รับแอปรับแอป

รวม 5 บัตรเครดิต KTC สายกิน–สายเที่ยว–สายช้อป ใช้คุ้ม สมัครไม่ยาก ปี 2568

กฤตชัย มโนธรรม01-30

เลือกบัตรเครดิตให้เหมือนเลือกคู่ใจ สายกิน–สายเที่ยวต้องรู้

ยุคนี้ออกจากบ้านแทบไม่ต้องพกเงินสดแล้ว แค่มีมือถือกับบัตรเครดิตดี ๆ สักใบ ก็เอาอยู่ทุกมื้อ ทุกทริป ทุกช้อปปิ้ง

บัตรเครดิตไม่ได้มีดีแค่รูดแล้วจ่ายทีหลัง แต่ยังให้ทั้งส่วนลด คะแนนสะสม เงินคืน และโปรผ่อน 0% ที่ช่วยให้เราจัดสรรกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น ถ้าใช้เป็นคือเครื่องมือการเงินสุดปัง แต่ถ้าใช้พลาดก็กลายเป็นภาระหนี้ได้เหมือนกัน

KTC ถือเป็นหนึ่งในค่ายบัตรเครดิตที่ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเอาใจทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายกิน สายช้อป สายเที่ยว รวมถึงคนที่ใช้จ่ายต่างประเทศบ่อย ๆ ที่สำคัญคือ สมัครออนไลน์ง่าย และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ หลายใบอีกด้วย

หลักคิดสั้น ๆ ก่อนเลือกบัตร คือ

  • เลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเรา

  • เน้นบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ตรงกับสิ่งที่ใช้จริง

  • ใช้เท่าที่จำเป็น และจ่ายคืนเต็มจำนวนทุกงวด เพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยราว 16% ต่อปี

ต่อไปนี้คือ 5 บัตรเครดิต KTC น่าใช้ในปี 2568 ที่สายกิน สายเที่ยว และสายช้อปไม่ควรพลาด

ทำไมบัตรเครดิต KTC ถึงน่าสนใจในปี 2568

ในยุคดิจิทัลที่การจ่ายเงินด้วย QR Code และบัตรเครดิตกลายเป็นเรื่องปกติ บัตรเครดิตจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือรูดจ่าย แต่เป็นตัวช่วยจัดการการเงินในชีวิตประจำวัน

บัตรเครดิต KTC โดดเด่นด้วย

  • สมัครออนไลน์ได้สะดวก ไม่ต้องเดินหาสาขาให้เหนื่อย

  • สิทธิประโยชน์หลากหลาย ทั้งส่วนลดร้านอาหาร ร้านค้า ท่องเที่ยว และช้อปออนไลน์

  • โปรผ่อน 0% ที่ช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับรายการใหญ่

  • หลายใบ ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ใช้ยาว ๆ ไม่ต้องกลัวค่าธรรมเนียมบานปลาย

ต่อไปมาดูทีละใบว่าเหมาะกับสายไหน ไลฟ์สไตล์แบบใด

1. KTC PLATINUM MASTERCARD – สายกินหรู เที่ยวบ่อย ใช้ได้ทั้งโลก

ใครชอบร้านอาหารดี ๆ โรงแรมสวย ๆ และเดินทางต่างประเทศเป็นระยะ บัตรนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าหยิบมาดูเป็นพิเศษ

จุดเด่นของบัตรนี้

  • ประกันการซื้อสินค้าทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเวลาเจอปัญหาสินค้าชำรุดหรือสูญหายตามเงื่อนไข

  • รับส่วนลดสูงสุดประมาณ 10% หรือรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ร้านอาหารที่ร่วมรายการ เมื่อใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • สิทธิพิเศษส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสมจากพาร์ทเนอร์ใหญ่ ๆ ทั้งแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง โรงแรม ที่พัก และสายการบินชั้นนำผ่านเครือข่าย Mastercard

  • มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประกันกระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหายตามเงื่อนไข

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ใช้ยาว ๆ ได้แบบสบายใจ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)

  • ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

  • กรณีชาวต่างชาติ ต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

บัตรนี้เหมาะกับคนที่เน้นกิน เที่ยว และช้อปออนไลน์ พร้อมอยากได้ความคุ้มครองเวลาเดินทางด้วย

