รับแอปรับแอป

ลองใช้จริง Huawei Watch Fit 4 สมาร์ทวอทช์แฟชั่นสายฟิต ที่ได้ทั้งสุขภาพและสไตล์

พิชิต ศรีทอง01-30

ทำไม Huawei Watch Fit 4 ถึงน่าจับตามอง?

ในยุคที่สมาร์ทวอทช์กลายเป็นไอเทมประจำข้อมือของสายฟิตและสายแฟชั่น การเลือกนาฬิกาที่ทั้งสวย ใช้ง่าย ฟีเจอร์ครบ และราคาไม่แรง กลายเป็นโจทย์สำคัญของหลายคน

Huawei Watch Fit 4 จึงถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และภาพลักษณ์ในเรือนเดียว โดยเน้นดีไซน์บางเบา ใส่แล้วดูเรียบหรูทันสมัย แต่ยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชันสำหรับคนที่อยากดูแลตัวเองแบบจริงจัง

Huawei เดินหน้าทำสมาร์ทวอทช์สายสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และในซีรีส์ Watch Fit รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ถูกวางคอนเซ็ปต์ไว้ชัดเจนในแนว “Fashion Active” คือเป็นทั้งอุปกรณ์ออกกำลังกายและเครื่องประดับบนข้อมือที่ใส่ได้ทุกวัน

รองรับโหมดกีฬาเกิน 100 รูปแบบ แบตใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดราว 10 วัน และยังเน้นการวัดสุขภาพแบบละเอียด เหมาะทั้งคนที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งและคนที่อยากมอนิเตอร์ร่างกายตลอดวัน

ภาพรวมฟีเจอร์เด่นของ Watch Fit 4

Huawei Watch Fit 4 ถูกพัฒนาขึ้นต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งในด้านดีไซน์และระบบภายใน โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ หน้าจอใหญ่ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และเน้นสุขภาพเป็นหลัก

  • ดีไซน์ใหม่ บางกว่าเดิม น้ำหนักเบาใส่สบาย

  • หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ขึ้น อ่านข้อมูลได้ชัดขึ้น

  • รองรับโหมดกีฬาและกิจกรรมกว่า 100 รูปแบบ

  • ระบบติดตามตำแหน่งแม่นยำขึ้น เหมาะกับสาย Outdoor

  • ฟีเจอร์ด้านสุขภาพครบ ทั้งหัวใจ การนอน การหายใจ ความเครียด และรอบเดือน

ด้านการออกกำลังกาย ตัวนาฬิการองรับกิจกรรมหลัก ๆ อย่างการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ตลอดจนโหมดเฉพาะทางอื่น ๆ พร้อมวัดระยะทาง ความเร็ว และแคลอรีแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การฝึกซ้อมมีข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจนขึ้น

Sunflower Positioning System และเซ็นเซอร์สายลุย

หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Sunflower Positioning System ระบบที่เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำของ GPS ได้ราว 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยใช้การออกแบบเสาอากาศอัจฉริยะให้เหมาะกับลักษณะการเคลื่อนไหวจริงของผู้ใช้ ลดปัญหาสัญญาณสะท้อนหรือความเร็วเพี้ยน

นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดความกดอากาศที่สามารถวิเคราะห์ได้ทั้ง

  • ความสูงปัจจุบัน

  • ความชันสะสมทั้งขึ้นและลง

  • ความกดอากาศเพื่อช่วยประเมินแนวโน้มสภาพอากาศ

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับสายเดินเขา วิ่งเทรล หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องอิงสภาพแวดล้อม

ในแง่สุขภาพจิตใจ Huawei ยังใส่ฟีเจอร์ Emotional Wellbeing Assistant มาเพื่อช่วยตรวจจับสัญญาณความเครียดและอารมณ์ที่ไม่สมดุล พร้อมแนะนำเทคนิคผ่อนคลายที่เหมาะกับแต่ละคน

เพื่อเพิ่มสีสันในการใช้งาน ยังมีหน้าปัดสัตว์เลี้ยงอินเทอร์แอคทีฟให้เลือก 3 แบบ คือ แพนด้า แมว และสุนัข ซึ่งจะเปลี่ยนสีหน้าไปตามสภาพการใช้งานและกิจกรรมของผู้ใช้ตลอดวัน

