เลือกบัตรเครดิตให้เหมือนเลือกคู่ใจ สายกิน–สายเที่ยวต้องรู้
ยุคนี้ออกจากบ้านแทบไม่ต้องพกเงินสดแล้ว แค่มีมือถือกับบัตรเครดิตดี ๆ สักใบ ก็เอาอยู่ทุกมื้อ ทุกทริป ทุกช้อปปิ้ง
บัตรเครดิตไม่ได้มีดีแค่รูดแล้วจ่ายทีหลัง แต่ยังให้ทั้งส่วนลด คะแนนสะสม เงินคืน และโปรผ่อน 0% ที่ช่วยให้เราจัดสรรกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น ถ้าใช้เป็นคือเครื่องมือการเงินสุดปัง แต่ถ้าใช้พลาดก็กลายเป็นภาระหนี้ได้เหมือนกัน
KTC ถือเป็นหนึ่งในค่ายบัตรเครดิตที่ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเอาใจทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายกิน สายช้อป สายเที่ยว รวมถึงคนที่ใช้จ่ายต่างประเทศบ่อย ๆ ที่สำคัญคือ สมัครออนไลน์ง่าย และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ หลายใบอีกด้วย
หลักคิดสั้น ๆ ก่อนเลือกบัตร คือ
เลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเรา
เน้นบัตรที่ให้สิทธิประโยชน์ตรงกับสิ่งที่ใช้จริง
ใช้เท่าที่จำเป็น และจ่ายคืนเต็มจำนวนทุกงวด เพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยราว 16% ต่อปี
ต่อไปนี้คือ 5 บัตรเครดิต KTC น่าใช้ในปี 2568 ที่สายกิน สายเที่ยว และสายช้อปไม่ควรพลาด
ทำไมบัตรเครดิต KTC ถึงน่าสนใจในปี 2568
ในยุคดิจิทัลที่การจ่ายเงินด้วย QR Code และบัตรเครดิตกลายเป็นเรื่องปกติ บัตรเครดิตจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือรูดจ่าย แต่เป็นตัวช่วยจัดการการเงินในชีวิตประจำวัน
บัตรเครดิต KTC โดดเด่นด้วย
สมัครออนไลน์ได้สะดวก ไม่ต้องเดินหาสาขาให้เหนื่อย
สิทธิประโยชน์หลากหลาย ทั้งส่วนลดร้านอาหาร ร้านค้า ท่องเที่ยว และช้อปออนไลน์
โปรผ่อน 0% ที่ช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับรายการใหญ่
หลายใบ ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ใช้ยาว ๆ ไม่ต้องกลัวค่าธรรมเนียมบานปลาย
ต่อไปมาดูทีละใบว่าเหมาะกับสายไหน ไลฟ์สไตล์แบบใด
1. KTC PLATINUM MASTERCARD – สายกินหรู เที่ยวบ่อย ใช้ได้ทั้งโลก
ใครชอบร้านอาหารดี ๆ โรงแรมสวย ๆ และเดินทางต่างประเทศเป็นระยะ บัตรนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าหยิบมาดูเป็นพิเศษ
จุดเด่นของบัตรนี้
ประกันการซื้อสินค้าทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเวลาเจอปัญหาสินค้าชำรุดหรือสูญหายตามเงื่อนไข
รับส่วนลดสูงสุดประมาณ 10% หรือรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ร้านอาหารที่ร่วมรายการ เมื่อใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด
สิทธิพิเศษส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสมจากพาร์ทเนอร์ใหญ่ ๆ ทั้งแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง โรงแรม ที่พัก และสายการบินชั้นนำผ่านเครือข่าย Mastercard
มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประกันกระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหายตามเงื่อนไข
ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ใช้ยาว ๆ ได้แบบสบายใจ
คุณสมบัติผู้สมัคร
อายุ 20 – 80 ปี
รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)
รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)
ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
กรณีชาวต่างชาติ ต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
บัตรนี้เหมาะกับคนที่เน้นกิน เที่ยว และช้อปออนไลน์ พร้อมอยากได้ความคุ้มครองเวลาเดินทางด้วย
2. KTC DIGITAL PLATINUM VISA – สายออนไลน์จ๋า ชอบความปลอดภัยขั้นสุด
ถ้าชีวิตผูกกับโลกออนไลน์เป็นหลัก ไม่ว่าจะโอน จ่ายช้อป หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี บัตรนี้ออกแบบมาให้ตรงใจโดยเฉพาะ
ไฮไลต์ของบัตรนี้