2. KTC DIGITAL PLATINUM VISA – สายออนไลน์จ๋า ชอบความปลอดภัยขั้นสุด

ถ้าชีวิตผูกกับโลกออนไลน์เป็นหลัก ไม่ว่าจะโอน จ่ายช้อป หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี บัตรนี้ออกแบบมาให้ตรงใจโดยเฉพาะ

ไฮไลต์ของบัตรนี้

  • สมัครผ่านแอป KTC Mobile ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะเหมือนยุคก่อน

  • ใช้เทคโนโลยี Dynamic CVV หมายเลขด้านหลังบัตรเปลี่ยนทุกครั้งที่ขอรหัส เพิ่มความปลอดภัยเวลาใช้จ่ายออนไลน์

  • มีบริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT) ให้ช่วยจัดการเรื่องจองร้าน จองทริป หรือข้อมูลต่าง ๆ ตามบริการที่กำหนด

  • รับส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสม จากพาร์ทเนอร์ออนไลน์และออฟไลน์ที่ร่วมรายการกับ KTC

  • สั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการได้แบบคุ้ม ๆ ตลอดปี

  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง และประกันกระเป๋าเดินทางเวลาเดินทางทั้งในและต่างประเทศ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)

  • ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

  • ชาวต่างชาติต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

เหมาะมากกับคนที่ใช้จ่ายออนไลน์เป็นหลัก ช้อปบ่อย สั่งอาหารบ่อย และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลบัตร

3. KTC VISA SIGNATURE – สายเดินทางสายพรีเมียม ชอบเลานจ์ ชอบคะแนน

ใครที่บินต่างประเทศบ่อย ชอบใช้บริการเลานจ์สนามบิน และเน้นสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกของหรือสิทธิพิเศษ บัตรนี้ตอบโจทย์มาก

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • สะสมคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ภายในช่วงโปรโมชั่นที่กำหนด ทำให้สะสมคะแนนได้ไวขึ้นสำหรับสายเที่ยวต่างประเทศ

  • ใช้บริการห้องรับรองสนามบิน MIRACLE LOUNGE ได้ 2 ครั้ง/ปี (ตามเงื่อนไข เช่น เส้นทางระหว่างประเทศ และช่วงวันที่ที่กำหนด)

  • สิทธิพิเศษชุดน้ำชายามบ่ายสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษ เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรถึงเกณฑ์ที่กำหนดในช่วงเวลาโปรโมชั่น

  • ใช้ช้อปออนไลน์และสั่งอาหารเดลิเวอรีสุดคุ้มผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการ

  • สิทธิพิเศษส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสมจากพาร์ทเนอร์ระดับท็อป ทั้งแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง โรงแรม และสายการบิน

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ)

  • ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

  • ชาวต่างชาติต้องมีประวัติทำงานในไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

บัตรนี้เหมาะกับคนที่รายได้สูงขึ้นมาหน่อย เดินทางบ่อย ชอบใช้บริการพรีเมียม และมองหาบัตรหลักไว้สะสมคะแนนและใช้สิทธิเลานจ์

4. KTC UNIONPAY PLATINUM – สายเที่ยวฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวัน ต้องมี

ถ้าแพลนทริปไปฮ่องกง มาเก๊า หรือไต้หวันบ่อย บัตรนี้คือไอเทมที่ควรพกติดกระเป๋า เพราะออกแบบมาสำหรับการใช้ในเส้นทางนี้โดยเฉพาะ

จุดเด่นแบบเน้น ๆ

  • รับคะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายเป็นสกุลเงิน HKD / MOP / TWD ในช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้ทุกการรูดต่างประเทศในโซนนี้ยิ่งคุ้ม

  • ใช้ง่ายแบบสายดิจิทัล เพราะสามารถสแกนจ่ายผ่าน QR Code ได้ผ่านแอป KTC Mobile ทุกร้านที่มีสัญลักษณ์ UnionPay QR ไม่มีขั้นต่ำ

  • สิทธิพิเศษจาก U Collection ทั้งส่วนลดและดีลจากร้านอาหาร โรงแรม และที่เที่ยวระดับพรีเมียม ทั้งในและต่างประเทศ

