Accuphase ชื่อนี้ไม่ได้มีแค่ความหรู แต่คือปรัชญาแห่งเสียง
ในโลกเครื่องเสียงไฮเอนด์ ชื่อ Accuphase แทบจะเป็นคำจำกัดความของคำว่า “ไร้ที่ติ” ทั้งงานออกแบบ เทคโนโลยี และคุณภาพเสียงที่แม่นยำระดับกล้องจุลทรรศน์ จากญี่ปุ่นที่เน้นความประณีตสุดขีดตลอดกว่า 50 ปี
สำหรับสายฟังจริงจังหรือออดิโอไฟล์ ชื่อนี้ไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่คือ มาตรฐานของความเที่ยงตรงและความคลาสสิกเหนือกาลเวลา แนวคิดของ Accuphase ชัดเจนมากว่าเสียงต้องถูกต้อง สมจริง และผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องเป็นเหมือนงานฝีมือที่ส่งต่อได้ในระยะยาว
ชื่อ “Accuphase” เองก็มาจากการผสมคำว่า Accurate (แม่นยำ) กับ Phase (เฟสเสียง) ซึ่งคือหัวใจสำคัญของการออกแบบเครื่องเสียงระดับสูง ที่เน้นทั้งวิศวกรรมและงานแฮนด์เมดอย่างจริงจัง
ปรัชญาแบบไม่ประนีประนอมของ Accuphase
จุดเริ่มต้นของ Accuphase ย้อนกลับไปในปี 1972 เกิดจากกลุ่มวิศวกรมากประสบการณ์ที่ต้องการสร้างเครื่องเสียงที่ ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ ไม่ใช่เพื่อผลิตให้เยอะ แต่ทำให้ออกมาดีที่สุดในทุกเครื่อง
สิ่งที่ทำให้ Accuphase แตกต่างคือ
การคิดค้นวงจรที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ
การคัดเลือกชิ้นส่วนแบบโหดสุด ๆ ทั้งตัวเก็บประจุ Custom-made, ทรานซิสเตอร์เกรดสูง, หม้อแปลงขนาดใหญ่
การออกแบบวงจรแบบสมมาตร ใช้การจัดวางแบบ Balance แยกซ้าย–ขวาอย่างเด็ดขาด เพื่อลด Crosstalk และเพิ่มมิติเสียงที่แม่นยำ
ทุกชิ้นของ Accuphase ยังเป็น งานฝีมือระดับ Master Craftsmanship ใช้การประกอบด้วยมือเป็นหลัก พร้อมการจูนเสียงโดยช่างผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่นทีละเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกตัว “ตรงสเปกเสียง” ที่แบรนด์ตั้งใจไว้
เอกลักษณ์ภายนอกก็ชัดเจนมาก แผงหน้าปัดสีทองแชมเปญ ฐานเครื่องแข็งแรง เข็ม VU Meter แบบอะนาล็อกที่ให้ทั้งความคลาสสิกและความหรู ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่อยู่เหนือกาลเวลา
เสียงแบบ Accuphase คืออะไร?
เมื่อได้ลองฟังเครื่องของ Accuphase สิ่งที่สัมผัสได้ชัดคือ
น้ำเสียงที่ เป็นธรรมชาติและสมจริงมาก
รายละเอียดครบถ้วนแบบไม่หลุดไม่หาย
เวทีเสียงกว้าง ลึก และแม่นยำ เห็นตำแหน่งเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นชัดเจน
ความกลมกล่อมระหว่างพลังและความละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นกลองที่หนักแน่น หรือไวโอลินที่นุ่มละเมียด
Accuphase ถ่ายทอดไดนามิกของเพลงได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฟังแล้วเหมือนศิลปินมายืนเล่นอยู่ตรงหน้า
