รับแอปรับแอป

ลองใส่จริง HUAWEI Watch Fit 4 Pro นาฬิกาไฮบริดสายฟิตที่แทบจะเป็นหมอประจำข้อมือ

กฤตชัย มโนธรรม01-29

ภาพรวม: สมาร์ทวอทช์ที่จริงจังทั้งฟิตเนสและสุขภาพ

HUAWEI Watch Fit 4 Pro ถูกวางให้เป็นรุ่นสำหรับคนที่เอาจริงกับการออกกำลังกาย แต่ก็ยังอยากได้นาฬิกาที่ดีไซน์หรู ใส่ทำงาน ใส่ออกกำลังกาย หรือใส่ไปออกเดตเรือนเดียวจบ

วัสดุระดับพรีเมียม ฟีเจอร์สุขภาพแน่น แบตอึด และโหมดออกกำลังกายแบบจัดเต็ม ทำให้รุ่นนี้ยกระดับจาก Watch Fit 4 มาอีกขั้นแบบรู้สึกได้ชัด

สเปกหลักคร่าวๆ

สเปกเบื้องต้นของ HUAWEI Watch Fit 4 Pro:

  • หน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาด 1.74 นิ้ว ความละเอียด 320×320 พิกเซล

  • ขนาดตัวเรือน 46×33.5×10.8 มม.

  • น้ำหนักประมาณ 31 กรัม

  • การเชื่อมต่อ: Bluetooth 5.0, รองรับ Android 6.0+ และ iOS 9.0+ ขึ้นไป

  • เซ็นเซอร์ IMU 9 แกน (มาตรความเร่ง, ไจโรสโคป, เซ็นเซอร์แม่เหล็ก)

  • เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบออปติคัล

  • มาตรฐานกันน้ำ 5ATM รองรับแรงดันน้ำลึกถึงราว 40 เมตร

  • มีให้เลือก 3 สี: เขียว, น้ำเงิน และดำ

  • ราคาเปิดตัว 7,490 บาท

ดีไซน์และวัสดุ: บาง เบา แต่ลุคแพง

จุดที่รู้สึกได้ตั้งแต่แรกคือความบางและเบา ทำให้ใส่นอนได้ ใส่ออกกำลังกายยาวๆ โดยไม่รำคาญข้อมือ

จุดเด่นด้านดีไซน์และวัสดุ:

  • ตัวเรือนบางเพียงราว 9.3 มม. และหนักแค่ประมาณ 30.4 กรัม (ไม่รวมสาย) ใส่ได้ตลอดทั้งวันโดยแทบไม่รู้สึกถ่วง

  • กรอบตัวเรือนใช้ไทเทเนียมอัลลอย ผสานกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์สังเคราะห์ และอะลูมิเนียมเกรดการบิน ให้ทั้งความทนทานและลุคหรูแบบจริงจัง

  • สายมีทั้งแบบไนลอน และแบบ Fluoroelastomer ที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศดี และถอดเปลี่ยนง่าย

หน้าจอ: สว่างแบบกลางแดดจ้าก็ยังมองเห็น

ด้านหน้าจอถือว่าอัปเกรดมาแบบรู้สึกได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบวิ่งกลางแดดหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง

รายละเอียดหน้าจอ:

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว ความละเอียด 480×408 พิกเซล (347 PPI) คมชัดระดับอ่านตัวหนังสือเล็กๆ สบายตา

  • ความสว่างสูงสุดพุ่งไปถึง 3000 nits มองกลางแดดจ้าได้สบาย เทียบกับ Watch Fit 4 รุ่นปกติที่อยู่ราว 2000 nits

ECG ระดับโปร: เปลี่ยนนาฬิกาให้เป็นตัวช่วยเช็กหัวใจ

หนึ่งในไฮไลต์หลักที่ดันรุ่น Pro ขึ้นมา คือการใส่ฟังก์ชัน ECG (Electrocardiogram – คลื่นไฟฟ้าหัวใจ) เข้ามา ซึ่งปกติจะเจอในรุ่นราคาแรงกว่านี้พอสมควร

