่ออดีตคู่แข่งสมัยม.ปลายอย่างศัลยแพทย์ดาวรุ่งที่โดนคดีกระแทกชีวิต กับวิสัญญีแพทย์สาวที่แบกภาวะซึมเศร้า ต้องมาอยู่บ้านเช่าดาดฟ้าด้วยกันในจังหวะชีวิตที่เปราะบางที่สุด

เรื่องนี้คือ ฮีลลิ่งรอมคอมที่อุ้มคนดูไว้อย่างอ่อนโยน เล่าเรื่องสุขภาพจิตและความล้มเหลวในชีวิตได้ตรงไปตรงมาแต่ไม่ทำให้เราอึดอัด เคมีของพัคฮยองชิกและพัคชินฮเยทั้งตลก ทั้งอบอุ่น ทั้งเขิน เป็นแพ็กเกจที่ทำให้วันเหนื่อยๆ เบาลงได้แบบรู้สึกได้จริง

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Park Hyung-sik, Park Shin-hye

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 70 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2024

  • ผู้กำกับ: Oh Hyun-jong

  • เหมาะกับผู้ชม: วัยทำงาน 30+ ที่อยากดูรักโคตรอบอุ่นและเข้าใจชีวิต

ความน่าสนใจ

  • เคมีพระนางแนว “เพื่อนเก่าเจอกันใหม่” ที่ดูแล้วใจฟูมาก

  • ดราม่าชีวิตหมอสมจริงแต่ไม่หนักเพราะมีมุกฮาคอยรับอยู่

  • ฉากกอดตอนตัวละครเจอ Burnout คือทั้งปลอบใจทั้งเขินในคราวเดียว

  • เพลง “Lean On Me” กลายเป็นเพลงประจำช่วงเหนื่อยล้าของใครหลายคน

  • การพัฒนาจากคู่กัดสู่คนรักถูกเล่าอย่างชัดเจนและน่ารัก

  • ดูจบแล้วจะรู้สึกอยากเจอคนที่ “นั่งตกต่ำไปด้วยกัน” แล้วค่อยลุกใหม่ด้วยกันอีกครั้ง

5. Destined With You – เมื่อเวทมนตร์โบราณดันจับคู่หัวใจ

ใครชอบแนวพรหมลิขิตผสมเวทมนตร์ต้องโดน Destined With You แบบเต็มๆ เมื่อข้าราชการสาวระดับล่างบังเอิญไปเจอหีบไม้ต้องห้ามที่เก็บคัมภีร์อายุหลายร้อยปี และนั่นทำให้เธอต้องเข้าไปพัวพันกับทนายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่โดนคำสาปประจำตระกูลตามติดไม่ปล่อย

เรื่องนี้หยิบคอนเซปต์ “คาถาความรัก” มาเล่นจนกลายเป็นสถานการณ์ชวนเขินและชวนฮาแบบไม่ซ้ำใคร เคมีของคู่พระนางหล่อ-สวยคือดึงสายตาแบบหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะตอนที่ทนายหนุ่มผู้เย็นชาต้องมาเสียอาการเพราะฤทธิ์เวทมนตร์นี่แหละที่ทำเอาคนดูหลุดยิ้มแทบทุกซีน

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Jang Na-ra, Rowoon (SF9)

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 65 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2023

  • ผู้กำกับ: Song Jung-hee

  • เหมาะกับผู้ชม: แฟนสายแฟนตาซีโรแมนติกที่หลงรักพล็อตพรหมลิขิตข้ามภพ

ความน่าสนใจ

  • สมุดคาถาโบราณถูกใช้เป็นตัวเชื่อมความรักอย่างน่ารักไม่หลอน

  • พระเอกหล่อทั้งในมุมมนุษย์ธรรมดาและในมิติความลึกลับ

  • พล็อตผสมตำนานเกาหลีเก๋ๆ ทำให้เนื้อเรื่องเดาไม่ค่อยถูก

  • ฉากจูบภายใต้มนตราโรแมนติกแบบจิกหมอนไม่ทัน

  • ตัวร้ายมีมิติ ไม่ใช่แค่ผีร้ายหรือคนเลวแบนๆ

  • ตอนจบปิดจบสวยงาม ทุกความสัมพันธ์ถูกคลี่คลายอย่างลงตัว

6. What’s Wrong with Secretary Kim – เมื่อเลขาจะลาออกแต่เจ้านายดันเพิ่งรู้ว่ารัก

สายรักออฟฟิศต้องยืนหนึ่งให้เรื่องนี้ What’s Wrong with Secretary Kim คือรอมคอมขึ้นหิ้งที่หยิบมาดูซ้ำกี่รอบก็ยังเขิน เมื่อเลขาสาวแสนเพอร์เฟกต์ตัดสินใจยื่นใบลาออก ทำให้รองประธานสุดหลงตัวเองต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้ แล้วค่อยๆ รู้ตัวว่าที่ขาดไม่ได้ ไม่ใช่แค่เลขา…แต่คือเธอ