DIY หน้าปัดด้วย Sticker Themed Watch Face

อีกจุดที่ทำให้ Watch Fit 4 ดูสนุกขึ้นคือฟีเจอร์ Sticker Themed Watch Face ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างหน้าปัดแบบ DIY ด้วยตัวเอง

  • อัปโหลดรูปจากสมาร์ตโฟน

  • แปลงเป็นสติกเกอร์น่ารัก ๆ บนหน้าปัดนาฬิกา

  • ตั้งค่าวิดเจ็ตสำคัญ เช่น จำนวนก้าว แคลอรีที่ใช้ไป หรือระดับแบตเตอรี่

ทั้งหมดนี้ช่วยให้หน้าปัดไม่ใช่แค่สวย แต่ยังแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

และที่สำคัญ ตัวนาฬิกา รองรับการใช้งานทั้ง iOS และ Android ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าใช้มือถือระบบไหนอยู่ ก็สามารถเชื่อมต่อกับ Watch Fit 4 ได้สบาย

ของในกล่องมีอะไรบ้าง?

ภายในแพ็กเกจที่ให้มา จะประกอบด้วย

  • ตัวเรือน Huawei Watch Fit 4

  • แท่นชาร์จพร้อมสาย

  • คู่มือเริ่มต้นใช้งานฉบับย่อ

  • เอกสารข้อมูลด้านความปลอดภัย

  • บัตรรับประกันตัวเครื่อง

สเปกหลักของ Huawei Watch Fit 4

สีและตัวเครื่อง

  • สีให้เลือก: ดำ (Black), ม่วง (Purple), ขาวเงิน (Silver)

  • ขนาดตัวเรือน: 43 x 38 x 9.5 มม.

  • น้ำหนัก: ประมาณ 27 กรัม (ไม่รวมสาย)

ตัวเรือนใช้วัสดุ อะลูมิเนียมอัลลอย ขณะที่ขอบหน้าปัดทำจาก ไททาเนียมอัลลอย ส่วนสายเป็นวัสดุ Fluoroelastomers ที่ทนต่ออุณหภูมิสูง ตั้งแต่ราว –20°C ไปจนถึง +45°C เหมาะกับการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและกิจกรรมกลางแจ้ง

หน้าจอและการแสดงผล

  • จอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว

  • ความละเอียด 480 x 408 พิกเซล ความหนาแน่นราว 347 PPI

  • ความสว่างสูงสุดประมาณ 2000 nits

  • รองรับการสัมผัสแบบ Multi-Touch

หน้าจอสว่างและคมมาก ทำให้อ่านข้อมูลในกลางแจ้งได้สบาย ตัวอักษรชัด สีก็สดใสสมราคา

เซ็นเซอร์และการตรวจวัด

รองรับเซ็นเซอร์หลัก ๆ สำหรับสายสุขภาพแบบครบชุด ได้แก่

  • Accelerometer

  • Gyro Sensor

  • Magnetometer

  • RGB Light Sensor

  • Optical Heart Rate Sensor

  • Barometer Sensor

ข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในฟีเจอร์วัดหัวใจ การนอน การขึ้นลงความสูง รวมถึงการประเมินภาวะร่างกายขณะออกกำลังกาย

การกันน้ำ

Watch Fit 4 รองรับระดับการกันน้ำแบบ 5 ATM water-resistant ตามมาตรฐาน ISO 22810:2010 โดยทนแรงดันน้ำเทียบเท่าความลึก 50 เมตรเป็นเวลา 10 นาที (แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถลงไปว่ายในความลึก 50 เมตรจริง ๆ)

พูดง่าย ๆ คือ

  • ละอองน้ำ

  • ฝน

  • อาบน้ำ

  • ว่ายน้ำในสระ หรือเล่นน้ำทะเลน้ำตื้น

ทั้งหมดนี้ทำได้สบาย แต่ไม่เหมาะกับการดำน้ำลึกหรือกิจกรรมที่ใช้แรงดันน้ำสูง

การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ

  • Bluetooth 5.2

  • รองรับ Bluetooth Low Energy (BR + BLE)