ในช่วงหลัง ทีมวิศวกรรุ่นใหม่ได้เข้ามาเติมมุมมองทันสมัย ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำขึ้น ทำให้บุคลิกเสียง Accuphase ยุคใหม่มีความ สด โปร่ง และใสสะอาดกว่าเดิม แต่ยังเก็บ DNA ความละเมียดของแบรนด์ไว้ครบถ้วน
และหนึ่งในตัวแทนยุคใหม่ที่น่าจับตามองมากก็คือ Accuphase E-3000 ที่จับมาทดสอบร่วมกับลำโพงจากฝรั่งเศส Diptyque Audio DP-107 ในเซ็ตที่ต้องบอกว่าทำเอาคนฟังใจสั่นได้ง่าย ๆ
Integrated Amp ในสายตา Accuphase
แม้หลายคนจะมองว่าอินทิเกรตแอมป์คือระดับ “รอง” จากชุดแยกชิ้น แต่สำหรับ Accuphase แล้ว แพลตฟอร์ม Integrated Amplifier ไม่เคยถูกมองว่าเป็นรอง ตรงกันข้ามยังเป็นไลน์หลักที่มีจำนวนรุ่นมากกว่าแอมป์แบบแยกชิ้นด้วยซ้ำ
ข้อดีของอินทิเกรตแอมป์ที่ Accuphaseให้ความสำคัญคือ
ลายวงจรสั้นลง ลดโอกาสรับเสียงรบกวนจากภายนอก
ไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่เข้ากันของอิมพีแดนซ์ระหว่างปรี–เพาเวอร์
ใช้สายสัญญาณน้อยลง ลดจุดอ่อนของระบบ
ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การออกแบบ E-3000 รุ่นล่าสุด
Accuphase E-3000 : อินทิเกรตแอมป์ยุคใหม่ที่ดึงเทคโนโลยีเรือธงลงมาให้เอื้อมถึง
E-3000 เป็นสเตริโออินทิเกรตแอมป์รุ่นใหม่ เปิดตัวปี 2025 เป็นเหมือนการหลอมรวมข้อดีของ E-280 และ E-380 แล้วอัปเกรดทั้งภาควงจรและโครงสร้างให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น
จุดเด่นที่สำคัญคือ
ใช้ระบบควบคุมระดับเสียง AAVA ที่แม่นยำแบบเดียวกับรุ่นใหญ่
กำลังขับสูงและนิ่ง ในตัวเครื่องที่ขนาดกำลังดีแต่น้ำหนักจัดเต็ม 23.1 กก.
โครงสร้างภายในถูกปรับใหม่ให้เน้นทั้งสมรรถนะและความทนทานสูงสุด
คำว่า “ระดับเริ่มต้น” ในมุมมองของ Accuphase จึงไม่ได้หมายถึงตัวถูก แต่คือ จุดเริ่มต้นของมาตรฐานเรือธง ที่ยังคงยึดแนวคิดไม่ผลิตแบบ Mass แต่เน้นให้สินค้ามีอายุใช้งานยาว ซ่อมง่าย และไม่ต้องขยายองค์กรจนเสียตัวตน
หัวใจของเสียง : AAVA และ ANCC
หนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นลายเซ็นของ Accuphase คือระบบควบคุมระดับเสียง AAVA (Accuphase Analog Vari-gain Amplifier) ที่ไม่ใช้ Potentiometer แบบดั้งเดิม ทำให้ลดปัญหาเสียงรบกวนและความเพี้ยนจากการสึกหรอของหน้าสัมผัส
ใน E-3000 ยังใส่เทคโนโลยี ANCC (Accuphase Noise and Distortion Canceling Circuit) เข้ามาช่วยตัดเสียงรบกวนและความเพี้ยนเล็ก ๆ จากวงจรขยายสัญญาณเซมิคอนดักเตอร์ โดยใช้หลักการ Feed-forward
ผลคือ
ระดับสัญญาณต่อเสียงรบกวน (S/N) ดีขึ้นราว 20%
ประสิทธิภาพคงที่ไม่ว่าฟังเบาหรือดัง
โครงสร้างภาคขยาย : พลัง + ความนิ่งในแบบโมโนบล็อก
ภาคเพาเวอร์ของ E-3000 ใช้หลักการ Instrumentation Amplifier สร้างสัญญาณแบบ Balanced และใช้ทรานซิสเตอร์กำลังแบบ Three-fold parallel push-pull ในคลาส AB เพื่อส่งมอบเสียงที่ทรงพลังแต่ยังคุมได้อยู่หมัด