จุดขายคือพระเอกที่หลงตัวเองขั้นตำนาน แต่กลับแพ้ผู้หญิงที่คอยยืนอยู่ข้างๆ มาตลอด บรรยากาศในเรื่องเต็มไปด้วย โมเมนต์รักกุ๊กกิ๊กระดับน้ำตาลล้นจอ และยังมีปมวัยเด็กให้ตามเก็บความรู้สึกแบบซึ้งๆ เพิ่มเลเยอร์ให้ตัวละครดูมีอะไรมากกว่าความหล่อสวย

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Park Seo-joon, Park Min-young

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 65 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2018

  • ผู้กำกับ: Park Joon-hwa

  • เหมาะกับผู้ชม: คนชอบรักออฟฟิศใสๆ ฮาๆ ดูแล้วใจฟู

ความน่าสนใจ

  • ฉากสารภาพรักของพระเอกคือทั้งเขินทั้งฮาในเวลาเดียวกัน

  • มุกตลกในที่ทำงานคือของดีที่ทำให้เรื่องนี้เบาสมองสุดๆ

  • เคมีพระนางระดับตำนาน ใครชิปคือเข้าใจทันทีว่าทำไมดังยาวนาน

  • ฉากจูบในห้องทำงานคือหนึ่งในฉากโรแมนติกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

  • ตัวละครรองทุกคนมีเอกลักษณ์ ดูแล้วหลงรักทั้งแผนก

  • ตอนจบหวานชนะเลิศ ปิดลูปความฟินแบบจัดเต็ม

7. Business Proposal – นัดบอดผิดคนแต่ดันถูกใจ

ถ้าชอบพล็อต “ท่านประธานกับพนักงานสาว” แบบไม่ต้องแบกดราม่าหนักๆ Business Proposal คือคำตอบสุดท้าย เรื่องเริ่มจาก “ชินฮารี” ที่ยอมปลอมตัวไปนัดบอดแทนเพื่อน แต่ดันเจอว่าอีกฝ่ายคือนายใหญ่ของบริษัทตัวเอง แล้วเรื่องวุ่นวายสุดฮาจึงเริ่มขึ้น

สไตล์การเล่าเรื่องรวดเร็ว ฉับไว และใส่มุกแบบ Webtoon ลงไปได้อย่างพอดี ไม่เยอะจนเกินไป เคมีของคู่หลักก็สดใส ในขณะที่คู่รองนั้นก็ ร้อนแรงและน่ารักจนแย่งซีนในหลายตอน ทำให้กลายเป็นซีรีย์ที่ดูแล้วคลายเครียดได้ดีมากแบบไม่ต้องใช้พลังสมองเยอะ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Ahn Hyo-seop, Kim Se-jeong

  • ความยาว: 12 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2022

  • ผู้กำกับ: Park Sun-ho

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่ชอบคอมเมดี้จังหวะเป๊ะ พล็อตรักพลิกไปมา

ความน่าสนใจ

  • การนัดบอดที่กลายเป็นรักจริงแบบไม่ตั้งใจคือฟินมาก

  • พระเอกสายเปย์จัดเต็มทั้งของขวัญและการกระทำ

  • มุกตลกโบ๊ะบ๊ะใสๆ แต่ฮาจริงจนหัวเราะออกมาแบบไม่รู้ตัว

  • เคมีพระนางใสกิ๊งเหมือนคู่รักวัยมหาลัย

  • เพลง “Insomnia” ติดหูจนเผลอฮัมตาม

8. Crash Landing on You – เมื่อเศรษฐีนีจากใต้ร่วงลงอ้อมแขนสหายผู้กอง

ถ้าจะมีซีรีย์เกาหลีสักเรื่องที่ควรติดป้ายว่า “ต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิต” หลายคนจะโหวต Crash Landing on You เป็นอันดับต้นๆ เรื่องเริ่มจากอุบัติเหตุร่มร่อนที่พาเศรษฐีนีชาวเกาหลีใต้ไปตกฝั่งเหนือ และได้พบกับสหายผู้กองสุดอบอุ่นที่ตัดสินใจปกป้องเธอทุกวิถีทาง