  • Wi-Fi ย่าน 2.4 GHz

  • ระบบ GNSS ครอบคลุม L1: GPS, GLONASS, GALILEO, BDS, QZSS และ L5: GPS, GALILEO, BDS, QZSS

  • รองรับ NFC ในบางฟีเจอร์

ส่วนสมาร์ตโฟนที่รองรับ ได้แก่

  • Android 8.0 ขึ้นไป

  • HarmonyOS 2 ขึ้นไป

  • iOS 13.0 ขึ้นไป

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่น่าสนใจ

ฟังก์ชันเกี่ยวกับสุขภาพถูกจัดเต็มเอาใจสายฟิตโดยเฉพาะ

  • ติดตามการนอนแบบ TruSense™

  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (PPG) แบบเรียลไทม์

  • วัดค่าออกซิเจนในเลือด SpO₂

  • ตรวจจับและช่วยประเมิน ความเครียด / สุขภาวะทางอารมณ์ ผ่าน Emotional Wellbeing Assistant

  • ฟีเจอร์ปฏิทินเพื่อติดตามรอบเดือน

แบตเตอรี่และการชาร์จ

  • ความจุแบตเตอรี่ 400 mAh

  • รองรับการชาร์จไวผ่านอแดปเตอร์แรงดัน 5V–9V DC/2A

ในการใช้งานปกติสามารถอยู่ได้ราวหลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยผู้ผลิตเคลมได้สูงสุดราว 10 วัน ขึ้นกับรูปแบบการใช้งานจริง เช่น การเปิด GPS บ่อยหรือใช้โหมด Always-on Display

ดีไซน์และงานประกอบ

ตัวกล่องมาในดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบเรียบง่าย ด้านหน้าเป็นภาพเรือนนาฬิกา พร้อมโลโก้ ส่วนด้านข้างมีข้อมูลจำเป็น และด้านล่างจะมีหมายเลขซีเรียล IMEI และระบุสีของตัวเครื่อง

ด้านหลังกล่องจะมีข้อความเตือนชัดเจนว่า อุปกรณ์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแพทย์ ข้อมูลที่แสดงเอาไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงด้านสุขภาพเท่านั้น พร้อมคำเตือนต่าง ๆ เช่น ไม่ควรถอดประกอบตัวเครื่องเอง หรือวางใกล้แหล่งความร้อนจัด เป็นต้น

เมื่อเปิดฝาออกมา จะเจอตัวเรือนของ Huawei Watch Fit 4 วางเด่นอยู่ด้านบน ภายในจะมีแท่นชาร์จและเอกสารต่าง ๆ วางจัดเป็นระเบียบ ดูเรียบร้อยตามสไตล์แบรนด์

ตัวเรือนและสาย

ตัวเรือนของ Watch Fit 4 เน้นความ บาง เบา แต่ทนทาน โดยมีความหนาประมาณ 9.5 มม. น้ำหนักแค่ 27 กรัม (ไม่รวมสาย) ใส่ทั้งวันแล้วแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่บนข้อมือ

สายข้อมือวัสดุ Fluoroelastomers ขนาดประมาณ 130–210 มม. สามารถปรับได้หลายระดับ ให้กระชับทั้งข้อมือเล็กและใหญ่ และแน่นอนว่า สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ ผ่านกลไกแบบคลิกล็อกที่ตัวเรือน กดปุ่มแล้วสไลด์ออกได้ทันที เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนลุคบ่อย

หน้าจอ AMOLED ให้สีสันจัดจ้าน ตัวหนังสือคมชัด แม้อยู่กลางแดดก็ยังพอมองเห็นชัดเจน ซึ่งช่วยให้การดูสถิติระหว่างออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องลำบากอีกต่อไป

ด้านหลังตัวเรือนจะเป็นตำแหน่งของเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัด SpO₂ และจุดชาร์จแม่เหล็ก ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับแท่นชาร์จที่ให้มาในกล่องได้พอดี

