รับแอปรับแอป

สรุปจบในโพสต์เดียว! เลือก Huawei Watch Fit 4 หรือ Watch Fit 4 Pro รุ่นไหนเป๊ะสำหรับคุณ

ศุภชัย แก้วใจ01-29

Huawei Watch Fit 4 Series สำหรับสายแฟชั่นแอคทีฟตัวจริง

Huawei Watch Fit 4 Series มาพร้อม 2 รุ่นคือ Huawei Watch Fit 4 และ Huawei Watch Fit 4 Pro ที่ออกแบบมาเอาใจคนรักสุขภาพและแฟชั่นในเรือนเดียว

ทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.82 นิ้ว แสดงผลคมชัด สีสันสดใส รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ “Fashion Active” ที่ต้องการทั้งความสวยและความฟิตในเวลาเดียวกัน

เปรียบเทียบดีไซน์และวัสดุ: สวยเหมือนกัน แต่ฟีลไม่เหมือนกัน

Huawei Watch Fit 4

  • มีให้เลือก 3 สี: สีม่วง สีขาว และสีดำ

  • หน้าจอ AMOLED 1.82 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 2,000 nits มองชัดแม้กลางแจ้ง

  • ตัวเรือนใช้วัสดุ Aluminum Alloy น้ำหนักเบาแต่ยังให้สัมผัสที่ดูพรีเมียม

  • สวมใส่สบาย เหมาะกับการใช้งานทั้งวัน ไม่ถ่วงข้อมือ

Huawei Watch Fit 4 Pro

  • มีให้เลือก 3 สี: สีเขียว สีดำ และสีน้ำเงิน

  • หน้าจอ AMOLED 1.82 นิ้ว เช่นกัน แต่ดันความสว่างไปถึง 3,000 nits ชัดสุดแม้อยู่กลางแดดจัด

  • ขอบหน้าปัดใช้ Titanium Alloy Bezel ให้ลุคหรู แข็งแรง ทนทาน

  • กระจกหน้าจอเป็น Sapphire Glass กันรอยขีดข่วนได้ดี เหมาะสำหรับสายลุยที่ยังอยากดูแพง

บาง เบา แต่ดีเทลแน่น: ใส่แล้วแทบลืมว่าสวมนาฬิกา

จุดเด่นของ Huawei Watch Fit 4 Series คือความรู้สึก เบาและไม่เทอะทะบนข้อมือ ใส่ทำกิจกรรมทั้งวันได้แบบแทบไม่รู้สึก

ดีไซน์แบบ 3D Wing Design ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวเรือน ทำให้ทรงเหลี่ยมดูโค้งมน มีเสน่ห์ และดูแพงขึ้นกว่าเดิม

ไม่ใช่แค่สมาร์ทวอทช์ทรงเหลี่ยมธรรมดา แต่เป็นแอคเซสซอรี่ที่ใส่แล้วดูมีสไตล์ ทั้งในลุคสตรีท ลุคทำงาน หรือแม้แต่ลุคสปอร์ตจริงจัง

หน้าปัดจัดเต็ม: น่ารักก็ได้ อาร์ตก็ดี DIY ก็มี

หน้าปัดสายคิวท์: ธีมสัตว์เลี้ยง

สำหรับสายรักสัตว์ มีหน้าปัดธีมสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักให้เลือก เติมความสดใสบนข้อมือได้ทุกวัน เปลี่ยนอารมณ์ได้ตามฟีล

หน้าปัดสายอาร์ต: Artistic Watch Faces

  • Arctic Rays: ได้แรงบันดาลใจจากแสงเหนือ ให้ฟีลสงบ ลึกลับ น่าค้นหา

  • Dusk Silhouette: ถ่ายทอดบรรยากาศช่วงสนธยาด้วยเงาและแสง ให้ความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติก

หน้าปัดเหล่านี้ไม่ได้แค่บอกเวลา แต่คือ งานศิลปะชิ้นเล็กๆ บนข้อมือ ที่บอกคาแรกเตอร์ของคนใส่ได้ชัดเจน

หน้าปัดแบบ DIY: Gallery ที่เป็นตัวคุณแบบ 100%

  • อัปโหลดรูปภาพที่คุณชอบมาใช้เป็นหน้าปัดได้เลย

  • สร้างสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ใส่แล้วคนทักแน่นอน

นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งข้อมูลที่จะแสดงบนหน้าปัดได้เอง เช่น

  • วันที่

  • อัตราการเต้นของหัวใจ

  • จำนวนก้าว

  • ข้อมูลสภาพอากาศ

สวยอย่างเดียวไม่พอ แต่ยังใช้งานจริงได้ครบในหน้าปัดเดียว

ฟีเจอร์สุขภาพ: รุ่น Pro จัดเต็มกว่าแค่ชื่อ

Huawei Watch Fit 4

  • วัด SpO2, HRV, อัตราการเต้นของหัวใจ

  • ติดตามการนอนหลับได้ในระดับทั่วไป

  • ไม่มีฟีเจอร์ ECG

  • ไม่ได้ใช้ระบบ HUAWEI TruSense System แบบเต็มชุดเหมือนรุ่น Pro

Huawei Watch Fit 4 Pro

  • เพิ่มเซ็นเซอร์ ECG (Electrocardiogram) สำหรับวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ฟีเจอร์นี้รุ่นปกติไม่มี

  • ใช้ HUAWEI TruSense System เวอร์ชันอัปเกรด ช่วยให้การตรวจวัดสุขภาพมีความครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น

  • มีเซ็นเซอร์วัดความลึก (Depth Sensor) สำหรับโหมดดำน้ำลึก โดยเฉพาะคนที่ชอบลงน้ำจริงจัง