ซีรีย์เรื่องนี้คือการจับทุกอารมณ์ยัดลงในเรื่องเดียว ทั้งฮา ดราม่า แอคชั่น และโรแมนติก เคมีของฮยอนบินและซนเยจิน สมจริงชนิดก่อเกิดตำนานรักนอกจอ แก๊งทหารฝั่งเหนือกับกลุ่มแม่บ้านคือสีสันที่ทำให้โลกในเรื่องเต็มไปด้วยความมนุษย์ที่สุดแสนอบอุ่น

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Hyun Bin, Son Ye-jin

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 80 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2019

  • ผู้กำกับ: Lee Jeong-hyo

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่ชอบรักต้องห้าม ดราม่าข้ามพรมแดน

ความน่าสนใจ

  • รักที่ต้องซ่อนกลางความแตกต่างทางการเมืองลุ้นทุกวินาที

  • ผู้กองคือสามีแห่งชาติ ดูแลนางเอกตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนเรื่องใหญ่

  • ฉากกอดกลางหิมะคือความโรแมนติกที่ไม่มีวันเก่า

  • แก๊งทหารเป็นตัวฮาที่ทำให้เรื่องไม่เครียดจนเกินไป

  • รายละเอียดฝั่งเกาหลีเหนือถูกถ่ายทอดอย่างน่าสนใจ

  • ตอนจบสวยงาม อิ่มเต็มหัวใจ

9. Our Beloved Summer – เมื่อสารคดีเก่าพาแฟนเก่ากลับมาชนกันอีกครั้ง

ใครเคยมีแฟนเก่าที่คิดถึงแต่ไม่กล้าทัก ลองเปิด Our Beloved Summer แล้วปล่อยใจไปกับเขาสองคน เรื่องราวของสารคดีวัยเรียนที่กลับมาเป็นไวรัล ทำให้คู่รักเก่าที่เลิกกันไปแบบดุเดือดต้องกลับมาร่วมเฟรมกันอีกครั้ง ทั้งที่ในใจยังมีเรื่องค้างคาเต็มไปหมด

ซีรีย์ใช้โครง “สารคดี” มาขยี้อารมณ์ได้อย่างมีชั้นเชิง เราได้เห็นทั้งเด็กวัยมัธยมที่ไม่รู้หัวใจตัวเอง ไปจนถึงเวอร์ชันวัยทำงานที่ต้องเผชิญชีวิตจริง โทนภาพอบอุ่น เพลงประกอบเพราะจนกลายเป็นเพลย์ลิสต์ประจำใครหลายคน ความเรียบง่ายของเรื่องนี้แฝงความลึกซึ้งจนชนใจแบบไม่รู้ตัว

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Choi Woo-shik, Kim Da-mi

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2021

  • ผู้กำกับ: Kim Won-seok

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่อินกับรักเก่า รักแรก และความทรงจำหวานปนขม

ความน่าสนใจ

  • พล็อตสารคดีวัยเรียนถูกเล่าแบบฮิปๆ น่ารักไม่เหมือนใคร

  • เคมีวัยรุ่น-วัยทำงานต่อเนื่องกันอย่างสมจริง

  • เพลง “I Think I Love You” และ OST ทั้งชุดคือของดี

  • ดราม่าไม่หนักแต่บาดใจ ทำให้คิดถึงช่วงวัยที่ผ่านไปแล้ว

  • ตอนจบถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Ending ที่ดีที่สุดของ K-drama ยุคหลังๆ

10. Twenty-Five Twenty-One – จดหมายรักจากยุค IMF ถึงคนเคยมีความฝัน

ถ้าอยากย้อนกลับไปเหนียวแน่นกับความฝันในวัยเด็ก Twenty-Five Twenty-One จะพาใจคุณกลับไปยุค 90 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้หลายชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ “นาฮีโด” นักดาบสาวสุดไฟแรง กับ “แพคอีจิน” หนุ่มที่ชีวิตพังทลายเพราะครอบครัวล้มละลาย กลายเป็นกำลังใจสำคัญให้กันในวันที่โลกไม่ใจดี