การจัดวางภายในเน้นลดการรบกวนอย่างจริงจัง เช่น
ย้ายวงจร AAVA มาไว้ด้านหน้าตัวเครื่อง
วางบัฟเฟอร์แอมป์ 5 ตัวสำหรับแต่ละอินพุต RCA ไว้ใกล้แจ็คอินพุตด้านหลัง เพื่อลดสัญญาณรบกวนจากการเหนี่ยวนำ
การควบคุม Balance ก็ใช้ความชาญฉลาดของ AAVA ร่วมด้วย
ภายใน E-3000 เป็นแบบ คลาส AB โครงสร้างสายโมโนบล็อก โดยโมดูลเพาเวอร์แอมป์ซ้าย–ขวาถูกแยกจากกันอย่างชัดเจน มีภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่คั่นกลาง ให้ทั้งความนิ่งและกำลังสำรอง
การอัปเกรดจากรุ่นก่อน ๆ คือ
เปลี่ยนการจัดชุดเอาต์พุตจาก Push-pull ขนานสองตัว มาเป็นสามตัว
ใช้ทรานซิสเตอร์ไบโพลาร์ที่ผ่านการคัดเลือกใหม่
ผลคือ
อิมพีแดนซ์เอาต์พุตต่ำลง
Response เร็วขึ้น
การควบคุมลำโพงดีขึ้นอย่างชัดเจน
ภาคจ่ายไฟใช้หม้อแปลง EI ที่ออกแบบใหม่ จับคู่กับ C ฟิลเตอร์ 33,000 μF ขนาดใหญ่เพื่อให้จ่ายกระแสได้เต็มที่ ทำให้ E-3000 สามารถจ่ายได้
100 วัตต์/แชนเนล ที่ 8 โอห์ม
150 วัตต์/แชนเนล ที่ 4 โอห์ม
ความสำคัญของเฟส และแดมปิ้งแฟกเตอร์ระดับ 600
หนึ่งในปรัชญาหลักของ Accuphase คือ มนุษย์ไวต่อเฟสของเสียงมาก การเปลี่ยนเฟสเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อคุณภาพเสียงและความสมจริงได้โดยตรง ดังนั้นอุปกรณ์จึงต้องไม่สร้างข้อมูลเกินจากที่มีในแหล่งกำเนิด
ใน E-3000 ความแม่นยำของเฟสถูกผลักให้ไปอีกระดับด้วยการเพิ่มค่า Damping Factor เป็น 600 ซึ่งหมายถึง
การควบคุมการเคลื่อนตัวของดอกลำโพงทำได้แนบสนิท
เสียงเบสมีทั้งความกระชับและเที่ยงตรง
ยิ่งไปกว่านั้น Accuphase ยังเลิกใช้รีเลย์เชิงกลป้องกันลำโพง แล้วเปลี่ยนมาใช้ MOSFET Switch ประสิทธิภาพสูง แทน เพื่อลดค่าความต้านทานหน้าสัมผัสที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความน่าเชื่อถือระยะยาว
งานออกแบบภายนอกและการใช้งานจริง
บนแผงหน้า E-3000 มีองค์ประกอบที่ทั้งสวยและฟีลพรีเมียมชัดเจน
ปุ่มเลือกอินพุต (Input Selector) รุ่นใหม่ หมุนแล้วได้สัมผัสแบบเครื่องเรือธง
ปุ่ม Volume น้ำหนักดี หมุนเพลินแต่ควบคุมได้ละเอียด
ขั้วต่อลำโพง 2 ชุด ให้ฟีลแข็งแรง มั่นใจ
ด้านการเชื่อมต่อ
อินพุต RCA 5 ช่อง
อินพุต Balanced หนึ่งชุด (ระบุว่า Balanced CD)
ช่องต่อ Pre-Out / Main-in สำหรับแยกใช้เป็นปรี หรือเพาเวอร์ หรือต่อแบบไบ-แอมป์
ช่องหูฟังมาให้ในตัว
นอกจากนี้ยังมี Expansion Ports 2 ช่อง สำหรับใส่บอร์ดเสริม
DAC-60 สำหรับดิจิทัลอินพุต
AD-60 สำหรับ Phono Equalizer
พูดง่าย ๆ คือ E-3000 ออกแบบมาให้เป็น หัวใจระบบที่พร้อมโตไปกับคุณในอนาคต
ไฮไลต์สเปกสำคัญของ E-3000
คุณสมบัติเด่นของ E-3000
วงจรควบคุมเสียง AAVA
ระบบควบคุมระดับเสียงแบบอะนาล็อกที่ตัดปัญหา Potentiometer ทิ้งไป ไม่มีการสึกหรอของหน้าสัมผัส ลดทั้งเสียงรบกวนและความเพี้ยนกำลังขับสูงใช้งานได้จริง