สายสปอร์ตห้ามพลาด: โหมดกีฬาและการกันน้ำ

Huawei Watch Fit 4

  • กันน้ำระดับ 5 ATM รองรับการใช้งานลึกได้ถึง 50 เมตร

  • เหมาะสำหรับการว่ายน้ำทั่วไปหรือกิจกรรมในน้ำแบบผิวๆ ยังไม่โฟกัสดำน้ำลึกระดับโปร

  • มีโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด ครอบคลุมการใช้งานทั่วไป แต่ยังไม่ได้เน้นโหมดสปอร์ตระดับมืออาชีพเป็นพิเศษ

Huawei Watch Fit 4 Pro

  • กันน้ำสำหรับดำน้ำลึกได้ถึง 40 เมตร รองรับกิจกรรมอย่าง Free Diving ได้แบบจริงจัง

  • เพิ่มโหมดกีฬาพิเศษ เช่น
    • โหมดกอล์ฟ พร้อมแผนที่สนามกอล์ฟกว่า 15,000 แห่ง

    • โหมดวิ่งเทรล (Trail Running) พร้อมแผนที่แบบ Offline Contour Maps

  • ระบบระบุตำแหน่ง HUAWEI Sunflower Positioning System ให้ความแม่นยำสูงขึ้นราว 30% เหมาะกับสายเอาท์ดอร์ตัวจริง

ฟังก์ชันอัจฉริยะและการเชื่อมต่อในชีวิตประจำวัน

ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาให้ใช้งานเป็นสมาร์ทวอทช์คู่ใจได้แบบแทบไม่ต้องหยิบมือถือบ่อย ๆ

ฟังก์ชันหลักที่ทั้งสองรุ่นทำได้

  • โทรศัพท์ผ่าน Bluetooth: รับสาย – คุยสาย ได้โดยตรงจากข้อมือ

  • ตอบกลับข้อความด่วน: พิมพ์ตอบ หรือใช้เสียงแปลงเป็นข้อความได้สะดวก

  • รองรับทั้ง Android และ iOS ใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่น

  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้สูงสุดประมาณ
    • 10 วัน ในการใช้งานประหยัด

    • ราว 7 วัน ในการใช้งานทั่วไป

    • ประมาณ 4 วัน หากเปิด Always-On Display ตลอดเวลา

  • รองรับการชาร์จเร็ว ชาร์จเต็มได้ภายในประมาณ 60 นาที

จุดต่างสำคัญ: เรื่อง NFC ต้องยกให้รุ่น Pro

  • Huawei Watch Fit 4 Pro รองรับ NFC ครบทุกสี เหมาะกับคนที่ต้องการใช้จ่ายหรือเข้าถึงสถานที่ด้วยการแตะข้อมือ

  • Huawei Watch Fit 4 รุ่นปกติ จะเน้นความคุ้มค่า ฟังก์ชันสมาร์ทหลักๆ อย่างการโทร การแจ้งเตือน การควบคุมเพลง และการเชื่อมต่อมือถือ ก็มีให้ครบเหมือนกัน

สรุปความคุ้มค่า: รุ่นไหนเหมาะกับใคร?

Huawei Watch Fit 4 เหมาะกับใคร

  • คนที่มองหา สมาร์ทวอทช์ดีไซน์สวย ใส่ได้ทุกลุค

  • ต้องการฟีเจอร์สุขภาพและออกกำลังกายในระดับครบถ้วนสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  • ไม่ได้เน้นฟีเจอร์ ECG, การดำน้ำลึก หรือวัสดุระดับไทเทเนียมและกระจกแซฟไฟร์

  • อยากได้ความคุ้มค่าในงบประหยัดกว่า

Huawei Watch Fit 4 Pro เหมาะกับใคร

  • สายสุขภาพจริงจังที่ต้องการ ECG และระบบตรวจวัดที่ละเอียดขึ้น

  • สายเอาท์ดอร์ – ดำน้ำ – วิ่งเทรล – ตีกอล์ฟ ที่อยากได้โหมดกีฬาเฉพาะทาง + GPS แม่นขึ้น

  • คนที่ให้ความสำคัญกับวัสดุพรีเมียม ดีไซน์หรู และความทนทานระยะยาว

  • ต้องการใช้ NFC ในชีวิตประจำวันเป็นประจำ

ราคาและมุมมองสุดท้าย

  • Huawei Watch Fit 4 ราคา 3,990 บาท

  • Huawei Watch Fit 4 Pro ราคา 7,490 บาท

เมื่อมองจากภาพรวม Huawei Watch Fit 4 Series ถือเป็นไลน์สมาร์ทวอทช์ที่ให้ความคุ้มค่าอย่างมาก ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะรุ่นมาตรฐานที่เน้นดีไซน์สวย ฟีเจอร์สุขภาพครบ โหมดออกกำลังกายเยอะ และใส่ได้ทุกวันแบบไม่รู้สึกเทอะทะ

ส่วน รุ่น Pro จะเหมาะกับคนที่อยากอัปเกรดไปสู่ประสบการณ์ระดับพรีเมียม ทั้งวัสดุ ฟีเจอร์สุขภาพแบบจัดเต็ม และความสามารถด้านกีฬาและการนำทางที่จริงจังกว่าเดิม

สรุปง่าย ๆ

  • อยากได้สมาร์ทวอทช์สวย ครบ คุ้ม: เลือก Huawei Watch Fit 4

  • อยากได้สมาร์ทวอทช์พรีเมียม ฟีเจอร์แน่น สายสุขภาพ–สายสปอร์ตตัวจริง: ไปที่ Huawei Watch Fit 4 Pro ได้เลย