เรื่องนี้คือการเล่า Coming-of-age ที่ทั้งสดใสและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ทั้งเรื่องความฝัน มิตรภาพ และความรักแบบที่ไม่จำเป็นต้องครองคู่แต่ยังคงมีความหมายตลอดไป งานภาพและบรรยากาศยุคเก่าถูกใส่ใจในรายละเอียดจนรู้สึกเหมือนเราได้ย้อนเวลาไปด้วยจริงๆ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Nam Joo-hyuk, Kim Tae-ri

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 75 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2022

  • ผู้กำกับ: Jung Ji-hyun

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่โตมากับยุค 90s หรือใครก็ได้ที่เคยมี “ความฝันใหญ่ๆ” ในวัยรุ่น

ความน่าสนใจ

  • การผูกพล็อตกับวิกฤต IMF ให้ความรู้สึกสมจริงและสะเทือนใจ

  • ความสัมพันธ์จากเพื่อนสู่คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตถูกเล่าอย่างอบอุ่น

  • กีฬาฟันดาบกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต

  • ดราม่าชีวิตจริงแต่ไม่หม่นจนเกินไป

  • OST อย่าง “With You” ทำให้ฉากหลายฉากกลายเป็นตำนาน

  • ตอนจบทั้งเศร้า ทั้งสวยงาม และทั้งจริงในเวลาเดียวกัน

11. Hometown Cha-Cha-Cha – หนีเมืองกรุงไปพักใจที่หมู่บ้านริมทะเล

ถ้าอยากพักจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ Hometown Cha-Cha-Cha คือบัตรเชิญสู่หมู่บ้านริมทะเล “กงจิน” ที่เต็มไปด้วยคนแปลกแต่โคตรน่ารัก ยุนฮเยจิน หมอฟันสาวเมืองกรุง ตัดสินใจย้ายมาเปิดคลินิกที่นี่ และได้เจอกับ “หัวหน้าฮง” ชายสารพัดช่างประจำหมู่บ้านที่เป็นทุกอย่างให้ทุกคน

นี่คือซีรีย์ Healing แบบแท้ทรู เล่าเรื่องชีวิตประจำวันแบบเรียบง่ายแต่อบอุ่นมาก ทุกคนในหมู่บ้านมีเรื่องราวของตัวเอง ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่กงจินด้วยจริงๆ วิวทะเลสวย เพลงเพราะ และโมเมนต์ยิ้มให้กันเบาๆ ของคู่หลักคือสิ่งที่ทำให้หัวใจผ่อนคลายสุดๆ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Kim Seon-ho, Shin Min-a

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 70 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2021

  • ผู้กำกับ: Yoo Je-won

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่หาอะไรดูเพื่อเยียวยาใจและคลายเครียด

ความน่าสนใจ

  • พระเอกสายจับฉ่ายที่ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ซ่อมบ้านยันจับปลา

  • หมู่บ้านกงจินบรรยากาศดีจนอยากไปเที่ยวตามรอย

  • โมเมนต์ยิ้มให้กันแบบคนธรรมดาแต่ฟินเหมือนดูหนังรักในโรง

  • ชาวบ้านแต่ละคนคือคาแรกเตอร์จัดแต่โคตรน่ารัก

  • มีหลายซีนที่โรแมนติกแบบเรียบง่ายแต่กินใจมาก

  • ตอนจบปิดเรื่องแบบครอบครัวใหญ่ อบอุ่นจนอยากกอดทั้งหมู่บ้าน

12. Strong Girl Bong-soon – สาวน้อยจอมพลังกับประธานจอมเอาแต่ใจ

ใครเบื่อพล็อตนางเอกตัวบางบอบบางต้องให้พระเอกช่วยตลอด Strong Girl Bong-soon จะเปลี่ยนมุมมองคุณแบบกลับด้าน เพราะนางเอกเรื่องนี้ตัวเล็กแต่แรงระดับยกผู้ชายได้ทั้งคน แถมยังต้องกลายมาเป็นบอดี้การ์ดให้ CEO เกมสุดหล่อที่ทั้งยโสและโคตรขี้อ้อน