การใช้งานโหมด ECG โดยสรุป:

  • มีเซ็นเซอร์ ECG ในตัว สามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้จากข้อมือโดยตรง

  • วิธีใช้งานคือสวมตัวเรือนให้แนบสนิท แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างแตะปุ่มอิเล็กโทรดที่ด้านล่างขวาของนาฬิกาประมาณ 30 วินาที

  • นาฬิกาจะทำการบันทึกสัญญาณ ECG เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อในแอป

ตรวจจับจังหวะหัวใจผิดปกติ

ฟีเจอร์ ECG ไม่ได้มีไว้แค่บันทึกข้อมูล แต่ยังช่วยสแกนความผิดปกติของจังหวะหัวใจเบื้องต้นได้ด้วย

ตัวอย่างภาวะที่ระบบสามารถช่วยตรวจจับได้ เช่น

  • จังหวะไซนัส (Sinus Rhythm): จังหวะหัวใจปกติที่ควรเป็น

  • ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation – AFib): ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะยอดฮิตที่ถ้าปล่อยไว้ อาจโยงไปถึงโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต

นอกจากนี้ Huawei ยังระบุว่ารุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีอิเล็กโทรดเวอร์ชันใหม่ ที่ปรับปรุงการรับสัญญาณให้แม่นขึ้น ตอบสนองได้ไวขึ้น ช่วยให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นจากฝั่งอุปกรณ์สวมใส่

การดูผลและการวิเคราะห์ผ่านแอป

หลังจากบันทึก ECG แล้ว ข้อมูลจะถูกซิงค์เข้ากับแอป Huawei Health บนสมาร์ทโฟน

ในแอป ผู้ใช้สามารถ:

  • ดูกราฟคลื่น ECG แบบละเอียด

  • อ่านผลการวิเคราะห์เบื้องต้นที่ระบบสรุปให้

  • ใช้ฟีเจอร์ All-in-One Health Insight ที่จะรวบรวมข้อมูลด้านสุขภาพหลายๆ ส่วน แล้วแสดงเป็นอินไซต์แบบอ่านง่าย พร้อมคำแนะนำส่วนบุคคล

ฟีเจอร์สุขภาพระดับโปร: จาก Heart Rate ถึงอุณหภูมิร่างกาย

นอกจาก ECG แล้ว Watch Fit 4 Pro ยังตั้งใจมาเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพแบบรอบด้าน

จุดเด่นฝั่งสุขภาพ:

  • เซ็นเซอร์ TruSense รุ่นใหม่:

    • วัดอัตราการเต้นหัวใจได้แม่นขึ้น ทั้งตอนพักและออกกำลังกาย

    • ตรวจวัด SpO2 หรือระดับออกซิเจนในเลือดตลอดวันได้

    • ติดตามการนอนละเอียดขึ้น พร้อมฟีเจอร์ Sleep Breathing Awareness ที่ช่วยเช็กภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

    • ตรวจวัด HRV (Heart Rate Variability) เพื่อนำมาประเมินความเครียดและการฟื้นตัว

  • เซ็นเซอร์อุณหภูมิ:

    • เพิ่มมิติการติดตามสุขภาพอีกระดับ ด้วยการจับความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย

โหมดนอน: ใช้ข้อมูลจริงมาปรับคุณภาพการพักผ่อน

อีกฟีเจอร์ที่คนทำงานหนัก นอนดึก หรือรู้สึกว่าพักเท่าไรก็ไม่หายล้า น่าจะชอบ คือระบบติดตามการนอนที่ใช้เทคโนโลยี HUAWEI TruSleep™ เวอร์ชันใหม่

ฟีเจอร์หลักของโหมดการนอน:

  • ติดตามระยะการนอน (Sleep Stages Tracking) แยกได้ละเอียดว่าแต่ละคืนคุณใช้เวลาอยู่ในช่วงไหนบ้าง เช่น