100 W/Ch ที่ 8 โอห์ม และ 150 W/Ch ที่ 4 โอห์ม ในโหมด Class AB ขับได้ทั้งลำโพงวางหิ้งและลำโพงตั้งพื้นที่กินวัตต์กว่า E-3000 ยังเอาอยู่สบายโครงสร้างเพาเวอร์แอมป์แบบ Three-fold parallel push-pull
ช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายกระแส พร้อมลดความร้อนระหว่างการทำงานจริงDamping Factor สูงถึง 600
คุมดอกลำโพงได้แน่น เสียงเบสไม่บวม ไม่ย้อย แต่กระชับ มีแรงปะทะชัดเจนวงจร ANCC ในภาค AAVA
ใช้ Accuphase Noise and Distortion Canceling Circuit ในภาคแปลงกระแสเป็นแรงดัน ลดทั้ง noise และ distortion ให้เหลือน้อยที่สุดโครงสร้างโมโนบล็อกแท้ ๆ
แยกวงจรเพาเวอร์ซ้าย–ขวาอย่างเด็ดขาด ลดการรบกวนข้ามช่องสัญญาณ ทำให้เวทีเสียงนิ่งและเสถียรการเชื่อมต่อยืดหยุ่น
มีทั้ง Balanced XLR และ Unbalanced RCA พร้อม Pre-Out / Main-in รองรับการเล่นแบบแยกส่วนหรือไบ-แอมป์ได้ง่ายรองรับบอร์ดเสริม
Expansion Slots 2 ช่อง สำหรับ DAC-60 และ AD-60 ช่วยให้เครื่องเดียวรองรับได้ทั้งดิจิทัลและแผ่นเสียง
ลำโพงคู่หู : Diptyque Audio DP-107
ฝั่งลำโพง ในชุดนี้ใช้ Diptyque Audio DP-107 ลำโพงสัญชาติฝรั่งเศสแบบ Magnetostatic (Isodynamic) ที่พัฒนามาจากรุ่นดังอย่าง DP77 โดยเน้นคุณภาพเสียงที่โปร่ง ใส และมีเวทีเสียงที่เปิดกว้างมาก
จุดเด่นคือการใช้เทคโนโลยี PPBM (Push-Pull Bipolar Magnet) ร่วมกับ
แผ่น Mylar สำหรับเสียงกลาง–ทุ้ม
ทวีตเตอร์แบบ Ribbon ที่ใช้ฟิล์ม Mylar เพื่อความแม่นยำและบาลานซ์ของเสียง
หลังการพัฒนายาวนานกว่า 10 ปี DP107 จึงออกมาในฐานะลำโพง Isodynamic ที่ให้ทั้งความโปร่ง ความเร็ว และจินตภาพเสียงชัดเจนในแบบที่ลำโพงทั่วไปยากจะตามทัน
ตัวดอกหลักใช้เมมเบรนเสียงเบส–กลางขนาด 0.198 ตร.ม. ผสานกับโครงสร้างแบบ Mechanical Sandwich Structure ที่แข็งแกร่ง ลดการเจือสีของตู้เสียง ขาตั้งเหล็กและไม้โอ๊คช่วยให้มั่นคง และยังปรับมุมเอียงได้ตามจุดนั่งฟัง
เทคโนโลยี PPBM คืออะไร?
PPBM® (Push Pull Bipolar Magnet) เป็นสถาปัตยกรรมที่ Diptyque จดสิทธิบัตร โดยใช้แม่เหล็กไบโพลาร์ขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังไดอะแฟรม เพื่อให้แถบอะลูมิเนียม (ทำหน้าที่เป็น voice coil) เคลื่อนที่อยู่ในสนามแม่เหล็กที่เสถียรตลอดเวลา
ผลที่ได้คือ
การควบคุมเมมเบรนแม่นยำมาก
เสียงเบสมีไดนามิกเหนือกว่าลำโพงทั่วไป
Transient สร้างได้รวดเร็วคมชัด ทำให้การรับฟังมีความสมจริงสูงมาก
สเปกหลักของ DP-107
ขนาดแผง : 1070 × 470 × 20 มม.
ระบบ : 2 ทาง
ความไว : 86 dB/1W/1m
อิมพีแดนซ์ : 6 โอห์ม
ช่วงตอบสนองความถี่ : 40–19,000 Hz
กำลังขับแนะนำ : มากกว่า 60 วัตต์
น้ำหนัก : ตัวลำโพง 15 กก. (รวมขาตั้ง 22 กก.)