เรื่องนี้คือการผสมระหว่างคอมเมดี้ โรแมนติก และสืบสวนที่ลงตัวมาก คู่พระนางแนวลูกหมากับสาวจอมพลัง คือของดีที่ทำให้หัวใจคนดูเต้นแรงแบบไม่ต้องพึ่งฉากเลิฟซีนหนักๆ เอฟเฟกต์และโทนภาพมีความการ์ตูนหน่อยๆ ทำให้ดูเพลินและคลายเครียดสุดๆ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Park Bo-young, Park Hyung-sik

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 60 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2017

  • ผู้กำกับ: Lee Hyung-min

  • เหมาะกับผู้ชม: คนชอบแนวแฟนตาซีพลังพิเศษผสมความฮา

ความน่าสนใจ

  • นางเอกอุ้มพระเอกได้จริงๆ แบบไม่มโน น่ารักจนใจละลาย

  • พระเอก CEO ขี้งอนเหมือนเด็ก ต้องให้บงซุนคอยปลอบ

  • พล็อตล่าฆาตกรต่อเนื่องเพิ่มความลุ้นให้ไม่น่าเบื่อ

  • ฉากจูบท่ามกลางผู้คนคือหวานจัดเต็ม

  • ตัวร้ายก็มีมุมฮา ทำให้โทนเรื่องไม่มืดเกินไป

  • เพลง “My Lovely Peace” กลายเป็น OST ที่อยู่ในใจแฟนซีรีย์มานาน

13. My Liberation Notes – สำหรับวันที่รู้สึกว่าชีวิตมันติดอยู่กับที่

เมื่อความเหนื่อยล้าและความว่างเปล่ากลายเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตประจำวัน My Liberation Notes จะทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนหัวใจให้คุณได้สำรวจตัวเองอีกครั้ง เรื่องเล่าชีวิตสามพี่น้องที่ต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านต่างจังหวัดกับงานในโซลแบบซ้ำๆ จนถึงจุดที่เริ่มถามตัวเองว่า “นี่เราจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปจนแก่จริงๆ เหรอ?”

การมาของชายปริศนาอย่าง “คุณกู” และความสัมพันธ์สุดแปลกกับ “มีจอง” น้องสาวคนเล็กคือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ มันไม่ได้ฟีลรักหวือหวา แต่เป็นความรักแบบเงียบๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจกันและกัน ใครที่กำลังเหนื่อยกับชีวิตจริง จะรู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่ที่เข้าใจทุกความคิดด้านมืดของเรา

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Kim Ji-won, Son Suk-ku, Lee Min-ki

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 75 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2022

  • ผู้กำกับ: Shin Won-ho

  • เหมาะกับผู้ชม: คนที่ชอบดราม่าชีวิตจริง เรียลแบบไม่แต่งเติม

ความน่าสนใจ

  • พัฒนาการของตัวละครค่อยๆ ไต่ระดับแบบสมจริงมาก

  • โมเมนต์รักแบบเงียบๆ ไม่มีคำหวานแต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึก

  • วิวชนบทเกาหลีในเรื่องสวยนุ่มละมุนตา

  • ดราม่าครอบครัวไม่เล่นใหญ่เกินไป แต่คมและจริงจนหน่วงใจเบาๆ

  • เพลง “Home” ให้อารมณ์เหมือนได้กลับไปสถานที่ปลอดภัย

  • Ending แบบ Happy ในสไตล์ที่ไม่ฝืนความจริงของชีวิตเกินไป

14. Nevertheless – รักที่รู้ว่าเสี่ยงแต่หัวใจมันไม่ยอมถอย

สำหรับใครที่เคยตกหลุมรักคนที่รู้ว่าเป็น Red Flag แบบเต็มๆ Nevertheless คือซีรีย์ที่อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังดูไดอารี่ของตัวเอง เรื่องราวของ “ยูนาบี” ที่เพิ่งผ่านรักพังๆ มา และ “พัคแจออน” ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่ชอบเล่นกับไฟความสัมพันธ์แต่ไม่ยอมผูกมัดกับใครจริงจัง

โทนเรื่องหม่นสวยแบบงานศิลปะ เหมาะกับอารมณ์นั่งดูเงียบๆ ในห้องมืด เคมีของซงคังและฮันโซฮีคือ ร้อนแรงชนิดที่คนดูอดไม่ได้ต้องตามไปเก็บทุกสายตา ทุกสัมผัส นี่ไม่ใช่ซีรีย์รักในอุดมคติ แต่มันคือความสัมพันธ์ยุคใหม่ที่ทั้งหวาน ทั้งขม และทั้งจริง