สมัครผ่านแอป KTC Mobile ได้ง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะเหมือนยุคก่อน
ใช้เทคโนโลยี Dynamic CVV หมายเลขด้านหลังบัตรเปลี่ยนทุกครั้งที่ขอรหัส เพิ่มความปลอดภัยเวลาใช้จ่ายออนไลน์
มีบริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT) ให้ช่วยจัดการเรื่องจองร้าน จองทริป หรือข้อมูลต่าง ๆ ตามบริการที่กำหนด
รับส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสม จากพาร์ทเนอร์ออนไลน์และออฟไลน์ที่ร่วมรายการกับ KTC
สั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการได้แบบคุ้ม ๆ ตลอดปี
ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง และประกันกระเป๋าเดินทางเวลาเดินทางทั้งในและต่างประเทศ
ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี
คุณสมบัติผู้สมัคร
อายุ 20 – 80 ปี
รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)
รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)
ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
ชาวต่างชาติต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
เหมาะมากกับคนที่ใช้จ่ายออนไลน์เป็นหลัก ช้อปบ่อย สั่งอาหารบ่อย และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลบัตร
3. KTC VISA SIGNATURE – สายเดินทางสายพรีเมียม ชอบเลานจ์ ชอบคะแนน
ใครที่บินต่างประเทศบ่อย ชอบใช้บริการเลานจ์สนามบิน และเน้นสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกของหรือสิทธิพิเศษ บัตรนี้ตอบโจทย์มาก
จุดเด่นที่น่าสนใจ
สะสมคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ภายในช่วงโปรโมชั่นที่กำหนด ทำให้สะสมคะแนนได้ไวขึ้นสำหรับสายเที่ยวต่างประเทศ
ใช้บริการห้องรับรองสนามบิน MIRACLE LOUNGE ได้ 2 ครั้ง/ปี (ตามเงื่อนไข เช่น เส้นทางระหว่างประเทศ และช่วงวันที่ที่กำหนด)
สิทธิพิเศษชุดน้ำชายามบ่ายสำหรับ 2 ท่าน ในราคาพิเศษ เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรถึงเกณฑ์ที่กำหนดในช่วงเวลาโปรโมชั่น
ใช้ช้อปออนไลน์และสั่งอาหารเดลิเวอรีสุดคุ้มผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการ
สิทธิพิเศษส่วนลด เครดิตเงินคืน และคะแนนสะสมจากพาร์ทเนอร์ระดับท็อป ทั้งแพลตฟอร์มช้อปปิ้ง โรงแรม และสายการบิน
ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี
คุณสมบัติผู้สมัคร
อายุ 20 – 80 ปี
รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ)
ทำงานในที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
ชาวต่างชาติต้องมีประวัติทำงานในไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
บัตรนี้เหมาะกับคนที่รายได้สูงขึ้นมาหน่อย เดินทางบ่อย ชอบใช้บริการพรีเมียม และมองหาบัตรหลักไว้สะสมคะแนนและใช้สิทธิเลานจ์
4. KTC UNIONPAY PLATINUM – สายเที่ยวฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวัน ต้องมี
ถ้าแพลนทริปไปฮ่องกง มาเก๊า หรือไต้หวันบ่อย บัตรนี้คือไอเทมที่ควรพกติดกระเป๋า เพราะออกแบบมาสำหรับการใช้ในเส้นทางนี้โดยเฉพาะ
จุดเด่นแบบเน้น ๆ
รับคะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายเป็นสกุลเงิน HKD / MOP / TWD ในช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้ทุกการรูดต่างประเทศในโซนนี้ยิ่งคุ้ม
ใช้ง่ายแบบสายดิจิทัล เพราะสามารถสแกนจ่ายผ่าน QR Code ได้ผ่านแอป KTC Mobile ทุกร้านที่มีสัญลักษณ์ UnionPay QR ไม่มีขั้นต่ำ
สิทธิพิเศษจาก U Collection ทั้งส่วนลดและดีลจากร้านอาหาร โรงแรม และที่เที่ยวระดับพรีเมียม ทั้งในและต่างประเทศ
ดีลจาก U Plan รับ e-Coupon ส่วนลดและสิทธิพิเศษร้านค้าชั้นนำในหลายประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มของ UnionPay
สิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์ เช่น แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ บริการเรียกรถ และเว็บจองที่พักที่ร่วมรายการ
บริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT)
ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
คุณสมบัติผู้สมัคร
อายุ 20 – 80 ปี
รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)
รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)
ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
ชาวต่างชาติต้องทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
คนที่ชอบเที่ยวเส้นทางฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวันบ่อย ๆ หรือเดินทางเพื่อธุรกิจในโซนนี้ จะได้ทั้งความคุ้มเรื่องคะแนน และดีลพิเศษอีกเพียบ
5. KTC JCB PLATINUM – สายเจแปนเลิฟ กิน–ช้อป–เที่ยวญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม
ใครเป็นสาย Japanese Lifestyle ชอบกินอาหารญี่ปุ่น ชอบช้อปสินค้าญี่ปุ่น หรือบินไปญี่ปุ่นเป็นว่าเล่น บัตรนี้คือคู่หูที่ช่วยให้ทุกทริปคุ้มขึ้นทันตา
สิทธิประโยชน์หลักของบัตรนี้
สะสมคะแนน KTC FOREVER หรือ ROP x2 ทุกยอดใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดที่เป็นสกุลเงินบาท) เหมาะมากกับสายรูดต่างประเทศ
สิทธิใช้บริการห้องรับรองในสนามบินหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย ตามเงื่อนไขที่กำหนด
บริการห้องรับรองผ่าน JCB Plaza ทั่วโลกสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย ๆ
โปรสมัครบัตรพร้อมรับโค้ดส่วนลด GrabFood มูลค่ารวมตามเงื่อนไข เมื่อมียอดใช้จ่ายตามที่กำหนดในช่วงเวลาโปรโมชั่น
สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นสายกิน–สายช้อป เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ดิวตี้ฟรีชื่อดัง ซูเปอร์มาร์เก็ตนำเข้า และโรงแรมชั้นนำอีกมากมาย
บริการผู้ช่วยส่วนตัว (KTC PERSONAL ASSISTANT)
ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
คุณสมบัติผู้สมัคร
อายุ 20 – 80 ปี
รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน (คนไทย)
รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน (ชาวต่างชาติ)
ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
ชาวต่างชาติจะต้องทำงานในไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี
สายเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ๆ หรือรักทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น การมีบัตรนี้ติดตัวจะช่วยให้ทั้งกิน ทั้งช้อป ทั้งเดินทาง ได้ดีลที่คุ้มกว่าเดิมหลายขั้น
สรุป: ปี 2568 จะเลือกบัตรเครดิต KTC ใบไหนดี?
ก่อนตัดสินใจเลือกบัตร ลองถามตัวเองก่อนว่า เราใช้บัตรเครดิตไปเพื่ออะไรเป็นหลัก
ถ้าเน้นกินหรู เดินทางบ่อย ชอบสิทธิประกันเดินทาง → เล็ง KTC PLATINUM MASTERCARD
ถ้าชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ ช้อป–จ่าย–สั่งอาหารผ่านแอปตลอด → มองไปที่ KTC DIGITAL PLATINUM VISA
ถ้าเป็นสายบินต่างประเทศบ่อย ชอบเลานจ์และสะสมคะแนน → KTC VISA SIGNATURE คือสายตรง
ถ้าทริปฮ่องกง–มาเก๊า–ไต้หวัน คือเส้นทางโปรด → ต้องมี KTC UNIONPAY PLATINUM ติดกระเป๋า
ถ้าหัวใจยกให้ญี่ปุ่น กิน–เที่ยว–ช้อปที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องประจำ → KTC JCB PLATINUM ตอบโจทย์สุด
จำไว้เสมอว่า บัตรเครดิตที่ดีไม่ใช่บัตรที่สิทธิประโยชน์เยอะที่สุด แต่คือบัตรที่เข้ากับไลฟ์สไตล์เรา และเราควบคุมการใช้ได้
ใช้บัตรเพื่อให้เงินไหลลื่นขึ้น ไม่ใช่เพื่อสร้างหนี้เกินตัว ถ้าใช้เท่าที่จำเป็นและชำระเต็มจำนวนทุกงวด ดอกเบี้ยระดับ 16% ต่อปีจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเลย
เลือกบัตรให้ตรงใจ ใช้อย่างมีสติ แล้วบัตรเครดิตจะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในทุกมื้อ ทุกทริป และทุกการใช้จ่ายของคุณ