    • หลับลึก (Deep Sleep) ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและสมอง

    • หลับตื้น (Light Sleep) ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดบ่อยที่สุด

    • หลับฝัน (REM) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บความจำและอารมณ์

    • ช่วงที่ตื่น (Awake) ระหว่างการนอน

  • วัดค่าทางสรีรวิทยาระหว่างนอน:

    • อัตราการเต้นหัวใจขณะหลับ

    • อัตราการหายใจตลอดทั้งคืน

    • ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ระหว่างนอน

    • HRV เพื่อประเมินสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ และการฟื้นตัวจากความเครียด

  • ตรวจจับการหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea Detection / Sleep Breathing Awareness):

    • ใช้ข้อมูลการหายใจร่วมกับค่าอื่นๆ เพื่อลองจับสัญญาณความผิดปกติของการหายใจ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะ Sleep Apnea

    • ฟีเจอร์นี้ต้องเข้าไปเปิดใช้งานเองในแอป Huawei Health

  • รายงานการนอนที่ละเอียด:

    • ทุกค่าที่เก็บได้จะถูกส่งเข้าแอป และถูกสรุปเป็นรายงานการนอนแต่ละคืน

    • มีทั้งคะแนนการนอน และคำแนะนำเชิงพฤติกรรมเพื่อช่วยให้คุณปรับการนอนได้ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เก็บข้อมูลทิ้งไว้

  • โหมด Sleep Mode:

    • สามารถเปิดจากนาฬิกาโดยตรงเพื่อตัดรบกวน เช่น ปิดแจ้งเตือน หรี่แสงหน้าจอ

    • ตั้งเวลาเปิด/ปิดอัตโนมัติได้ เผื่อคนที่เข้านอนเวลาเดิมๆ ทุกคืน

โหมดออกกำลังกาย: สายฟิต สายกีฬา สายเอ็กซ์ตรีม มาให้ครบ

รุ่น Pro ไม่ได้เพิ่มแค่ ECG แต่ยังดันโหมดออกกำลังกายไปอีกขั้น เหมาะกับทั้งสายเริ่มต้นและสายจริงจังที่ลงสนามแข่งขัน

โหมดออกกำลังกายขั้นสูง:

  • รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ ทั้งวิ่ง, ปั่นจักรยาน, ว่ายน้ำ, ฟิตเนส ไปจนถึงกีฬาพิเศษสำหรับสายสปอร์ตจริงๆ เช่น

    • กอล์ฟ:

      • มีแผนที่สนามกอล์ฟมากกว่า 15,000 แห่งทั่วโลก

      • โหมด Driving Range สำหรับวิเคราะห์วงสวิง

      • มีการวัดระยะต่างๆ แบบเรียลไทม์

    • ดำน้ำ:

      • กันน้ำมาตรฐาน 5ATM พร้อมมาตรฐาน IP69 และ EN 13319

      • รองรับการดำน้ำลึกได้ถึงประมาณ 40 เมตร

      • มีโหมดช่วยฝึกดำน้ำ และระบบแจ้งเตือนต่างๆ ใต้น้ำ

    • วิ่งเทรล:

      • มีแผนที่ออฟไลน์เชิงลึกพร้อมเส้นชั้นความสูง

      • ระบบนำทางแบบ Waypoint ช่วยกันหลงทางเวลาลงเขาหรือเข้าป่า

  • GPS ในตัว:

    • ใช้ระบบ HUAWEI Sunflower Positioning System

    • รองรับ GNSS แบบดูอัลแบนด์ 5 ระบบ ทำให้จับสัญญาณได้แม่นและไวขึ้น เหมาะกับการวิ่งหรือปั่นนอกเส้นทางในเมืองตึกสูง

แบตเตอรี่และฟีเจอร์สมาร์ท: ใช้เป็นสมาร์ทวอทช์ได้ครบจริง

ด้านการใช้งานในชีวิตประจำวัน Watch Fit 4 Pro ทำมาให้ใช้แทนนาฬิกา + สายรัดสุขภาพ + ตัวแจ้งเตือนในหนึ่งเดียว