  • ดีลจาก U Plan รับ e-Coupon ส่วนลดและสิทธิพิเศษร้านค้าชั้นนำในหลายประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มของ UnionPay

  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ เช่น แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ บริการเรียกรถ และเว็บจองที่พักที่ร่วมรายการ

  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT)

  • ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)

  • ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

  • ชาวต่างชาติต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

คนที่ชอบเที่ยวเส้นทางฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวันบ่อย ๆ หรือเดินทางเพื่อธุรกิจในโซนนี้ จะได้ทั้งความคุ้มเรื่องคะแนน และดีลพิเศษอีกเพียบ

5. KTC JCB PLATINUM – สายเจแปนเลิฟ กิน–ช้อป–เที่ยวญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม

ใครเป็นสาย Japanese Lifestyle ชอบกินอาหารญี่ปุ่น ชอบช้อปสินค้าญี่ปุ่น หรือบินไปญี่ปุ่นเป็นว่าเล่น บัตรนี้คือคู่หูที่ช่วยให้ทุกทริปคุ้มขึ้นทันตา

สิทธิประโยชน์หลักของบัตรนี้

  • สะสมคะแนน KTC FOREVER หรือ ROP x2 ทุกยอดใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดที่เป็นสกุลเงินบาท) เหมาะมากกับสายรูดต่างประเทศ

  • สิทธิใช้บริการห้องรับรองในสนามบินหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย ตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • บริการห้องรับรองผ่าน JCB Plaza ทั่วโลกสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย ๆ

  • โปรสมัครบัตรพร้อมรับโค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่ารวมตามเงื่อนไข เมื่อมียอดใช้จ่ายตามที่กำหนดในช่วงเวลาโปรโมชั่น

  • สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นสายกิน–สายช้อป เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ดิวตี้ฟรีชื่อดัง ซูเปอร์มาร์เก็ตนำเข้า และโรงแรมชั้นนำอีกมากมาย

  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT)

  • ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุ 20 – 80 ปี

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)

  • ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

  • ชาวต่างชาติจะต้องทำงานในไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

สายเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ๆ หรือรักทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น การมีบัตรนี้ติดตัวจะช่วยให้ทั้งกิน ทั้งช้อป ทั้งเดินทาง ได้ดีลที่คุ้มกว่าเดิมหลายขั้น

สรุป: ปี 2568 จะเลือกบัตรเครดิต KTC ใบไหนดี?

ก่อนตัดสินใจเลือกบัตร ลองถามตัวเองก่อนว่า เราใช้บัตรเครดิตไปเพื่ออะไรเป็นหลัก

  • ถ้าเน้นกินหรู เดินทางบ่อย ชอบสิทธิประกันเดินทาง → เล็ง KTC PLATINUM MASTERCARD

  • ถ้าชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ ช้อป–จ่าย–สั่งอาหารผ่านแอปตลอด → มองไปที่ KTC DIGITAL PLATINUM VISA

  • ถ้าเป็นสายบินต่างประเทศบ่อย ชอบเลานจ์และสะสมคะแนน → KTC VISA SIGNATURE คือสายตรง

  • ถ้าทริปฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวัน คือเส้นทางโปรด → ต้องมี KTC UNIONPAY PLATINUM ติดกระเป๋า

  • ถ้าหัวใจยกให้ญี่ปุ่น กิน–เที่ยว–ช้อปที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องประจำ → KTC JCB PLATINUM ตอบโจทย์สุด

จำไว้เสมอว่า บัตรเครดิตที่ดีไม่ใช่บัตรที่สิทธิประโยชน์เยอะที่สุด แต่คือบัตรที่เข้ากับไลฟ์สไตล์เรา และเราควบคุมการใช้ได้

ใช้บัตรเพื่อให้เงินไหลลื่นขึ้น ไม่ใช่เพื่อสร้างหนี้เกินตัว ถ้าใช้เท่าที่จำเป็นและชำระเต็มจำนวนทุกงวด ดอกเบี้ยระดับ 16% ต่อปีจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเลย

เลือกบัตรให้ตรงใจ ใช้อย่างมีสติ แล้วบัตรเครดิตจะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกมื้อ ทุกทริป และทุกการใช้จ่ายของคุณ