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: Song Kang, Han So-hee

  • ความยาว: 10 ตอน (ตอนละประมาณ 65 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2021

  • ผู้กำกับ: Kim Ga-ram

  • เหมาะกับผู้ชม: วัยรุ่นและคนที่อินกับรักแอบเจ็บ รักที่ไม่มีคำจำกัดความ

ความน่าสนใจ

  • เคมีพระนางดึงดูดสุดๆ จนคนดูเผลอเชียร์ทั้งที่รู้ว่ามันไม่โอเค

  • ฉากจูบกลางฝนถูกขยี้แบบเป็นงานศิลปะชั้นดี

  • สำรวจจิตวิทยาความสัมพันธ์ยุคใหม่อย่างจริงและตรง

  • วิชวลสไตล์คณะศิลปะคือสวยจนแคปภาพเก็บแทบทุกฉาก

  • พล็อตไม่เดินทางง่ายๆ ทำให้ลุ้นถึงตอนจบ

  • OST “Stay With Me” เพิ่มดีกรีความอินขึ้นอีกหลายเท่า

15. Hotel Del Luna – โรงแรมผีหรูระดับพรีเมียมที่เปิดรับเฉพาะวิญญาณ

ถ้าอยากได้ซีรีย์ที่ทั้งสวย ตื่นเต้น ซึ้ง และโรแมนติกในเรื่องเดียว Hotel Del Luna คือคำตอบที่ครบถ้วนที่สุด โรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่กลางกรุงโซล แต่แขกทั้งหมดเป็นวิญญาณ ส่วนเจ้าของโรงแรม “จางมันวอล” หญิงสาวที่ต้องชดใช้กรรมด้วยการดูแลที่นี่มานานนับพันปี จนกระทั่ง “ผู้จัดการมนุษย์” คนใหม่เดินเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง

งานโปรดักชันและแฟชั่นของ IU ในเรื่องนี้คือระดับตำนาน ทุกตอนคือรันเวย์ขนาดย่อม พล็อตแต่ละตอนเล่าเรื่องชีวิตและการจากไปของวิญญาณต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ทำให้เราเห็นคุณค่าของการบอกลาครั้งสุดท้ายและการปล่อยวาง มากขึ้น และแน่นอน ความสัมพันธ์ระหว่างมันวอลกับผู้จัดการหนุ่มก็หวานปนเศร้าจนตราตรึงใจ

รายละเอียดของหนัง

  • นักแสดงนำ: IU, Yeo Jin-goo

  • ความยาว: 16 ตอน (ตอนละประมาณ 80 นาที)

  • ปีที่ฉาย: 2019

  • ผู้กำกับ: Shim Jun-hyuk

  • เหมาะกับผู้ชม: คนชอบแฟนตาซีผีๆ แต่ไม่หลอน เน้นฟีลโรแมนติก

ความน่าสนใจ

  • โรงแรมผีที่ดีไซน์สวยจนอยากเข้าไปพักจริงๆ

  • เสื้อผ้าแต่ละลุคของ IU คือไอคอนิกแบบเอาไปแต่งตามได้

  • แขกผีแต่ละตัวมีเรื่องราวให้คิดตาม และชวนซึ้งมากกว่าน่ากลัว

  • โมเมนต์พระนางกอดกันข้ามภพคือฟินปนเศร้า

  • ตัวร้ายก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ไม่ได้มาเพื่อหลอนอย่างเดียว

  • ตอนจบซึ้งแบบน้ำตาซึม แต่ก็สวยงามในแบบที่ควรเป็น

FAQ: คำถามฮิตเกี่ยวกับการดูซีรีย์เกาหลีใน Netflix

1. ซีรีย์เกาหลีใน Netflix มีพากย์ไทยทุกเรื่องหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่ใช่ทุกเรื่องจะมีพากย์ไทย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องยอดฮิตหรือ Netflix Original ที่ได้พากย์ครบๆ แต่ซับไทยนี่หายห่วง มีเกือบทุกเรื่องอยู่แล้ว ก่อนกดเล่นลองเช็กที่หน้ารายละเอียด จะมีสัญลักษณ์ “พากย์ไทย” ให้เห็นชัดๆ ว่าเรื่องไหนฟังเสียงไทยได้บ้าง