ปุ่มเม็ดมะยม และการควบคุม

ด้านข้างตัวเรือนมี ปุ่มเม็ดมะยม (Rotating Crown) ที่ทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักของการควบคุม โดยรูปแบบการใช้งานหลัก ๆ คือ

  • กดค้าง: เปิด–ปิดเครื่อง หรือรีสตาร์ท

  • กดหนึ่งครั้ง: ปลุกหน้าจอ หรือออกจากเมนู

  • กดสองครั้ง: เปิดเมนูรวมฟังก์ชันต่าง ๆ

  • กดหนึ่งครั้งแล้วหมุนเข้าหาตัว: เข้าหน้านักตั้งค่าด่วน เช่น ห้ามรบกวน ไฟฉาย การหาโทรศัพท์ นาฬิกาปลุก หรือการระบายน้ำจากลำโพง

นอกจากนี้ เมื่อกดปุ่มแล้วหมุนออกจากตัว จะสามารถไล่ดูการแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ เช่นโซเชียลมีเดียหรือแจ้งเตือนระบบ แต่บนตัวนาฬิกาจะ อ่านและลบแจ้งเตือนได้เท่านั้น ยังไม่รองรับการตอบกลับข้อความโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์หรือสั่งงานด้วยเสียง

อย่างไรก็ตาม ตัวนาฬิกาสามารถทำหน้าที่เหมือนรีโมตเล็ก ๆ สำหรับควบคุมสมาร์ตโฟนได้ เช่น ใช้เป็น Remote Shutter ในการถ่ายภาพ หรือใช้ฟีเจอร์บันทึกเสียงผ่านนาฬิกาแล้วบันทึกลงมือถือ

ใต้ปุ่มเม็ดมะยมจะมี ปุ่มลัดเพื่อเข้าสู่โหมดออกกำลังกาย ส่วนด้านซ้ายของตัวเรือนเป็นตำแหน่งไมโครโฟนและลำโพงสำหรับการสนทนาหรือแจ้งเตือนเสียง

การใช้งานบนหน้าจอสัมผัส

ระบบสัมผัสของหน้าจอถูกออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับปุ่มเม็ดมะยมได้อย่างลงตัว เมื่อกดปุ่มแล้วปลุกหน้าจอขึ้นมา เราสามารถ

  • ปัดลง: เข้าหน้าเมนูตั้งค่าด่วน (เช่น โหมดห้ามรบกวน ไฟฉาย หาโทรศัพท์ เป็นต้น)

  • ปัดขึ้น: ดูแจ้งเตือนต่าง ๆ

  • ปัดไปทางขวา: ดูข้อมูลสภาพอากาศ หรือควบคุมเพลง

  • ปัดไปทางซ้าย: ไล่ดูหน้าต่างวิดเจ็ตด้านสุขภาพและกิจกรรม

ตัวอย่างเช่น

  • ปัดซ้าย 1 ครั้ง: ดู “บันทึกกิจกรรม” รายวัน

  • ปัดซ้าย 2 ครั้ง: เข้าสู่หน้า Emotional Wellbeing Assistant ตรวจสัญญาณความเครียดและแนะนำเทคนิคผ่อนคลาย

  • ปัดซ้าย 3 ครั้ง: ดูค่าที่เกี่ยวกับ TruSense™, PPG, SpO₂ ฯลฯ

  • ปัดซ้าย 4 ครั้ง: ดูปฏิทิน

  • ปัดซ้าย 5 ครั้ง: ดูสรุปผลกิจกรรม เช่น ก้าวเดิน การวิ่ง การว่าย การปั่น และแคลอรีที่ใช้ไป

  • ปัดซ้าย 6 ครั้ง: หน้าจอแสดงข้างขึ้น–ข้างแรมของดวงจันทร์

โหมดออกกำลังกายและการติดตามแบบจริงจัง

Huawei Watch Fit 4 รองรับโหมดออกกำลังกายหลัก ๆ ครบ ทั้ง

  • วิ่งในที่ร่ม/กลางแจ้ง

  • ปั่นจักรยาน

  • ว่ายน้ำ

  • เดินเขา เดินป่า และกิจกรรม Outdoor

เมื่อจับคู่กับ Sunflower Positioning System ที่ช่วยให้ GPS แม่นยำขึ้นถึง 30% และมีเซ็นเซอร์วัดความกดอากาศ ช่วยให้เราสามารถดูได้ทั้ง