คุณสมบัติเด่นของ DP-107
เทคโนโลยี : ใช้ PPBM แบบ Push-Pull Bipolar Magnet และ Ribbon Tweeter สำหรับเสียงแหลม
วัสดุ : โครงสร้างแบบ Sandwich แข็งแรงสูง ลดการสั่นคงค้างของแผง
การออกแบบ : เน้นความโปร่งใสของเสียง มิติเสียงดี ใช้ขาตั้งเหล็ก+ไม้โอ๊ค ช่วยเรื่องเสถียรภาพ
การปรับตั้ง : สามารถปรับมุมเอียงให้เหมาะกับตำแหน่งนั่งฟัง
ความทนทาน : ไม่ไวต่อฝุ่นและความชื้น และไม่มีวงจรแรงดันสูงแบบลำโพงไฟฟ้าสถิตทั่วไป
เมื่อ E-3000 จับมือกับ DP107 : เคมีที่ลงตัวเกินคาด
เมื่อจับ E-3000 + DP107 เข้าด้วยกัน สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ “ชุดเครื่องเสียงดี ๆ” แต่เป็นซิสเต็มที่ให้ประสบการณ์เสียงในแบบที่ ฟังครั้งเดียวแล้วลืมยาก
บุคลิกโดยรวมของชุดนี้คือ
เวทีเสียงกว้างมาก มีทั้งความลึกและความกว้างแบบ 3 มิติ
ตำแหน่งชิ้นดนตรีชัดเจน ไม่ทับกัน
เนื้อเสียงสะอาด โปร่ง และเป็นธรรมชาติ
จังหวะตอบสนองเร็ว ทำให้เพลงมีชีวิตชีวาไม่อืดไม่อั้น
E-3000 แสดงให้เห็นว่าเป็นแอมป์ที่ให้
ความแม่นยำตลอดย่านความถี่
โทนัลบาลานซ์ที่เป็นกลาง ฟังแล้วไม่ล้าหู
เสียงกลางที่บริสุทธิ์และไหลลื่น
ฮาร์โมนิกละเอียดมาก รับรู้บรรยากาศห้องบันทึกได้ชัดเจน
ชุดนี้ถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ครบถ้วน
เสียงหายใจของนักร้อง
การก้องของห้องบันทึก
เสียงดีดสายกีตาร์แผ่ว ๆ
ทั้งหมดถูกดึงออกมาด้วยความเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่ามีการขยายเกินจริง
ทรานเซียนต์ โฟกัส และพลังสำรอง
หนึ่งในบุคลิกที่เป็นจุดเด่นของ Accuphase มาโดยตลอดคือ การตอบสนองต่อทรานเซียนต์ที่เร็วมาก แต่ไม่แข็งกร้าว เมื่อนำไปขับ DP107 ซึ่งมีความโปร่งและเร็วอยู่แล้ว ผลที่ได้จึงชัดมากในเรื่อง
จินตภาพเสียงนิ่ง มีขอบเขตชัดเจน
โฟกัสนักร้องและเครื่องดนตรีคม แต่ไม่แข็ง
เสียงดนตรีพุ่งออกจากลำโพงแบบรวดเร็วราวสายฟ้า แต่ยังควบคุมได้ดี
การควบคุมระดับเสียงของ E-3000 ก็ทำได้ละเอียดมาก ไม่ว่าฟังเบาหรือดัง ระดับความสงัดยังอยู่ครบ ไม่เสียโฟกัส ไม่ดัน noise ขึ้นมาให้รำคาญ
ฟังเพลงแนวไหน ชุดนี้ตอบโจทย์อย่างไร
ไม่ว่าดนตรีที่ฟังจะเป็นแนวไหน E-3000 + DP107 ทำให้เห็นคุณภาพการบันทึกได้อย่างชัดเจนแบบ “มาอย่างไร ไปอย่างนั้น”
เพลงออร์เคสตรา : ให้ความอบอุ่น ผ่อนคลาย มีย่านเบสเป็นฐานที่แน่น มิติเสียงลึกและเป็นชั้น ทำให้ภาพวงชัดเจน
แจ๊ส : ความเป็นธรรมชาติของเสียงเครื่องเป่า, เปียโน และเสียงร้องโดดเด่นมาก รายละเอียดปลายน้ำฟังสนุก
ร็อก : พลังและแรงปะทะมาเต็ม แต่ไม่ลุกลามจนเละ ยังคุมตัวโน้ตได้ดี