2. ทำไมบางเรื่องไม่ขึ้นตอนใหม่พร้อมที่เกาหลี?
ตอบ: ซีรีย์ที่กำลัง On-air ส่วนมากจะอัปเดตตอนใหม่หลังฉายที่เกาหลีไม่กี่ชั่วโมง แต่บางเรื่องจะรอให้จบทั้งซีซั่นก่อนแล้วค่อยลงแบบรวดเดียวจบ ทั้งหมดคือขึ้นกับสัญญาลิขสิทธิ์ของแต่ละเรื่อง แนะนำให้กด “แจ้งเตือนฉัน” เอาไว้ พอตอนใหม่ลง Netflix ก็จะเด้งเตือนให้ทันที ไม่พลาดตอนสำคัญแน่นอน

3. ถ้าดูจบแล้วอยากหาเรื่องแนวคล้ายกัน ให้ Netflix แนะนำยังไงดี?
ตอบ: ง่ายมาก แค่กด “ถูกใจ” หรือ “รักเรื่องนี้” ในซีรีย์ที่คุณอินเป็นพิเศษ ระบบจะเอาข้อมูลไปประมวลผลแล้วดันเรื่องแนวใกล้เคียงมาให้บนหน้าแรกเพิ่มขึ้น ยิ่งกดบ่อย ระบบยิ่งรู้ใจ และถ้าอยากไถหาเองก็เข้าไปที่หมวดซีรีย์เกาหลีแล้วใช้ฟิลเตอร์เลือกแนว เช่น โรแมนติก หรือระทึกขวัญ จะช่วยให้เจอของที่ใช่ไวขึ้นเยอะ

4. โหลดซีรีย์เกาหลีไว้ดูออฟไลน์ได้ทุกเรื่องไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่โหลดเก็บได้แทบทั้งหมด เหมาะมากสำหรับดูตอนเดินทางหรือเน็ตไม่เสถียร เราสามารถเลือกความละเอียดให้เหมาะกับความจุเครื่องได้ แต่ไฟล์ที่โหลดมาจะมีวันหมดอายุ ถ้านานๆ ไม่เปิดดูระบบอาจลบให้เอง หรือถ้าลิขสิทธิ์เรื่องนั้นหมดจาก Netflix ไฟล์ที่โหลดไว้ก็จะหายตามไปด้วย ควรเปิดเช็กเป็นระยะๆ

บทสรุป: ปี 2026 คือปีทองของสายหนังรักเกาหลีบน Netflix

ปี 2026 นี้ Netflix ยังรักษาตำแหน่งแพลตฟอร์มสายฟินอันดับหนึ่งไว้ได้แบบสบายๆ ด้วยการขนซีรีย์เกาหลีโรแมนติกที่ ทั้งฮีล ทั้งเขิน ทั้งบีบหัวใจ มาให้เลือกกันแน่นจอ ตั้งแต่รักใสๆ วัยเรียน รักแฟนตาซีข้ามภพ ไปจนถึงรักแบบผู้ใหญ่ที่จริงจังและโตไปด้วยกัน

จุดเด่นของลิสต์ปีนี้คือการเน้น “ความสัมพันธ์ที่ลึกและมีความหมาย” ไม่ใช่หวานเลี่ยนอย่างเดียว แต่ยังชวนให้กลับไปคิดถึงคนข้างๆ และตัวเองในอดีตด้วย โปรดักชันก็อัปเลเวลจัดเต็ม ทั้งภาพ โลเคชั่น เสื้อผ้า และเพลงประกอบที่ช่วยดันให้ทุกอารมณ์ชัดเจนขึ้นแบบสุดๆ

สรุปง่ายๆ คือ วันหยุดยาวรอบหน้า ถ้าไม่รู้จะไปไหน แค่กดเปิดหนึ่งใน 15 เรื่องนี้ แล้วปล่อยตัวเองนอนดูรวดเดียวจบ คุณจะได้ทั้งเสียงหัวเราะ น้ำตา และความฟินที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยเหมือนได้ไปเดตกับโอปป้าในจอด้วยตัวเอง
เตรียมหมอนให้แน่น เอาหัวใจไปเสี่ยง แล้วให้ซีรีย์เกาหลีบน Netflix ดูแลความสุขของคุณทั้งวันทั้งคืนได้เลย