  • ความสูงที่กำลังอยู่

  • ความสูงสูงสุดในเส้นทาง

  • ความชันสะสมทั้งขึ้นและลง

ทั้งหมดนี้มีประโยชน์มากในการวางแผนเส้นทาง การปรับความเร็ว และช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการฝืนสภาพร่างกาย

ปรับหน้าปัดให้เป็นสไตล์ของตัวเอง

หนึ่งในจุดขายที่ทำให้ Watch Fit 4 ดูสนุกกว่ารุ่นทั่ว ๆ ไปคือการปรับแต่งหน้าปัดได้ละเอียด โดยเฉพาะฟีเจอร์ Sticker Themed Watch Face ที่ให้เราดึงภาพจากโทรศัพท์มาทำเป็นหน้าปัด แล้วแปลงบางส่วนเป็นสติกเกอร์

ผู้ใช้สามารถปรับได้ทั้ง

  • สีและสไตล์ของตัวเลขเวลา

  • ตำแหน่งการแสดงผลจำนวนก้าว

  • แคลอรีที่เผาผลาญไปแล้ว

  • ระดับแบตเตอรี่

  • พื้นหลังและองค์ประกอบกราฟิกต่าง ๆ

ทั้งหมดสามารถจัดการได้ผ่านแอป Huawei Health ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดการนาฬิกา ตั้งแต่การอัปเดตเฟิร์มแวร์ ไปจนถึงการโหลดหน้าปัดใหม่ ๆ หรือดูสถิติสุขภาพแบบละเอียด

กันน้ำได้แค่ไหน? เล่นน้ำได้จริงหรือเปล่า

ในด้านการทนน้ำ Huawei Watch Fit 4 รองรับมาตรฐาน 5 ATM ตาม ISO 22810:2010 หมายความว่าทนแรงดันน้ำเทียบเท่าความลึก 50 เมตร เป็นเวลา 10 นาที แต่ไม่ได้หมายความว่าควรพาลงไปดำน้ำลึก 50 เมตรจริง ๆ

การใช้งานที่เหมาะสม เช่น

  • ว่ายน้ำในสระ

  • เล่นน้ำทะเลบริเวณน้ำตื้น

  • ใส่อาบน้ำ หรือโดนฝน

หลังจากเล่นน้ำแล้ว แนะนำให้ล้างน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง เพื่อลดโอกาสที่คราบคลอรีนหรือเกลือทะเลจะสะสมบนตัวเรือนหรือสาย

สรุป: เหมาะกับใคร?

Huawei Watch Fit 4 เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับคนที่มองหา สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพที่ใส่แล้วดูดี และใช้งานจริงจังได้ โดยเฉพาะ

  • คนที่ต้องการนาฬิกาใส่ประจำวัน แต่ต้องการโหมดออกกำลังกายจริง ๆ ไม่ใช่แค่บันทึกก้าวเดิน

  • สาย Outdoor ที่ต้องการ GPS แม่นยำขึ้น และอยากเก็บข้อมูลความสูง ความชัน และสภาพแวดล้อม

  • คนที่อยากโฟกัสทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ มีทั้งการวัดการนอน การหายใจ อัตราการเต้นหัวใจ และฟีเจอร์ประเมินความเครียด

  • ผู้ใช้ที่ชอบแต่งหน้าปัดนาฬิกาให้ตรงกับสไตล์ตัวเอง มีลูกเล่น DIY ให้เล่นเยอะ

ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ที่ไม่ใช่แค่ Gadget บนข้อมือ แต่เป็นทั้งโค้ชสุขภาพ ผู้ช่วยด้านอารมณ์ และเครื่องประดับชิ้นเก่งในชีวิตประจำวัน Huawei Watch Fit 4 ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ค่อนข้างครบเครื่องและน่าลองจับมาใส่ข้อมือดูสักครั้ง