แบตเตอรี่:

  • ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 10 วันในโหมดประหยัดปกติ

  • ในการใช้งานทั่วไป เช่น เปิดแจ้งเตือน เปิดติดตามสุขภาพ ใช้ได้ราวๆ 7 วัน ซึ่งถือว่าอึดใช้ได้

  • รองรับการชาร์จไร้สายแบบ HUAWEI SuperCharger (รุ่นที่ 2) ชาร์จเพียง 10 นาที ใช้งานต่อได้ประมาณ 1 วัน เหมาะกับคนลืมชาร์จเป็นชีวิตจิตใจ

ฟีเจอร์สมาร์ทอื่นๆ:

  • มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว สามารถรับสาย-คุยสายผ่านบลูทูธได้จากข้อมือ

  • รองรับ NFC (แล้วแต่ประเทศและบริการที่เปิดให้ใช้งาน)

  • หน่วยความจำในตัวเก็บเพลงได้ราว 1.5GB หรือราว 300 เพลง และสามารถเชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธเพื่อฟังเพลงแบบไม่ต้องพกโทรศัพท์

  • รองรับทั้ง Android (เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไป) และ iOS (เวอร์ชัน 13.0 ขึ้นไป) ผ่านแอป HUAWEI Health

  • มีฟีเจอร์ตอบกลับข้อความด่วน รวมถึงการพิมพ์ข้อความตอบกลับได้ แต่ฝั่ง iOS อาจถูกจำกัดความสามารถบางส่วน

ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนซื้อ

ก่อนจะกดสั่งหรือเดินเข้าร้านไปลอง มีจุดที่ควรทำใจไว้เล็กน้อยเหมือนกัน

  • แม้จะรองรับการใช้งานร่วมกับ iOS แต่ฟีเจอร์บางอย่างอย่างเช่นการตอบกลับข้อความด่วน ยังไม่เต็มฟีเจอร์เท่าฝั่ง Android

  • ราคาของเวอร์ชัน Pro สูงกว่า Watch Fit 4 ชัดเจน แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือวัสดุระดับไทเทเนียม + แซฟไฟร์ ฟีเจอร์ ECG และโหมดสายสปอร์ต-สายสุขภาพที่จริงจังกว่าเดิมมาก

สรุป: เหมาะกับใคร?

ถ้ามองภาพรวมแล้ว HUAWEI Watch Fit 4 Pro คือสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้:

  • คนที่อยากได้ฟีเจอร์สุขภาพระดับจริงจัง ทั้งติดตามหัวใจ, SpO2, HRV, การนอน และ ECG ในเรือนเดียว

  • สายออกกำลังกายที่ไม่ได้แค่วิ่งบนลู่วิ่ง แต่อาจเล่นกอล์ฟ ดำน้ำ หรือวิ่งเทรลในเส้นทางจริง

  • คนที่อยากใส่นาฬิกาได้ทั้งในวันที่แต่งตัวสุภาพไปทำงาน และวันที่ใส่ชุดสปอร์ตไปออกกำลังกาย โดยไม่รู้สึกว่ามัน “ลุคสปอร์ตเกินไป”

  • คนที่ต้องการแบตอึด ใช้ได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และไม่อยากชาร์จทุกคืน

เมื่อเทียบกับคู่แข่งในช่วงราคากลางค่อนไปทางสูง Watch Fit 4 Pro เด่นเรื่อง วัสดุพรีเมียม + ECG + โหมดกีฬาขั้นสูง + แบตที่เชื่อใจได้ ใครมองหานาฬิกาอัจฉริยะที่ทำได้มากกว่าสายรัดสุขภาพทั่วไป แต่ยังไม่อยากกระโดดไปถึงราคาหมื่นปลาย นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองใส่จริงบนข้อมือก่อนตัดสินใจซื้อ