เพลงร้อง : ถ่ายทอดอารมณ์ การใช้ลม และน้ำเสียงได้เหมือนนักร้องมายืนอยู่ใกล้ ๆ
เวทีเสียงของชุดนี้
ให้ทั้งความลึกและความกว้างแบบสมจริง
ตำแหน่งนักร้องและเครื่องดนตรีถูกจัดวางแบบมีระยะ ไม่เบียด ไม่ฟุ้ง
บรรยากาศ (Atmosphere) ชวนให้รู้สึกเหมือนนั่งฟังคอนเสิร์ตสดอยู่ตรงหน้า
เอกลักษณ์ของเสียง Accuphase ในเซ็ตนี้
สิ่งที่สะท้อนตัวตนของ Accuphase ชัดเจนในเซ็ตนี้คือ
ความอบอุ่นนุ่มนวลแต่ไม่ทึบ
ความเป็นธรรมชาติของโทนเสียง
เสียงร้องมีชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยอารมณ์
เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมีเนื้อเสียงอิ่ม ฟังแล้ว “จับต้องได้”
ในขณะเดียวกัน DP107 ก็เติมด้าน
ความโปร่ง กระจ่าง สดใส
รายละเอียดปลายเสียงแหลมที่ระยิบระยับแต่ไม่บาดหู
ความรวดเร็วและไดนามิกที่ยอดเยี่ยม
ทำให้ชุดนี้ใช้ฟังได้นาน ไม่ล้า ขณะเดียวกันก็ไม่รู้สึกจืดชืด เพราะทั้งพลัง รายละเอียด และอารมณ์มาแบบครบเครื่อง
สรุปภาพรวมเซ็ต E-3000 + DP107
E-3000 คืออินทิเกรตแอมป์ Class AB รุ่นใหม่ที่ยกระดับนิยามคำว่า “Entry-level” ให้กลายเป็น มาตรฐานใหม่ของแอมป์ระดับเริ่มต้นที่มีศักยภาพระดับเรือธง
บุคลิกเสียงสด สมจริงขึ้นจากรุ่นเก่า
รักษาความสมดุลของโทนเสียงอย่างดีเยี่ยม ไม่มีช่วงใดโดดออกมาเสียสมดุล
เสียงเบสแน่น กระชับ ลงลึกและมีแรงปะทะชัดเจน
ฟังได้นานโดยไม่เกิดความล้า
Diptyque Audio DP-107 ในฐานะลำโพง Isodynamic ระดับสูง
ให้เสียงที่บาลานซ์มาก ไม่มีการดันย่านใดเป็นพิเศษ
แสดงเสียงแหลมที่โปร่ง ใส สะอาด รายละเอียดสูงแต่ไม่บาดหู
ย่านกลางอบอุ่น ชัดเจน มีมิติ เสียงร้องมีชีวิตชีวา
แยกชิ้นดนตรีได้เด็ดขาด เปิดเผยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ลำโพงทั่วไปมักกลบหาย
เมื่อนำมาจับคู่กัน E-3000 + DP107 คือชุดที่
ถ่ายทอดทุกแนวเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม
ทำให้ผู้ฟังดื่มด่ำกับดนตรีได้ทุกอารมณ์
เปิดโลกการฟังเพลงไปอีกระดับสำหรับคนที่อยากสัมผัส “ของจริง” ในแบบไฮเอนด์ที่ทั้งคลาสสิกและล้ำสมัยไปพร้อมกัน
บทสรุปสุดท้าย
นี่คือ ความลงตัวระหว่างความคลาสสิกของงานแฮนด์เมดญี่ปุ่น กับเทคโนโลยีเสียงล้ำสมัย และลำโพงไอเดียก้าวหน้าแบบฝรั่งเศส
ได้พลัง
ได้ความโปร่ง
ได้ความเร็ว
ได้รายละเอียดระยิบระยับบนเวทีเสียงที่กว้างและสมจริง
ถ้าคุณกำลังมองหาเซ็ตอินทิเกรตแอมป์ + ลำโพง ที่ไม่ได้มีดีแค่สเปกบนกระดาษ แต่ให้ ประสบการณ์ฟังที่ตราตรึงและแตกต่างอย่างแท้จริง ชุด Accuphase E-3000 กับ Diptyque Audio DP-107 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

